[Review] Wiko Upulse โทรศัพท์ราคา 4,990 บาท ที่มาพร้อมกับ RAM 3 GB และกล้อง 13 ล้านที่ถ่ายรูปได้สวยเกินราคา

[Review] Wiko Upulse โทรศัพท์ราคา 4,990 บาท ที่มาพร้อมกับ RAM 3 GB และกล้อง 13 ล้านที่ถ่ายรูปได้สวยเกินราคา

ข้อดี

– ใช้งานทั่วไปลื่นไหลดี
– กล้องถ่ายรูปถ่ายออกมาได้ภาพที่ดูดี
– จอสวยมีมุมมองกว้าง
– แบตอึดสามารถใช้งานได้ทั้งวัน

ข้อสังเกต

– กล้องโฟกัสช้า
– ที่สแกนลายนิ้วมือสแกนได้ไม่เร็ว
– GPS จับสัญญาณได้ช้า
– เล่นเกมมีอาการกระตุกบ้าง

บทสรุป

สำหรับ Wiko Upulse ก็ถือว่าเป็นโทรศัพท์อีกหนึ่งตัวที่น่าสนใจในราคาต่ำกว่า 5,000 บาท เหมาะกับคนที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่เน้นการใช้งานทั่วไป และ เล่นเกมบ้าง โดยมาพร้อมกับการออกแบบที่สวยงามมีวัสดุฝาหลังเป็นโลหะ ถึงแม้ว่าจะมีสเปคที่ไม่ได้แรงมากแต่การใช้งานจริงนั้นก็ถือว่าทำออกมาได้ลื่นไหลเป็นอย่างดี กล้องถ่ายรูปของ Wiko Upulse ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีมากสำหรับโทรศัพท์ที่มีราคาไม่ถึง  5,000 บาท และมีแบตเตอรี่ความจุ 3,000 mAh สามารถใช้งานได้เต็มวันโดยไม่ต้องชาร์จเพิ่ม

 

Editor : Vivi
70
BEST PRICE

ถ้าพูดถึงแบรนด์ Wiko หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อติดหูอยู่บ้างแต่อาจจะยังไม่รู้จักแบรนด์นี้ดี โดย Wiko เป็นสมาร์ทโฟนสัญชาติฝรั่งเศสเน้นผลิตโทรศัพท์ที่มีสเปคกับราคาที่คุ้มค่า มีการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ โดย Wiko เพิ่งได้เปิดตัวโทรศัพท์รุ่นใหม่ ที่มีจุดเด่นในเรื่องของการ ถ่ายรูปมาพร้อมกับจอขนาด 5.5 นิ้วในราคาเพียง 4,990 บาท นั่นก็คือ Wiko Upulse มาดูกันดีกว่าว่าหลังจากที่ลองใช้งาน Wiko Upulse แล้วมีความรู้สึกเป็นยังไงกันบ้าง

ฃสเปคของ Wiko Upulse

  • หน้าจอ 5.5 นิ้ว IPS  ความละเอียด HD 720P
  • CPU MediaTek MT6737 Quad-core 1.3GHz
  • GPU Mali-T720
  • RAM 3GB
  • ROM 32GB รองรับ microSD สูงสุด 128GB
  • กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล, f/2.0, LED flash, Autofocus
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล, f/2.0, LED flash
  • Android 7.0 Nougat
  • รองรับ 2 SIM มีช่องใส่ microSD แยกให้
  • มีที่สแกนลายนิ้วมือ
  • แบตเตอรี่: 3,000 mAh
  • ขนาด 153.5 x 77.5 x 8.5 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก: 167 กรัม
  • สี: Cherry Red, Black, Gold
  • ราคา: 4,990 บาท

Design

Review-Wiko-U-Pulse-SpecPhone-20

Wiko Upulse ที่เราได้มารีวิวเป็นสี  Cherry Red ที่เป็นสีแดงสด โดยด้านหน้า Wiko Upulse มีหน้าจอแสดงผลขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด HD 720p กระจกเป็นแบบ 2.5D ให้ภาพที่คมชัดมีสีสันที่กำลังดีมีมุมมองหน้าจอกว้าง ใช้งานในที่แจ้งก็ยังสามารถแสดงผลได้ชัดเจน ด้านบนหน้าจอมีไฟแจ้งเตือน LED เซนเซอร์วัดแสง, กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ลำโพงสนทนา และ ไฟแฟลช ส่วนด้านล่างหน้าจอจะมีปุ่ม Navigation แบบ On Screen สามารถสลับตำแหน่งของปุ่ม Back กับ Recent app ได้

ด้านหลังของ Wiko Upulse จะมีกล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED  มีที่สแกนลายนิ้วมืออยู่ถัดลงมาจากกล้อง และลำโพงหลักจะอยู่ทางด้างล่างของฝาหลัง ฝาของ Wiko Upulse เป็นโลหะเกือบทั้งแผ่นแต่บริเวณขอบรอบ ๆ ฝานั้นเป็นวัสดุพลาสติก ส่วนที่เป็นโลหะมีการขัดลายเป็นเส้น ๆ ช่วยพลางรอยต่าง ๆ ที่เกินขึ้นกับฝาหลังได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังทำให้เวลาที่เราหยิบมาใช้งานจะไม่เจอปัญหาเป็นรอยนิ้วมือมากเท่าไหร และก็ไม่ทำให้ลื่นมืออีกด้วย

Review-Wiko-U-Pulse-SpecPhone-9

Wiko Upulse สามารถถอดฝาหลังออกมาได้จากการแงะจากมุมขวาของตัวเครื่อง โดยที่เราสามารถใส่ Sim ได้  2 Sim พร้อมกับ Micro SD Card ส่วนแบตเตอรี่ขนาด 3,000 mAh ไม่สามารถถอดเปลี่ยนได้ ตัวฝาหลังพอประกบกับตัวเครื่องจะมีเสียงแกร๊ก ๆ อยู่ทั้ง ๆ ที่กดฝาลงไปแน่นแล้ว

Review-Wiko-U-Pulse-SpecPhone-3

การจับถือ Wiko Upulse ให้ความรู้สึกที่เเข็งแรงดีด้วยฝาหลังที่เป็นอลูมิเนียมโค้งรับกับอุ้งมือเป็นอย่างดี ส่วนหน้าจอก็เป็นกระจกแบบโค้ง 2.5 D ที่ให้ความรู้สึกเนียนนิ้วมาก ๆ การใช้งานมือเดียวสามารถทำได้อย่างสบาย ๆ เพราะมีขนาดของตัวเครื่องที่ไม่ใหญ่เกินไปทำให้สามารถลากนิ้วได้เกือบจะทั่วทั้งจอ นอกจากนี้ปุ่มสแกนลายนิ้วมือที่ติดมากับตัวเครื่องเราสามารถใช้งานเป็นปุ่มย้อนกลับได้อีกด้วย แต่ว่าเวลาที่เราเล่นเกมในแนวนอนนิ้วจะเผลอไปโดนเป็นประจำ

Software

ui

Wiko Upulse มาพร้อมกับ Android 7.0 Nougat ถ้าดูจากในรูปจะมีความคล้ายกับ Pure Android ไม่ว่าจะเป็นแถบหน้าการตั้งค่า หรือ ตัวแอปที่ติดมากับเครื่อง แต่จริง ๆ แล้ว Wiko Upulse ถูกครอบทับด้วยด้วย Launcher ของ Wiko อีกที

โดยหน้าตา UI ส่วนใหญ่ของ Wiko นั้นใช้งานแรก ๆ อาจจะมีกดเข้าผิดแอปบ้างเพราะมีลักษณะที่คล้ายกันมาก แต่ใช้ไปสักพักก็จะเริ่มแยกออก แอปที่ถูกติดตั้งมาในตัวเครื่องก็มีมาให้ครบตามปกติเช่น แอปจาก Google ทั้งหลาย นอกเหนือจากนั้นจะเป็นแอปจากทาง Wiko ซึ่งส่วนตัวมองว่าใช้ของ Google จะดีกว่า เพราะแอปของ Wiko บางตัวมีหน้าตาที่ดูใช้งานยากอย่างแอป แกลเลอรี่ จากที่ลองใช้งานมาตัวระบบมีความลื่นไหลดีไม่มีอาการกระตุกให้เห็นเลย การใช้งานทั่วไปไม่เจอปัญหาอะไร ระบบการแจ้งเตือนของแอปต่าง ๆ ก็ทำงานเป็นปกติดี

11w

ฟีเจอร์ของ Wiko Upulse หลัก ๆ ก็จะมี  Smart Gesture ที่จะเป็นการวาดตัวหนังสือต่าง ๆ  เพื่อเป็นทางลัดเข้าถึงแอพได้อย่างรวดเร็วเช่น

  • วาด O เพื่อเข้ากล้อง
  • วาด M เพื่อเปิดแอปเพลง
  • วาด C เพื่อเปิดแอพโทรศัพท์

โดยที่เราสามารถเพิ่มทางลัดต่าง ๆ ในการวาดได้เองอีกด้วย นอกจากนี้ตัว Wiko Upulse ยังมีระบบจัดการภายในตัวเครื่องเองอีกสามารถใช้ในการอัพเดตต่าง ๆ รวมไปถึงการจัดการไฟล์ตกค้าง ภายในตัวเครื่องของ Wiko Upulse ได้เองอีกด้วย

Camera

Review-Wiko-U-Pulse-SpecPhone-5

กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล, f/2.0,มี LED flash,และ Autofocus การถ่ายถ่าพสามารถทำออกมาได้ดี ในที่ที่มีแสงเพียงพอการโฟกัสสามารถทำออกมาได้รวดเร็วดี แต่ในที่แสงน้อยการโฟกัสภาพทำได้ค่อนข้างช้า ส่วนการถ่ายรูปแบบ HDR มือต้องนิ่งพอสมควรไม่งั้นอาจจะเกิดอาการภาพซ้อนได้ คุณภาพรูปที่ได้ถือว่าดีกว่าที่คิดไว้ตอนแรก การเก็บแสงเก็บรายละเอียดสามารถทำออกมาได้ดี นอกจากนี้ก็ยังมีโหมดต่าง ๆ ให้เลือกใช้งานเช่น

  • Super Pixel
  • Beauty
  • Professional
  • Panorama
  • Night
  • QR code
  • Time Lapse

ไฮไลท์ที่ชอบที่สุดของกล้องก็คือโหมดถ่ายรูปความละเอียดสูง Super Pixel ที่จะเป็นการถ่ายรูปมาซ้อนกันหลาย ๆ รูปเพื่อให้ได้ภาพที่มีความละเอียดที่มากถึง 52 ล้านพิกเซล ทำให้ได้รูปที่คมชัดกว่าปกติและสามารถซูมเข้าไปได้สูงสุดถึง 32 เท่า

IMG_20170706_063623

รูปที่ถ่ายแบบ Super Pixel

1-down

รูปบนถ่ายแบบ Super Pixel รูปล่างถ่ายแบบปกติ โดยระยะที่ถ่ายเป็นระยะจากภาพด้านบนที่ทำการ Crop มาในโปรแกรมอีกที จะเห็นได้ว่ารูปที่ถ่ายแบบ Super Pixel จะเนียนกว่าและแทบไม่มี Noise เลย

Review-Wiko-U-Pulse-SpecPhone-4

กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซลก็เป็นอีกจุดเด่นหนึ่งเลยของ Wiko Upulse  มีโหมด Beauty ที่สามารถปรับ หน้าเนียน ตาโต และเก็บคางได้ มาพร้อมไฟแฟลช นอกจากนี้ก็มีโหมด Portrait สำหรับถ่ายหน้าชัดหลังเบลออีกด้วย แต่กลับไม่มีมาให้ในกล้องหลัง

Wiko U

Performance

33

ในเรื่องของประสิทธิภาพ Wiko Upulse นั้นมาพร้อมกับชิป MediaTek MT6737  แบบ Quad-core ความเร็ว 1.3GHz ซึ่งเป็นชิประดับเริ่มต้นจาก MediaTek ที่มีราคาไม่แพงมาก GPU เป็น Mali-T720 การใช้งานทั่วไปก็ถือว่าอยู่ในระดับที่สามารถใช้งานได้ดีเลย ไม่มีอาการหน่วงให้เห็นเวลาที่ใช้งาน การเล่นเกมก็สามารถทำออกมาได้ดี แต่ก็มีอาการกระตุกอยู่บ้างเวลาที่เล่นเกมกราฟฟิกสูง ๆ โดยในตอนนี้แอปที่ใช้ตรวจ CPU จะเห็นเป็น MediaTek MT6735 อยู่ต้องรออัพเดตอีกที ถึงจะเห็นเป็น MediaTek MT6737 (เป็นเรื่องปกติของ CPU ที่ออกมาใหม่)

นอกจากนี้ Wiko Upulse ยังมาพร้อมกับ RAM 3GB เปิดเครื่องใช้งานจริง ๆ จะเหลืออยู่ประมาณ 1.8 GB ซึ่งก็ถือว่าตัวระบบเองนั้นไม่ค่อยกิน RAM มากเท่าไหร การสลับแอปหรือเปิดแอปที่ใช้งานค้างอยู่ก็สามารถทำงานต่อได้ทันทีไม่ต้องรอโหลดใหม่

22

55

การเล่นเกมสามารถเล่นได้แต่อาจจะมีอาการกระตุกบ้าง โดยจากที่ลองเล่นเกมอย่าง Dynasty Warriors Unleashed การปรับภาพไปเล่นแบบความละเอียดสูงสุดสามารถเล่นได้ แต่ไม่ลื่นเท่าที่ควร ต้องปรับความละเอียดลงมาตำ่สุดถึงเล่นได้แบบไม่มีอาการกระตุก ส่วนเกมอย่าง Pokemon GO นั้นก็สามารถเล่นได้ดีเเต่การจับตำแหน่งอาจจะแปลก ๆ นิดหน่อยเวลาที่เราเดินเล่น ส่วนเรื่องความร้อนแน่นอนว่ามีอยู่แล้ว เวลาที่เล่นเกมประมาณ 10-15 นาทีจะเริ่มรู้สึกถึงความร้อนบ้างแล้ว แต่ก็ไม่ได้ร้อนจนรู้สึกว่าถือเล่นไม่ได้เลย (ร้อนเวลาที่ใช้งานหนัก ๆ เช่น ถ่ายรูป เล่นเกม )

11

การนำทางสามารถใช้งานได้ แต่ว่าการจับตำแหน่งดาวเทียมทำได้ค่อนข้างช้า และมีการคลาดเคลื่อนของตำแหน่งอยู่บ้าง

44

Wiko Upulse มีแบตเตอรี่ความจุ 3,000 mAh สามารถใช้งานได้เต็มวันโดยที่ไม่จำเป็นต้องหาที่ชาร์จเพิ่มเลย โดยแอปที่ใช้งานหลัก ๆ จะมี Line Facebook IG และก็มีเล่นเกมกับถ่ายรูปบ้าง โดยที่จะมีแบตเหลืออยู่ในตอนเย็นประมาณ 30%  ส่วนรูปด้านบนเป็นรูปที่แคปไว้ตอนเล่นเกม โดยเปิดเล่นเกมต่อเนื่อง มีหยุดพักไปบ้าง ก็จะอยู่ได้ประมาณ 5 ชั่วโมงกว่า ๆ นับจากเวลาที่เปิดจอเล่นเกม ชึ่งก็ถือว่ามีแบตที่อยู่ในระดับกลาง ๆ

Gallery

0 Comments

แสดงความคิดเห็น

*ข้อความหรือข้อความที่แสดงในโฟส เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นในระบบโดยอัตโนมัติจากสมาชิก ซึ่งทีมงานไม่ได้มีส่วนหรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ หากพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อดำเนินการต่อไป..