Close Menu
    Facebook X (Twitter) YouTube TikTok
    SpecPhone
    • ข่าวล่าสุด
    • รีวิว
    • ค้นหามือถือ
    • วิดีโอ
    • บทความ
    • ติดต่อเรา
    Facebook YouTube TikTok X (Twitter)
    SpecPhone
    Home»Editorial»เทียบความต่างระหว่าง Siri AI vs Gemini บนมือถือ Android และ Apple มีความต่างกันแค่ไหน?
    Editorial

    เทียบความต่างระหว่าง Siri AI vs Gemini บนมือถือ Android และ Apple มีความต่างกันแค่ไหน?

    IamnotspockBy Iamnotspock10 มิถุนายน 2026
    Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Tumblr Email
    เทียบความต่างระหว่าง Siri AI vs Gemini บนมือถือ Android และ Apple มีความต่างกันแค่ไหน?
    Share
    Facebook Twitter LinkedIn Pinterest Email

    ต้องบอกว่าสมาร์โฟนในยุคนี้จะขาด AI ในการใช้งานไปไม่ได้เลย และหลังจากที่ Apple เพิ่งจะเปิดตัว Siri ใหม่ที่เรียกว่า Siri AI ที่ฉลาดขึ้นพร้อมจับมือกับ Google ด้วย งานนี้เลยทำให้หลายคนเริ่มสงสัยและอยากรู้ว่า Siri AI vs Gemini ที่มีอยู่บนมือถือฝั่ง Android ในปีนี้ ถ้านำมาเทียบกันระหว่างฝั่ง Android และ Apple ในการใช้งานจริง จะมีความต่างกันแค่ไหน เพราะมีบางส่วนที่คล้ายกัน และจุดที่ต่างกันอยู่ด้วย เพราะทั้งสองฝั่งมีวิธีคิด การเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว และสไตล์การตอบกลับที่ต่างกันชัดเจนเลย ถ้าใครกำลังอยากรู้ว่า AI ตัวไหนจะช่วยให้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้น และเข้ากับสไตล์เรามากที่สุดก็ลองมาดูกันไปได้เลยว่าทั้งสองตัวนี้มีความเหมือน หรือความต่างกันมากแค่ไหน

    สรุปเปรียบเทียบ Siri AI vs Gemini เหมือนหรือต่างกันแค่ไหน?

    เปรียบเทียบ Siri AI vs Gemini

    เทียบความต่างระหว่าง Siri AI vs Gemini บนมือถือ Android และ Apple มีความต่างกันแค่ไหน?
    เทียบความต่างระหว่าง Siri AI vs Gemini บนมือถือ Android และ Apple มีความต่างกันแค่ไหน?

    ก่อนอื่นสิ่งที่ควรรู้สิ่งแรกเลยก็คือ เบื้องหลังความฉลาดของฝั่ง Apple รอบนี้มี Google เข้ามาเอี่ยวด้วย ในงานเปิดตัวล่าสุดมีการเปิดเผยว่า Apple ได้ร่วมมือกับ Google โดยดึงเอาเทคโนโลยีเบื้องหลังตระกูล Gemini มาใช้พัฒนาจนกลายเป็นโมเดลพื้นฐานเจเนอเรชั่นใหม่ หรือที่เราเรียกกันว่า Siri AI นั่นเอง ดังนั้นพื้นฐานต่างๆ ก็อาจจะมีความคล้ายกันอยู่บ้าง แต่ในการใช้งานจริง ฝั่ง Apple เองก็จะมีการปรับใช้ให้แตกต่างไปจากฝั่ง Android นั่นเอง

    แอป Siri AI vs Gemini

    เทียบความต่างระหว่าง Siri AI vs Gemini บนมือถือ Android และ Apple มีความต่างกันแค่ไหน?
    เปรียบเทียบ Siri AI vs Gemini

    การอัปเกรดจาก Siri ธรรมดามาเป็น Siri AI อันนี้ก็จะเหมือนตอนที่ฝั่ง Android ได้เปลี่ยนจาก Google Assistant ตัวช่วยอัจฉริยะมาเป็นแอป Gemini เลย เพราะตอนนี้ Siri มาพร้อมความสามารถล้ำๆ อย่างการเข้าใจบริบทส่วนตัว สั่งงานแอปได้ รับรู้ว่ามีอะไรอยู่บนหน้าจอ เข้าใจรูปภาพ มีความรู้รอบตัวกว้างขวาง แถมยังโต้ตอบพูดคุยได้เป็นธรรมชาติสุดๆ

    แต่จุดที่ต่างกันชัดเจนคือเรื่องหน้าตาการใช้งาน ที่ฝั่ง Apple จะแสดงผลผ่าน Dynamic Island เด้งลงมาจากขอบจอด้านบน ถ้าอยากดูเต็มๆ ก็แค่ปัดลงมา แถมยังมีแอป Siri แยกต่างหากเพื่อดูประวัติการแชทต่างๆ ซึ่งตรงนี้จะคล้ายๆ กับ Google Keep ด้วย ส่วนฝั่ง Android หน้าต่าง Gemini จะเด้งขึ้นมาจากด้านล่างของจอแทน ด้วยการกดปุ่มลัดหรือปุ่มอื่นๆ ตามที่ได้ตั้งค่าไว้

    เสียงพูดของ Siri vs Gemini

    เรื่องเสียงพูดเพื่อเรียกใช้งานหรือรับคำสั่ง Apple จะทำให้ Siri มีน้ำเสียงที่แสดงอารมณ์ได้ดีขึ้น มีแถบให้ปรับความเร็วและระดับการแสดงอารมณ์ได้ตามที่ต้องการ แต่ทางฝั่ง Google ก็เตรียมเพิ่มสำเนียงท้องถิ่นให้ Gemini ในเร็วๆ นี้

    สำหรับการพิมพ์ด้วยเสียงของ Apple นั้นจะแม่นยำขึ้นมาก เก็บรายละเอียดเป๊ะตั้งแต่การสะกดคำ ไปจนถึงเครื่องหมายวรรคตอน ในขณะที่ฝั่ง Google กำลังจะส่งฟีเจอร์ Gboard Rambler ลงอุปกรณ์ Gemini ที่ล้ำไปอีกขั้น คือเวลาใช้งานไม่ต้องคิดคำให้เป๊ะก่อนพูด แค่พูดออกไปเลย แล้วทาง AI จะทำความเข้าใจความหมาย บริบท และอารมณ์ของการพูด แล้วนำมาเรียบเรียงเป็นข้อความสั้นๆ ที่ยังคงเป็นสไตล์การพูดของเราให้อัตโนมัติ

    โหมดกล้อง Siri vs Google Lens

    เทียบความต่างระหว่าง Siri AI vs Gemini บนมือถือ Android และ Apple มีความต่างกันแค่ไหน?
    เปรียบเทียบ Siri AI vs Gemini

    ในส่วนนี้ทาง Apple ได้เพิ่มโหมด Siri เข้ามาในแอปกล้องเลย ทำออกมาให้ใช้งานเป็นขั้นเป็นตอน และเข้าใจง่ายกว่า Google Lens หรือการส่งรูปให้ Gemini ดู ตัวอย่างเช่น ส่องกล้องไปที่จานอาหารเพื่อดูข้อมูลโภชนาการ ส่องบิลค่าอาหารเพื่อเลือกรายการแล้วหารค่าข้าวกับเพื่อนผ่าน Apple Cash หรือส่องตารางงานต่างๆ เพื่อให้ระบบแนะนำการเพิ่มนัดหมายหลายๆ งานลงปฏิทินให้แบบรวดเดียวจบ ดังนั้นในความง่ายในการใช้งานง่าย Siri AI ก็น่าจะทำได้ไวกว่า

    เว็บบราวเซอร์ Safari กับ Google Chrome

    ใน Safari มีการใช้ AI มาช่วยจัดกลุ่มแท็บตามหัวข้อ ซึ่ง Chrome เคยทดสอบฟีเจอร์นี้ไปแล้วเมื่อปี 2024 แต่ที่น่าสนใจคือ Safari มีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ ที่จะคอยเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของหน้าเว็บให้ได้ด้วย แค่ใช้ภาษาพูดบอกความต้องการ แล้วปิดแท็บไปได้เลย พอเว็บมีการเปลี่ยนแปลง มันก็จะส่งแจ้งเตือนมาให้ทันที

    ตรงนี้ฝั่ง Gemini ก็ทำได้เหมือนกันผ่านการตั้งเวลาหรือ Spark แต่ของ Safari จะเน้นการใช้งานที่ตรงจุดกว่า นอกจากนี้ Apple ยังมีแอป Passwords ที่คอยจัดการล็อกอินและแก้รหัสผ่านให้เองในแต่ละเว็บ (ซึ่ง Chrome ก็มีระบบคล้ายกันนี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว) และทีเด็ดอีกอย่างคือการสั่งให้ Safari สร้างส่วนขยายปรับแต่งหน้าเว็บตามต้องการได้ง่ายๆ แค่พิมพ์บอกเป็นภาษาพูดปกติ

    การจัดการข้อความและสายเรียกเข้า

    เทียบความต่างระหว่าง Siri AI vs Gemini บนมือถือ Android และ Apple มีความต่างกันแค่ไหน?
    เปรียบเทียบ Siri AI vs Gemini

    ตรงจุดนี้ Apple ใช้ AI ทำความเข้าใจบริบทของการพูดคุยในข้อความ และมีปุ่มแนะนำให้กดใช้งานได้ในแตะเดียว เช่น สร้างการแจ้งเตือนหรือจดโน้ต ซึ่งแอปข้อความของ Google มีฟีเจอร์แนวๆ นี้มาตั้งแต่ก่อนยุค AI แล้ว และในมือถือ Pixel ก็มีฟีเจอร์ที่ช่วยดึงรูปภาพขึ้นมาให้เลยถ้ามีคนทักแชทมาถามหา ส่วนเรื่องการโทร Apple มีฟีเจอร์ที่ดึงข้อมูลสำคัญจากแอปต่างๆ ขึ้นมาโชว์ให้ตอนคุยสายเลย เช่น โทรหาสายการบินแล้วมีรหัสยืนยันเที่ยวบินโชว์ขึ้นมา ซึ่งฝั่ง Google เองก็ใช้ฟีเจอร์แนวๆ นี้ดึงข้อมูลมาแสดงได้เหมือนกัน

    การจัดการปฏิทิน และ Home รวมถึงคำสั่งลัด

    สำหรับการเพิ่มการนัดหมายในปฏิทิน ทั้ง Apple และ Gemini มีช่องข้อความให้เราพิมพ์บอกรายละเอียดเป็นการพูดเพื่อสร้างนัดหมายได้เลย ส่วนแอปควบคุมบ้านทาง Apple ใช้ AI ช่วยรวมการแจ้งเตือนหลายๆ อันเข้าด้วยกันให้ดูง่ายขึ้น สรุปคลิปจากกล้องวงจรปิด และค้นหาข้อมูลต่างๆ ภายในแอปได้ ซึ่งความสามารถนี้ก็สูสีกับฝั่งแอป Google Home ที่ใช้พลังของ Gemini อยู่แล้ว

    ส่วนคำสั่งลัดอันนี้ของ Apple ทำได้น่าสนใจมากตรงที่สามารถเปลี่ยนคำสั่งจากการพูดทั่วไปให้กลายเป็นทางลัด (Shortcuts) เพื่อสั่งงานในเครื่องได้เลย ในขณะที่ฝั่ง Android ยังไม่มีฟีเจอร์ระดับระบบปฏิบัติการที่เทียบเท่าในจุดนี้ได้

    การสร้างภาพและตกแต่งรูป

    เทียบความต่างระหว่าง Siri AI vs Gemini บนมือถือ Android และ Apple มีความต่างกันแค่ไหน?
    เทียบความต่างระหว่าง Siri AI vs Gemini บนมือถือ Android และ Apple มีความต่างกันแค่ไหน?
    เปรียบเทียบ Siri AI vs Gemini

    Apple มีแอป Image Playground แยกออกมาเฉพาะสำหรับสร้างภาพเสมือนจริงเลย ซึ่งการมีแอปแยกแบบนี้ช่วยให้ใช้งานได้เป็นสเต็ป และเข้าถึงง่ายกว่าการสั่งผ่านแอป Gemini ส่วนแอปรูปภาพก็มีการอัปเกรดเครื่องมือลบวัตถุให้เนียนสมจริงขึ้น ขยายภาพให้กว้างขึ้น และมีฟีเจอร์ Spatial Reframing ที่ให้เราเปลี่ยนมุมมองของภาพได้เหมือนกับย้ายตำแหน่งกล้องไปถ่ายจากมุมอื่นในสถานที่จริงได้ด้วย

    แต่ตรงนี้ก็ต้องแยกอีกว่ามือถือ Android นั้นมีหลายๆ แบรนด์ที่สามารถใช้ AI ของตัวเองตกแต่งและลบวัตถุได้ดีเหมือนกัน เผลอๆ จะเนียนกว่าด้วยในบางแบรนด์ แต่ถ้าต้องแยกมาเฉพาะแค่ของ Siri AI vs Gemini สองอันนี้ก็เรียกได้ว่าของ Siri ก็ดูใช้ง่ายกว่าหน่อย

    บริการแบบเสียเงิน iCloud+ และ Google One

    เทียบความต่างระหว่าง Siri AI vs Gemini บนมือถือ Android และ Apple มีความต่างกันแค่ไหน?

    ปิดท้ายกันที่เรื่องข้อจำกัดการใช้งาน ทั้งสองค่ายมีแนวทางคล้ายกันคือการใช้ระบบสมาชิกเพื่อปลดล็อกการเข้าถึงที่มากขึ้น อย่าง Apple ก็มีการอธิบายว่าการสร้างภาพด้วย AI จะมีขีดจำกัดการใช้งานต่อวัน เพราะฟีเจอร์เหล่านี้ต้องพึ่งพาการประมวลผลจากเซิร์ฟเวอร์ที่ทรงพลัง ใครอยากใช้แบบจัดเต็มก็ต้องพึ่งพาแพ็กเกจเสียเงินอย่าง iCloud+ ส่วนฝั่ง Google ก็มีบริการ Google One รอรับไม้ต่อในรูปแบบเดียวกันอยู่แล้ว ตรงนี้ก็เลยไม่ได้ต่างกันมากนักในเรื่องของการสมัครเสียเงิน


    สรุปเปรียบเทียบ Siri AI vs Gemini เหมือนหรือต่างกันแค่ไหน?

    เทียบความต่างระหว่าง Siri AI vs Gemini บนมือถือ Android และ Apple มีความต่างกันแค่ไหน?
    เปรียบเทียบ Siri AI vs Gemini

    หลังจากที่ได้เห็นรายละเอียดของฟีเจอร์กันไปแล้ว ทีนี้เราลองมาสรุปภาพรวมกันดีกว่าว่าในการใช้งานจริงนั้น Siri AI vs Gemini คู่นี้มีความเหมือนหรือต่างกันยังไงบ้าง โดยสามารถแบ่งได้จากจุดที่ทั้งสองนั้นมีคล้ายไปจนเหมือนกัน และจุดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนดังนี้

    • จุดที่เหมือนกัน
      • ความเหมือนที่ชัดเจนที่สุดทั้งคู่คือเรื่องความฉลาดในระดับพื้นฐาน ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเพราะ Apple เองก็จับมือเอาเทคโนโลยีจาก Gemini มาเป็นโมเดลพื้นฐานในการพัฒนา Siri AI เวอร์ชันใหม่นี้ด้วย ทำให้ทั้งสองตัวมีความสามารถระดับท็อปที่คล้ายกันมาก ไม่ว่าจะเป็นการเข้าใจภาษาพูดที่เป็นธรรมชาติ มุกตลก บริบทที่ซับซ้อน หรือแม้แต่ความสามารถในการอ่านและเข้าใจสิ่งต่างๆ บนหน้าจอมือถือของเรา
      • ส่วนในแง่ของฟีเจอร์ย่อย ทั้งสองค่ายก็สามารถใช้งานได้สะดวกสบายในชีวิตประจำวันแบบพิมพ์เดียวกัน เช่น การสรุปเนื้อหาจากเว็บ การค้นหาและลบวัตถุในรูปภาพแบบเนียนๆ ไปจนถึงระบบหลังบ้านของแอปปฏิทินและแอปควบคุมบ้านที่แทบจะมีเหมือนกัน
      • ที่สำคัญคือทั้งสองฝั่งหันมาใช้โมเดลธุรกิจแบบเดียวกันแล้ว คือการปล่อยให้ใช้ฟีเจอร์พื้นฐานฟรี แต่ถ้าอยากสร้างรูปภาพหรือประมวลผลหนักๆ แบบไม่จำกัดต่อวัน ก็ต้องยอมควักเงินจ่ายค่าบริการรายเดือนเพิ่มผ่านแพ็กเกจ iCloud+ หรือ Google One อยู่ดี
    • จุดที่ต่างกัน
      • แม้ว่าเบื้องหลังจะมีความเกี่ยวข้องกัน แต่วิธีคิดและหน้าตาการใช้งาน ก็จะมีเอกลักษณ์ของแต่ละค่ายออกมาอย่างชัดเจน ฝั่ง Apple จะเน้นการออกแบบที่เข้าถึงง่าย เป็นระบบระเบียบ และเชื่อมต่อกับตัวเครื่องแบบไร้รอยต่อ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือแอป Image Playground ที่แยกออกมาเฉพาะเพื่อให้คนทั่วไปกดสร้างรูปภาพตามขั้นตอนได้ง่ายๆ หรือการที่ Siri สามารถแปลงคำสั่งเสียงทั่วไปให้กลายเป็นระบบสั่งการอัตโนมัติใน Shortcuts ได้ทันที
      • ส่วนฝั่ง Google จะเด่นเรื่องความยืดหยุ่น และความเหนือกว่าในแง่ของระบบพิมพ์ด้วยเสียง อย่างฟีเจอร์ Gboard Rambler ที่กำลังจะมา ถือว่าฉลาดกว่าระบบพิมพ์ด้วยเสียงของ Apple ไปอีกขั้น เพราะ Google เน้นให้เราพูดบ่นๆ หรือพูดไม่เป็นประโยคได้เลย แล้ว AI จะไปเรียบเรียงให้ใหม่เอง ต่างจาก Apple ที่ยังเน้นความเป๊ะของการสะกดคำและเครื่องหมายวรรคตอนเป็นหลัก
      • นอกจากนี้ โหมดกล้องของ Siri AI ค่อนข้างเน้นฟังก์ชันที่จบในไม่กี่ขั้นตอน และเน้นความสะดวกเรื่องธุรกรรม เช่น การสแกนบิลค่าอาหารแล้วแชร์เงินกับเพื่อนผ่าน Apple Cash ได้ทันที ขณะที่ Google Lens จะเปิดกว้างในแง่ของการค้นหาข้อมูลที่หลากหลายทั่วโลกมากกว่า

    สรุปเลือกฝั่งไหนดี?

    ถ้าชอบความล้ำที่ผสานเข้ากับตัวเครื่องอย่างลงตัว หน้าตาใช้งานสวยงาม มีแอปแยกคอยนำทางให้ทำตามทีละสเต็ป และเน้นเรื่องความเป็นส่วนตัวในการดึงข้อมูลในเครื่องมาใช้งาน ฝั่ง Siri AI ของ Apple ถือว่าตอบโจทย์มาก แต่ถ้าเป็นสายลุยที่ชอบความยืดหยุ่นสูง พิมพ์ด้วยเสียงแบบไม่ต้องคิดคำเยอะ และเน้นการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลอันมหาศาลของ Google ฝั่ง Gemini ของ Android ก็ยังคงเป็นมือหนึ่งที่พึ่งพาได้เสมอ

    ขอบคุณข้อมูลทั้งหมดจาก 9to5google

    สรุปรุ่นที่รองรับ Siri AI และ iOS 27 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดจาก Apple ครบทั้ง iPhone, iPad และ Mac

    Compare Gemini Siri AI
    Share. Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Tumblr Email
    Iamnotspock

    Related Posts

    WWDC26: Apple เปิดตัว Apple Intelligence เจเนอเรชั่นถัดไป, Siri AI, การควบคุมโดยผู้ปกครองที่ทรงพลัง และชุดการปรับปรุงซอฟต์แวร์ที่ครอบคลุม

    9 มิถุนายน 2026

    Apple Intelligence นำความสามารถด้าน AI อันทรงพลังมาสู่ประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน

    9 มิถุนายน 2026

    Apple เปิดตัว Siri AI ผู้ช่วยที่ทรงพลังและเป็นส่วนตัวยิ่งกว่าเดิม

    9 มิถุนายน 2026

    Comments are closed.

    หัวข้อทั้งหมด

    เทียบความต่างระหว่าง Siri AI vs Gemini บนมือถือ Android และ Apple มีความต่างกันแค่ไหน?

    10 มิถุนายน 2026

    OPPO Reno 16 เวอร์ชั่น Global โผล่บน Geekbench ยืนยันใช้ชิป Snapdragon 7 Gen 4

    10 มิถุนายน 2026

    มาแล้ว! พบ Samsung Galaxy S27 บนฐานข้อมูล IMEI คาดเปิดตัวต้นปีหน้าพร้อมสมาชิกใหม่

    10 มิถุนายน 2026

    WWDC26: Apple เปิดตัว Apple Intelligence เจเนอเรชั่นถัดไป, Siri AI, การควบคุมโดยผู้ปกครองที่ทรงพลัง และชุดการปรับปรุงซอฟต์แวร์ที่ครอบคลุม

    9 มิถุนายน 2026

    มือถือรุ่นยอดนิยม

    Honor X7

    Honor X7

    6,299 บาท
    Honor X8

    Honor X8

    7,999 บาท
    Honor X9

    Honor X9

    9,299 บาท
    HTC Desire 22 Pro

    HTC Desire 22 Pro

    0 บาท
    Huawei Nova 10 Pro

    Huawei Nova 10 Pro

    24,990 บาท
    ดูมือถือทั้งหมด
    Facebook YouTube TikTok X (Twitter)

    Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

    เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

    ยอมรับ
    X