รีวิว Vivo Y30 รุ่นเล็กพร้อมจอ Ultra O Screen กล้องหลัง Quad Camera ชิป Helio P35 RAM 4GB/ 128GB ROM ในราคา 6,999 บาท

สำหรับ Vivo Y30 เป็นหนึ่งในสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดใน Y Series ของทาง vivo เปิดราคาที่ 6,999 บาท มีจุดเด่นเด่นอยู่ที่หน้าจอแบบ Ultra O Screen ขนาด 6.47 นิ้ว สเปคที่เป็น RAM 4GB + 128GB ROM และกล้องหลังที่มีด้วยกันถึง 4 กล้อง ว่าแต่สมาร์ตโฟนรุ่นนี้จะใช้งานเป็นอย่างไร ดีไหม คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปหรือไม่ และ Vivo Y30 เหมาะกับใคร รีวิวนี้มีคำตอบครับ

สเปค Vivo Y30

  • ชิปประมวลผล MediaTek Helio P35 (MT6765)
  • RAM 4GB
  • พื้นที่เก็บข้อมูล 128GB รองรับ MicroSD ได้สูงสุด 256 GB
  • หน้าจอ Ultra O Screen ขนาด 6.47 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    • กล้องหลัก 13MP
    • กล้องเลนส์ Super Wide-angle 8MP
    • กล้องเลนส์ Bokeh 2MP
    • กล้องเลนส์ Macro 2MP ถ่ายภาพระยะใกล้สุด 4 เซนติเมตร
  • กล้องหน้า 8MP
  • รองรับ 2 ซิม ถาดซิมแบบ 3 Slot
  • Android 10 ครอบด้วย FunTouch OS 10
  • แบตเตอรี่ 5000 mAh พร้อมอะแดปเตอร์ชาร์จไฟ 10W
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลัง และรองรับการปลดล็อกด้วยใบหน้า
  • พอร์ตชาร์จแบบ USB Type-C
  • ราคาเปิดตัว 6,999 บาท

สำหรับอุปกรณ์ที่ให้มาในกล่อง Vivo Y30 ประกอบไปด้วยฟิล์มกันรอยด้านหน้าที่ติดมาให้จากโรงงาน, เคส TPU แบบใส, สายชาร์จ USB Type-C, อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ 10W และเหมือนเช่นเคยคือไม่แถมหูฟังมาให้ครับ

Design – การออกแบบ

แม้จะเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นเล็ก แต่ในด้านการออกแบบ Vivo Y30 ถือเป็นสมาร์ตโฟนที่หน้าตาสวยงามรุ่นหนึ่ง โดยเฉพาะด้านหลังที่มาในดีไซน์แบบ 3D Curve ส่งผลให้จับถือตัวเครื่องได้สะดวก รวมถึงสีสันตัวเครื่องที่วางจำหน่าย อย่างเครื่องรีวิว Vivo Y30 ที่ผมได้รับมาเป็นสีน้ำเงิน Dazzle Blue มองผ่าน ๆ อาจดูเป็นฝาหลังที่ดีไซน์เรียบ ๆ แต่เมื่อตัวเครื่องมีแสงตกกระทบ จะเห็นว่ามีลายสะท้อนอยู่ข้างในด้วยครับ

ส่วนด้านหน้าตัวเครื่อง Vivo Y30 มาพร้อมกับหน้าจอแบบ Ultra O Screen มีการฝังกล้องหน้าความละเอียด 8MP อยู่ด้านซ้ายบนของตัวเครื่อง เป็นตำแหน่งที่รบกวนการใช้งานน้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม หรือการใช้งานทั่วไป และการที่ใช้หน้าจอแบบ Ultra O Screen เลยทำให้พื้นที่ด้านหน้าของ Vivo Y30 แทบจะเป็นหน้าจอทั้งหมด หรือคิดเป็น 90.77% ของพื้นที่ด้านหน้าตัวเครื่อง

ความหนาของตัวเครื่อง Vivo Y30 ในตอนแรกผมนึกว่าการที่ใส่แบตเตอรี่ความจุสูงถึง 5,000 mAh จะทำให้ตัวเครื่องทั้งหนา และหนัก แต่เมื่อได้สัมผัสตัวเครื่องจริง พบว่ามันไม่ได้หนาไปกว่าสมาร์ตโฟนทั่วไปเลยแม้แต่น้อย เผลอ ๆ ความหนาตัวเครื่องยังอยู่ในระดับเดียวกับพวกแบตเตอรี่ 4,000 mAh ด้วยซ้ำไป

รายละเอียดต่าง ๆ บนตัวเครื่อง Vivo Y30 เริ่มจากด้านข้างขวา ประกอบไปด้วย ปุ่ม Power และปุ่มปรับระดับเสียง  ด้านล่างเป็นพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร ไมโครโฟนสำหรับสนทนาโทรศัพท์ และลำโพงหลักของตัวเครื่อง ถาดใส่ซิมของ Vivo Y30 อยู่บริเวณด้านซ้ายมือ เป็นถาดซิมแบบ Triple Slot รองรับซิมการ์ดแบบ nano SIM 2 ซิม และรองรับ micro SD Card

ด้านหลังตัวเครื่อง Vivo Y30 ประกอบไปด้วยกล้องหลัง 4 ตัว AI Super Camera (), แฟลช LED และมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบริเวณเยื้องมาทางด้านบน เป็นตำแหน่งที่ผมมองว่าใช้งานได้สะดวกทั้งมือซ้ายและมือขวา

หน้าจอ Vivo Y30 เป็นหน้าจอแบบ Ultra O Screen ขนาด 6.47 นิ้ว ความละเอียด HD+ มุมมองการแสดงผลกว้าง สีสันหน้าจอแม้จะไม่ได้สดจัดแบบจอ OLED แต่ก็อยู่ในมาตรฐานที่เหมาะสมกับการดูรูปภาพ หรือรับชมวีดีโอ ส่วนเรื่องความละเอียดหน้าจอ HD+ หากไม่ได้เพ่งหน้าจอแบบจับผิด ความละเอียดระดับนี้สามารถใช้งานได้สบาย ๆ ครับ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับโหมดถนอมสายตา ที่ปรับสีหน้าจอแสดงผลเพื่อลดแสงสีฟ้า ช่วยให้ใช้งานได้สบายตามากยิ่งขึ้น

ภาพรวมสำหรับ Vivo Y30 ในส่วนของการออกแบบ ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่งานดีไซน์ดี ทันสมัย การใช้งาน การจับถือตัวเครื่องทำได้สะดวก ที่สำคัญคือตัวเครื่องไม่ได้หนาจนเกินไป แม้จะใส่แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 5,000 mAh ก็ตาม ส่วนเรื่องหน้าจอก็มีขนาดใหญ่ถึง 6.47 นิ้ว แบบ Ultra O Screen ที่ให้พื้นที่การแสดงผลมากถึง 90.77%


Software – ระบบปฏิบัติการ

Vivo Y30 มาพร้อมกับ Android 10 ครอบด้วย Funtouch OS 10 ที่ได้รับการปรับแต่งมาให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ง่าย แอปที่ติดตั้งทั้งหมดจะอยู่บนหน้าโฮม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Funtouch OS จาก Vivo มายาวนาน แอปติดเครื่องนอกเหนือจากแอปของ Google ก็มีให้มาพอสมควร เช่น แอปปฏิทิน แอปช่วยจัดการระบบ แอปจัดการไฟล์ แอปสำหรับการแชร์ไฟล์ระหว่างเครื่อง แอปจดบันทึก เป็นต้น

สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาใน FunTouch OS 10 ก็คือ เอฟเฟ็กต์แบบไดนามิก ที่เพิ่มลูกเล่นบริเวณหน้าจอมากขึ้น ทั้งในการเปิดปิดหน้าจอ, การชาร์จไฟ, ไปจนถึงเอฟเฟ็กต์ในการปลดล็อกตัวเครื่อง

หรือถ้าใครที่เปลี่ยนโทรศัพท์มาใช้ Vivo Y30 ก็มีตัวช่วยในการถ่ายโอนข้อมูลด้วย EasyShare ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น หรือมานั่งเก็บรายชื่อผู้ติดต่อใหม่ และตัว EasyShare เองก็มีฟีเจอร์หนึ่งที่น่าสนใจอย่าง Web Share ทำให้สามารถถ่ายโอนข้อมูลจาก Vivo Y30 เข้าคอมพิวเตอร์แบบไร้สายได้โดยที่ไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม

EasyShare สำหรับถ่ายโอนข้อมูลสำหรับเครื่องเก่าไปเครื่องใหม่

วิธีการใช้งาน Web Share อันดับแรกต้องเชื่อมต่อ Vivo Y30 กับคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในวงเดียวกัน (Wi-Fi หรือ LAN เดียวกัน) ทำการเปิดแอปพลิเคชั่น EasyShare บน Vivo Y30 จากนั้นเลือกหัวข้อ Web Share แล้วเข้าไปที่เว็บไซต์ as.vivo.com จากในคอมพิวเตอร์ที่ต้องการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ แล้วทำการสแกน QR Code เป็นอันเรียบร้อย ความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลขึ้นอยู่กับความเร็วอินเทอร์เน็ตที่คอมพิวเตอร์เชื่อมต่อเลยครับ

I Manager อีกหนึ่งตัวช่วยในการจัดการ ตั้งค่าการดูแลระบบต่าง ๆ ในตัวเครื่อง ไปจนถึงการทำความสะอาดไฟล์ขยะ และการตรวจสอบด้านความปลอดภัย

นอกจากนี้ยังมีผู้ช่วยอัจฉริยะ Jovi Smart Scene ที่สามารถช่วยดูแลสุขภาพ มีการแจ้งดื่มน้ำในปริมาณที่ร่างกายต้องการ รวมถึงช่วยวางแผนการออกกำลังกายในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง หรือการเดิน โดยอิงเกณฑ์จาก น้ำหนัก และส่วนสูงของผู้ใช้งาน หรือจะเป็น Jovi Event ที่สามารถแจ้งเตือนรายการการแข่งขันกีฬา ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันฟุตบอล หรือบาสเก็ตบอล


Camera – กล้องถ่ายภาพ

กล้องหลังของ Vivo Y30 เป็นกล้องหลังแบบ Quad Camera หรือกล้องหลัง 4 ตัว ไก้แก่

  • กล้องหลัก 13MP
  • กล้อง Super wide-angle 8MP
  • กล้อง Bokeh 2MP
  • กล้อง Macro 2MP

สำหรับ 2 กล้องที่เพิ่มขึ้นมาอย่างกล้อง Bokeh 2MP ก็จะไว้ช่วยเสริมประสิทธิภาพในด้านการเบลอฉากหลังเมื่อถ่ายภาพด้วยโหมดภาพคน ส่วนกล้อง Macro 2MP ออกแบบมาให้ถ่ายของชิ้นเล็ก ๆ หรือถ่ายใกล้ได้ถึง 4 เซนติเมตร เหมาะกับการเก็บภาพรายละเอียดของดอกไม้ หรือจะเอาไว้ส่องพระเครื่องก็ได้เช่นกันครับ

ถ่ายด้วย Macro ได้ใกล้ถึง 4 เซนติเมตร

จุดเด่นของรุ่นนี้ในการถ่ายภาพ ส่วนตัวผมว่าอยู่ที่การมีกล้อง Super wide-angle 8MP ที่ถ่ายภาพได้กว้างสะใจ เหมาะกับการถ่ายภาพทิวทัศน์ เพื่อจะได้เก็บรายละเอียดได้อย่างครบถ้วน หรือจะเป็นการถ่ายรูปหมู่ด้วยเลนส์มุมกว้างพิเศษ ก็จะเก็บภาพได้อย่างครบถ้วน

ถ่ายด้วยเลนส์มุมกว้าง เก็บภาพได้มากกว่า
ในมุมเดียวกัน ถ่ายด้วยเลนส์หลัก 13MP

อย่างไรก็ตาม กล้อง Super wide-angle ของ Vivo Y30 มีข้อสังเกตตรงที่เป็นเลนส์แบบ Fixed Focus และระยะโฟกัสที่ค่อนข้างไกล จึงเหมาะกับการใช้ถ่ายวิว ถ่ายวัตถุหรือตัวแบบที่ค่อนข้างอยู่ห่างจากกล้องซักหน่อย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของเลนส์มุมกว้างพิเศษบนสมาร์ตโฟนส่วนมากครับ

การถ่ายด้วยเลนส์มุมกว้าง หากจัดองค์ประกอบดี ๆ จะทำให้นางแบบขายาวขึ้นด้วย

ภาพถ่ายทั่วไปที่ได้จากกล้องของ Vivo Y30 ก็อยู่ในระดับมาตรฐานสมาร์ตโฟนในปัจจุบันครับ สีสันไม่จัดจ้านเกินไป การตัดขอบเบลอในโหมดภาพคน (Portrait) ก็ทำได้ค่อนข้างดี ส่วนการถ่ายภาพกลางคืน ต้องระวังเรื่องแสงไฟที่จะทำให้ภาพฟุ้ง อีกอย่างคือ Vivo Y30 ไม่มีโหมดกลางคืนนะครับ Auto ล้วน ๆ เลย

ถ่ายด้วยโหมดภาพคน (Portrait)

กล้องหน้าของ Vivo Y30 มีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีโหมดถ่ายภาพแบบปกติ แล้วก็โหมดใบหน้าสวย พร้อมละลายฉากหลังเบลอ ทำให้ตัวแบบโดดเด่น เรื่องความสวยงามน่าจะเป็นความชอบส่วนบุคคลล่ะครับ หลัก ๆ จะเป็นการปรับให้ผิวกระจ่าง แล้วก็เพิ่มความคมชัดบริเวณดวงตาให้โดยอัตโนมัติ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า Vivo Y30


Performance – ประสิทธิภาพ

ในส่วนของการประมวลผล Vivo Y30 มาพร้อมชิปเซ็ต MediaTek Helio P35 (MT6765) Ram 4 GB พื้นที่เก็บข้อมูลในตัวเครื่อง 128 GB โดยรวมสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้เป็นอย่างดีครับ เล่นโซเชียล, เล่นอินเทอร์เน็ต หรือจะใช้รับชม Youtube, LINE TV, Netflix ก็สามารถทำได้

ส่วนการเล่นเกมด้วย Vivo Y30 กับชิปประมวลผล MediaTek Helio P35 และชิปกราฟฟิก PowerVR GE8320 ผมลองทดสอบกับเกมอย่าง ROV แม้ตัวเกมจะยอมให้ปรับตั้งค่าสูงสุดทุกอย่าง แต่เท่าที่ทดสอบมา การตั้งค่าที่เหมาะสมที่สุด ส่วนตัวมองว่าปรับทุกอย่างสุดได้ แต่ต้องไม่เปิดโหมดเฟรมเรตสูง เพราะในโหมดเฟรมเรตสูง Vivo Y30 ทำเฟรมเรตได้ในช่วง 50 – 60fps และมีอาการเฟรมตกไป 45fps ในบางสถานการณ์ แต่ถ้าเป็นโหมดปกติ จะเล่นได้ที่ 30fps แบบนิ่ง ๆ จนจบเกมครับ

แม้ว่า ROV จะปรับตั้งค่าได้สูงสุดทุกอย่าง แต่แนะนำว่าเล่นที่ 30fps จะลื่นกว่า

ด้านการจัดการพลังงานและการชาร์จไฟ ด้วยแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 5,000 mAh และสเปคที่มีอัตราการใช้พลังงานไม่สูงมาก ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอความละเอียด HD+ หรือชิป Helio P35 และตัว FunTouch OS 10 ที่มีการจัดการพลังงานที่ดี เมื่อรวมปัจจัยทั้งหมดที่ว่ามา จึงไม่แปลกที่ Vivo Y30 จะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมาก ตอนที่ทดสอบ Vivo Y30 ผมชาร์จไฟนับครั้งได้เลยครับ โดยเฉลี่ยจะชาร์จไฟ 2 วันครั้ง เพราะแบตเตอรี่อึดจริง ๆ

ข้อสังเกตของแบตเตอรี่ความจุ 5,000 mAh ใน Vivo Y30 อยู่ที่การชาร์จไฟกลับเข้าไป ด้วยความที่สมาร์ตโฟนรุ่นนี้ไม่รองรับระบบชาร์จเร็ว และรับไฟขาเข้าได้มากสุด 10W (5V: 2A) พอต้องชาร์จแบตเตอรี่ที่มีความจุถึง 5,000 mAh กว่าจะเต็มเลยใช้เวลานานพอสมควรเลยล่ะครับ


Overall – ภาพรวม

Vivo Y30 ถือเป็นอีกหนึ่งมือถือรุ่นใหม่สุดคุ้ม ด้วยราคา 6,999 บาท ได้สมาร์ตโฟนที่มีความจุสูงถึง 128GB ชิปประมวลผลอย่าง MediaTek Helio P35 + 4GB RAM ก็พอจะเล่นเกมได้บ้าง ส่วนกล้องหลังก็มีด้วยกันถึง 4 ตัว แบตเตอรี่ความจุสูง 5000 mAh ด้านการออกแบบ ดีไซน์ของตัวเครื่องก็สวยงามเกินราคา หน้าจอแบบ Ultra O Screen ที่แสดงผลได้เต็มตา และมีขนาดใหญ่เพียงพอต่อการใช้งานในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

จุดเด่น

  • มีหน้าจอขนาดใหญ่ เต็มจอแบบ Ultra O Screen เหมาะสมกับการรับชมคอนเทนต์ในยุคปัจจุบัน
  • ดีไซน์สวยงาม ดูพรีเมียมเกินราคา ตัวเครื่องจับถือสะดวก
  • กล้องหลัง 4 ตัว มีเลนส์มุมกว้าง Ultra wide-angle และยังมีเลนส์ Macro ถ่ายใกล้
  • ชิปประมวลผล MediaTek Helio P35 + 4GB RAM เล่นเกมได้
  • ความจุในตัวเครื่องสูงถึง 128GB
  • แบตเตอรี่ความจุสูงถึง 5,000 mAh ใช้งานข้ามวันได้สบาย ๆ
  • รองรับการสแกนลายนิ้วมือและการปลดล็อคด้วยใบหน้า

ข้อสังเกต

  • ไม่มีโหมดกลางคืน
  • ไม่รองรับชาร์จเร็ว