เทียบสเปค Xiaomi Pad 5 vs iPad Air 4 แท็บเล็ต 11 นิ้วตัวไหนน่าซื้อกว่ากัน กับราคาที่ต่างกันเกือบหมื่น

เทียบสเปค Xiaomi Pad 5 vs iPad Air 4 แท็บเล็ต 11 นิ้วตัวไหนน่าซื้อกว่ากัน หลังจากที่ Xiaomi ทำการเปิดตัว Xiaomi Pad 5 แท็บเล็ต 11 นิ้วในราคาหมื่นต้นๆ ไปก็ทำให้ตลาดแท็บเล็ตมีความน่าสนใจขึ้นมาก ด้วยสเปคที่ให้มาแถมยังมีปากกาที่รองรับแรงกดได้ถึง 4096 ระดับ เรียกได้ว่าเหมือนเป็นร่างจำแลงของ iPad ในฝั่ง Android ก็พอได้ ซึ่งวันนี้เราจะมาเทียบสเปค Xiaomi Pad 5 และ iPad Air 4 กับว่ามีสเปคที่ต่าวกันต่างไหนบ้าง แต่ก็แน่นอนว่าด้วยอะไรหลายๆ อย่างทำให้ราคาต่างกันเยอะอยู่ แต่ทว่าในการใช้งานของเรานั้นราคาก็เป้นเพียงส่วนประกอบเล็กๆ ที่ใช้พิจารณาเท่านั้น เพราะถ้าสเปคไม่เข้ากับการใช้งานก็จบกัน

ตารางเทียบสเปค Xiaomi Pad 5 vs iPad Air 4

Xiaomi Pad 5iPad Air 4
ขนาด254.7 x 166.3 x 6.9 มม.247.6 x 178.5 x 6.1 มม.
น้ำหนัก511 กรัมWi-Fi : 458 กรัม
Wi-Fi + Cellular : 460 กรัม
ระบบปฏิบัติการMIUI 12.5
(Android 11)
iPadOS 15
หน้าจอIPS-LCD
ขนาด 11 นิ้ว
2560 x 1600 พิกเซล
อัตรารีเฟรช 120Hz
HDR10, Dolny Vision
1B Colors
ขอบเขตสี DCI-P3
Liquid Retina (IPS-LCD)
ขนาด 10.9 นิ้ว
2360 x 1640 พิกเซล
แสดงผลแบบ True Tone
ขอบเขตสี DCI-P3
ชิปประมวลผลQualcomm Snapdragon 860Apple A14 Bionic
แรม6GB4GB
หน่วยความจำ128GB / 256GB64GB / 256GB
กล้องหลัง13 MP f/2.012 MP f/1.8
กล้องหน้า8 MP f/2.07 MP f/2.0
แบตเตอรี่8,720 mAh
ชาร์จเร็ว 33W
7,606 mAh
ชาร์จเร็ว 20W
ราคา6GB / 128GB : 10,990 บาท
6GB / 256GB : 12,990 บาท
Wi-Fi 64GB : 19,900 บาท
Wi-Fi 256GB : 24,900 บาท
Wi-Fi + Cellular 64GB : 24,400 บาท
Wi-Fi + Cellular 256GB : 29,400 บาท

เทียบสเปค Xiaomi Pad 5 vs iPad Air 4 ในจุดที่แตกต่างกัน

ก่อนที่เราจะไปพูดถึงรายละเอียดภายในกัน เราจะมาพูดถึงเรื่องภายนอกกันก่อน โดยในด้านดีไซน์นั้นจะเป็นแบบขอบเหลี่ยมเหมือนๆ กันทั้ง Xiaomi Pad 5 และ iPad Air 4 แถมยังมีจุดที่เป็นแม่เหล็กสำหรับให้ปากกาประกบติดเพื่อเก็บและชาร์จได้เหมือนกันด้วย แต่ที่น่าสนใจคือลำโพง เนื่องจาก Xiaomi Pad 5 นั้นเพื่อความบันเทิงเต็มที่จึงได้ทำการใส่ลำโพงที่ได้รับการปรับแต่งโดย Harman Kardon มาถึง 4 ตัว ส่วนใน iPad Air 4 นั้นจะมีลำโพงเพียง 2 ตัว แถมยังเป็นแบบเสียงกลางอีกด้วย นอกจากนี้อัตราส่วนหน้าจอของ Xiaomi Pad 5 ยังเป็นแบบ 16:10 ทำให้เวลาดูหนัง/คลิป จะมีขอบดำน้อยกว่า iPad Air 4 ทำให้ถ้าต้องการแท็บเล็ตจอใหม่มาใช้เพื่อความบันเทิงอย่างเดียวแล้ว Xiaomi Pad 5 จะเป็นอะไรที่ลงตัวที่สุดแล้ว แต่ถ้าใช้งานแบบหลากหลายงั้นเราไปดูความแตกต่างในด้านสเปคกันดีกว่า


เทียบสเปค Xiaomi Pad 5 vs iPad Air 4 : หน้าจอ

Xiaomi Pad 5 2564 09 23 เวลา 19.30.39

ในส่วนของหน้าจอนั้นทั้งคู่ใช้หน้าจอพาแนล IPS-LCD เหมือนกันทั้งคู่ เพียงแต่ทาง Apple ใช้ชื่อเรียกในแบบของตัวเองคือ Liquid Retina ส่วนขนาดหน้าจอนั้นเรียกได้ว่าใกล้เคียงกันคือ 11 นิ้ว (Xiaomi Pad 5) และ 10.9 นิ้ว (iPad Air 4) ซึ่งในด้านการใช้งานแล้วเรียกว่าไม่ต่างกันเลยก็ได้ แต่ที่น่าสนใจก็คือหน้าจอของ Xiaomi Pad 5 นั้นมีอัตรารีเฟรชถึง 120Hz ทำให้ไม่มีอาการดีเลย์ตอนเขียนปากกา รวมถึงมีความลื่นไหลตอนปัดหน้าจอมากกว่า iPad Air 4 ที่มีอัตรารีเฟรชเพียง 60Hz เท่านั้นด้วย

นอกจากนี้ในด้านการแสดงผลนั้น Xiaomi Pad 5 ยังมีความน่าสนใจตรงที่รองรับการแสดงผลแบบ Dolby Vision แถมยังสามารถแสดงผลได้ถึงพันล้านสีเลย ทำให้ถ้าพูดถึงในเรื่องของหน้าจอแล้ว Xiaomi Pad 5 นั้นเหนือกว่า iPad Air 4 แบบเห็นๆ เลย


เทียบสเปค Xiaomi Pad 5 vs iPad Air 4 : ชิปประมวลผล

snapdragon 860

ในเรื่องของชิปประมวลผลนั้น Xiaomi Pad 5 มาพร้อมชิปประมวลผล Snapdragon 860 ส่วน iPad Air 4 ใช้เป็นชิป Apple A14 Bionic ซึ่งทั้งคู่เป็นชิปประมวลผลระดับเรือธงเหมือนๆ กัน แต่เทคโนโลยีที่ใช้นั้นต่างกันเพราะชิป Snapdragon 860 นั้นมีพื้นฐานมาจากชิป Snapdragon 855+ ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2018 ส่วน A14 Bionic นั้นเป็นชิปที่พัฒนาขึ้นมาในปี 2020 ทำให้ต่างกันตั้งแต่เทคโนโลยีที่ใช้ผลิตแล้ว

apple a14

สำหรับชิป Snapdragon 860 นั้นเป็นชิปขนาด 7nm ที่มีความเร็วสูงสุดที่ 2.96GHz ส่วนชิป A14 Bionic นั้นเปฌ็นชิปขนาด 5nm ที่มีความเร็วอยู่ที่ 3.1GHz ซึ่งในด้านพลังการประมวลผลรวมถึงการจัดการพลังงานแล้ว A14 Bionic จะมีความเป็นต่อด้วยเทคโนโลยีที่ใหม่กว่า แต่ทว่าในด้านการเชื่อมต่อแล้ว Snapdragon 860 จะเหนือกว่า A14 Bionic ที่อยู่ใน iPad Air 4 เนื่องจากรองรับการเชื่อมต่อแบบ 5G ด้วยโมเด็ม Snapdragon X50 5G (A14 Bionic ใน iPad Air 4 ไม่มีโมเด็ม 5G นะเออ) แต่ด้วยการที่มีโมเด็ม 5G (แบบแยกด้วยนะ ไม่ได้รวมโมเด็มในชิปประมวลผล) ทำให้ Snapdragon 860 มีอัตราการกินพลังงานสูงกว่าตามไปด้วย

ซึ่งถ้าให้พูดถึงการใช้งานที่กิน CPU อย่างการเล่นเกมแล้วโดยส่วนตัวมองว่า A14 Bionic มีความน่าสนใจมากกว่า Snapdragon 860 ถึงแม้ทาง A14 Bionic จะไม่รองรับ 5G ก็ตาม แต่ทว่า A14 Bionic มีจำนวนคอร์ GPU ที่มากกว่า รวมถึงด้วยการที่ใช้เทคโนโลยีที่ใหม่กว่า ทำให้การเล่นเกมมีความสเถียรและกินพลังงานน้อยกว่านั่นเอง (แต่ถ้าเป็นเกมทั่วไปที่ไม่กินสเปคแล้วจะไม่เห็นผลเท่าไร)


เทียบสเปค Xiaomi Pad 5 vs iPad Air 4 : กล้องถ่ายภาพ

Xiaomi Pad 5 2564 09 23 เวลา 19.29.55

ในด้านกล้องถ่ายภาพนั้นทั้งคู่มาพร้อมกล้องหลัง 1 ตัวและกล้องหน้า 1 ตัวเหมือนๆ กัน โดยกล้องของ Xiaomi Pad 5 นั้นจะประกอบไปด้วยกล้องหลังความละเอียด 13 MP และกล้องหน้าความละเอียด 8 MP ส่วนทาง iPad Air 4 นั้นจะมาพร้อมกล้องหลังความละเอียด 12 MP และกล้องหน้าความละเอียด 7 MP แต่ที่น่าสนใจคือ Xiaomi Pad 5 นั้นมีไฟแฟลชแบบ LED มาให้ในขณะที่ iPad Air 4 นั้นไม่มี

ในเรื่องการถ่ายภาพนั้นอาจจะต้องรอเครื่องมาทำการเปรียบเทียบถาพถ่ายจริงๆ ก่อน แต่ในส่วนของวิดีโอนั้นเราสามารถพูดถึงความละเอียดได้ในระดับหนึ่งคือ Xiaomi PAd 5 นั้นสามารถบันทึกวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุดเพียง 4K @30FPS และต่อให้ลดความละเอียดลงมาเหลือ 1080p แต่ก็ได้ที่ 30FPS เช่นกัน ในขณะที่ iPad Air 4 นั้นสามารถบันทึกวิดีโอได้ถึง 4K @60FPS เลยทีเดียว การบันทึกวิดีโอด้วยกล้องหน้าก็เช่นกัน Xiaomi Pad 5 สามารถบันทึกวิดีโอได้สูงสุดที่ 1080p @30FPS เท่านั้น ส่วน iPad Air 4 นั้นสามารถบันทึกวิดีโอด้วยกล้องหน้าได้ที่ความละเอียด 1080p เช่นเดียวกัน แต่สามารถปรับเป็น 60FPS ได้ ซึ่งในเรื่องความละเอียดของวิดีโอนี้น่าจะเป็นหนึ่งในไม่กี่จุดที่ Xiaomi Pad 5 แพ้ iPad Air 4 จริงๆ


เทียบสเปค Xiaomi Pad 5 vs iPad Air 4 : แบตเตอรี่

Preview iPad Air 4 Wi Fi 256GB SpecPhone 00002

ในส่วนของแบตเตอรี่นั้น Xiaomi Pad 5 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 8,720 mAh และระบบชาร์จเร็วขนาด 33W ส่วน iPad Air 4 นั้นมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 7,606 mAh และระบบชาร์จเร็วขนาด 20W โดยทาง Xiaomi Pad 5 เมื่อชาร์จคู่กับอะแดปเตอร์ชาร์จขนาด 33W แล้วจะใช้เวลาชาร์จจาก 0 – 100% รวมทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง 38 นาที ซึ่งระยะเวลาประมาณนี้นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว ส่วน iPad Air 4 นั้นเมื่อชาร์จคู่กับอะแดปเตอร์ขนาด 20W แล้วจะใช้เวลาชาร์จจาก 0 -100% รวมเวลาทั้งสิ้น 2 ชั่วโมง 30 นาที (ระยะเวลาอ้างอิงจาก The Guardian) ซึ่งก็ถือว่าไม่ได้นานมากนัก แต่ถึงอย่างไรแล้วไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาในการใช้งานหรือระยะเวลาในการชาร์จมันมีปัจจัยหลายๆ อย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ระยะเวลาใช้งานรวมถึงระยะเวลาชาร์จนั้นจะแตกต่างกันไปตามการใช้งานของแต่ละคน


สรุปเทียบสเปค Xiaomi Pad 5 vs iPad Air 4 ตัวไหนน่าซื้อกว่า

สรุปเทียบสเปค Xiaomi Pad 5 vs iPad Air 4 ตัวไหนน่าซื้อกว่าอันนี้อย่างแรกเลยคือต้องถามว่าจะเอาไปใช้งานแบบไหนก่อน ชื่นชอบระบบปฏิบัติการแบบไหน รวมถึงมีงบเท่าไรด้วย แต่ทว่าถ้าไม่ได้แค่เรื่องระบบปฏิบัติการแล้วโดยส่วนตัวของผู้เขียนมองว่า Xiaomi Pad 5 ค่อนข้างน่าสนใจกว่า iPad Air 4 ในด้านของการใช้งานเพื่อความบันเทิงไม่ว่าจะเป็นการเล่นโซเชียล, ดูหนัง หรือแม้แต่การเล่นเกม ด้วยหน้าจอ 120Hz และลำโพง 4 ตัวทำให้มีความลื่นไหลมากกว่า แต่ถ้าใครต้องการแท็บเล็ตมาใช้เรียน/ทำงานแล้ว iPad Air 4 จะเหนือกว่าในเรื่องความสเถียรรวมถึงแอปฯ ต่างๆ ที่รับกับการใช้เรียนหรือทำงานมีเยอะกว่า เรียกได้ว่าต่างคนต่างถนัดกันไปคนละแบบ ถึงแม้ว่าโดยรวมแล้วจะใช้งานได้เหมือนๆ กันก็ตาม ถึงอย่างนั้นทั้งหมดก็ขึ้นอยุ่กับความชอบของเพื่อนๆ แล้วว่าชอบแบบไหน

สำหรับใครที่อยากดูรายละเอียดหรืออยากซื้อสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ Xiaomi Pad 5, iPad Air 4


บทความที่เกี่ยวข้อง

เปิดตัวในไทยแล้ว Xiaomi 11T Series Mi 11 Lite 5G NE และอื่นๆ

เทียบ iPad 9 vs iPad Air 4 ซื้อรุ่นไหนคุ้มกว่ากันระหว่างตัวเก่ากับตัวใหม่?

เทียบสเปค iPad mini 6 vs iPad Air 4 รุ่นไหนเหมาะกับใครบ้าง?

รวมโปร iPad Air 4 ราคาล่าสุดจาก Apple AIS True dtac ซื้อที่ไหนคุ้มสุด เริ่มต้นเพียง 11,400 บาท