[Review] Vivo V7+ สมาร์ทโฟนจอ FullView 5.99 นิ้ว ที่มาพร้อมกับกล้องหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล

[Review] Vivo V7+ สมาร์ทโฟนจอ FullView 5.99 นิ้ว ที่มาพร้อมกับกล้องหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล

ข้อดี

– กล้องหน้าเทพ 24 ล้านพิกเซล ถ่ายออกมาได้สวยเนียน
– มีชิปเสียงแยกให้
– จอใหญ่เต็มตาใช้งาน 2 แอปได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น
-ใช้ระบบปลดล็อกเครื่องได้หลายแบบพร้อมกัน
– วัสดุงานประกอบดี
– เครื่องไม่ร้อนเลย

ข้อเสีย

– จอสีอมฟ้ามากไปหน่อย
– กล้องหลังถ่ายกลางคืนโฟกัสช้า
– ระบบสแกนใบหน้าใช้ในที่มืดไม่ได้
– ด้วยจอที่ยาวกว่าเดิมทำให้เอื่อมนิ้วไปไม่ถึงจอด้านบน

บทสรุป

ภาพรวมของ Vivo V7+ ถือว่าเป็นโทรศัพท์ที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากด้วยจุดเด่นในเรื่องของกล้องหน้า 24 ล้านพิกเซลถือว่าเป็นที่สุดของมือถือที่ใช้ในการเซลฟี่โดยเฉพาะเลยก็ว่าได้ ทั้งการใส่โหมด Face Beauty 7.0 ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทำให้ได้สีสันของภาพสดใสขึ้นและช่วยให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ มีโหมด Portrait ที่กล้องหน้าที่ทำให้สามารถถ่ายรูปตัวเองแบบหน้าชัดหลังเบลอได้ รวมถึงแฟลชแบบ Selfie Softlight ที่ให้แสงอ่อน ๆ ทำให้ดูหน้าเนียนขึ้นไปอีก ซึ่งตัวสเปคการใช้งานของ Vivo V7+ ก็ให้มาในระดับที่ใช้งานได้ดี ไม่ว่าจะเป็นชิปเซ็ต Snapdragon 450 ที่เป็นรุ่นปรับปรุงมาจาก Snapdragon 625, Ram 4 GB และความจุ 64 GB สามารถเล่นเกม 3D กราฟฟิกสูง ๆ ได้ รวมถึงการใช้งานทั่วไปก็ทำได้อย่างลื่นไหล จัดเป็นโทรศัพท์อีกหนึ่งรุ่นที่ไม่ควรพลาดในราคาหมื่นต้น ๆ
Editor : Vivi
89
BEST PRICE

Review-Vivo-V7+-SpecPhone-28

ในปีนี้ Vivo ได้ทำการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่อย่าง Vivo V7+ ซึ่งเป็นโทรศัพท์รุ่นแรกจาก Vivo ที่มาพร้อมกับหน้าจอแบบ FullView 5.99 นิ้ว โดยมีจุดเด่นในเรื่องของกล้องหน้าที่มีความละเอียดมากกว่าเดิม 24 ล้านพิกเซล และชิปเสียง Hi-Fi AK4376A มาพร้อมกับการดีไซน์ที่ได้รับการออกแบบใหม่ จะเป็นยังไงเรามาดูกันในรีวิวนี้กันเลยดีกว่า

สเปค Vivo V7+

Review-Vivo-V7+-SpecPhone-29

  • หน้าจอ 5.99 นิ้ว ความละเอียด 720 x 1440 pixels HD +
  • CPU Snapdragon 450
  • GPU Adreno 506
  • Ram 4 GB
  • ROM 64 GB
  • กล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล
  • กล้องหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล
  • แบตเตอรี่ความจุ 3225 mAh
  • พอร์ตเชื่อมต่อ microUSB 2.0
  • มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือหลังเครื่อง
  • รองรับการเชื่อมต่อแบบ Wi-Fi Dual Band, Bluetooth 4.2 และ OTG
  • ชิปเสียงระดับ Hi-Fi AK4376A
  • ราคา 11,990 บาท

อุปกรณ์ภายในกล่อง Vivo V7+ จะมีดังนี้

Review-Vivo-V7+-SpecPhone-36

  • ตัวเครื่อง
  • หูฟัง
  • สาย USB
  • เคส TPU
  • อะแดปเตอร์

Design

Review-Vivo-V7+-SpecPhone-28
Vivo V7+ มาพร้อมกับดีไซน์ที่ถูกออกแบบมาใหม่พร้อมกับหน้าจอขนาด 5.99 นิ้ว ความละเอียด HD + ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่ามันจะใหญ่ไปหรือเปล่ากับจอขนาด 5.99 นิ้วอันนี้ของบอกเลยว่ามีขนาดที่ไม่ใหญ่หรือแตกต่างไปจากโทรศัพท์ที่มีขนาดจอ 5.5 นิ้วเลย เพราะว่า Vivo V7+ ได้ลดพื้นที่หน้าจอบนและล่างลงไปทำให้เราได้พื้นที่หน้าจอในขนาดที่มีตัวเครื่องขนาดเท่าเดิมนั้นเอง

Review-Vivo-V7+-SpecPhone-14
ต่อมาก็เป็นเรื่องของจอรอบนี้เป็นครั้งแรกที่ Vivo ได้นำเอาจอสัดส่วน 18:9 มาใช้งานในโทรศัพท์ของตัวเองมี 5.99 นิ้วแบบ HD + จากที่ลองใช้มานั้นบอกเลยว่าชัดกว่าโทรศัพท์ที่ใช้ จอ HD แบบปกติอยู่เพราะจากขนาดของจอที่ยาวกว่าปกติทำให้ต้องเพิ่มเม็ดพิกเซลเข้าไปช่วยทำให้ความละเอียดนั้นไม่ลดลงตามขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น โดยจอ  HD แบบปกติจะมีความละเอียดอยู่ที่ 720 x 1280 แต่ว่าจอแบบ HD + นั้นจะมีความละเอียดอยู่ที่  720 x 1440 ทำให้มั่นใจได้เลยว่าถึงจอจะใหญ่แต่ก็จะไม่โดนลดความละเอียดลง ส่วนเรื่องของสีสันนั้นจากที่ใช้มาหน้าจะจะออกติดฟ้าไปหน่อยแต่โดยรวมแล้วถือว่าทำออกมาได้ดีมากใช้ดูหนังดูรูปต่าง ๆ ก็สามารถแสดงผลออกมาได้สวยงาม

Review-Vivo-V7+-SpecPhone-25
ด้านหลังของตัวเครื่อง Vivo V7+ จะมีกล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช LED ด้านบนและล่างจะมีเส้นเสาอากาศแบบที่ทาง Vivo ออกแบบมาให้มีความบางกว่าเดิมดูแล้วไม่รบกวนสายตา ตัวเครื่องถูกออกแบบมาแบบ Unibody ไร้รอยต่อให้สัมผัสที่เรียบเนียนมาก ใครที่อยากดูรายละเอียดตัวเครื่องเพิ่มเติม คลิกที่นี่

Software

Review-Vivo-V7+-SpecPhone-21

Vivo V7+มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 7.1.2 ครอบด้วย FunTouch OS 3.2 ที่ Vivo พัฒนาขึ้นเอง ซึ่งมีหน้าตา UI ที่แตกต่างจากโทรศัพท์ Android รุ่นอื่น   ๆ อยู่บ้างแต่โดยรวมแล้วเข้าใจง่ายใช้งานสะดวก

6

ในเรื่องลักษณะการใช้งานเช่น การเรียก Control Center ที่เป็นเครื่องมือทางลัดต่าง ๆ จากที่เราจะเรียกได้จากการปัดหน้าจอด้านบน ใน Vivo ก็จะเปลี่ยนมาไว้ที่ด้านล่างแทน แต่เนื่องจากว่านี้เป็นรุ่นแรกที่ Vivo ไม่ได้ใส่ปุ่มใด ๆ มาให้ก็จะมีการใช้งานที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยเช่น

  • รูดฝั่งซ้าย เพื่อเรียก Control Center
  • รูดตรงกลางจอ แทนการกดปุ่ม Home
  • รูดฝั่งขวา แทนย้อยกลับ

โดยจากที่ลองใช้มาถือว่าสะดวกมาก ๆ เลยทีเดียวและไม่มีปุ่มบนจอให้รกตาอีกด้วย ส่วนใครที่ยังอย่างใช้จอแบบมีปุ่มก็สามารถไปตั้งค่าเปิดเองได้เลย

หน้าจอ

11

ด้วยจอที่ยาวในสัดส่วน 18:9 ทำให้เรานั้นสามารถดูวีดีโอได้ไม่เต็มจอแต่เวลาที่เราดูเราสามารถปรับได้แบบรูปด้านบนดังนี้

  • พอดีหน้าจอ อันนี้จะแสดงวีดีโอในสัดส่วนปกติเลย
  • คร็อปให้เต็มหน้าจอ อันนี้จะขยายภาพให้เต็มหน้าจอ 18:9  แต่จะเสียรายละเอียดขอบวีดีโอไปบ้าง
  • เต็มหน้าจอ อันนี้จะบีบวีดีโอให้มาพอดีกับสัดส่วนหน้าจอ ไม่เสียรายละเอียดขอบของวีดีโอแต่จะทำให้เราได้สัดส่วนที่ดูแน่นกว่าเดิมเพราะวีดีโอถูกบีบบนล่าง

3

เนื่องจากหน้าจอที่ยาวในสัดส่วน 18:9 ทำให้บางแอปไม่สามารถทำงานเต็มจอได้ ทาง Vivo ก็ได้ออกตัวเลือกตั้งค่าในการแสดงผลมาช่วยจากที่ลองใช้มาเจอ Pokemon Go เกมเดียวที่ไม่รองรับพอเปิดโหมดเต็มจอก็สามารถใช้งานได้ แต่ก็จะมีตกหลนไปบ้างบางหน้าที่เราเล่น เดียวชิดหน้าจอบนบ้างหน้าจอล่างบ้าง

Smart Split 3.0 

Review-Vivo-V7+-SpecPhone-11
ด้วยความที่เป็นจอแบบ 18:9 ทำให้เราสามารถ ใช้งานสองแอปพลิเคชันในหน้าจอเดียวได้ในสัดส่วนที่เท่ากันพอดีเลยเพราะจะได้สัดส่วนแบบ 2:1 ทำให้การใช้งานแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ทำได้อย่างเต็มตามากยิ่งขึ้นโดยที่เราสามารถเรียกการใช้งาน Smart Split 3.0 ได้ง่าย ๆ เพียงลาก 3 นิ้วจากหน้าจอลงมาก็จะเป็นการเปิดใช้งานทันที

App Clone

5

ฟังก์ชั่นใหม่ในการโคลนแอพฯ ต่าง ๆ ของเรา ช่วยให้สามารถทำงานได้สองบัญชีพร้อมกัน ปัจจุบันรองรับ WhatsApp, Line, BBM, WeChat, Zalo และ Viber เท่านั้น

ปลดล็อคด้วยใบหน้า

Review-Vivo-V7+-SpecPhone-16
ฟังก์ชั่นใหม่ของ Vivo V7+ มีการสแกนหลายจุดบนใบหน้าและจะปลดล็อกเครื่องได้โดยการกดปุ่มเปิดหน้าจอ 1 ครั้งแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหน้าจอเพียงเท่านี้ฟังก์ชั่นการปลดล็อคด้วยใบหน้าก็จะเริ่มทำการปลดล็อกทันที จากที่ลองใช้มาถือว่าปลดล็อกได้เร็วมาก พอ ๆ กับการปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือเลยแต่ว่าถ้าอยู่ในที่มืดอาจจะสแกนไม่ค่อยได้

Game Mode

ๅๅๅ
โหมดเกมส์ของ Vivo สามารถป้องกันสายโทรเข้าและข้อความที่เข้ามารบกวนระหว่างการเล่นเกมส์ได้ทำให้เราไม่ถูกขัดจังหวะในการเล่นเกม

Camera

Review-Vivo-V7+-SpecPhone-310
กล้องหลังของ Vivo V7+ มีเซนเซอร์ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช LED มีโหมดการใช้งานให้เลือกใช้เยอะดีเช่น HDR ถ่ายกลางคืน,ULTRA HD,PPT,ภาพถ่ายมืออาชีพ,ภาพเคลื่อนไหว ภาพต่อเนื่อง,พาโนรามา โดยการถ่ายรูปนั้นสามารถทำออกมาได้ดีโฟกัสภาพได้รวดเร็ว แต่อาจจะมีการวัดแสงที่แปลก ๆ ไปบ้าง

V7+ B

Review-Vivo-V7+-SpecPhone-5
มาดูที่จุดเด่นของ Vivo V7+ กับกล้องหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.0 ที่มีจุดเด่นเรื่องความคมชัดและการจัดการภาพในที่แสงน้อยได้ดีขึ้นกว่าเซนเซอร์รุ่นก่อน และด้วยขนาดพิกเซลที่เยอะมากทำให้มั่นใจได้เลยว่าเราจะได้รู้ที่คมชัดอย่างแน่นอน

V7+ F

จากรูปจะเห็นว่ารูปถ่ายกล้องหน้าของ Vivo V7+  ถ่ายออกมาได้ดีมาก ๆ มีความคมชัดที่สูงมากมาพร้อมกับการเกลี่ยผิวของตัวซอฟท์แวร์ที่ทำออกมาได้ดีมากและยังมีการตรวจรายละเอียดอีกว่าเป็น  ผู้ชายหรือผู้หญิง เพื่อจะได้ปรับระดับความสวยในระดับที่แตกต่างกันถ่ายรูปออกมาไม่ดูปลอมแน่นอน นอกจากนี้กล้องหน้ายังรองรับ Face Beauty แบบ VDO Call อีกด้วย

Untitled-1

ถ่ายด้วยกล้องหน้าของ Vivo V7+ ฝั่งซ้ายไม่เปิดแฟลช ฝั่งขวาเปิดแฟลช จะเห็นได้ว่าไม่เปิดแฟลชก็สามารถทำภาพออกมาได้ดีอยู่แล้วพอเปิดยิ่งทำให้หน้าของเรานั้นเนียนผ่องมากขึ้นกว่าเดิม

Performance

Review-Vivo-V7+-SpecPhone-17ประสิทธิภาพของ Vivo V7+ นั้นก็เป็นอีกส่วนที่อาจจะเข้าใจกันผิดกันไปหน่อยกับชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 450 octa-core ความเร็ว 1.8 GHz และ GPU Adreno 506 หลายคนอาจจะคิดว่าทำไม่ถึงไม่เลือกใช้ Snapdragon ในะตระกูล 600 อย่างที่เคยใช้กันมาใน Vivo รุ่นก่อน ๆ อันนี้ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า Snapdragon 450 เป็นชิปที่ปรับปรุงมาจาก Snapdragon 625 เพื่อเอามาทดแทน Snapdragon 435 โดยชิปตัวนี้ผลิตที่ขนาด 14nm ซึ่งเป็นชิปตัวแรกในซีรี่ย์ 400 ที่มีขนาดเล็กเท่านี้ ทำให้การใช้พลังงานของ Snapdragon 450 ประหยัดขึ้นมากถึง 30% และมีประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมมากขึ้นถึง 25%

9

จากที่ลองใช้งานมาถ้าไม่บอกว่าเป็น Snapdragon 400 นี้ก็ไม่รู้เลย เพราะว่ามีความเร็วและไหลลื่นเหมือนกับ Snapdragon ในะตระกูล 600 เลยทีเดียว

Ram 4 GB เหลือใช้อยู่ประมาณ 1.9 GB ถือว่ามีระบบการจัดการแรมที่ดี สามารถเปิดแอปที่ใช้งานค้างอยู่จากจุดเดิมได้ แม้ว่าจะสลับไปหน้าโฮมแล้วเปิดแอปอื่นนิดหน่อย หรือปิดหน้าจอพักไปหลายชั่วโมงก็ตาม

Review-Vivo-V7+-SpecPhone-10Screenshot_25600927_101621เรื่องการเล่นเกม Vivo V7+ ก็ถือว่าสามารถทำได้ดี เพราะลองเล่น ROV ปรับภาพ HD ก็ไม่มีอาการกระตุกให้เห็น หรือจะเป็นเกม Lineage 2 Revolution ก็สามารถเล่นได้ด้วยแต่จะทำเฟรมเรทภาพไม่ทันบ้างบางที การจับถือขนาดที่เล่นก็มีความรู้สึกว่าเข้ามือมาก ๆ เพราะตัวเครื่องมีความบางแต่จะติดตรงที่ลำโพงจะโดนมือบังเวลาที่เล่นเกม

Gallery

0 Comments

แสดงความคิดเห็น

*ข้อความหรือข้อความที่แสดงในโฟส เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นในระบบโดยอัตโนมัติจากสมาชิก ซึ่งทีมงานไม่ได้มีส่วนหรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ หากพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อดำเนินการต่อไป..