เปรียบเทียบ iPad ทุกรุ่นที่วางขายตอนนี้ในปี 2022 รุ่นไหนเหมาะกับใคร เลือกซื้อยังไงให้ตรงกันการใช้งาน?

เปรียบเทียบ iPad แต่ละรุ่น 2022 ทุกรุ่นที่วางขาย fea

เปรียบเทียบ iPad ทุกรุ่นที่วางขายตอนนี้ในปี 2022 รุ่นไหนเหมาะกับใคร เลือกซื้อยังไงให้ตรงกันการใช้งาน?

หลังจากที่ได้มีการเปิดตัว iPad รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการอย่าง iPad Air 5 ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ทำให้รุ่นเก่าก่อนหน้านี้ก็ได้ถูกปลดออกจาก Apple Store ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะหาซื้อได้ในตอนนี้ก็จะหาได้จากค่ายต่างๆ หรือว่าร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น โดยรุ่นใหม่ล่าสุดที่ออกมานี้ ก็ทำออกมาได้ดีมากทั้งความเร็ว และสเปคต่างๆ ที่เทียบได้เกือบรุ่นโปรเลยทีเดียว จากที่เป็นรองรุ่นอื่นๆ มานานเหลือเกิน แต่ทั้งนี้รุ่นอื่นๆ อย่าง iPad 9 หรือ iPad mini นั้นก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ากัน เพียงแต่ว่าแต่ละรุ่นก็จะมีความเหมาะสม และหน้าที่ในการใช้งานที่ต่างกันออกไปด้วย สำหรับใครที่อยากจะหาแท็บเล็ตอย่าง iPad มาใช้งานสักเครื่อง แต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกรุ่นไหนดี ที่เหมาะกับการใช้งานของตัวเองมากที่สุด และจะเลือกซื้อยังไงดี วันนี้ทาง Specphone เลยจะมาเปรียบเทียบ iPad ทุกรุ่นที่ยังมีการวางขายอยู่ในตอนนี้ปี 2022 ว่ารุ่นไหนเหมาะกับการใช้งานแบบไหน เหมาะกับใครบ้างในแต่ละรุ่น และควรเลือกซื้ออย่างไรดีให้ตรงกับการใช้งานของตัวเองมากที่สุด โดยรุ่นที่ยังมีการวางขายทั้งหมดในตอนนี้จะมีอยู่ด้วยกัน 5 รุ่น แต่ละรุ่นจะมีการใช้งานแบบไหนบ้างไปดูกันเลย

ตารางเปรียบเทียบ iPad สเปคทุกรุ่นที่วางขายปี 2022

สรุปเปรียบเทียบ iPad แต่ละรุ่น


ตารางเปรียบเทียบ iPad สเปคทุกรุ่นที่วางขายในปี 2022

ข้อมูล\ รุ่นiPad 9thiPad mini 6 iPad Air 5iPad Pro 11 นิ้วiPad Pro 12.9 นิ้ว
หน้าจอRetina
กว้าง 10.2 นิ้ว
Liquid Retina
กว้าง 8.3 นิ้ว
Liquid Retina
กว้าง 10.9 นิ้ว
Liquid Retina
ProMotion
Liquid Retina XDR
ProMotion

แบ็คไลท์ 2D
ขนาด250.6 x 174.1 x 7.5 มม.195.4 x 134.8 x 6.3 มม.247.6 x 178.5 x 6.1 มม.247.6 x 178.5 x 5.9 มม.280.6 x 214.9 x 6.4 มม.
น้ำหนักWiFi : 487g
Cellular : 498g
WiFi : 293g
Cellular : 297g
WiFi : 461g
Cellular : 462g
WiFi : 466g
Cellular : 468g
WiFi : 682g
Cellular : 684g
ชิปประมวลผลApple A13 BionicApple A15 BionicApple M1Apple M1Apple M1
RAM3GB4GB8GB8GB/ 16GB8GB/ 16GB
ROM64GB/ 256GB64GB/ 256GB64GB/ 256GB128GB/ 256GB/ 512GB/ 1TB/ 2TB128GB/ 256GB/ 512GB/ 1TB/ 2TB
กล้องหน้าUltrawide 12MPUltrawide 12MPUltrawide 12MPUltrawide
TrueDepth 12MP
Ultrawide
TrueDepth 12MP
กล้องหลัง8MP ƒ/2.412MP ƒ/1.812MP ƒ/1.812MP + 10MP
LiDAR scanner
12MP + 10MP
LiDAR scanner
Apple PencilApple Pencil
(รุ่นที่ 1)
Apple Pencil
(รุ่นที่ 2)
Apple Pencil
(รุ่นที่ 2)
Apple Pencil
(รุ่นที่ 2)
Apple Pencil
(รุ่นที่ 2)
KeyboardSmart KeyboardKeyboard BluetoothMagic Keyboard
และ Smart Keyboard Folio
Magic Keyboard
และ Smart Keyboard Folio
Magic Keyboard
และ Smart Keyboard Folio
แบตเตอรี่ดูวิดีโอ 10 ชม.
ท่องเน็ต 9 ชม.
พอร์ต Lightning
ดูวิดีโอ 10 ชม.
ท่องเน็ต 9 ชม.
พอร์ต USB C
ดูวิดีโอ 10 ชม.
ท่องเน็ต 9 ชม.
พอร์ต USB C
ดูวิดีโอ 10 ชม.
ท่องเน็ต 9 ชม.
พอร์ต USB C
Thunderbolt / USB 4
ดูวิดีโอ 10 ชม.
ท่องเน็ต 9 ชม.
พอร์ต USB C
Thunderbolt / USB 4
การเชื่อมต่อ4G, WiFi5G, WiFi 65G, WiFi 65G, WiFi 65G, WiFi 6
*เปรียบเทียบ iPad ด้วยสเปคทั้งหมด

iPad 9th

เปรียบเทียบ iPad แต่ละรุ่น 2022 ทุกรุ่นที่วางขาย 1 ipad 9

เริ่มต้นกันด้วยการเปรียบเทียบ iPad รุ่นเริ่มต้นด้วย iPad Gen 9 กันก่อนเลย ซึ่งรุ่นนี้จะบอกว่าเป็นรุ่นเริ่มต้นสำหรับการใช้งาน iPad เลยก็ว่าได้ ด้วยราคาที่มาแบบเบาๆ กับสเปคที่ใช้งานได้แบบทั่วไป ไม่ได้เน้นการใช้งานหนักมากเท่าไหร่นัก โดยรุ่นนี้จะเหมาะกับคนที่ต้องการใช้งาน iPad ในการเรียนออนไลน์ จดบันทึกต่างๆ รวมไปถึงการใช้งานประชุม หรือว่าดูหนังฟังเพลงได้หมดเลย แต่จะยังไม่ถึงขั้นออกแบบกราฟิกสูงๆ หรือว่าใช้ตัวต่อวิดีโอ ไม่ก็ตัดต่อภาพได้แบบโปรเท่าไหร่นัก อาจจะใช้งานแอพตัดต่อที่ไม่กินสเปคได้พอสมควร แต่จะยังไม่ถึงขั้นรุ่นที่สูงกว่านี้ ด้วยความแรงของตัวเครื่องที่ได้ชิป Apple A13 Bionic ที่มีความแรงอยู่แล้วจึงทำงานต่างๆ ได้อย่างลื่นไหล บวกกับหน้าจอ Retina ที่แสดงผลได้แบบ True Tone กว้าง 10.2 นิ้วพร้อม และรุ่นนี้ก็ยังมีปุ่ม Touch ID เอาไว้สแกนนิ้วมืออยู่เหมือนเดิมด้วย ซึ่งรุ่นอื่นๆ จะไม่มีแล้ว แต่อย่างน้อยก็ยังสามารถใช้งาน Apple Pencil (รุ่นที่ 1) และ Smart Keyboard ได้อยู่เหมือนกันนะ

เปรียบเทียบ iPad แต่ละรุ่น 2022 ทุกรุ่นที่วางขาย 2 ipad 9

ในเรื่องของกล้องหลังของ iPad 9th นั้นจะยังคงเป็นกล้องตัวเดียว ที่เป็นกล้องไวด์ความละเอียด 8MP พร้อมกับการถ่าย HDR และสแกนเอกสารได้ หรือว่าจะถ่ายวิดีโอก็สามารถถ่ายได้ถึงระดับ HD ส่วนกล้องหน้าจะได้เป็นกล้อง FaceTime HD แบบอัลตร้าไวด์ความละเอียด 12MP เท่ากับรุ่นอื่นที่สูงกว่านี้ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติ “จัดให้อยู่ตรงกลาง” ที่ทำให้การประชุมหรือว่า FaceTime นั้นจะมีการจัดตัวเราให้อยู่ตรงกลางหน้าจอเสมอ นอกจากนี้ยังได้ลำโพงสเตอริโอ 2 ตัว และไมโครโฟนคู่ กับการใช้งานที่ค่อนข้างอึดเอาเรื่อง แต่ว่ารุ่นนี้จะยังคงใช้พอร์ตแบบ Lightning และยังมีช่องต่อหูฟัง 3.5 อยู่ด้วย ใครที่มองหา iPad ใช้งานแบบทั่วไป จะเอาไว้เรียนหรือดูหนัง ฟังเพลง ก็สามารถทำได้ดีไหลลื่น อาจจะยังไม่ได้เน้นการตัดต่อหรือออกแบบหนักๆ ได้เท่าไหร่นัก แต่ก็คุ้มค่ากับราคาแน่นอน

  • จุดเด่น
    • ราคาถูกกว่าทุกรุ่น
    • ใช้งาน Apple Pencil (รุ่นที่ 1) และ Smart Keyboard ได้
    • มีกล้องหน้าแบบ UltraWide พร้อมคุณสมบัติ “จัดให้อยู่ตรงกลาง”
    • ได้ชิป A13 Bionic
    • อะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 20W ได้แล้ว
  • จุดที่ต่างจากรุ่นอื่น
    • หน้าจอยังเป็น Retina ขอบเขตสี sRGB
    • ใช้งานได้แค่ 4G กับ WiFi ทั่วไป
    • น้ำหนักเยอะหน่อย โดยเบากว่า iPad Pro 12.9 นิ้วรุ่นเดียว
    • ระบบเสียง 2 ลำโพงแบบทั่วไป
    • ยังใช้พอร์ตแบบ Lightning อยู่เหมือนเดิม

เปรียบเทียบ iPad ราคา iPad 9th

  • Wi-Fi
    • 64GB ราคา 11,400 บาท
    • 256GB ราคา 16,400 บาท
  • Wi-Fi + Cellular
    • 64GB ราคา 16,900 บาท
    • 256GB ราคา 21,900 บาท

iPad mini 6

เปรียบเทียบ iPad แต่ละรุ่น 2022 ทุกรุ่นที่วางขาย 3 ipad mini 6

เปรียบเทียบ iPad รุ่นต่อมานี้เป็น iPad ที่เรียกได้ว่ารุ่นเล็กแต่สเปคแรงเหลือจะเชื่อ สำหรับ iPad mini 6 รุ่นนี้จะเหมาะกับคนที่ต้องการ iPad ที่พกพาสะดวก สามารถใส่กระเป๋าถือไปได้แบบสบายๆ ไม่ต้องใช้พื้นที่เยอะ จะใช้งานวาดเขียนหรือจดบันทึกแบบง่ายๆ ที่ไม่ต้องใช้พื้นที่หน้าจอเยอะ หรือจะออกแบบตัดต่อก็ยังทำได้ แต่ว่ารุ่นนี้ก็จะมีข้อจำกัดตรงที่หน้าจอมีขนาดที่เล็ก จึงอาจจะไม่เหมาะกับการพิมพ์งานเยอะๆ หรือว่าการประชุมหลายคนที่จำเป็นต้องใช้หน้าจอเป็นหลัก โดยทั่วไปแล้วก็จะใช้งานเพื่อดูหนัง เรียนออนไลน์ทั่วไป ทำงานนอกสถานที่ และเน้นการพกพาสะดวกเป็นหลักเลย

เปรียบเทียบ iPad แต่ละรุ่น 2022 ทุกรุ่นที่วางขาย 4 ipad mini 6

ซึ่งรุ่นนี้จะมีหน้าจอเป็น Liquid Retina กว้าง 8.3 นิ้วระดับเดียวกับ iPad Air 5 และ iPad Pro 11 นิ้วเลย และมีปุ่ม Touch ID ด้านบนเหมือน iPad Air 5 แถมยังได้ชิป A15 Bionic ตัวแรงที่สามารถใช้งานกราฟิก หรือเล่นเกมได้แบบไหลลื่นแน่นอน แต่ทั้งนี้ iPad mini 6 จะใช้งานได้กับคีย์บอร์ด Bluetooth เท่านั้น แต่ก็ยังใช้งาน Apple Pencil (รุ่นที่ 2) ไว้ขีดเขียนได้แบบโปรเลยทีเดียว นอกจากนี้กล้องหลังของรุ่นนี้ยังเป็นกล้องไวด์ 12MP และยังมีแฟลช True Tone แบบ LED ด้วย ถ่ายตอนกลางคืนได้สบายหายห่วง ส่วนกล้องหน้าก็เป็น FaceTime HD แบบอัลตร้าไวด์ 12MP พร้อมคุณสมบัติ “จัดให้อยู่ตรงกลาง” ไม่ต่างจากรุ่นใหญ่รุ่นอื่นๆ ที่สำคัญคือรุ่นนี้มีพอร์ต USB C และใช้งาน 5G ได้แล้วด้วย

  • จุดเด่น
    • เครื่องเล็ก น้ำหนักเบาพกพาสะดวก
    • ใช้งาน Apple Pencil (รุ่นที่ 2) ได้
    • ได้ชิป A15 Bionic ตัวแรงแบบเดียวกับ iPhone 13
    • กล้องหลังมีแฟลช True Tone แบบ LED
  • จุดที่ต่างจากรุ่นอื่น
    • หน้าจอเล็กกว่าทุกรุ่น
    • รองรับคีย์บอร์ดแค่แบบ Bluetooth
    • ไม่รองรับ Smart Keyboard

เปรียบเทียบ iPad ราคา iPad mini 6

  • Wi-Fi
    • 64GB ราคา 17,900 บาท
    • 256GB ราคา 23,400 บาท
  • Wi-Fi + Cellular
    • 64GB ราคา 23,400 บาท
    • 256GB ราคา 28,900 บาท

iPad Air 5

เปรียบเทียบ iPad แต่ละรุ่น 2022 ทุกรุ่นที่วางขาย 5 ipad air 5

สำหรับการเปรียบเทียบ iPad รุ่นต่อมานี้เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดที่ได้มีการเปิดตัวออกมาได้ไม่นาน และรุ่นนี้ก็ยังทำสเปคออกมาได้ดีงามสุดๆ เหมาะกับคนที่ต้องการใช้งาน iPad ที่เกือบเทียบเท่าระดับโปร แต่ว่าจะเน้นไปที่ความเบาบางของ iPad และยังสามารถใช้ตัดต่อวิดีโอ ตัดต่อภาพ ทำกราฟิกต่างๆ ได้เป็นอย่างดี หรือว่าสายคอนเทนต์ที่เน้นพิมพ์รุ่นนี้ก็สามารถแปะ Apple Pencil (รุ่นที่ 2) เอาไว้จดบันทึกหรือวาดเขียนได้แบบสะดวกๆ เพราะมีหน้าจอที่เกือบเท่า iPad Pro 11 นิ้วแล้ว และยังสามารถใช้งานกับ Magic Keyboard และ Smart Keyboard Folio พร้อมกับการเชื่อมต่อ 5G ได้แล้วในรุ่นใหม่นี้ พูดง่ายๆ ก็คือเป็นรุ่นที่เกือบจะเท่ารุ่นโปร แต่เป็นรองกว่านิดหน่อย เน้นความเบาในการพกพาไปที่ต่างๆ ใช้พิมพ์งานหรือออกแบบได้สบาย และใช้งานได้ครบทุกรูปแบบ

เปรียบเทียบ iPad แต่ละรุ่น 2022 ทุกรุ่นที่วางขาย 6 ipad air 5

โดย iPad Air 5 รุ่นนี้ก็ได้อัพเกรดจากรุ่นเดิมมาเป็นชิป M1 ที่มีอยู่ในรุ่น Pro และ Mac จึงทำให้มีประสิทธิภาพในการใช้งานที่สูงมากกว่ารุ่นก่อนหน้าเยอะมาก จะทำกราฟิกหรือตัดต่อ รวมไปถึงการเช่นเกมก็ทำได้แบบไหลลื่น แถมยังได้หน้าจอแบบ Liquid Retina กว้าง 10.9 นิ้วเกือบเท่ารุ่นโปรอยู่แล้ว และยังมีปุ่ม Touch ID อยู่บนตัวเครื่องเหมือนเดิม รุ่นนี้มีสีใหม่ออกมาด้วย ส่วนกล้องหลังจะเป็นกล้องตัวเดียวที่ความละเอียด 12MP ถ่ายวิดีโอ 4K ได้แต่ยังไม่มีแฟลช มาพร้อมกับกล้องหน้า FaceTime HD อัลตร้าไวด์ 12MP ที่มีคุณสมบัติ “จัดให้อยู่ตรงกลาง” เหมือนกับรุ่นอื่นๆ แล้วด้วย จะประชุมหรือสร้างสรรค์คอนเทนต์นอกสถานที่ก็ทำได้หมดเลย แถมยังมีน้ำหนักเบากว่าทุกรุ่นอีกด้วย (ถ้าไม่รวมรุ่นเล็กอย่าง iPad mini 6) ดูเปรียบเทียบ iPad Air 5 กับ iPad Air 4 ที่นี่ หรือเทียบกับ iPad Pro 11 นิ้วที่นี่

  • จุดเด่น
    • ตัวเครื่องบาง น้ำหนักเบาพกพาได้ไม่หนักมือ
    • ได้ชิป M1 เท่ารุ่นโปรและ Mac
    • แปะ Apple Pencil (รุ่นที่ 2) บนตัวเครื่องได้ พร้อมรองรับ Magic Keyboard และ Smart Keyboard Folio
    • สเปคเป็นรองแค่รุ่นโปรเท่านั้น
  • จุดที่ต่างจากรุ่นอื่น
    • ความจุเครื่องรุ่นเริ่มต้นน้อยไปหน่อย
    • หน้าจอยังไม่มีเทคโนโลยี ProMotion
    • มีลำโพงเพียง 2 ตัว
    • กล้องหลังยังไม่มีแฟลช

เปรียบเทียบ iPad ราคา iPad Air 5

  • Wi-Fi
    • 64GB ราคา 20,900 บาท
    • 256GB ราคา 25,900 บาท
  • Wi-Fi + Cellular
    • 64GB ราคา 25,900 บาท
    • 256GB ราคา 30,900 บาท

iPad Pro 11 นิ้ว และ iPad Pro 12.9 นิ้ว

เปรียบเทียบ iPad แต่ละรุ่น 2022 ทุกรุ่นที่วางขาย 7 ipad pro 11 12.9

ปิดท้ายกันด้วยการเปรียบเทียบ iPad รุ่นโปรทั้งสองรุ่นที่ต้องบอกเลยว่าแรงจัดจนแทบจะเป็นโน๊ตบุ๊คอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าจะมีหน้าจอให้เลือกทั้ง 11 นิ้วหรือ 12.9 นิ้ว แต่ทั้งสองรุ่นนี้ก็มีสเปคที่ไม่ห่างกันมากนัก จะต่างกันก็เพียงเรื่องของหน้าจอ และน้ำหนักตัวเครื่องนั่นแหละ โดยรุ่นนี้จะเหมาะกับคนที่ต้องการทำงานแบบโปรมากกว่าทุกรุ่น ไม่ว่าจะเน้นตัดต่อ ออกแบบกราฟิก แต่งรูป หรือว่าจะเป็นสายคอนเทนต์ต่างๆ ก็สามารถพกพา iPad Pro 2021 ไปทำงานได้แบบสบายๆ อีกทั้งยังสามารถแปะ Apple Pencil (รุ่นที่ 2) ไปได้ทุกที่ หรือจะพกเคสคีย์บอร์ดที่เป็น Magic Keyboard และ Smart Keyboard Folio ก็ได้เหมือนกัน ที่สำคัญคือ iPad Pro 2021 ทั้งสองรุ่นมีความจุสูงสุดถึง 2TB พร้อมกับ RAM 16GB เลยทีเดียว แต่ถ้ารุ่นเริ่มต้นถึง 512GB จะได้เป็น 8GB แทน ใครที่ต้องการใช้พื้นที่เยอะๆ ก็จัดสเปคสูงไปเลยคุ้มกว่าเยอะ

เปรียบเทียบ iPad แต่ละรุ่น 2022 ทุกรุ่นที่วางขาย 8 ipad pro 11 12.9

iPad Pro 11 นิ้วและ iPad Pro 12.9 นิ้วไม่ได้มีความต่างกันแค่ขนาดหน้าจอเท่านั้น แต่รุ่น 11 นิ้วจะมีหน้าจอเป็นแบบ Liquid Retina พร้อมแบ็คไลท์แบบ LED กับความสว่างทั่วไปสูงสุด 600 นิต แต่ว่ารุ่น 12.9 นิ้วนั้นจะมีหน้าจอแบบ Liquid Retina XDR พร้อมแบ็คไลท์แบบ Mini-LED และได้ความสว่างสูงสุด 1,000 นิตแบบเต็มหน้าจอ และ 1,600 นิตสำหรับ HDR อีกด้วยทำให้รุ่น 12.9 นิ้วจะมีหน้าจอที่คมชัดและสว่างได้มากกว่าเยอะมากๆ แถมดูได้ถึง 6K เลยด้วย แต่ทั้งสองรุ่นก็มีเทคโนโลยี ProMotion 120Hz หน้าจอไหลลื่น และชิป M1 เหมือนกัน และยังปลดล็อคด้วย Face ID ได้เหมือนกันด้วย รวมไปถึงกล้องหลังที่มีทั้งเลนส์ไวด์ 12MP และอัลตร้าไวด์ 10MP ที่มีเซ็นเซอร์ LiDAR กับแฟลช True Tone ที่ถ่ายได้สว่างกว่าทุกรุ่น ส่วนกล้องหน้าจะเป็น TrueDepth 12MP พร้อมคุณสมบัติ “จัดให้อยู่ตรงกลาง” กับเอฟเฟกต์ 6 แบบเหมือนกันทั้งหมด

  • จุดเด่น
    • ได้ชิป M1 ตัวแรงเท่า Mac
    • รุ่น 12.9 นิ้วมีหน้าจอแบบ Liquid Retina XDR และสว่างกว่าทุกรุ่น
    • หน้าจอมีเทคโนโลยี ProMotion
    • ความจุสูงสุด 2TB พร้อม RAM 16GB
    • ปลดล็อคด้วย Face ID
    • มีระบบเสียง 4 ลำโพงกระจายรอบทิศทาง
  • จุดต่างจากรุ่นอื่น
    • ราคาแรงมาก รุ่นท็อปสุดเกือบแสน

เปรียบเทียบ iPad ราคา iPad Pro 2021

เปรียบเทียบ iPad Pro 2021 รุ่น 11 นิ้ว

  • Wi-Fi
    • 128GB ราคา 27,900 บาท
    • 256GB ราคา 31,400 บาท
    • 512GB ราคา 38,400 บาท
    • 1TB ราคา 52,400 บาท
    • 2TB ราคา 66,400 บาท
  • Wi-Fi + Cellular
    • 128GB ราคา 32,900 บาท
    • 256GB ราคา 36,400 บาท
    • 512GB ราคา 43,400 บาท
    • 1TB ราคา 57,400 บาท
    • 2TB ราคา 71,400 บาท

เปรียบเทียบ iPad Pro 2021 รุ่น 12.9 นิ้ว

  • Wi-Fi
    • 128GB ราคา 37,900 บาท
    • 256GB ราคา 41,400 บาท
    • 512GB ราคา 48,400 บาท
    • 1TB ราคา 62,400 บาท
    • 2TB ราคา 76,400 บาท
  • Wi-Fi + Cellular
    • 128GB ราคา 42,900 บาท
    • 256GB ราคา 46,400 บาท
    • 512GB ราคา 53,400 บาท
    • 1TB ราคา 67,400 บาท
    • 2TB ราคา 81,400 บาท

สรุปเปรียบเทียบ iPad แต่ละรุ่น

เปรียบเทียบ iPad แต่ละรุ่น 2022 ทุกรุ่นที่วางขาย 9
เปรียบเทียบ iPad Pro 12.9, 11 และ Air 5

จากข้อมูลการเปรียบเทียบ iPad ทุกรุ่นทั้งจากตารางและจากสเปคที่เราได้บอกไปนั้น หลายๆ คนที่เล็งรุ่นไหนไว้ก็น่าจะพอรู้กันแล้ว ว่ารุ่นนั้นเหมาะกับตัวเองมากน้อยแค่ไหน สิ่งสำคัญในการเลือกซื้อ iPad ก็คือจุดประสงค์ในการใช้งาน กับงบประมาณในการซื้อของแต่ละรุ่น ถ้าใครต้องการใช้งานแบบหนักๆ จัดเต็มทั้งการออกแบบผลงาน วาดเขียน และตัดต่อวิดีโอในระดับสูง และมีงบประมาณถึง แนะนำว่าให้ซื้อ iPad Pro 12.9 นิ้วไปเลยจะคุ้มที่สุดในการใช้งานแล้ว แต่ถ้าคิดว่าหน้าจอมันใหญ่เกินไป และพกพาไม่ค่อยสะดวกก็อาจจะลดหน้าจอลงมาเหลือ 11 นิ้วก็ยังทำงานได้ดีไม่แพ้กันเลย แถมมีน้ำหนักเบาเกือบเท่า iPad Air เลยด้วย

เปรียบเทียบ iPad แต่ละรุ่น 2022 ทุกรุ่นที่วางขาย 10
เปรียบเทียบ iPad 9 กับ mini 6

ส่วนใครที่ต้องการใช้งาน iPad แบบทั่วไปจนถึงการจดบันทึก ตัดต่อได้ดี หรือจะเอาไว้เขียนคอนเทนต์กับการใช้ Magic Keyboard และ Smart Keyboard Folio ไปด้วย และชอบเครื่องที่มีขนาดกำลังดีพกพาหรือถือได้แบบไม่หนักมาก แนะนำว่าให้ซื้อ iPad Air 5 รุ่นล่าสุดที่สเปคครบจบในตัวไปเลยจะคุ้มมากๆ แต่ถ้าอยากได้แบบใช้งานทั่วไป ไม่ได้เน้นตัดต่อหรืองานกราฟิกสูงๆ เช่นดูหนัง เรียนออนไลน์ หรือเอาไว้ประชุมงานแบบง่ายๆ ในราคาประหยัด แนะนำว่าให้ซื้อ iPad 9th จะดีกว่า ถ้าไม่ได้จะใช้งานหนักขนาดต้องใช้ชิปตัวแรงมากๆ ส่วนใครที่ชอบเครื่องขนาดเล็ก พกพาใส่กระเป๋าไปได้ทุกที่ แถมยังได้สเปคเครื่องที่เร็วแรงด้วย ก็เลือกซื้อเป็นตัว iPad mini 6 ได้เลย เพราะรุ่นนี้ก็ครบเครื่องเหมือนกัน แต่ไม่เหมาะกับการประชุมที่คนเยอะ หรือว่าพิมพ์งานนะ เพราะหน้าจอมันเล็กเกินไปนั่นเอง


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก