นอกจากชิปเรือธงที่มีทั้ง Snapdragon 8 Elite Gen 5, Dimensity 9500 และ Exynos 2600 ที่อยู่บนมือถือรุ่นระดับสูง ก็ยังมีชิประดับพรีเมียมรองเรือธง (Premium Sub-Flagship) ที่น่าสนใจอยู่ด้วย ระหว่างสองค่ายใหญ่คือ Qualcomm ที่ส่ง Snapdragon 8s Gen 4 ที่เน้นความคุ้มค่าและประสิทธิภาพระดับบน ส่วนอีกฝั่งคือ MediaTek ที่มีทีเด็ด Dimensity 8500 Ultra ที่ถือเป็นชิปนักฆ่าเรือธง ถ้าจะต้องเอามาเปรียบเทียบ Snapdragon 8s Gen 4 vs Dimensity 8500 Ultra กันแล้วรุ่นไหนจะแรงกว่ากัน และมีความต่างกันแค่ไหน จากการทดสอบผ่าน POCO F7 (ชิป Snapdragon 8s Gen 4) และ POCO X8 Pro (ชิป Dimensity 8500 Ultra) โดย gizmochina
เปรียบเทียบชิป Snapdragon 8s Gen 4 vs Dimensity 8500 Ultra
| Snapdragon 8s Gen 4 | Dimensity 8500 Ultra | |
| วันเปิดตัว | เมษายน 2025 | มกราคม 2026 |
| สถาปัตยกรรม | 4 นาโนเมตร (TSMC) | 4 นาโนเมตร (TSMC) |
| แกน CPU | 8-core 1 x 3.2GHz — Cortex-X4 3 x 3.0GHz — Cortex-A720 2 x 2.8GHz — Cortex-A720 2 x 2.02GHz — Cortex-A720 | 8-core 1 x 3.4 GHz — Cortex-A725 3 x 3.2 GHz — Cortex-A725 4 x 2.2 GHz — Cortex-A725 |
| GPU | Adreno 825 รองรับ Ray Tracing | Mali-G720 MP8 รองรับ Ray Tracing |
| NPU | Qualcomm Hexagon NPU | MediaTek NPU 880 |
| RAM | LPDDR5X, สูงสุด 4.8GHz | LPDDR5X, สูงสุด 4.8GHz |
| Storage | UFS 4 | UFS 4 + MCQ |
| กล้อง | MediaTek Imagiq 1080 ISP สูงสุด 320MP บันทึกวิดีโอ 4K/60fps | Qualcomm Spectra ISP สูงสุด 320MP บันทึกวิดีโอ 4K/60fps |
| การเชื่อมต่อ | Snapdragon X75 5G modem ดาวน์โหลดเร็วสุด 4.2Gbps Wi-Fi 7 (เร็วสุด 5.8 Gbps) Bluetooth 6.0 | MediaTek 5G modem ดาวน์โหลดเร็วสุด 5.17Gbps Wi-Fi 76E Bluetooth 5.4 |
โครงสร้าง CPU
จะเห็นได้ว่าโครงสร้างสถาปัตยกรรม ทั้งสองตัวอยู่ในระดับ 4 นาโนเมตรของ TSMC เหมือนกัน แต่มีวิธีจัดวางคอร์ที่ต่างกันชัดเจน ทางฝั่ง Dimensity 8500 Ultra มาพร้อมดีไซน์แบบ All-Big-Core คือใช้คอร์ใหญ่ทั้งหมด ไม่มีคอร์ประหยัดพลังงานเลย
ส่วนฝั่ง Snapdragon 8s Gen 4 จะจัดวางแบบแกนผสมยอดฮิต 1+3+2+2 ที่ถึงแม้ว่าความเร็วสูงสุดของฝั่งนี้จะน้อยกว่านิดหน่อย (3.2 GHz เทียบกับ 3.4 GHz) แต่การมีคอร์ใหญ่อย่าง Cortex-X4 ก็ทำให้สามารถเล่นเกมและแอปหนัก ๆ ได้ดีงามไม่แพ้กัน
Snapdragon 8s Gen 4 vs Dimensity 8500 Ultra ผลทดสอบผ่าน Benchmark
| Snapdragon 8s Gen 4 | Dimensity 8500 Ultra | |
| คะแนน Geekbench 6 | ||
| Single-Core | 2,047 | 1,603 |
| Multi-Core | 6,620 | 6,411 |
| คะแนน AnTuTu | ||
| ผลคะแนน | 2,326,902 | 2,110,684 |
| CPU | 682,606 | 601,843 |
| GPU | 811,300 | 655,088 |
| Memory | 374,937 | 370,749 |
| UX | 458,059 | 483,004 |
| 3DMark | ||
| ลูปสูงสุด | 4,470 | 4162 |
| ลูปต่ำสุด | 3,542 | 3056 |
| ความเสถียร | 79.24% | 73.43% |



คะแนนจากการทดสอบ Geekbench 6
จากการทำสอบผ่าน Geekbench 6 ผลคะแนนที่ออกมาจะเห็นได้ว่า Snapdragon 8s Gen 4 นำโด่งในเรื่องคะแนนแบบ Single-Core ถึง 27% ด้วยตัวคอร์ Cortex-X4 นั่นเอง ส่วนคะแนนแบบ Multi-Core ถือว่าเบียดกันสูสีกันมาเลย ห่างกันแค่ประมาณ 3% เท่านั้น เรียกว่าถ้าเป็นการทำงานสลับแอปไปมาหลายหน้าจอ แทบไม่ต่างกันเลย
คะแนนจากการทดสอบ AnTuTu v11
ถ้าดูจากคะแนนรวมของ AnTuTu v11 ผลที่ออกมาก็บอกได้ชัดเจนว่า Snapdragon 8s Gen 4 ชนะไปได้ด้วยคะแนนที่ทิ้งห่างไปพอสมควร และถ้าดูจากภายในหมวด CPU ก็นำไปประมาณ 13% แต่จุดที่ทิ้งห่างกันมากที่สุดคือหมวด GPU ที่ฝั่ง Snapdragon ทำคะแนนนำไปถึง 23% เลยทีเดียว ส่วนคะแนนของหน่วยความจำอันนี้ถือว่าใกล้เคียงกัน จะมีเพียงตัว UX เท่านั้นที่ Dimensity ทำคะแนนแซงขึ้นมาได้นิดหน่อย
คะแนนจากการทดสอบ 3DMark
สุดท้ายคือการทดสอบกราฟิกจากการเล่นเกมหนักๆ ด้วย 3DMark เพื่อดูความเสถียรอันนี้ตัว Adreno 825 ของ Snapdragon 8s Gen 4 ทำผลงานได้เหนือกว่า Mali-G720 MP8 ของ Dimensity 8500 Ultra ทุกด้านเลย จากคะแนนสูงสุดและคะแนนต่ำสุดฝั่ง Snapdragon ก็ยังสูงกว่า รวมไปถึงค่าความเสถียรของ Snapdragon ก็ยังทำได้สูงกว่า หมายความว่าถ้าเอาไปเล่นเกมต่อเนื่องนานๆ ฝั่ง Snapdragon จะคุมเฟรมเรตได้นิ่งกว่า และเกิดอาการกระตุกน้อยกว่า
ประสิทธิภาพการทำงานของชิป Snapdragon 8s Gen 4 vs Dimensity 8500 Ultra

ประสิทธิภาพของ CPU ถึงแม้ว่าชิปทั้งสองตัวจะมี CPU แบบ 8 คอร์และใช้ชุดคำสั่ง ARMv9.2-A เหมือนกัน แต่โครงสร้างการวางคอร์ด้านในก็มีความต่างกันอยู่ด้วย เพราะว่าฝั่ง Snapdragon 8s Gen 4 ใช้การจัดเรียงแบบ 1+3+2+2 โดยมีคอร์หลักตัวแรงสุดคือ Cortex-X4 หนึ่งตัว ส่วนที่เหลืออีกเจ็ดตัวคือ Cortex-A720 ที่มีความเร็วลดกันไปตามลำดับ
แต่ในส่วนของ Dimensity 8500 Ultra เลือกใช้การจัดเรียงแบบ 1+3+4 ซึ่งเป็นคอร์ Cortex-A725 ทั้งหมด แต่เซ็ตความเร็วสูงสุดต่างกันเพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างความแรง และการประหยัดพลังงาน และจากสเปคที่มีความเร็วมากกว่า แต่การที่ Snapdragon มีคอร์ระดับเรือธงอย่าง Cortex-X4 เข้ามา ก็ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมออกมาเหนือกว่านั่นเอง
ประสิทธิภาพของ GPU ตรงนี้ Snapdragon 8s Gen 4 มาพร้อมกับ Adreno 825 ที่มีประสิทธิภาพและความเสถียรที่ดีกว่า Mali-G720 ของ Dimensity 8500 Ultra โดยมี GPU แบบแบ่งส่วนและมีฟีเจอร์ Snapdragon Elite Gaming พ่วงมาด้วย และระบบนี้ก็มีตัวช่วยอย่าง Adaptive Performance Engine และ Frame Motion Engine 2.0 ที่ช่วยให้เล่นเกมได้ลื่นไหลสุดๆ พร้อมกับประหยัดแบตเตอรี่ไปในตัว
ส่วนฝั่ง Dimensity 8500 Ultra ก็มีเทคโนโลยี MediaTek HyperEngine ที่การันตีการเล่นเกมเฟรมเรตสูงระดับ 120FPS และการจัดการพลังงานที่ดีเช่นกัน แต่ Snapdragon จะมีความได้เปรียบในเรื่องความเสถียร และอาการเฟรมเรทตกที่น้อยกว่าเวลาเล่นเกมลากยาวต่อเนื่อง
ประสิทธิภาพของ NPU ทั้งสองค่ายจัดมีระบบ NPU มาให้รันโมเดลภาษาขนาดใหญ่ LLMs ได้ในตัวเอง โดยฝั่ง Snapdragon มีชิป Hexagon NPU ที่พัฒนาหน่วยความจำแชร์เพิ่มขึ้น 2 เท่า และประมวลผลไวขึ้นกว่ารุ่นเดิม ส่วนฝั่ง Dimensity ก็มี NPU 880 ที่ฉลาดไม่แพ้กัน
ส่วนเรื่องของกล้อง (ISP) ทั้งคู่รองรับกล้องเดี่ยวความละเอียดสูงสุดถึง 320MP และถ่ายวิดีโอ 4K ที่ 60fps ได้เหมือนกัน แต่ฝั่ง Snapdragon 8s Gen 4 จะได้เปรียบตรงที่ใช้ Spectra ISP แบบ 18-bit มีฟีเจอร์แบ่งเลเยอร์ภาพเพื่อแต่งสีผิว และท้องฟ้าแบบเรียลไทม์ได้ถึง 250 เลเยอร์ ส่วนฝั่ง Dimensity 8500 Ultra จะใช้ชิป Imagiq 1080 ISP ที่ชูจุดเด่นเรื่องการถ่ายภาพแบบไร้การหน่วงเวลาหรือ Zero Shutter Lag เป็นหลัก
สุดท้ายคือเรื่องของระบบการเชื่อมต่อ ที่ตรงนี้มีจุดเด่นสลับกันคนละแบบ โดยฝั่ง Dimensity 8500 Ultra ทำความเร็วในการดาวน์โหลดผ่านสัญญาณ 5G ได้สูงสุดถึง 5.17 Gbps ซึ่งทำได้เร็วกว่าโมเด็ม Snapdragon X75 ของฝั่ง Snapdragon ที่ทำได้ 4.2 Gbps แต่ถ้ามองในระยะยาว Snapdragon 8s Gen 4 น่าจะกินขาดมากกว่า เพราะรองรับเทคโนโลยีใหม่อย่าง Wi-Fi 7 และ Bluetooth 6.0 เรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ฝั่ง Dimensity ยังหยุดอยู่ที่ Wi-Fi 6E และ Bluetooth 5.4 เท่านั้น
Snapdragon 8s Gen 4 vs Dimensity 8500 Ultra มีรุ่นไหนใช้อยู่บ้าง?
ชิป Snapdragon 8s Gen 4
- POCO F7
- Nothing Phone (3): ราคาเริ่มต้น 27,999 บาท (Shopee/ Lazada)
- OnePlus Nord 6
- OnePlus Turbo 6
- iQOO Neo 10: ราคาเริ่มต้น 13,990 บาท (Shopee/ Lazada)
- OPPO K13 Turbo Pro
- Honor 500
- Xiaomi Pad 8: ราคาเริ่มต้น 11,990 บาท (Shopee/ Lazada)
ชิป Dimensity 8500 Ultra
- POCO X8 Pro 5G: ราคาเริ่มต้น 12,999 บาท (Shopee/ Lazada)
- Redmi Turbo 5
- Xiaomi 17T: ราคาเริ่มต้น 19,999 บาท (Shopee/ Lazada)
บทสรุปรุ่นไหนแรงกว่ากันในปี 2026
ถ้ามองภาพรวมของตลาดมือถือในช่วงปี 2025 – 2026 ที่ผ่านมาต้องยอมรับเลยว่าการแข่งขันในกลุ่มรองเรือธง นั้นดุเดือดและแทบจะขยับสเปคเข้าใกล้ระดับเรือธงเข้าไปทุกที ทั้ง Snapdragon 8s Gen 4 vs Dimensity 8500 Ultra ต่างก็มีเทคโนโลยีที่ชนกันได้แบบสมน้ำสมเนื้อ แต่ถ้าดูจากหลายๆ อย่างประกอบกัน ความเสถียรเวลาเล่นเกมกราฟิกหนักๆ ลากยาวต่อเนื่อง รองรับเทคโนโลยีที่ใหม่กว่าอย่าง Wi-Fi 7, Bluetooth 6.0 Snapdragon 8s Gen 4 ชนะไปได้แน่นอน
แต่ถ้าใครมองหาความแรงที่มาพร้อมความคุ้มค่า เน้นใช้งานทั่วไป เปิดแอปสลับไปมาไม่มีสะดุด Dimensity 8500 Ultra ก็ถือเป็นชิปแรงอีกหนึ่งทางเลือกที่พร้อมใช้งานได้ลื่นไหลขั้นสุดในราคาที่อาจจะเข้าถึงได้ง่ายกว่า
