vivo Y12 รุ่นใหม่ล่าสุดใน Y Series ของทาง vivo เปิดราคามาเพียง 4,999 บาท โดดเด่นเรื่องสเปคที่ให้แบตเตอรี่ความจุสูงถึง 5,000 mAh และทีเด็ดอย่างการใส่กล้องหลัง 3 ตัว AI Triple Camera มาให้ในสมาร์ทโฟนรุ่นเล็กแบบนี้ ว่าแต่สมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะใช้งานเป็นอย่างไร ดีไหม คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปหรือไม่ และ vivoY12 เหมาะกับใคร รีวิวนี้มีคำตอบครับ

สเปค vivo Y12

  • หน้าจอ Halo FullView Display ขนาด 6.35 นิ้ว ความละเอียด HD+
  • ชิปประมวลผล MediaTek Helio P22 (MT6762)
  • RAM 3 GB
  • พื้นที่เก็บข้อมูลในตัวเครื่อง 32 GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว เลนส์หลัก 13MP (f/2.2) + 8MP (f/2.2)  + 2MP (f/2.4)
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล f/1.8
  • ระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 9 (Based on Android 9 Pie)
  • Wi-Fi รองรับ 2.4GHz + 5GHz
  • Bluetooth 5.0
  • GPS, BeiDou, GLONASS, Galileo
  • แบตเตอรี่ 5,000 mAh
  • วางจำหน่ายด้วยกัน 2 สี ได้แก่ Aqua Blue (ฟ้า), Burgundy Red(แดง)
  • ราคาเปิดตัว 4,999 บาท

เมื่อดูจากสเปคของ vivo Y12 ก็ทำให้นึกถึง vivo Y Series รุ่นพี่อย่าง vivo Y17 และจากที่ได้ทดลองใช้งานเครื่องรีวิว vivo Y12 สักพัก ผมมองว่ารุ่นนี้เป็น vivo Y17 เวอร์ชันย่อมเยา เหมาะสำหรับคนที่ไม่เน้นเล่นเกม แต่เป็นคนที่อยากได้สมาร์ทโฟนมาใช้งานทั่วไป เน้นแบตเตอรี่อึดใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน จอใหญ่ และชอบถ่ายรูป

สำหรับอุปกรณ์ที่ให้มาในกล่อง vivo Y12 ประกอบไปด้วยฟิล์มกันรอยด้านหน้าที่ติดมาให้จากโรงงาน, เคส TPU แบบใส, สายชาร์จ micro USB และอะแดปเตอร์ชาร์จไฟ 10W ส่วนหูฟัง vivo Y12 รุ่นนี้ไม่แถมหูฟังมาให้ในกล่องครับ

 

Design – การออกแบบ

แม้จะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเล็ก แต่ในด้านการออกแบบ vivo Y12 ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่หน้าตาสวยงามรุ่นหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอขนาดใหญ่ Halo FullView Display เกือบเต็มจอ มี notch screen เล็ก ๆ ทรงหยดน้ำอยู่ด้านบน ทำให้พื้นที่ด้านหน้าแทบจะเป็นหน้าจอทั้งหมด ส่วนฝาหลังตัวเครื่องเป็นแบบไล่เฉดสีตามสมัยนิยม

ตัวเครื่อง vivo Y12 มีความหนาพอสมควร เนื่องจากมีแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 5,000 mAh เช่นเดียวกับน้ำหนักตัวเครื่องที่หนักกว่าสมาร์ทโฟนปกติทั่วไปเล็กน้อย ส่วนเรื่องการจับถือตัวเครื่อง ผมว่าไม่น่าจะเป็นปัญหาในการใช้งานแต่อย่างใดครับ

รายละเอียดต่าง ๆ บนตัวเครื่อง vivo Y12 เริ่มจากด้านข้างขวา ประกอบไปด้วย ปุ่ม Power และปุ่มปรับระดับเสียง  ด้านล่างเป็นพอร์ตเชื่อมต่อ micro USB ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร ไมโครโฟนสำหรับสนทนาโทรศัพท์ และลำโพงหลักของตัวเครื่อง ถาดใส่ซิมของ vivo Y12 อยู่บริเวณด้านซ้ายมือ เป็นถาดซิมแบบ Triple Slot รองรับซิมการ์ดแบบ nano SIM 2 ซิม และรองรับ micro SD Card

ด้านหลังตัวเครื่อง vivo Y12 ประกอบไปด้วยกล้องหลัง 3 ตัว AI Triple Camera, แฟลช LED และมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบริเวณด้านหลัง โดยตัวเครื่องที่ได้รับมารีวิวเป็นสี Aqua Blue ที่ไล่เฉดสีน้ำเงินอมเขียว วัสดุตัวเครื่องเป็นพลาสติกที่ออกแบบให้เหมือนกระจก มีข้อสังเกตเรื่องริ้วรอยที่ต้องคอยระวังมากพิเศษ

หน้าจอ vivo Y12 เป็นหน้าจอ IPS แบบ Halo FullView Display ขนาด 6.35 นิ้ว ความละเอียด HD+ มุมมองการแสดงผลกว้าง สีสันหน้าจอแม้จะไม่ได้สดจัดแบบจอ OLED แต่ก็อยู่ในมาตรฐานที่เหมาะสมกับการดูรูปภาพ หรือรับชมวีดีโอ ส่วนเรื่องความละเอียดหน้าจอ HD+ หากไม่ได้เพ่งหน้าจอแบบจับผิด ความละเอียดระดับนี้สามารถใช้งานได้สบาย ๆ ครับ

ภาพรวมสำหรับ vivo Y12 ในส่วนของการออกแบบ ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่งานดีไซน์ดี ทันสมัย การใช้งาน การจับถือตัวเครื่องอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ แม้จะมีตัวเครื่องหนาไปสักหน่อย แต่ก็เข้าใจได้เนื่องจากแบตเตอรี่มีความจุสูงถึง 5,000 mAh จะมีข้อสังเกตก็เรื่องริ้วรอยที่เกิดขึ้นง่ายพอสมควร ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของวัสดุที่เป็นพลาสติกแบบ Glossy ครับ

 

Software – ระบบปฏิบัติการ

vivo Y12 มาพร้อมกับ Android 9.0 ที่ครอบมาด้วยอินเตอร์เฟส Funtouch OS 9 ที่ได้รับการปรับแต่งมาให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ง่าย แอปที่ติดตั้งทั้งหมดจะอยู่บนหน้าโฮม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Funtouch OS จาก vivoมายาวนาน แอปติดเครื่องนอกเหนือจากแอปของ Google ก็มีให้มาพอสมควร เช่น แอปปฏิทิน แอปช่วยจัดการระบบ แอปจัดการไฟล์ แอปสำหรับการแชร์ไฟล์ระหว่างเครื่อง แอปจดบันทึก เป็นต้น

พื้นที่เก็บข้อมูลภายในของ vivo Y12 ตามสเปคนั้นให้มา 32 GB เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาใช้งานครั้งแรก จะเหลือให้ใช้อีกราว ๆ 25 GB ซึ่งก็เพียงพอต่อการใช้งาน สามารถโหลดแอปพลิเคชันลงเครื่องเพิ่มเติมได้อีกหลายแอป แต่ถ้าเป็นคนที่ชอบถ่ายภาพ ถ่ายวีดีโอ แนะนำให้ซื้อ micro SD เพิ่มความจุใสตัวเครื่องจะดีที่สุด ปัจจุบัน micro SD Card ก็ไม่ได้ราคาแพงแล้ว แต่ควรเลือกรุ่นที่มีประสิทธิภาพในการอ่านเขียนสูงสักหน่อย เผื่อกรณีที่ต้องการลงแอปผ่าน SD Card

เนื่องจาก vivo Y12 ผ่านการรับรอง Widevine ที่ระดับ L3 หากใช้ในการรับชม Netflix จะไม่สามารถเล่นที่ความละเอียด HD ได้นะครับ

Game Cube เป็นฟังก์ชันตัวช่วยสำหรับการเล่นเกมของ vivo Y12 เมนูปรับแต่งจะซ่อนอยู่ในเมนูการตั้งค่าของเครื่อง ปกติ Game Cube จะตรวจจับเกมที่โหลดไว้ในเครื่อง และเพิ่มเข้ามาในนี้ให้โดยอัตโนมัติ โดยความสามารถของ Game Cube ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเล่นเกมได้ก็เช่น การปิดระบบแจ้งเตือน การบล็อกสายโทรเข้า รวมถึงยังมีระบบที่ช่วยให้เกมยังเล่นอยู่ในขณะที่ปิดจอได้ด้วย ซึ่งระบบนี้เหมาะกับการเล่นเกมที่ต้องเปิดหน้าจอทิ้งไว้อย่างพวก Pokemon Go หรือเกมเก็บเลเวลที่มักจะต้องใช้การเปิดบอทเพื่อเก็บเลเวล เป็นต้น

ส่วนพวกปุ่มเปิดปิดฟังก์ชันบางอย่าง เช่น การเชื่อมต่อ WiFi, GPS, หรือการใช้งาน 4G จะรวมอยู่ใน Shortcut center ซึ่งมีวิธีเปิดขึ้นมาได้ด้วยการปาดนิ้วจากขอบจอล่างขึ้นมา (คล้ายกับใน iOS) ต่างจาก Android ทั่วไปที่จะรวมอยู่กับแถบแจ้งเตือนซึ่งเปิดขึ้นมาได้ด้วยการปาดจากขอบจอด้านบนลงมา ซึ่งแฟน ๆ มือถือ vivoน่าจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

 

Camera – กล้องถ่ายภาพ

กล้องหลังของ vivo Y12 เป็นกล้องหลังแบบ Triple Camera หรือกล้องหลัง 3 ตัว ไก้แก่

  • กล้องหลัก 13 ล้านพิกเซล f/2.2 ระบบโฟกัสแบบ PDAF
  • กล้อง Ultra wide-angle 8 ล้านพิกเซล f/2.2
  • กล้อง Depth 2 ล้านพิกเซล f/2.4

โดยตัวของกล้อง depth ก็จะไว้ช่วยเสริมประสิทธิภาพในด้านการเบลอฉากหลังเมื่อถ่ายภาพด้วยโหมดรูรับแสง ส่วนการถ่ายภาพด้วยเลนส์ไวด์นั้น ก็สามารถเลือกปรับโหมดได้จากแอปกล้องเช่นกันครับ

ภาพทางขวาคือภาพจากเลนส์กล้องหลัก ส่วนภาพซ้ายมาจากเลนส์อัลตร้าไวด์ ซึ่งให้มุมมองของภาพที่กว้างกว่าปกติ ส่วนสีสันก็จะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ถ้าพูดถึงในภาพรวมแล้ว ภาพที่ได้จากเลนส์อัลตร้าไวด์ของ vivo Y12 จะให้สีสันที่สดใสกว่ากล้องหลักอยู่นิดหน่อย

อีกข้อจำกัดหนึ่งของเลนส์อัลตร้าไวด์ใน vivo Y12 คือเป็นเลนส์แบบ Fixed Focus และระยะโฟกัสที่ค่อนข้างไกล จึงเหมาะกับการใช้ถ่ายวิว ถ่ายวัตถุหรือตัวแบบที่ค่อนข้างอยู่ห่างจากกล้องซักหน่อย ส่วนการถ่ายกลางคืน ส่วนตัวผมมองว่าคุณภาพไม่ห่างจากกล้องหลักมากนัก สาเหตุหนึ่งน่าจะมาจากการที่รูรับแสง f/2.2 เท่ากันด้วยครับ

ภาพถ่ายทั่วไปที่ได้จากกล้องของ vivo Y12 ก็อยู่ในระดับมาตรฐานสมาร์ทโฟนในปัจจุบันครับ สีสันไม่จัดจ้านเกินไป การตัดขอบเบลอก็ทำได้ค่อนข้างดี ส่วนการถ่ายภาพกลางคืน ต้องระวังเรื่องแสงไฟที่จะทำให้ภาพฟุ้ง คุณภาพของรูปถ่ายตอนกลางคืน ผมว่าอยู่ในระดับกลาง ๆ ไม่ได้โดดเด่นมาก สำหรับตัวอย่างภาพก็ชมได้จากด้านล่างนี้เลย

กล้องหน้าของ vivo Y12 มีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีโหมดถ่ายภาพแบบปกติ แล้วก็โหมดใบหน้าสวย ที่ใช้ AI ในการช่วยประมวลผลภาพถ่าย พร้อมละลายฉากหลังเบลอ ทำให้ตัวแบบโดดเด่น เรื่องความสวยงามน่าจะเป็นความชอบส่วนบุคคลล่ะครับ ที่แน่ ๆ คือเมื่อถ่ายด้วยโหมดใบหน้าสวย AI จะปรับให้ผิวกระจ่าง แก้มอมชมพู แล้วก็เพิ่มความคมชัดบริเวณดวงตาให้โดยอัตโนมัติ

ความแตกต่างระหว่างโหมดถ่ายภาพปกติ กับโหมดใบหน้าสวยก็ตามตัวอย่างด้านล่าง ภาพซ้ายถ่ายด้วยโหมดปกติ ภาพขวาเป็นโหมดใบหน้าสวย การตัดขอบแม้จะมีหลุดบ้าง แต่โดยรวมถือว่าโอเคสำหรับสมาร์ทโฟนราคาไม่เกิน 5,000 บาทครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า vivo Y12

 

Performance – ประสิทธิภาพ

ในส่วนของการประมวลผล vivo Y12 มาพร้อมชิปเซ็ต MediaTek Helio P22 (MT6762) Ram 3 GB พื้นที่เก็บข้อมูลในตัวเครื่อง 32 GB โดยรวมสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้เป็นอย่างดีครับ เล่นโซเชียล, เล่นอินเทอร์เน็ต หรือจะใช้รับชม Youtube, LINE TV, Netflix ก็สามารถทำได้ ส่วนการเล่นเกมด้วย vivo Y12 ผมลองทดสอบกับเกมอย่าง ROV ต้องปรับตั้งค่าต่ำสุดถึงจะพอเล่นได้ เฟรมเรทเฉลี่ยราว 20 fps ส่วนเกมอื่น ๆ ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนตัวมองว่ารุ่นนี้เหมาะสมกับเกมที่ไม่กินสเปค พวกเกมแนว Puzzle เล่นฆ่าเวลามากกว่า

ด้านการจัดการพลังงานและการชาร์จไฟ ด้วยแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 5,000 mAh และสเปคที่มีอัตราการใช้พลังงานไม่สูงมาก ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอความละเอียด HD+ หรือชิป Helio P22 ที่ผลิตบนเทคโนโลยี 12 นาโนเมตร ก็มีอัตราการใช้พลังงานที่ต่ำ เมื่อรวมปัจจัยทั้งหมดที่ว่ามา จึงไม่แปลกที่ vivo Y12 จะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมาก ตอนที่ทดสอบ vivo Y12 ผมชาร์จไฟนับครั้งได้เลยครับ โดยเฉลี่ยจะชาร์จไฟ 2 วันครั้ง เพราะแบตเตอรี่อึดจริง ๆ

ข้อสังเกตของแบตเตอรี่ความจุ 5,000 mAh ใน vivo Y12 อยู่ที่การชาร์จไฟกลับเข้าไป ด้วยความที่สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ไม่รองรับระบบชาร์จเร็ว และรับไฟขาเข้าได้มากสุด 10W (5V: 2A) พอต้องชาร์จแบตเตอรี่ที่มีความจุถึง 5,000 mAh กว่าจะเต็มเลยใช้เวลานานพอสมควรเลยล่ะครับ

Overall

vivo Y12 ถือเป็นอีกหนึ่งมือถือรุ่นใหม่สุดคุ้ม ด้วยราคาที่เปิดมาเพียง 4,999 บาท ในงบไม่เกิน 5,000 บาท แต่ได้แบตเตอรี่ 5000 mAh ส่วนกล้องหลังก็ให้มาถึง 3 ตัว ที่ให้คุณภาพสมราคา พร้อมเลนส์อัลตร้าไวด์ที่ช่วยเพิ่มความแปลกใหม่ให้กับการถ่ายภาพบนมือถือ โดยไม่ต้องใช้เลนส์เสริมที่มักจะเข้ามาลดคุณภาพของรูปถ่ายลง ด้านการออกแบบ ดีไซน์ของตัวเครื่องก็สวยงามเกินราคา หน้าจอใหญ่เพียงพอต่อการใช้งานในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

จุดเด่น

  • มีหน้าจอขนาดใหญ่ เหมาะสมกับการรับชมคอนเทนต์ในยุคปัจจุบัน
  • ดีไซน์สวยงาม ดูพรีเมียมเกินราคา
  • กล้องหลัง 3 ตัว มีเลนส์มุมกว้าง Ultra wide-angle
  • กล้องหน้ามี AI Beauty
  • แบตเตอรี่ความจุสูงถึง 5,000 mAh ใช้งานข้ามวันได้สบาย ๆ
  • รองรับการสแกนลายนิ้วมือและการปลดล็อคด้วยใบหน้า

ข้อสังเกต

  • พอร์ตเชื่อมต่อเป็น micro USB
  • ไม่รองรับชาร์จเร็ว