พรีวิว iPad Air 4 ดีไซน์แบบ Pro แต่ก็ยังไม่ถึงกับโปร | ราคาเริ่มต้น 19,900 บาท

ล่าสุด Apple ได้เปิดให้จอง iPad Air 4 Wi-Fi เป็นที่เรียบร้อย และจะพร้อมวางจำหน่ายในวันที่ 23 ตุลาคมที่จะถึงนี้ โดยไอแพดรุ่นนี้ถือเป็นรุ่นที่หลายคนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นดีไซน์คล้าย iPad Pro เช่นเดียวกับอุปกรณ์เสริมที่ใช้งานร่วมกับรุ่นโปรได้เลย โดยในบทความนี้จะเป็นการพรีวิว iPad Air 4 เครื่องจริง พร้อมสเปคแบบคร่าว ๆ ก่อนครับ

พรีวิว iPad Air 4

สเปค iPad Air 4

  • หน้าจอ Liquid Retina ขนาด 10.9 นิ้ว 264 ppi True Tone, ขอบเขตสี DCI-P3, ความสว่าง 500nits
  • ชิปประมวลผล Apple A14 Bionic 5nm
  • ความจุในตัวเครื่อง 64GB/ 256GB
  • กล้องหลัง 12MP (ƒ/1.8), บันทึกวิดีโอสูงสุด 4K ไม่มีแฟลช LED
  • กล้องหน้า FaceTime HD 7MP (ƒ/2.0), บันทึกวิดีโอสูงสุด 1080p
  • ลำโพงคู่สเตอริโอในแนวนอน
  • การเชื่อมต่อ Wi-Fi 6, Bluetooth 5.0, USB Type-C
  • เซ็นเซอร์ Touch ID บริเวณด้านข้าง
  • แบตเตอรี่ Lithium polymer รุ่น Wi-Fi ใช้งานได้นานสูงสุด 10 ชั่วโมง | รุ่น Wi-Fi + Cellular ใช้งานได้นานสูงสุด 9 ชั่วโมง
  • ระบบปฏิบัติการ iPadOS 14
  • ขนาด 247.6 x 178.5 x 6.1 มม.
  • น้ำหนักรุ่น Wi-Fi 458 กรัม | Wi-Fi + Cellular 460 กรัม
  • ราคาเริ่มต้น 19,900 บาท

Preview iPad Air 4 Wi Fi 256GB SpecPhone 00043

สำหรับรุ่น และราคาของ iPad Air 4th Generation จะวางจำหน่ายด้วยกันทั้งหมด 2 ความจุ และแบ่งเป็น Wi-Fi กับ WiFi + Cellular มีราคาดังนี้

iPad Air 4 Wi-Fi ราคา

  • 64GB ราคา 19,900 บาท
  • 256GB ราคา 24,900 บาท

iPad Air 4 Wi-Fi + Cellular (ใส่ซิมได้) ราคา

  • 64GB ราคา 24,400 บาท
  • 256GB ราคา 29,400 บาท

อีกสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไปใน iPad Air 4 ก็คือ วางจำหน่ายด้วยกันทั้งหมด 5 สี ถือเป็นครั้งแรกที่ไอแพดมีสีให้เลือกเยอะขนาดนี้ครับ ประกอบไปด้วย สีเทา Space Grey, สีเงิน, สีโรสโกลด์ และ 2 สีใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาอย่างสีเขียว และสีน้ำเงินสกายบลู โดยเครื่องรีวิว iPad Air 4 Wi-Fi ที่จะรีวิวให้อ่านกันนั้นเป็นสีเทา Space Grey ความจุ 256GB 

แกะกล่อง iPad Air 4 Wi-Fi

กล่องของ iPad Air 4 มีการเล่นกิมมิกกับสีตัวเครื่องด้วยครับ อย่างแรกเลยคือรูปด้านหน้า Wallpaper จะเปลี่ยนไปตามสีที่เลือก เช่นเดียวกับโลโก้ Apple บริเวณข้างกล่อง ก็จะเป็นสีเดียวกับตัวเครื่องด้วย กรณีเครื่องรีวิวเราที่เป็นสีเทา Space Grey โลโก้ Apple ก็จะเป็นสีเดียวกัน

Preview iPad Air 4 Wi Fi 256GB SpecPhone 00033

เมื่อเปิดกล่องมาก็จะพบกับตัวเครื่อง พร้อมกับอุปกรณ์เสริม 2 ชิ้น ได้แก่ สาย USB Type-C to USB Type-C กับอะแดปเตอร์ที่จ่ายไฟได้ 20W (แบบเดียวกับ iPad 8th) และมีคู่มือ กับสติ๊กเกอร์รูป Apple จำนวน 2 ชิ้น ถึงแม้ iPhone 12 จะเลิกให้อะแดปเตอร์เป็นอุปกรณ์เสริมในกล่อง แต่ iPad ยังมีให้อยู่นะครับ

พรีวิว iPad Air 4 

ตัวเครื่อง iPad Air 4 มาพร้อมกับดีไซน์ที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับ iPad Pro 2020 เป็นอย่างมาก จะว่าไปก็ดูคล้ายกับ iPad Pro 11 2018 มากทีเดียว เพราะมีกล้องหลังตัวเดียวเหมือนกัน เพียงแต่กล้องหลังของรุ่นนี้จะไม่มี LED Flash มาให้ 

Preview iPad Air 4 Wi Fi 256GB SpecPhone 00037

การออกแบบตัวเครื่อง เริ่มจากด้านหน้าจะเป็นหน้าจอขนาดใหญ่กว่าเดิมที่ 10.9 นิ้ว บนหน้าจอแบบ Liquid Retina ขอบหน้าจอหนากว่า iPad Pro เล็กน้อย แต่ก็ให้ความรู้สึกที่เต็มตาไม่แพ้กัน ด้านบนมีกล้องหน้า FaceTime HD ความละเอียด 7MP ที่รองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด 1080p หรือ Full HD

Preview iPad Air 4 Wi Fi 256GB SpecPhone 00016

ตัวหน้าจอ Liquid Retina ของ iPad Air 4 แม้จะมีความใกล้เคียงกับ iPad Pro 11 แต่นอกจากเรื่องขนาดหน้าจอที่เล็กกว่าแล้วนั้น เรื่องความสว่างก็ยังเร่งได้สุดแค่ 500 nits (Pro ได้ 600 nits) และดูเหมือนว่าคอนทราสต์หน้าจอจะมีความจัดจ้านน้อยกว่ารุ่นโปร อีกทั้งถูกตัดเรื่อง ProMotion ออกไป ทำให้อัตรารีเฟรชหน้าจอจะเป็นแบบ 60Hz ซึ่งมีผลทั้งการปัดหน้าจอไปมา และการใช้งานร่วมกับ Apple Pencil 2 เล็กน้อย

Preview iPad Air 4 Wi Fi 256GB SpecPhone 00018

ส่วนฟีเจอร์หน้าจอที่เหลือนั้น แทบจะถอดจากรุ่นโปรมาเลยก็ว่าได้ครับ ไม่ว่าจะเป็น Full Lamination, เคลือบสารกันรอยนิ้วมือ, True Tone และขอบเขตสีกว้าง DCI-P3 

Preview iPad Air 4 Wi Fi 256GB SpecPhone 00014

ด้านการถูกตัด ProMotion ออกไป แล้วผมบอกว่ามันกระทบกับการใช้งาน Apple Pencil 2 จะเป็นเรื่องของค่าความหน่วง Latency ระหว่างดินสอกับหน้าจอ ซึ่งจะมีความหน่วงมากกว่าตัวโปรเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ในการใช้จดบันทึกอาจไม่เห็นผลเท่าไหร่นัก แต่ถ้าเป็นคนที่วาดรูปจริงจัง ผมว่าลองดูเป็น iPad Pro น่าจะตอบโจทย์กว่า

Preview iPad Air 4 Wi Fi 256GB SpecPhone 00002

รายละเอียดด้านข้างของ iPad Air 4 เริ่มจากด้านขวา ประกอบไปด้วยปุ่มปรับระดับเสียง และช่องสำหรับเชื่อมต่อ + ชาร์จไฟ Apple Pencil 2 เวลาใช้งานจะเป็นแม่เหล็ก สามารถดูด Apple Pencil 2 ติดด้านข้างตัวเครื่องได้ ทำให้พกพาสะดวก

Preview iPad Air 4 Wi Fi 256GB SpecPhone 00028

Preview iPad Air 4 Wi Fi 256GB SpecPhone 00019

ด้านล่างเป็นพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C รองรับการถ่ายโอนข้อมูลที่ความเร็วสูงสุด 5Gbps ใช้ถ่ายโอนไฟล์ผ่าน USB Thumb Drive หรือต่อกับกล้องถ่ายรูปรุ่นใหม่ ๆ ผ่านสาย USB Type-C เพื่อถ่ายโอนรูปได้ทันที อีกทั้งรองรับการทำงานร่วมกับอุปกรณ์เสริมที่เป็นพอร์ต USB Type-C ไปจนถึงการต่อภาพขึ้นจอ Monitor ได้อีกด้วย 

Preview iPad Air 4 Wi Fi 256GB SpecPhone 00022

ด้านบนตัวเครื่องประกอบไปด้วยปุ่ม Sleep/ Wake ที่รับหน้าที่เป็นเซ็นเซอร์ปลดล็อกตัวเครื่องด้วยลายนิ้วมือ Touch ID ในตัว เป็นครั้งแรกที่ Apple ใส่ Touch ID ที่ไม่ใช่ปุ่มกลม และอยู่ด้านข้างตัวเครื่อง สามารถปลดล็อกได้รวดเร็วทีเดียว 

Preview iPad Air 4 Wi Fi 256GB SpecPhone 00030

สำหรับลำโพงของ iPad Air 4 จะอยู่บริเวณด้านข้าง หากถือตัวเครื่องแนวตั้ง ก็จะอยู่ด้านบนและด้านล่าง แต่ความน่าสนใจคือตัวลำโพงจะแสดงเสียงแบบ Stereo เฉพาะการใช้งานในแนวนอนเท่านั้น เรื่องเสียงลำโพงก็ถือว่าให้เสียงที่ดัง รายละเอียดเสียงค่อนข้างทำได้ดี แต่เมื่อเทียบกับ iPad Pro รุ่นนี้จะด้อยกว่าในเรื่องของมิติเสียง และเสียงย่านต่ำ (เสียงเบส)

Preview iPad Air 4 Wi Fi 256GB SpecPhone 00038

ด้านหลังตัวเครื่องยังคงดีไซน์แบบมินิมอลตามแบบฉบับของ Apple ประกอบไปด้วยกล้องหลัง 12MP ที่เป็นกล้องตัวเดียวกับใน iPad Pro มีโลโก้ Apple ตรงกลาง และบริเวณด้านล่างจะเป็นพอร์ต Smart Connector สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริม

Preview iPad Air 4 Wi Fi 256GB SpecPhone 00039

Preview iPad Air 4 Wi Fi 256GB SpecPhone 00040

Preview iPad Air 4 Wi Fi 256GB SpecPhone 00041

อุปกรณ์เสริมที่ iPad Air 4 รองรับ นอกจาก Apple Pencil 2 (ราคา 4,490 บาท) แล้ว ก็จะมีเคสฝาพับ Smart Folio (ราคา 2,990 บาท) ส่วนเคสคีย์บอร์ด จะมี 2 รูปแบบ ได้แก่ Smart Keyboard Folio (ราคา 5,990 บาท) และ Magic Keyboard (ราคา 9,990 บาท) โดยเคสคีย์บอร์ดทั้งสองรุ่นนั้น จะใช้แบบเดียวกับ iPad Pro 11 2020 ครับ

Preview iPad Air 4 Wi Fi 256GB SpecPhone 00005

Preview iPad Air 4 Wi Fi 256GB SpecPhone 00052

สำหรับการพรีวิว iPad Air 4 ก็จบเพียงเท่านี้ก่อน ส่วนเรื่องการใช้งาน ความแรงของชิป Apple A14 Bionic รวมถึงการทำงานร่วมกับอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ผมขอติดไว้พูดในรีวิวฉบับเต็ม iPad Air 4 รอติดตามกันได้ในเร็ว ๆ นี้ครับ