หลังจากที่ก่อนหน้านี้ Samsung ได้เปิดตัว Galaxy A30, A50 แล้วก็ได้กระแสตอบรับที่ดีมาก ด้วยความที่ให้สเปคมาแบบไม่กั๊ก รวมกับความเป็นอินเตอร์แบรนด์ แต่ถ้าคิดว่า Samsung หยุดแค่นั้นล่ะก็ ขอบอกว่าคิดผิดครับ เพราะยังมีของแรงกว่าอย่าง Samsung Galaxy A70 และ Galaxy A80 ที่พึ่งเปิดตัวหมาด ๆ ในช่วงหัวค่ำของวันนี้

สเปค Samsung Galaxy A80

  • หน้าจอ New Infinity Display พาแนล sAMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด Full HD+
  • ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 730G
  • แรม 8 GB
  • ความจุ 128 GB (ไม่รองรับ microSD Card )
  • กลไกกล้องสไลด์ขึ้นด้านบน สลับหน้า/หลัง ได้
  • กล้อง 3 ตัว : 48 ล้านพิกเซล + 8 ล้านพิกเซล (Ultra wide-angle) + เซ็นเซอร์ 3D Depth
  • แบตเตอรี 3,700 mAh รองรับ Fast Charge ระดับ 25 W
  • ใช้เทคโนโลยีสั่นหน้าจอเพื่อให้เกิดเสียงแทนช่องลำโพงสนทนา
  • วางจำหน่าย 29 พฤษภาคม 2562

สเปค Samsung Galaxy A70

  • หน้าจอ Infinity-U พาแนล sAMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด Full HD+
  • ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 670 octa-core
  • Ram 8 GB
  • ความจุ 128 GB
  • กล้องหลัง 32 ล้านพิกเซล + 8 ล้านพิกเซล + Depth Camera
  • กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล
  • แบตเตอรี 4,500 mAh รองรับ Fast Charge ระดับ 25 W
  • ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนนิ้วบนหน้าจอ
  • ราคา 15,990 บาท
  • วางจำหน่าย 26 เมษายน 2562

ไฮไลท์ของงานนี้คงหนีไม่พ้น Galaxy A80 ล่ะครับ เพราะส่วนตัวผมเองก็ไม่อยากเชื่อว่า Samsung จะมีสมาร์ทโฟนกล้อง Pop-up แต่พอมันเป็น Pop-up ในแบบฉบับของ Samsung แล้วเนี่ย ผมว่ามันเท่ แล้วก็ดูดีเอามาก ๆ ส่วนตัวรู้สึกชอบตั้งแต่คอนเส็ปของการเลื่อนกล้องแล้วล่ะ เพราะมันคือการเลื่อน แล้วพลิกเอากล้องหลัง มาใช้ในการเซลฟี่ เท่ากับว่าสามารถเซลฟี่ได้ที่ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล อีกทั้งยังสามารถใช้เลนส์ Ultra wide-angle ได้อีกด้วย

ลองจับ Samsung Galaxy A80

ตัวเครื่อง Galaxy A80 แตกต่างจากทุก Galaxy A Series ที่เปิดตัวมา ให้ความรู้สึกหรูหรา พรีเมียม เอาเป็นว่าเทียบชั้นเรือธงของบางแบรนด์ได้เลย ขนาดตัวเครื่องใหญ่พอสมควร แล้วก็มีน้ำหนักประมาณหนึ่งครับ คาดว่ารุ่นนี้อาจใช้งานร่วมกับ Gimbal ลำบากหน่อย

ด้านหน้าของ Galaxy A80 เมื่อไม่ได้เรียกใช้งานกล้องหน้า จะเป็นสมาร์ทโฟนจอเต็ม ไร้ติ่ง โดยหน้าจอรุ่นใหม่นี้มีชื่อว่า New Infinity Display ขนาด 6.7 นิ้ว sAMOLED ความละเอียด Full HD+ และถูกใช้ใน Galaxy A80 เป็นรุ่นแรก มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังอยู่ใต้หน้าจอ (ไม่รองรับปลดล็อกด้วยใบหน้า)

ด้านหลังตัวเครื่องมีด้วยกันสามสี ได้แก่ สีดำ สีขาว แล้วก็สีทอง Angel Gold โดยเครื่องที่ผมลองเล่นนั้นเป็นสีดำเงาครับ บริเวณด้านบนจะเป็นตำแหน่งของกล้องหลัก (48MP + 8MP Ultra wide-angle + 3D Depth) ที่เป็นทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ด้วยกลไกการเลื่อนแบบพิเศษ

ตอนที่เรียกใช้งานกล้องหน้า Galaxy A80 จะเลื่อนกล้องหลังขึ้นมา แล้วพลิกให้อยู่ด้านหน้าแทน เท่ากับว่าสามารถใช้กล้องหลังในการเซลฟี่ ข้อดีคือได้ความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล แถมยังมีกล้อง Ultra wide-angle 123 องศา กับกล้อง 3D Depth Camera ในการถ่าย Live Focus ให้โบเก้ที่เนียนตาเข้าไปอีก

ตัวเครื่องเวลาเรียกใช้งานกล้องหน้าจะมีความยาวเพิ่มขึ้น ส่วนคนที่กังวลเรื่องการป้องกัน จะหาเคสใส่ได้หรือไม่ก็ไม่ต้องห่วงครับ ทีมงาน Samsung กระซิบมาว่าจะมีเคสที่คลุมถึงส่วนกล้องเลื่อน แล้วตัวเคสเองสามารถยืดหดได้ตามการทำงานของกล้อง Galaxy A80

ข้อดีของการเลื่อนกล้องแล้วพลิกมาใช้เป็นกล้องหน้า นอกจากจะได้ความละเอียดสูงแล้ว ยังสามารถลดปัญหาเรื่องฝุ่นเข้ากล้องได้อีกด้วยครับ

พอร์ตเชื่อมต่อของ Galaxy A80 ใช้เป็นพอร์ต USB-C รองรับชาร์จเร็ว 25W (เร็วกว่าตัวท็อปอีก) ด้วยความสามารถของชิป Snapdragon 730G ที่รองรับ Quick Charge 4.0+ และทาง Samsung เองเวลาเลือกใช้ชิปเซ็ตก็ไม่ค่อยตัดความสามารถทิ้งอยู่แล้ว คือมีเท่าไหร่ใส่เต็มตลอด

น่าเสียดายที่รุ่นนี้ ตัดพอร์ตหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรออกเป็นที่เรียบร้อย แต่ยังสามารถใช้งานหูฟังผ่านพอร์ต USB-C ได้อยู่นะ ในกล่องก็จะแถมหูฟัง USB-C ให้ด้วย (ไม่แถม USB-C to 3.5mm)

พูดถึงสเปคของ Galaxy A80 (ณ ตอนที่ผมเขียนบทความนี้ยังไม่ประกาศราคา) ส่วนตัวมองว่า Samsung มาโหดใช่เล่นเลยล่ะครับ ทั้งกล้อง 3 ตัว มีเลนส์มุมกว้างพิเศษ กับกล้อง 3D Depth ไหนจะชิปประมวลผลรุ่นใหม่ของ Qualcomm ในรุ่น Snapdragon 730G อีกทั้ง Ram 8 GB ความจุ 128 GB แบตเตอรี่ 3700 mAh พร้อมชาร์จเร็ว 25W จัดว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ครบเครื่องมาก ๆ

 

ลองจับ Samsung Galaxy A70

อีกรุ่นที่เปิดตัวในงานก็คือ Galaxy A70 ที่บางคนบอกว่า เหมือนเอา Galaxy A50 มาขยายร่างให้ใหญ่ขึ้น ก็ใช่ครับ A70 มันคือ A50 ที่ตัวใหญ่ขึ้นจริง แต่ก็มีหลายสิ่งที่อัพเกรดให้สูงขึ้นตามราคาค่าตัว 15,990 บาท ซึ่งผมว่าเปิดราคามาได้ดี และโหดร้ายกับคู่แข่งทีเดียว

ด้านหน้าของ Galaxy A70 ยังคงใช้หน้าจอแบบ Infinity U คือมี notch แบบ waterdrop เล็ก ๆ ตรงกลาง หน้าจอเป็นแบบ sAMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่กว่า Galaxy A50 ทั้งด้านกว้างและด้านยาว เช่นเดียวกับน้ำหนักที่มากกว่า A50 เล็กน้อย

ดีไซน์ของตัวเครื่องมาในแบบฉบับเดียวกันเลยครับ วัสดุยังคงเป็น 3D Glasstic พร้อมสีสันที่มีลวดลายแบบฮาโลแกรม ในงานที่ผมได้ลองตัวเครื่องมีสีขาว, สีดำ และสีน้ำเงิน

ด้านบนหน้าจอเป็นกล้องหน้าเซลฟี่ ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล และมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังอยู้ใต้หน้าจอ เป็นเซ็นเซอร์แบบออปติคัล เช่นเดียวกับ Galaxy A50

พอร์ตเชื่อมต่อของ Galaxy A70 เป็นพอร์ต USB-C และยังคงมีพอร์ตหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร ไม่ได้ตัดทิ้งเหมือน Galaxy A80 ส่วนเรื่องระบบการชาร์จไฟ Galaxy A70 รองรับชาร์จเร็ว 25W มาตรฐาน Quick Charge 4.0+

ตัวเครื่อง Galaxy A70 ไม่ได้หนาจนเกินไป แม้จะมีแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 4,500 mAh ก็ตาม การถือใช้งานผมว่ารุ่นนี้ทำออกมาได้ดีเลย มันพอจะถือใช้งานมือเดียวได้ แล้วการรับชมคอนเทนต์คือเต็มตาสุด ๆ ส่วนเรื่องสีสันหน้าจอ ความคมชัดก็ตามมาตรฐาน sAMOLED ของทาง Samsung เขาล่ะ

กล้องหลังของ Galaxy A70 เป็นกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล + 8 ล้านพิกเซล Ultra wide-angle และมีกล้อง Depth Camera

ด้านสเปคของ Galaxy A70 มาพร้อมกับชิปประมวลผลรุ่นใหม่อย่าง Snapdragon 670 ชิปเซ็ตแบบ octa-core ให้แรมมาที่ 8 GB และความจุ 128 GB กับราคาค่าตัว 15,990 บาท จัดว่าโหดเอาเรื่องครับรุ่นนี้

สำหรับวันวางจำหน่ายของ Galaxy A Series รุ่นใหม่ Samsung Galaxy A70 เริ่มวางจำหน่ายวันที่ 26 เมษายนนี้ ส่วน Galaxy A80 จะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 29 พฤษภาคม 2562 ครับ รวมถึงราคาของ Galaxy A80 ก็น่าจะประกาศในช่วงใกล้จำหน่ายอีกที

Share on facebook
Share on twitter
Jamikorn Singnamthieng

Jamikorn Singnamthieng

Follow us on Social Media

Popular Post