[Review] ZMi 10 (QB820) Powerbank 20000 mAh ชาร์จเข้า-ออกไว ชาร์จได้ยัน MacBook Pro

BY ZeroSystem | POSTED ON 14, 03, 2018 12:03pm | VIEWS
[Review] ZMi 10 (QB820) Powerbank 20000 mAh ชาร์จเข้า-ออกไว ชาร์จได้ยัน MacBook Pro

แบตสำรองหรือที่เรียกติดปากกันว่า Powerbank คือหนึ่งในอุปกรณ์ที่แทบจะต้องมีติดกระเป๋ากันทุกคนอยู่แล้ว เพื่อเป็นแหล่งเติมพลังงานฉุกเฉินให้กับอุปกรณ์ต่างๆ ที่พกติดตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาร์ทโฟน แต่ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีการชาร์จไฟของฝั่งสมาร์ทโฟนให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้ฝั่งของ powerbank ต้องปรับตัว และเสริมฟังก์ชันการชาร์จเร็วเข้าไปเป็นจุดขาย ทำให้เราได้เห็น powerbank ที่รองรับเทคโนโลยีการชาร์จเร็ววางขายในตลาดกันมากขึ้นเรื่อยๆ

ทว่าตั้งแต่ปีที่ผ่านมา อุปกรณ์ที่ใช้ช่อง USB-C เริ่มมาพร้อมกับฟีเจอร์ Power Delivery (PD) ที่ทำให้การชาร์จไฟเร็วขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ตัวอย่างเช่น iPhone 8, iPhone 8 Plus, iPhone X ฝั่ง Android ก็เช่น Google Pixel 2, Pixel 2 XL, Samsung Galaxy S8, S8+ รวมถึงเครื่องเกมอย่าง Nintendo Switch ทำให้ถ้าหากผู้ใช้ต้องการที่จะชาร์จไฟเข้าแบบเร็วทันใจ ก็ต้องหาอะแดปเตอร์และ powerbank ที่รองรับฟีเจอร์ PD นี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งในเจ้า powerbank ในรีวิวนี้ มันรองรับ และเป็นหนึ่งในรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงมากในขณะนี้ นั่นคือ ZMi 10 (QB820) ความจุ 20000 mAh จาก Xiaomi นั่นเอง

Maker:0x4c,Date:2017-11-5,Ver:4,Lens:Kan03,Act:Lar01,E-Y

สำหรับเจ้า ZMi 10 ตัวนี้ ผมซื้อมาจาก Xiaomi Offical Shop ที่ประเทศฮ่องกงครับ เนื่องจากผมไปเที่ยวพอดี แล้วเจอวางขายในช็อป ก็เลยจัดมา 1 ตัว ราคาที่นู่นก็ตามป้ายเลยคือ 349 ดอลลาร์ฮ่องกง คิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ 1,400 บาท ส่วนถ้าต้องการหาซื้อในไทย ตอนนี้ก็มีร้านในอินเตอร์เน็ตเปิดขายกันหลายร้าน ราคาเท่าที่ผมเจอก็อยู่ในช่วงสองพันกว่าบาทถึงสองพันปลายๆ บางช่วงมีโปรโมชันพิเศษก็เหลือแค่เกือบสองพันบาทเท่านั้น ก็ถือซะว่าเป็นค่าอำนวยความสะดวก ให้ไม่ต้องบินไปซื้อถึงต่างประเทศ อีกอย่างคือซื้อในไทย หากมีปัญหาก็ยังพอคุยกับร้านที่ซื้อมาได้ แต่ถ้าหิ้วมาเอง หากต้องการเคลม ก็คงต้องบินไปเองด้วยเหมือนกัน

Review-ZMi-Powerbank-20000-mAh-SpecPhone_180310-1

ด้านบนคือกล่องของ ZMi 10 แต่เป็นเพียงกล่องใน เพราะจริงๆ แล้วจะมีกล่องกระดาษน้ำตาลเป็นกล่องนอกอีกชั้นหนึ่ง แต่ผมไม่ได้เอามาถ่ายรูปด้วยครับ สำหรับกล่องในก็ทำมาจากกระดาษแข็ง ฝากล่องบนจะหนาและแข็งแรงมากๆ ด้านในบุฟองน้ำสีดำกันกระแทกให้กับตัว powerbank อีกชั้นด้วย เรื่องแพ็คเกจนี่กินขาดจริงๆ

Review-ZMi-Powerbank-20000-mAh-SpecPhone_180310-2

พลิกมาด้านหลังกล่องก็จะพบกับสเปคการจ่ายไฟอย่างละเอียดเลย ดังนี้

ชาร์จไฟเข้า ZMi 10

  • ชาร์จไฟเข้าได้สูงสุด 45W ผ่านช่อง USB-C รองรับเทคโนโลยี PD
  • แรงดันและกระแสไฟที่รองรับ: 5V 3A // 9V 3A // 12V 3A // 15V 3A // 20V 2.25A

ไฟออกจาก ZMi 10 ไปชาร์จให้อุปกรณ์อื่น

  • USB-C : ชาร์จไฟออกได้สูงสุด 40W รองรับเทคโนโลยี PD : 5V 3A // 9V 3A // 12V 3A // 15V 2.66A // 20V 2A
  • USB-A ทั้ง 2 ช่อง : ชาร์จไฟออกได้สูงสุด 18W รองรับ QC 3.0 : 5V 2.4A // 9V 2A // 12V 1.5A

ด้านของความจุแบตเตอรี่จริงๆ นั้น จะไม่ตรงกับที่โฆษณานะครับ โดยอ้างอิงจากคู่มือภาษาอังกฤษของเว็บ Xiaomi-ZMi เอง ความจุจริงแบตเตอรี่อยู่ที่ประมาณ 10,000 mAh เท่านั้น ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ powerbank จะมีความจุไม่เต็มเท่าที่โฆษณา เนื่องด้วยอัตราการสูญเสียพลังงานต่างๆ ซึ่งก็ยังดีที่ ZMi 10 มีระบุอยู่ในคู่มือ (แต่มันก็ต่างกันเยอะไปหน่อยนะ ร่วมเท่าตัวเลย)

แง่ของการชาร์จไฟเข้าให้ ZMi 10 นั้น ถ้าต้องการให้เต็มประสิทธิภาพที่สุด ก็คงต้องหาอะแดปเตอร์ และสาย USB-C to USB-C ที่รองรับฟังก์ชัน PD ด้วยเท่านั้นครับ ซึ่งในตลาดตอนนี้ก็พอมีอยู่บ้างเหมือนกัน ส่วนถ้าใครที่ใช้ MacBook Pro รุ่นตั้งแต่หลังปี 2016 เป็นต้นมา หรือมีเครื่องเกม Nintendo Switch อยู่ ก็สามารถใช้อะแดปเตอร์ของอุปกรณ์ทั้งสองชาร์จไฟเข้า ZMi 10 ได้แบบไม่มีปัญหาเลย ส่วนอะแดปเตอร์มือถือรุ่นต่างๆ ก็ใช้ชาร์จได้ครับ แต่อาจจะเข้าช้าหน่อย

Review-ZMi-Powerbank-20000-mAh-SpecPhone_180310-3

เมื่อดึงฝากล่องด้านบนออก ก็จะพบกับ ZMi 10 อยู่ด้านหน้าสุดเลย (ถ้าเพิ่งแกะกล่องครั้งแรก จะมีถุงพลาสติกห่ออยู่อีกชั้น)

Review-ZMi-Powerbank-20000-mAh-SpecPhone_180310-4

อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องก็มีแค่สาย 2 เส้น ได้แก่

  • สาย USB-C to USB-C ที่รองรับ PD ความยาว 60 เซนติเมตร
  • สาย USB-A to Micro USB ที่มีหัวแปลงเป็น USB-C พ่วงมาให้ในตัว ความยาว 30 เซนติเมตร

สายทั้งสองเส้นจัดว่าหนาพอสมควร หนากว่าสาย Lightning ของ Apple เองเล็กน้อย นอกจากนี้ก็จะมีคู่มือที่เป็นภาษาจีนมาให้อีกนิดหน่อย

Review-ZMi-Powerbank-20000-mAh-SpecPhone_180310-5

หน้าตาของ ZMi 10 ก็เป็นแบบนี้ครับ ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มุมทั้งหมดโค้งมน ผิวเป็นโลหะมีความลื่นมือ เคลือบสีที่ไม่เชิงว่าดำซะทีเดียว ออกจะคล้ายๆ สีก้อนหินมากกว่า ดูแล้วน่าจะเกิดรอยขีดข่วนจากการใช้งานได้ไม่ยาก ขนาดตัวก็จะใหญ่กว่ามือถือจอ 5.5 นิ้วเล็กน้อย แต่หนาเอาเรื่อง ด้วยความหนาประมาณความกว้างนิ้วหัวแม่มือ (160.4 × 81.8 × 21 mm) ส่วนน้ำหนักก็อยู่ที่ 405 กรัม เรียกว่าหนักเกือบจะพอๆ กับ iPad mini เลย จึงอาจจะไม่ค่อยเหมาะกับการถือใช้งานร่วมกับมือถือระหว่างชาร์จเท่าไหร่ น่าจะเหมาะกับการโยนใส่กระเป๋าหลัง แล้วค่อยหยิบออกมาวางเพื่อใช้ชาร์จไฟให้อุปกรณ์อื่นในยามจำเป็นมากกว่า

Review-ZMi-Powerbank-20000-mAh-SpecPhone_180310-6

ด้านหลังของ ZMi 10 ก็มีระบุสเปคและข้อมูลการรับรองมาตรฐานต่างๆ เอาไว้เหมือนกับที่กล่องเลย สำหรับไส้แบตเตอรี่ภายในนั้น จากในคู่มือแจ้งว่าเป็นแบตเตอรี่ Li-ion มาจาก LG ครับ สำหรับเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย ในตัวก็จะมีทั้งตัวช่วยป้องกันความร้อนสูงจน overheat, ตัวช่วยป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร, ตัวช่วยป้องกันกระแสย้อนกลับ รวมถึงป้องกันกระแส/แรงดันเกินทั้งขาเข้าและขาออก

Review-ZMi-Powerbank-20000-mAh-SpecPhone_180310-7

ช่องเชื่อมต่อทั้งสามจะอยู่รวมในด้านเดียวกันทั้งหมด โดยมี USB-C ที่ทำหน้าที่ได้ทั้งจ่ายไฟเข้าและออกอยู่ตรงกลาง ขนาบข้างด้วย USB-A ที่ปล่อยไฟออกได้อย่างเดียว

อันที่จริงแล้ว ZMi 10 ยังมีอีกฟังก์ชันซ่อนอยู่ นั่นคือมันสามารถทำตัวเองเป็น USB Hub ให้กับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับช่อง USB-C ได้ด้วย โดยปรับการทำงานของช่อง USB-A ทั้งสองให้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นได้ เช่น ผมต่อ ZMi 10 เข้ากับ MacBook หากผมเปิดใช้โหมด USB hub ผมก็สามารถเอา flashdrive และเม้าส์ USB มาเสียบที่ช่อง USB-A ปกติของ ZMi 10 เพื่อต่อเข้ากับ MacBook ได้ทันที ช่วยแก้ปัญหาเวลาลืมสายแปลงพอร์ตได้เป็นอย่างดีครับ ซึ่งการเปิดใช้โหมด USB hub ก็เพียงแค่กดปุ่มตรวจสอบระดับแบตเตอรี่ที่อยู่ด้านข้าง ZMi 10 สองครั้งติดกัน ให้ไฟสีฟ้าติดขึ้นมา ส่วนถ้าต้องการปิดโหมดนี้ ก็แค่กดปุ่มเดิมลงไป 1 ครั้งเท่านั้น โดยระหว่างที่ใช้เป็น USB hub นั้น ก็จะมีการจ่ายไฟเข้าไปยังคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานอยู่ด้วย

Review-ZMi-Powerbank-20000-mAh-SpecPhone_180310-8

ปุ่มที่ว่าก็คือตรงนี้ครับ ตัวปุ่มจะอยู่ลึกลงไปจากสันเล็กน้อย ทำให้สามารถคลำหาตำแหน่งได้ไม่ยากนัก หากกดในโหมดปกติ ก็จะเป็นการเรียกดูปริมาณความจุแบตที่เหลืออยู่ ซึ่งไฟแต่ละดวงก็จะแทนค่า 25% เช่นหากไฟติด 3 ดวง ก็เท่ากับว่าแบตเหลือไฟประมาณ 50-75%

ส่วนถ้าหากเปิดใช้งานโหมด USB hub ไฟสีฟ้าก็จะติดขึ้นมาตรงตำแหน่งทางซ้ายของปุ่มกดในภาพ และไฟดวงเล็กๆ ทั้ง 4 ก็จะติดค้างตลอดเวลาด้วย

Review-ZMi-Powerbank-20000-mAh-SpecPhone_180310-12

ถ้าเทียบความหนาของ ZMi 10 กับปากกา ก็ตามภาพด้านบนเลยครับ หนากว่ากันราวเท่าตัว

Review-ZMi-Powerbank-20000-mAh-SpecPhone_180310-9

ในการใช้งานจริง หากต้องการรีดประสิทธิภาพของ ZMi ให้สูงที่สุด ก็คงต้องเป็นการชาร์จไฟออกจากช่อง USB-C เข้าไปยังอุปกรณ์ที่รองรับฟังก์ชัน PD ผ่านพอร์ต USB-C ด้วยเช่นกัน ซึ่งจากที่ผมลองใช้กับมือถือ Google Pixel 2 XL เมื่อเสียบสายต่อเข้าด้วยกัน ที่หน้าจอก็แจ้งทันทีว่าเป็นชาร์จเร็ว (charging rapidly) ปริมาณแบตก็ขึ้นแทบจะ 1% ต่อ 1 นาทีเลยทีเดียว โดยเท่าที่ลองจับเวลาดู เริ่มจากแบตในเครื่องเหลือ 9% ก็สามารถชาร์จขึ้นจนเป็น 49% ภายใน 37 นาที และเพิ่มขึ้นเป็น 93% ภายในประมาณ 1 ชั่วโมง 26 นาทีเท่านั้น ทำให้เสมือนว่าพกอะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว แล้วเสียบชาร์จกับปลั๊กไฟเลยก็ว่าได้

ส่วนการชาร์จไฟกลับเข้าไปเก็บใน ZMi 10 ก็ทำผ่านพอร์ต USB-C เช่นกัน โดยรอบนี้ผมใช้อะแดปเตอร์ Aukey ชาร์จที่ช่อง USB-C ที่รองรับ Quick Charge 3.0 ก็ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง แต่ถ้าหากเป็นอะแดปเตอร์ที่รองรับ PD ด้วย ก็น่าจะเร็วกว่านี้เล็กน้อย

Review-ZMi-Powerbank-20000-mAh-SpecPhone_180310-10

เครื่องเล่นเกม Nintendo Switch ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องที่ผมนำมาทดสอบกับ ZMi 10 ตัวนี้เหมือนกัน ทั้งส่วนของการเล่นแบบโหมดพกพา และการเล่นแบบต่อ dock เพื่อส่งภาพออกทีวี ซึ่งแบบหลังนี้จะกินพลังงานมากกว่า ผลคือสามารถเล่นเกมได้อย่างไหลลื่น แบตในเครื่องไม่ลดเลย เท่ากับว่า ZMi 10 สามารถจ่ายไฟผ่านช่อง USB-C PD ได้พอดีกับความต้องการของ Switch ซึ่งรองรับไฟเข้าจากอะแดปเตอร์ได้สูงสุด 39W พอดี ทำให้สามารถเล่นเกมได้เสมือนว่าเสียบอะแดปเตอร์กับปลั๊กไฟบ้านเลย ส่วนระยะเวลาที่สามารถใช้งานได้นั้น ผมทดสอบคร่าวๆ ด้วยการเล่นเกม Resident Evil Revelation 2, UNO และเดโมของเกม Kirby พบว่าหลังจากผ่านไป 2 ชั่วโมง ไฟ LED แสดงปริมาณแบตลดลงเหลือ 2 ดวง ก็น่าจะประมาณได้ว่าแบตของ ZMi 10 ยังเหลืออยู่ในช่วง 50-75%

Review-ZMi-Powerbank-20000-mAh-SpecPhone_180310-11

ผ่านจากการทดสอบชาร์จมือถือผ่าน USB-C PD และการชาร์จเครื่องเกม Nintendo Switch ไปแล้ว ทีนี้มาเจอของใหญ่อย่าง MacBook Pro 13″ รุ่นปี 2016 กันบ้าง โดยผมเลือกที่จะต่อสายจากเครื่องตรงมายัง ZMi 10 เพื่อให้มันเป็นแหล่งจ่ายไฟเข้าไปโดยตรงเลย สำหรับรูปแบบการใช้งานของผมก็ตามนี้ครับ

  • ใช้งานเครื่องโดยการต่อเน็ตผ่าน Wi-Fi / Bluetooth และเปิดจอไว้ตลอดเวลา
  • ความสว่างหน้าจออยู่ในระดับเกือบสูงสุด
  • ไฟคีย์บอร์ดปิดไว้ เนื่องจากใช้งานในบริเวณที่แสงค่อนข้างสว่างมาก
  • เปิด Google Chrome โดยมีแท็บที่ทำงานอยู่ 6-8 แท็บตลอดเวลา หนึ่งในนั้นคือ Facebook และการเขียนรีวิว ที่ต้องเขียนอยู่เกือบตลอด มีอัพโหลดรูปบ้าง
  • สลับไปแต่งรูปเป็นบางช่วง โดยใช้โปรแกรม Adobe Lightroom CC ทำภาพไฟล์ RAW ประมาณ 50 ภาพ จากนั้นมารันสคริปต์จัดการภาพอีกนิดหน่อยใน Adobe Photoshop CC
  • ฟังเพลงจากโปรแกรม Spotify ผ่านหูฟัง

จากการใช้งานดังกล่าว ผมสามารถใช้ไฟจาก ZMi 10 ได้ประมาณ 3 ชั่วโมง 20 นาที โดยที่คอมทำงานเต็มที่ตลอดเวลา ไม่มีอาการไฟแกว่งให้เห็น แบตคงอยู่ที่ 100% ตลอด ส่วนของตัว powerbank เองนั้น เท่าที่จับดูก็แค่อุ่นขึ้นมาเล็กน้อยเท่านั้นเอง

Review-ZMi-Powerbank-20000-mAh-SpecPhone_180310-13

ในภาพด้านบนก็คือผมลองใช้โปรแกรม Coconut Battery ตรวจสอบเรื่องแบตเตอรี่และการชาร์จไฟของ MacBook Pro ที่ใช้อยู่ ตัวโปรแกรมพบว่าขณะที่ผมต่อเครื่องเข้ากับ ZMi 10 มันเสมือนเป็นการต่อเข้ากับอะแดปเตอร์ที่จ่ายไฟได้ 45W ซึ่งก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปของผม แม้ว่าอะแดปเตอร์ของ MBP จริงๆ จะจ่ายไฟได้สูงสุด 60W ก็ตาม ซึ่งหากใครที่ใช้งานเครื่องน้อยกว่านี้ ก็น่าจะสามารถใช้ไฟจาก ZMi 10 ได้นานกว่าผมแน่นอน

 

รวมๆ แล้วพาวเวอร์แบงค์ ZMi 10 จัดว่าเป็นหนึ่งในอุปกรณ์เสริมที่เหมาะมากๆ สำหรับผู้ที่ใช้อุปกรณ์ซึ่งรองรับการชาร์จเร็วผ่านช่อง USB-C ด้วยฟังก์ชัน PD เช่น มือถือตัวท็อป หรืออุปกรณ์รุ่นใหม่ๆ เช่น

  • iPhone 8 / iPhone 8 Plus / iPhone X
  • Samsung Galaxy S8 / S8+ / S9 / S9+ / Note 8
  • Google Pixel / Pixel XL / Pixel 2 / Pixel 2 XL
  • Nintendo Switch
  • MacBook / MacBook Pro (รุ่นปี 2016 เป็นต้นไป)

ซึ่งจะทำให้คุณได้ใช้งาน ZMi 10 อย่างเต็มประสิทธิภาพ คุ้มราคาที่จ่ายไปอย่างแน่นอน (แต่ก็อย่าลืมว่าสายชาร์จ และอะแดปเตอร์ที่จะชาร์จไฟเข้าก็ควรรองรับ PD ด้วยเช่นกัน) นอกจากนี้ยังมีช่อง USB ปกติให้ใช้งานกับอุปกรณ์อื่นๆ และสาย USB ปกติที่มีอยู่ในมือได้ด้วย เหมาะกับผู้ที่ต้องการความรวดเร็วในการชาร์จแบตให้กับอุปกรณ์ในมือแบบเร่งด่วนเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันเสริมด้วยการเป็น USB hub ให้กับคอมพิวเตอร์ เพื่อทำหน้าที่แทนตัวแปลงพอร์ต ควบคู่ไปกับการจ่ายไฟไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องที่ต่ออยู่ไปด้วยพร้อมๆ กันได้อีก

ทั้งหมดนี้ทำให้พาวเวอร์แบงค์ ZMi 10 จาก Xiaomi ตัวนี้ เป็นแบตสำรองที่น่าลงทุนหาซื้อมาติดกระเป๋าจริงๆ ครับ รับรองว่าเจ็บแต่จบแน่นอน

Comments
©2018 SPECPHONE.COM - All rights reserved.