สำหรับเจ้า iPad Air 2 ก็ถือเป็นการปรับปรุงจาก iPad Air รุ่นแรกทั้งในเรื่องของสเปคที่แรงขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งการปรับเปลี่ยนดีไซน์ในบางส่วนและเพิ่มเติมสียอดฮิตของพี่น้องชาวไทยอย่างสีทองเข้ามาเพิ่มอีกด้วย โดยสเปคที่เปลี่ยนแปลงไปนั้นหลักๆ ก็จะอยู่ที่ตัว CPU ที่ใช้เป็นชิปเซ็ตรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Apple A8X ที่แรงยิ่งกว่าใน iPhone 6 เสียอีกครับ เพราะชิปเซ็ต Apple A8X บน iPad Air 2 นั้นเป็นชิปเซ็ตแบบ Triple Core ตัวแรกของค่ายเลยทีเดียว (ปกติจะเป็น Dual Core) ส่วนสเปคอื่นๆ ก็จะประมาณนี้ครับสำหรับ iPad Air 2

สเปค iPad Air 2 Wifi

  • ชิปประมวลผล Apple A8X Triple-Core ความเร็วสูงสุด 1.5 GHz
  • ชิปกราฟฟิค?PowerVR GXA6850 ตัวท็อปสุดในซีรี่ส์ และ Apple ได้นำมาปรับแต่งเพิ่มเติม
  • มีชิปประมวลผล M8 ช่วยจับและประมวลผลการเคลื่อนไหว
  • แรม 2 GB
  • หน้าจอขนาด 9.7 นิ้ว Retina 264?PPI กระจกจอเคลือบสารกันสะท้อน
  • มีความจุให้เลือกทั้ง 16, 64 และ 128 GB
  • กล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f2.2 ถ่ายวีดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด 1080p
  • กล้องหน้าความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล ถ่ายรูปได้สว่างขึ้นกว่าเดิม
  • มาพร้อม iOS 8 (รองรับการอัพเดตเป็น iOS 8.1.1 และ iOS 8.2 ในอนาคต)
  • แบตเตอรี่ความจุ 7340 mAh
  • มาพร้อม Touch ID ที่ปุ่มโฮม

แพคเกจกล่องที่บรรจุ iPad Air 2 ก็ยังคงออกแบบมาในสไตล์คล้ายรุ่นเดิม จะมีที่แตกต่างจากเดิมก็ตรงรูปด้านหน้านี่แหละครับ โดยรูปติดกล่อง iPad Air 2 จะเน้นโชว์ความบางที่ด้านข้าง ส่วนอุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องนี่ก็เหมือนเดิมเลย คือมีสาย Lightning กับอแดปเตอร์จ่ายไฟ 10W แล้วก็พวกคู่มือกับสติ๊กเกอร์รูปแอปเปิ้ลครับ

Unbox-Apple-iPad-Air-2-SpecPhone 004

ส่วน iPad Air 2 รุ่น Wifi + Cellular หรือรุ่นที่ใส่ซิมเพื่อเล่นเน็ตได้นั้น ก็จะมีความแตกต่างจาก iPad Air 2 ที่เรารีวิวแค่เพียงช่องใส่ซิมเท่านั้นเองครับ ส่วนที่เหลือสามารถใช้อ้างอิงด้วยกันได้หมด เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงครับ อ่านรีวิว iPad Air 2 Wifi ก็ทดแทนกันได้สบายๆ

Share on facebook
Share on twitter
Jamikorn Singnamthieng

Jamikorn Singnamthieng

Follow us on Social Media

Popular Post