หยุดยาวนี้ดูอะไรดี? แนะนำ 10 หนัง/ซีรีส์บน Netflix, Disney+ น่าดูในช่วงวันหยุดติดกันหลายวันปี 2022

วันหยุดดูอะไรดี Netflix ดิสนีย์ disney+ fea

หยุดยาวนี้ดูอะไรดี? แนะนำ 10 หนัง/ซีรีส์บน Netflix, Disney+ น่าดูในช่วงวันหยุดติดกันหลายวันปี 2022

ใกล้จะถึงวันหยุดยาวอีกครั้งในปี 2022 นี้ สำหรับวันสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ไทยของเรานั่นเอง เชื่อว่าหลายๆ คนที่ได้หยุดยาวในปีนี้ อาจจะไม่ได้ออกไปเที่ยว หรือว่าออกไปเล่นน้ำกับเพื่อนๆ กันมากเท่าไหร่นัก เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ทำให้หลายคน จำเป็นต้องหยุดอยู่แต่ที่บ้าน ไม่สามารถออกไปยังที่เสี่ยงๆ ได้ แต่ว่ามีวันหยุดเยอะทั้งทีจะให้นอนไถเฟซบุ๊ค หรือว่าไถโซเชียลมีเดียอย่างเดียวก็คงจะเบื่อแย่ สิ่งที่จะช่วยเยียวยาความเบื่อได้ก็ต้องเป็นการดูหนัง หรือว่าดูซีรีส์ที่ไม่มีโอกาสได้ดูมานาน แถมยังมีเรื่องใหม่ๆ ออกมาอีกเพียบทั้งบน Netflix (ดูหนังน่าดู 50 เรื่องที่นี่ และ ดูซีรีส์เกาหลีน่าดูที่นี่) หรือ Disney+ Hotstar (ดูหนังน่าดู 25 เรื่องที่นี่) ที่สำคัญก็คือไม่ต้องกลัวว่าไม่ได้ออกไปไหน แล้วจะต้องดูหนังเหงาๆ อยู่คนเดียว เพราะเราสามารถเปิดดูหนังหรือซีรีส์ไปพร้อมกับเพื่อนได้ง่ายๆ ด้วย Teleparty จะอยู่ไกลแค่ไหนก็ยังดูได้พร้อมๆ กัน (ดูวิธีใช้งานที่นี่) เดี๋ยววันนี้ทาง Specphone จะมาแนะนำ 10 หนังและซีรีส์บน Netflix, Disney+ Hotstar ที่น่าดูในช่วงวันหยุดติดกันหลายวันนี้ดูอะไรดีในปี 2022


หยุดยาวนี้ดูอะไรดี? แนะนำ 10 หนัง/ซีรีส์บน Netflix, Disney+ น่าดูในปี 2022

สำหรับคนที่อยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้มีภารกิจจะออกไปไหนนอกบ้านในช่วงวันหยุดยาว อย่างวันสงกรานต์ในปีนี้ และกำลังมองหาหนังหรือว่าซีรีส์จาก Netflix, Disney+ Hotstar แต่ว่ายังไม่รู้ว่าจะดูอะไรดีและเรื่องไหนดี เพราะช่วงนี้ก็มีเนื้อหาที่เป็นหนังและซีรีส์เปิดตัวใหม่ๆ เข้ามาเยอะมาก ที่สำคัญก็คือเรื่องของเวลา ที่เราจะต้องจัดการให้ดีเลยแหละ ว่าถ้าหากดูหนังหรือซีรีส์เรื่องนี้ไปแล้ว จะสามารถดูจบในวันหรือว่าในช่วงวันหยุดนี้หรือไม่ ถ้าดูไม่จบแล้วขาดตอนไปก็เสียดายแย่ เราเลยจะทำเป็นตารางเหมือนตารางสอนสมัยเรียนไว้ให้เลย ว่าในวันหยุดยาวตั้งแต่วันที่ 13-17 เมษายน 2565 ปีนี้ วันไหนดูเรื่องไหนมีเวลาในการดูกี่ชั่วโมง และจะดูเรื่องไหนจบทันได้บ้าง ถ้าดูไม่จบก็ทบวันกันเอาเองตามเวลาได้เลย โดยจะแนะนำไว้ให้ทั้งหมด 10 เรื่องรวมๆ กันไป จะมีเรื่องไหนน่าสนใจบ้างไปดูกันเลย

วันที่\ เวลา08.00-10.00 น.11.00-13.00 น.14.00-16.00 น.17.00-19.00 น.20.00-22.00 น.22.00-24.00 น.
13 ม.ย. 65Business ProposalBusiness ProposalBusiness ProposalBusiness ProposalBusiness ProposalBusiness Proposal
14 ม.ย. 65Twenty Five, Twenty OneTwenty Five, Twenty OneTwenty Five, Twenty OneTwenty Five, Twenty OneTwenty Five, Twenty OneTwenty Five, Twenty One
15 ม.ย. 65Twenty Five, Twenty OneTwenty Five, Twenty OneYakshaThe Adam ProjectMetal LordsFree Guy
16 ม.ย. 65Forecasting Love and WeatherForecasting Love and WeatherForecasting Love and WeatherForecasting Love and WeatherForecasting Love and WeatherForecasting Love and Weather
17 ม.ย. 65Moon KnightMoon KnightTurning RedKotaro Lives AloneKotaro Lives AloneKotaro Lives Alone

**ข้อมูลเวลาในแต่ละวัน เป็นเพียงไกด์ตัวอย่างเพื่อบอกเวลาของหนัง และซีรีส์แต่ละเรื่องเท่านั้น ดูจบไม่ทันหรือจะข้ามเวลาไปช่วงไหนก็ได้ตามเวลาที่สะดวกของเราเลย หรือจะดูเรื่องอื่นนอกจากที่แนะนำไปก็ได้**


1. Business Proposal: นัดบอดวุ่น ลุ้นรักท่านประธาน (กดดูซีรีส์ที่นี่)

วันหยุดดูอะไรดี Netflix ดิสนีย์ disney+ 1

เริ่มต้นกันด้วยซีรีส์เกาหลีเรื่องแรกบน Netflix สำหรับคนที่ไม่รู้จะดูอะไรดีในช่วงวันหยุดยาวนี้ ที่เรื่องนี้กำลังได้รับความนิยมสูงมาก เรียกได้ว่าห้ามพลาดเลยแหละ โดยเรื่องนี้ได้พูดถึงสาวโสดที่ชื่อว่า ชินฮาริ พนักงานออฟฟิศที่ผิดหัวงกับการแอบหลงรักคนที่มีแฟนอยู่แล้ว เธอจึงได้ตัดใจและหันไปปรึกษา จินยองซอ เพื่อสาวไฮโซที่บอกให้เธอลองไปนัดบอดและลองออกเดทแทน เธอจึงต้องจำใจลองไปนัดบอดตามคำของเพื่อน และคิดว่าจะปฏเสธคู่เดทหลังจากที่ได้พบกัน แต่เมื่อเธอไปเจอกับคู่นัดบอดก็ต้องพบว่าที่แท้เป็น คังแทมู ซีอีโอหนุ่มนักธุรกิจเจ้านายของเธอเอง ที่ได้รับภารกิจนัดบอดจากปู่เพื่อหาคนที่เหมาะสมจะแต่งงานด้วยเหมือนกัน จึงกลายเป็นเรื่องราววุ่นๆ ระหว่างพนักงานสาวกับเจ้านายที่ดันมานัดบอดกันโดยไม่ได้ตั้งใจ ที่สำคัญคือคังแทมูก็ดันประกาศว่าจะแต่งงานกันเธอไปแล้วซะด้วย

  • เวลา: 12 ตอน ตอนละ 60 นาที (รวมแล้ว 12 ชม.)

2. Twenty Five, Twenty One: ยี่สิบห้า ยี่สิบเอ็ด (กดดูซีรีส์ที่นี่)

วันหยุดดูอะไรดี Netflix ดิสนีย์ disney+ 2

ซีรีส์ของทางฝั่งเกาหลีอีกหนึ่งเรื่องที่พลาดไม่ได้เลยบน Netflix เรื่องนี้สำหรับคนที่ไม่รู้จะดูอะไรดีช่วงวันหยุด แนะนำว่าเรื่องนี้สนุกเนื้อหากินใจแน่นอน ดูได้ทั้งวันเลยทีเดียว โดยเรื่องราวของเรื่องนี้ได้เกิดขึ้นในช่วงยุค 90 ช่วงปี 1998 ที่เกิดเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจทำให้ นาฮีโด สาวผู้ที่มีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักกีฬาฟันดาบระดับประเทศ ถึงแม้ว่าทีมฟันดาบของเธอจะถูกยุบหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ก็ตาม ในขณะที่ แพคอีจิน ชายหนุ่มที่เธอได้พบเจอและเริ่มทำให้ชีวิตของเธอดูวุ่นวายมากขึ้นไปอีก ซึ่งแพคอีจินนั้นก็มีปัญหาจากผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ทำให้ครอบครัวต้องแยกย้ายไปทำงาน เพื่อเก็บเงินมาใช้หนี้และจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง โดยทั้งสองได้คอยให้กำลังใจกัน หลังจากที่เจอกันครั้งแรกเมื่ออายุ 22 และ 18 ปี จนมาถึงความสัมพันธ์ที่มากขึ้นเมื่ออายุ 25 และ 21 ปีนั่นเอง เรื่องนี้มีเนื้อหาที่ยาวมากๆ ดูวันเดียวจบได้ แต่สองวันจะดีกว่า

  • เวลา: 16 ตอน เฉลี่ยตอนละประมาณ 75 นาที (รวมแล้ว 20 ชม.)

3. Forecasting Love and Weather: พยากรณ์วันนี้ มีรักบางแห่ง (กดดูซีรีส์ที่นี่)

วันหยุดดูอะไรดี Netflix ดิสนีย์ disney+ 3

ยังคงต่อเนื่องกันด้วยซีรีส์เกาหลีบน Netflix สำหรับคนที่ไม่รู้จะดูอะไรดี เพราะว่าเนื้อหาซีรีส์เกาหลีบน Netflix นั้นเยอะมากและน่าดูหลายเรื่องจริงๆ โดยเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่ดูได้เรื่อยๆ แบบสบายๆ ไม่เครียดแถมยังสนุกปนตลกอีกด้วย เรื่องราวของซีรีส์เรื่องนี้ได้เกิดขึ้นในกรมอุตุนิยมวิทยาของเกาหลีที่มี จินฮาคยอง สาวนักพยากรณ์ที่ทั้งฉลาด เก่ง มีความเป็นระเบียบ และที่สำคัญคือเธอแยกเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวออกไปสิ้นเชิง และไม่คิดว่าจะต้องมีความสัมพันธ์อะไรกับเพื่อนร่วมงานทั้งนั้น ถึงนาดที่ว่าจะไม่มีความรักในที่ทำงานเลยแหละ จนกระทั่งวันหนึ่งที่ อีชีอู ชายหนุ่มที่มีไอคิวสูง และมีความมุ่งมั่นใจการทำงานสูงเช่นกัน แต่เธอก็ดันเผลอใจไปให้เขาซะงั้น จึงเกิดเป็นเรื่องราวโรแมนติกปนคอมเมดี้ที่ทั้งสนุกและได้เสียงหัวเราะไปด้วย ติดตามชมกันได้เลยยาวๆ วันเดียวจบแน่นอน

  • เวลา: 16 ตอน เฉลี่ยตอนละประมาณ 65 นาที (รวมแล้ว 17 ชม.)

4. The Adam Project: ย้อนเวลาหาอดัม (กดดูหนังที่นี่)

วันหยุดดูอะไรดี Netflix ดิสนีย์ disney+ 4

มาถึงเรื่องราวเนื้อหาที่เป็นภาพยนตร์กันบ้าง ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นหนังที่สร้างโดย Netflix เองและเหมาะกับคนที่ไม่รู้จะดูอะไรดีด้วย ใครที่เป็นแฟนๆ หนังของมาเวลบอกเลยว่านักแสดงหลักแทบจะยกมาทุกคนเลยก็ว่าได้ โดยเรื่องราวได้เกิดขึ้นกับ อดัม นักบินจากโลกในปี 2050 ที่ได้ขโมยยานและติดไทม์แมชชีนมาเพื่อที่จะย้อนไปยังปี 2018 เพื่อตามหาคนรักของเขา แต่ว่าดันผิดพลาดไปตกในปี 2022 แทน ซึ่งที่นี่ก็ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ไหนไกล แต่เป็นช่วงเวลาของตัวเขาเองในวัย 12 ขวบที่เพิ่งจะสูญเสียพ่อตัวเองไป เหลือแต่แม่เลี้ยงเดี่ยวเพียงคนเดียว หลังจากที่ทั้งสองรู้จักกันมากขึ้นจึงได้เริ่มทำภารกิจย้อนกลับไปในปี 2018 อีกครั้ง และเดินทางเพื่อไปตามหาทั้งคนรักและพ่อของเขาเองอกีครั้งด้วยเช่นกัน เรื่องนี้มีเนื้อหาที่สนุกน่าติดตามใช้ได้เลย และยังมีเรื่องราวทั้งความตลก และซึ้งปนกันไปด้วยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทุกๆ คน ใครที่ยังไม่ได้ดูแนะนำเลย

  • เวลา: 1 ชม. 46 นาที

5. Moon Knight (กดดูซีรีส์ที่นี่)

วันหยุดดูอะไรดี Netflix ดิสนีย์ disney+ 5

ข้ามมาที่ฝั่งของ Disney+ Hotstar กันบ้างกับซีรีส์ในจักรวาลมาเวลที่ได้เปิดตัวฮีโร่ตัวใหม่สายดาร์ก ที่ถือว่าเปิดตัวออกมาได้สนุกใช้ได้เลยทีเดียว โดยเรื่องนี้มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับ สตีเวน แกรนท์ ชายผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านอียิปต์โบราณ แต่ว่าเขานั้นมีอาชีพเป็นเพียงพนักงานในร้านขายของธรรมดา แต่เขานั้นมีอาการที่ต่างจากคนทั่วไป ซึ่งตัวเขาก็รู้ตัวเองดีว่าเหมือนมีใครอีกคนอยู่ในตัวเขาด้วย ที่สำคัญคือเขาแทบจะแยกไม่ออกด้วยว่าเขานั้นตื่นหรือฝันอยู่ เพราะบางครั้งที่ตื่นเขาก็จะไปอยู่ในที่ที่ไม่รู้จัก และยังเหมือนมีใครคอยบงการอยู่ในหัวเขาอีกด้วย ซึ่งอีกร่างที่แอบซ่อนอยู่นั่นก็คือ มาร์ค สเปกเตอร์ ทหารรับจ้างผู้ที่มีความเก่งกาจทางด้านการต่อสู้ แต่ก็ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้มีแค่ตัวตนเดียวที่อยู่ในตัวเขาด้วย ในตอนนี้ก็ได้ปล่อยออกมาแค่ 2 ตอน และกำลังจะมีตอนที่ 3 หลังจากเผยแพร่บทความนี้ ใครไม่รู้จะดูอะไรดีและเป็นแฟนมาเวลห้ามพลาดเด็ดขาด

  • เวลา: 6 ตอน (ตอน 3 กำลังมา) เฉลี่ยตอนละประมาณ 50 นาที (รวมตอนใหม่แล้ว 2.5 ชม.)

6. Turning Red: เขินแรงแดงเป็นแพนด้า (กดดูหนังที่นี่)

วันหยุดดูอะไรดี Netflix ดิสนีย์ disney+ 6

หนังอนิเมชันจากดิสนีย์และพิกซาร์ที่ดูได้แบบเพลินๆ เหมาะสำหรับยามว่างและไม่รู้จะดูอะไรดี ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้ทำออกมาในรูปแบบของพิกซาร์เหมือนเดิม ที่ได้ทั้งความซึ้งและเนื้อหาเรื่องราวที่สนุกแฝงไปด้วยข้อคิด ว่าด้วยเรื่องราวของ เหมยลี่ เด็กสาวอายุ 13 ปีลูกสาวคนเดียวของครอบครัวคนจีน แต่มาอยู่ในเมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา โดยตระกูลของเธอมีหน้าที่ในการดูแลศาลเจ้าประจำตระกูล ที่แม่ของเธออย่าง หมิง ที่คอยบอกให้เธออยู่แต่ในกรอบ จนกระทั่งวันหนึ่งที่เธอตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองเป็นแพนด้าตัวโตสีแดง ที่จะเปลี่ยนร่างเมื่อเธอตื่นเต้น เมื่อเธอรู้ความจริงว่าครอบครัวตัวเองมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ และจะไม่สามารถคืนร่างได้หากวันที่ดวงจันทร์สีเลือดมาถึง แต่ก็ยังมีความวุ่นวายของช่วงชีวิตวัยรุ่น เมื่อวงดนตรีที่เธอชอบจะมาแสดงใกล้ๆ บ้าน เธอจึงต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ โดยมีเพื่อนๆ ร่วมก๊วนเป็นตัวช่วยอยู่ข้างๆ

เวลา: 1 ชม. 35 นาที


7. Kotaro Lives Alone: โคทาโร่อยู่คนเดียว (กดดูซีรีส์ที่นี่)

วันหยุดดูอะไรดี Netflix ดิสนีย์ disney+ 9

ไหนๆ ก็มาทางอนิเมชันแล้ว ก็ขอต่อเนื่องกันด้วยอนิเมชันจากญี่ปุ่นบน Netflix เรื่องนี้ที่ถูกพูดถึงกันพอสมควร ถึงเนื้อหาที่ดูเหมือนจะเป็นการ์ตูนอนิเมชันปกติทั่วไป แต่เมื่อได้ดูแล้วก็ต้องพูดตามๆ กันว่าซึ้งเกินคาด แถมยังมีเนื้อหาที่น่าติดตามจนต้องดูจนจบกันไปเลย เรื่องราวของเรื่องเกิดขึ้นกับ โคทาโร่ เด็กชายวัย 4 ขวบที่ไม่มีทั้งพ่อและแม่ เขาจึงได้ออกมาเช่าห้องอยู่คนเดียว และได้เริ่มทำความรู้จักกับเพื่อนข้างห้องที่มีอยู่หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นนักวาดการ์ตูน ลุงหน้าโหด และสาวบาร์ ซึ่งนอกจากคนหลักๆ ในที่อพาร์ตเมนต์นี้ก็ยังมีคนอื่นๆ ที่เข้ามาในชีวิตของเขาด้วย และเรื่องราวก็จะค่อยๆ เฉลยออกมาว่าเกิดอะไรขึ้นกับโคทาโร่ และทำไมถึงต้องออกมาอยู่คนเดียว ถึงแม้ว่าเนื้อหาที่ดูบางตอนจะมีความสนุกปนตลกบ้าง แต่ก็ให้ข้อคิดกับเรื่องราวซึ้งๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เรื่องนี้มีเป็นแบบซีรีส์ด้วย แต่ที่คนพูดถึงเยอะๆ จะเป็นแบบอนิเมะมากกว่า

  • เวลา: 10 ตอน ตอนละประมาณ 30 นาที (รวมแล้ว 5 ชม.)

8. Free Guy: ขอสักทีพี่จะเป็นฮีโร่ (กดดูหนังที่นี่)

วันหยุดดูอะไรดี Netflix ดิสนีย์ disney+ 7

หนังที่ดูแล้วแก้เบื่อหรือดูได้เพลินๆ บน Disney+ แบบไม่ต้องคิดอะไรมากสำหรับคนที่ไม่รู้จะดูอะไรดีต้องเรื่องนี้เลย ที่มีการพูดถึงกันอย่างกว้างขวางถึงความกวนตั้งแต่ตัวอย่างหนัง หรือว่าโปสเตอร์ที่ทำตามแบบเกมดัง รวมไปถึงข่าวนักแสดงรับเชิญที่รวมมาอย่างคับคั่ง ถึงแม้ว่าเรื่องราวจะดูซับซ้อนเล็กน้อย แต่ก็สนุกและมีความตลกจนจบทั้งเรื่อง เรื่องราวของ กาย ที่เป็นหนุ่มธนาคารอาศัยอยู่ในโลกของเกม Free City และได้รับบทซ้ำไปซ้ำมาอยู่ตลอด จนกระทั่งมีผู้เล่นเกมที่ชื่อ โมโลทอฟเกิร์ล หรือว่ามิลลี่ (ในชีวิตจริง) ที่ได้ก้าวเข้ามาเล่นและกำลังหาหลักฐานสำคัญไปฟ้องคนสร้างเกมนี้ ที่เธอนั้นถูกก็อปโค้ดไป เมื่อกายรู้เรื่องนี้จึงอยากเปลี่ยนใจจากบทเดิมๆ และอยากเป็นฮีโร่กับเขาบ้าง จึงได้ออกจากบทเดิมๆ และมาช่วยเหลือมิลลี่แทน ก่อนที่ตัวเกมจะถูกปิดเซิฟเวอร์ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้นก็ต้องเข้าไปติดตามชมกัน

เวลา: 1 ชม. 54 นาที


9. Yaksha: ปฏิบัติการยักษ์ล้มยักษ์ (กดดูหนังที่นี่)

วันหยุดดูอะไรดี Netflix ดิสนีย์ disney+ 8

หนังที่เพิ่งเข้ามาใหม่ล่าสุดบน Netflix ที่เป็นหนังเกาหลีเกี่ยวกับสายลับและมีเนื้อหาแอ็คชันลุ้นระทึก เรื่องนี้ได้พูดถึงเรื่องราวของ คังอิน ที่เป็นหัวหน้าทีมปฏิบัติการลับของ NIS ในประเทศจีน และเป็นคนที่ทำทุกวิถีทางเพื่อบรรลุเป้าหมาย ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม เขาจึงได้ฉายาว่า ยักษ์ (หรือ Yacha ในภาษาเกาหลี) ในขณะที่ ฮันจีฮุน อัยการสำนักงานเขตในกรุงโซล ที่มีความเที่ยงตรงจนเรียกได้ว่าทำตามกฎหมายในทุกๆ เรื่อง จนกระทั่งเขาต้องไปทำงานอยู่ที่เสิ่นหยาง ในประเทศจีนในฐานะสายลับ และทำให้เขาต้องเข้าไปร่วมมือกับคังอิน เพื่อตามหาเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่หายตัวไป โดยที่ทั้งสองนั้นมีนิสัยต่างกันสุดขั้ว เขาจะต้องสืบเรื่องนี้ที่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องอันตรายที่มากขึ้นด้วย เรื่องนี้ถือว่าดูได้สนุกพอสมควร ถ้าไม่รู้จะดูอะไรดี และไม่ได้คิดเยอะว่าจะต้องดีเยี่ยมมากนัก

เวลา: 2 ชม. 5 นาที


10. Metal Lords: เมทัลลอร์ด (กดดูหนังที่นี่)

วันหยุดดูอะไรดี Netflix ดิสนีย์ disney+ 10

ขอปิดท้ายกันด้วยหนังใหม่จาก Netflix อีกเช่นกันที่สามารถดูได้แบบสบายๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก เหมาะกับการดูยามว่างและไม่รู้จะดูอะไรดี เพื่อผ่อนคลายอย่างแท้จริง โดยเรื่องนี้ถึงแม้ว่าจะเน้นไปที่การเล่นดนตรีเป็นหลัก แต่ก็มีการพูดถึงเรื่องราวของชีวิตช่วงวัยรุ่นแบบ Coming of Age ได้เป็นอย่างดีทีเดียว โดยเรื่องนี้ได้พูดถึง เควิน กับ ฮันเตอร์ สองหนุ่มวัยรุ่นม.ปลาย ที่ได้ก่อตั้งวงดนตรีแนวเมทัลขึ้นมา แต่ก็ไม่สามารถทำได้ดีมากนัก เนื่องจากทั้งโรงเรียนก็มีแค่พวกเขาสองคนที่สนใจดนตรีแนวนี้ และเล่นได้เพียงกลองกับกีตาร์เท่านั้น ยังขาดมือเบสไปอีกคน จะมีก็เพียง เอมิลี่ สาวที่สามารถเล่นเชลโล่ได้ แต่ก็แน่นอนว่าทั้งหมดจะต้องหาความเข้ากันให้ได้ก่อน เพราะแต่ละคนก็ยังจูนกันไม่ติด ทั้งสามจึงต้องฝึกและร่วมมือกันเพื่อขึ้นเวที Battle of the Bands ให้ได้ เรื่องนี้ใครที่ไม่ชอบเพลงแนวนี้ก็ดูได้แบบสนุกๆ เลย เพราะเนื้อหาทำออกมาได้ดีอยู่แล้ว

เวลา: 1 ชม. 38 นาที


แล้วทั้งหมดนี้ก็เป็นหนังและซีรีส์ที่น่าดูบน Netflix หรือ Disney+ Hotstar ทั้ง 10 เรื่องที่เราได้นำมาฝากกันในวันนี้ สำหรับคนที่อยู่บ้านว่างๆ และไม่รู้จะดูอะไรดี โดยแต่ละเรื่องนั้นเราได้เลือกมาจากความนิยม และกำลังฮิตอยู่ในตอนนี้ ซึ่งความยาวของแต่ละเรื่องส่วนใหญ่แล้วจะหนักไปซีรีส์เกาหลี ที่มีตอนเยอะและใช้เวลาในการดูค่อนข้างเยอะทีเดียว เรียกได้ว่าหมดทั้งวันก็อาจจะดูไม่จบด้วย ส่วนตารางตัวอย่างที่เราจัดวันกับการดูหนังและซีรีส์ไว้ให้นั้น ใครมีเวลาว่างช่วงเวลาและวันไหน ก็สามารถเลือกดูได้ตามช่วงเวลาตัวอย่างที่เราบอกไว้ได้เลย อย่างเช่นใครที่ว่างวันที่ 13 เต็มวันก็เลือกดูซีรีส์ยาวๆ ทั้งวันได้ แต่ถ้าวันไหนที่ว่างแค่บางช่วงเวลา ก็ลองหยิบยกหนังตามช่วงเวลาตัวอย่างแต่ละเรื่อง ที่เราได้แนะนำไว้ก็ได้ หรือถ้าไม่รู้จะดูอะไรดีและอยากดูเรื่องอื่นๆ แนวอื่นนอกจากนี้ ก็สามารถเลือกดูจากบทความที่เกี่ยวข้องด้านล่างได้เลย แล้วถ้ามีเรื่องไหนน่าสนใจอีก เราก็จะนำมาฝากกันอีกเรื่อยๆ เลยนะครับ


บทความที่เกี่ยวข้อง