[Hands-on] Samsung Galaxy Note 10 และ Note 10+ โน้ตดีไซน์ใหม่ พร้อมปากกาที่ทำอะไรได้มากขึ้น

เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ไปแล้วเมื่อช่วงเช้ามืดของวันนี้ สำหรับ Samsung Galaxy Note 10 Series ที่รอบนี้ไม่ได้มาแค่รุ่นเดียว แต่มีการแตกรุ่นออกมาเป็น Galaxy Note 10 และ Galaxy Note 10+ โดยในบทความนี้ผมมีโอกาสได้ลองเล่นตัวเครื่องแบบคร่าว ๆ เลยมาเขียนเป็นบทความ Hands-on ให้ทุกท่านได้อ่านกัน เน้นที่รูปลักษณ์ภายนอกเป็นหลักก่อนนะครับ ส่วนพวกฟีเจอร์ การใช้งานต่าง ๆ เอาไว้อ่านกันให้จุใจใน Full Review อีกทีเนอะ

Hands on Samsung Galaxy Note 10 and Note 10 Plus SpecPhone 0056

Galaxy Note 10 Series ทำไมต้องมี 2 รุ่น?

ตามปกติของ Galaxy Note จะเปิดตัวแค่รุ่นเดียวเท่านั้น อย่างมากก็มีรุ่นความจุเริ่มต้น กับรุ่นที่มีความจุสูง แต่สำหรับ Note 10 รอบนี้มีทั้ง Galaxy Note 10 เฉย ๆ และ Galaxy Note 10+ มาถึงตรงนี้ชื่อว่ามีหลายคนสงสัย ว่าทำไมต้องทำมา 2 รุ่น โดยทาง Samsung ก็ได้ให้เหตุผลไว้น่าสนใจทีเดียวครับ

Hands on Samsung Galaxy Note 10 and Note 10 Plus SpecPhone 0027

Galaxy Note 10+ คือ Real Galaxy Note ส่วน Galaxy Note 10 เป็น Galaxy Note สำหรับผู้เริ่มต้น เนื่องจากทาง Samsung ได้มีการสำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภค ว่าทำไมถึงยังไม่เลือกซื้อ Galaxy Note มาใช้งาน คำตอบที่ได้ก็คือมันมีขนาดเครื่องที่ใหญ่จนเกินไป ผู้ใช้หลายคนอยากได้ฟีเจอร์แบบ Galaxy Note มีปากกา S Pen แต่ไม่ถนัดที่จะต้องถือสมาร์ทโฟนเครื่องใหญ่ เพราะฉะนั้น Galaxy Note 10 เฉย ๆ คือคำตอบครับ

Hands on Samsung Galaxy Note 10 and Note 10 Plus SpecPhone 0028

ส่วนแฟนคลับ Galaxy Note หรือถนัดใช้มือถือจอใหญ่ ๆ ให้มองไปที่ Galaxy Note 10+ ได้เลย รุ่นนี้ให้ขนาดตัวเครื่อง มิติตัวเครื่องโดยรวม ขนาดหน้าจอที่จะต้องถูกใจแฟน ๆ Galaxy Note อย่างแน่นอน และนอกจากขนาดตัวเครื่องจะใหญ่กว่าแล้ว ยังมีสเปคที่สูงกว่า Note 10 เฉย ๆ อีกด้วย เช่น การมีกล้อง ToF, อัลกอริธึมการชาร์จที่เร็วกว่า, Ram + ROM มากกว่า เป็นต้น

 

Hands-on จับเครื่องจริง Samsung Galaxy Note 10+

เริ่มกันที่ตัวท็อป และน่าจะถูกใจแฟน ๆ Galaxy Note เป็นอย่างมาก สำหรับ Samsung Galaxy Note 10+ ที่มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.8 นิ้ว WQHD+ ความน่าสนใจอยู่ที่ แม้ขนาดหน้าจอใหญ่ขึ้นกว่า Galaxy Note 9 แต่ขนาดตัวเครื่องโดยรวมของ Note 10+ กลับมีความใกล้เคียงกันมาก แถมยังเบาและบางกว่าเดิมอีกด้วย

Hands on Samsung Galaxy Note 10 and Note 10 Plus SpecPhone 0017

สาเหตุที่ทำให้ Galaxy Note 10+ บางกว่ารุ่นก่อนหน้า เป็นผลมาจากการตัดพอร์ตหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรออกไปครับ ไม่เพียงแค่นั้น การตัดพอร์ต 3.5 มม. ยังทำได้แบตเตอรี่มีความจุเพิ่มขึ้น 100 mAh ในขณะที่ยังใส่ S Pen ไว้ในตัวเครื่องได้เหมือนเดิม ส่วนหูฟังในกล่อง จะแถมเป็นพอร์ต USB-C ที่ปรับจูนโดย AKG เหมือนเดิมครับ และยังมีการปรับปรุง Hapic Feedback ให้ตอบสนองได้ดียิ่งขึ้นด้วย

Hands on Samsung Galaxy Note 10 and Note 10 Plus SpecPhone 0026

ดีไซน์ของ Samsung Galaxy Note 10+ ออกแบบโดยอิงกับหลัก Symmetric Design หรือดีไซน์ที่เน้นความสมมาตร ด้านหน้าจะสังเกตได้จากหน้าจอแบบ Cinematic Infinity Display ที่ยังคงเจาะรูไว้เหมือนเดิม แต่เปลี่ยนตำแหน่งของกล้องหน้าไว้ตรงกึ่งกลางแทน โดยทาง Samsung ให้เหตุผลว่ามันกวนสายตาน้อยกว่า แล้วก็ทำให้การเซลฟี่ง่ายขึ้น เพราะอย่างตอน Galaxy S10 Series ตำแหน่งกล้องที่เยื้องไปทางด้านขวา ทำให้เวลาเซลฟี่สำหรับบางคนเป็นเรื่องยาก เนื่องจากหาจุดที่จะโฟกัสไม่เจอนั่นเอง

Hands on Samsung Galaxy Note 10 and Note 10 Plus SpecPhone 0018

หน้าจอของ Samsung Galaxy Note 10+ ก็ยังคงสุดยอดเหมือนเคยครับ ด้วยหน้าจอแบบ Dynamic AMOLED ที่รองรับ HDR 10+ มีความผิดเพี้ยนในการแสดงผลน้อยมาก และที่สำคัญคือมีความสว่างหน้าจอสูงถึง 1,200 nits ต่อให้เป็นแดดตอนเที่ยงวันของประเทศไทย หน้าจอ Galaxy Note 10 และ Note 10+ ก็สู้ได้สบาย ๆ

Hands on Samsung Galaxy Note 10 and Note 10 Plus SpecPhone 0019

อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงใน Galaxy Note 10+ ก็คือการตัดปุ่ม Bixby ออกไปเป็นที่เรียบร้อย เชื่อว่าแฟน ๆ หลายคนถูกใจสิ่งนี้ ทำให้ปุ่มกดของ Note 10+ เหลือเพียงแค่ปุ่ม Power กับปุ่มปรับระดับเสียง อย่างไรก็ตาม การเรียกใช้งาน Bixby ยังคงทำได้อยู่เหมือนเดิมครับ เพียงแต่เปลี่ยนเป็นวิธีการกดปุ่มแบบ Combination แทน

Hands on Samsung Galaxy Note 10 and Note 10 Plus SpecPhone 0020

รายละเอียดด้านล่างของ Samsung Galaxy Note 10+ ประกอบไปด้วยพอร์ตแบบ USB-C ที่รองรับการชาร์จไวสูงสุด 45W (ซื้ออะแดปเตอร์แยก) ส่วนอะแดปเตอร์ที่แถมมาเป็น Superfast Charge 25W ข้าง ๆ พอร์ต USB-C เป็นลำโพงหลักของตัวเครื่อง รุ่นนี้ยังคงเป็นลำโพงแบบสเตอริโอ และมีช่องใส่ S Pen อยู่ในตำแหน่งเดิมที่คุ้นเคยกันดี

Hands on Samsung Galaxy Note 10 and Note 10 Plus SpecPhone 0022ปากกา S Pen รอบนี้ก็เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ มากมาย โดยเฉพาะทีเด็ดอย่าง Air Gesture สะบัดปากกาแทนการสัมผัสหน้าจอ อย่างในโหมดกล้องก็จะสามารถสลับกล้อง ซูมเข้าออกได้ เนื่องจากในปากกามีการใส่ Gyroscope 6 แกนไว้ข้างใน ที่สำคัญคือ Air Gesture นั้นสามารถใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชันอื่น ๆ ได้อีกด้วย

Hands on Samsung Galaxy Note 10 and Note 10 Plus SpecPhone 0025

ด้านบนของ Galaxy Note 10+ เป็นถาดใส่ซิมการ์ดที่มีความพิเศษกว่า Note 10 เนื่องจากรุ่นนี้จะเป็นถาดซิมแบบ Hybrid Slot จึงรองรับการเพิ่ม microSD Card สูงสุดที่ 2 TB เมื่อรวมกับความจุในตัวเครื่องที่สูงสุด 512 GB จึงทำให้สมาร์ทโฟนรุ่นนี้เหมาะกับการทำงานเป็นอย่างมาก ส่วนถาดซิมของ Galaxy Note 10 จะไม่รองรับการเพิ่ม microSD Card ครับ แต่ใช้งาน 2 ซิมได้เหมือนกัน

Hands on Samsung Galaxy Note 10 and Note 10 Plus SpecPhone 0023

กล้องหลังของ Samsung Galaxy Note 10+ แทบจะเป็นฮาร์ดแวร์ชุดเดียวกับใน Galaxy S10+ ด้วยซ้ำ ประกอบไปด้วย

  • กล้องหลัก 12 MP f/1.5 – f/2.4
  • กล้องเลนส์มุมกว้าง 16 MP f/2.2
  • Telephoto 12 MP f/2.1

สิ่งที่เพิ่มเติมจากตอน Galaxy S10+ รวมถึงที่เพิ่มเติมจาก Galaxy Note 10 ก็คือกล้องหลังตัวที่ 4 มีชื่อว่า DepthVision หรือกล้อง ToF สำหรับวัดระยะ ช่วยให้การถ่ายภาพ Live Focus เนียนขึ้น และสามารถใช้งานในโหมดอื่น ๆ เช่น วัดระยะ หรือถ่าย 3D Photo

Hands on Samsung Galaxy Note 10 and Note 10 Plus SpecPhone 0012

โหมดกล้องที่น่าสนใจใน Galaxy Note 10+ ได้แก่ การถ่ายกลางคืนที่รองรับทั้งกล้องหน้ากลเองหลัง, 3x Audio Zoom, Super Steady ที่รองรับ Optical Zoom, Live Focus Video รวมถึงความสามารถในการตัดต่อวีดีโอในตัว ไม่จำเป็นต้องโหลดแอปพลิเคชันเพิ่มเติม หรือถ้าอยากโหลดเพิ่มเติม Adobe Rush บน Galaxy Store จะเป็นเวอรชันพิเศษที่ปรับแต่งมาสำหรับ Galaxy Note 10 โดยเฉพาะ

Hands on Samsung Galaxy Note 10 and Note 10 Plus SpecPhone 0015

ปิดท้ายด้วยอุปกรณ์เสริมของ Galaxy Note 10+ ครับ รุ่นนี้ราคาเริ่มต้น 37,900 บาท ในรุ่น 256 GB ส่วนรุ่น 512 GB จะมีราคาอยู่ที่ 40,900 บาท อย่างไรก็ตามในโปรโมชันพรีออเดอร์ หากจอง Note 10+ ตอนนี้จะได้สิทธิ์ในการอัพเกรดความจุ จ่าย 37,900 บาท ได้รุ่น 512 GB ไปเลย หรือจะเลือกรับเป็น Galaxy Buds มูลค่า 4,990 บาทก็ได้เช่นกัน

Hands on Samsung Galaxy Note 10 and Note 10 Plus SpecPhone 0043

Official Case ของ Galaxy Note 10+ มีมาโชว์ในงานอยู่ 4 แบบ ส่วนตัวผมถูกใจเคสฝาพับแหะ ดูมีลูกเล่นดี

Hands on Samsung Galaxy Note 10 and Note 10 Plus SpecPhone 0044 Hands on Samsung Galaxy Note 10 and Note 10 Plus SpecPhone 0045 Hands on Samsung Galaxy Note 10 and Note 10 Plus SpecPhone 0046 Hands on Samsung Galaxy Note 10 and Note 10 Plus SpecPhone 0047 Hands on Samsung Galaxy Note 10 and Note 10 Plus SpecPhone 0048

 

Hands-on จับเครื่องจริง Samsung Galaxy Note 10

พูดถึงรุ่นใหญ่ไปแล้ว มาต่อกันที่รุ่นเล็ก หรือรุ่นเริ่มต้นอย่าง Galaxy Note 10 ที่เปิดราคา 32,900 บาท รุ่นนี้อย่างที่ผมได้เกริ่นไปแล้วว่ามันออกแบบมาสำหรับคนที่อยากใช้ S Pen แต่ไม่อยากใช้สมาร์ทโฟนเครื่องใหญ่ จะว่าไปนี่ก็ถือเป็น Galaxy Note จอเล็กที่สุดในรอบหลายปีก็ว่าได้ครับ

Hands on Samsung Galaxy Note 10 and Note 10 Plus SpecPhone 0032

ส่วนตัวผมสัมผัส Galaxy Note 10 ครั้งแรก แทบจะไม่รู้สึกถึงความเป็น Galaxy Note เลยครับ ด้วยขนาดที่เล็ก กะทัดรัด น้ำหนักเบา การจับถือกลายเป็นสะดวกและคล่องตัวมากไปเลย ส่วนตัวมองว่าให้อารมณ์คล้ายการถือ Galaxy S10 แล้วเทียบกับ S10+

Hands on Samsung Galaxy Note 10 and Note 10 Plus SpecPhone 0031

รายละเอียดต่าง ๆ ของ Galaxy Note 10 มีความแตกต่างจาก Galaxy Note 10+ น้อยมากครับ ภายนอกที่มองเห็นชัดเจนก็คือ หน้าจอที่มีขนาดเล็กกว่า ตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กกว่า แล้วก็กล้องหลังที่ไม่มี DepthVision หรือ ToF ส่วนที่เหลือมันคือ Note 10+ โดนย่อส่วนชัด ๆ

Hands on Samsung Galaxy Note 10 and Note 10 Plus SpecPhone 0036 Hands on Samsung Galaxy Note 10 and Note 10 Plus SpecPhone 0037 Hands on Samsung Galaxy Note 10 and Note 10 Plus SpecPhone 0038 Hands on Samsung Galaxy Note 10 and Note 10 Plus SpecPhone 0039

ความต่างภายนอกอีกอย่างก็คือสีสันตัวเครื่อง Note 10 จะวางจำหน่ายในไทยด้วยกัน 3 สี ได้แก่ Aura Glow, Aura Black และ Aura Pink ส่วน Galaxy Note 10+ นั้นไม่มีสี Aura Pink แต่จะเป็นสี Aura White แทน

Hands on Samsung Galaxy Note 10 and Note 10 Plus SpecPhone Compare

สเปคด้านอื่น ๆ ที่น่าสนใจของ Samsung Galaxy Note 10 Series ได้แก่ เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ Ultrasonic ที่ขยับตำแหน่งให้สแกนได้ง่ายขึ้นกว่าตอน S10 Series แล้วก็มีเรื่องของ Game Launcher ที่สามารถใช้งานห้องแชท Discord ไปพร้อม ๆ กันการเล่นเกม รวมถึงมีบางเกมที่เป็น Partnership กับทาง Samsung เช่น Call of Duty Mobile, Harry Potter และ Candy Crush เป็นต้น

tcnote102

ข้อมูลการจองล่วงหน้า สามารถทำได้แล้ววันนี้ เริ่มต้นเพียง 15,900 บาท พร้อมรับสิทธิ์ประกันจอแตกนาน 1 ปี เมื่อจองผ่านผู้ให้บริการเครือข่าย (AIS, TrueMove H, dtac) และสามารถเลือกเพิ่มความจุเป็น 512GB เมื่อจอง Galaxy Note 10+ รุ่นความจุ 256GB หรือเลือกรับหูฟังไร้สาย Galaxy Buds มูลค่า 4,990 บาทฟรีเมื่อจอง Galaxy Note 10

พิเศษ!! เมื่อจอง Galaxy Note 10 Series ทุกรุ่นรับสิทธิ์ประกันจอแตกนาน 1 ปี เมื่อจองผ่านซัมซุงแบรนด์ช็อป เว็ปไซต์ Samsung.com และร้านค้าที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 23 สิงหาคม 2562 เท่านั้น