ก่อนหน้านี้ผมได้รีวิว Vivo V15 Pro สมาร์ทโฟนกล้อง Pop-up 32 MP สนนราคา 14,999 บาท จัดว่าเป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนรุ่นที่น่าสนใจในช่วงราคาไม่เกิน 15,000 บาท อย่างไรก็ตาม V15 Series ของทาง Vivo ไม่ได้มีแค่รุ่นนั้นเพียงรุ่นเดียว แต่ยังมี Vivo V15 อีกรุ่นที่เน้นทำตลาดในช่วงราคาหนึ่งหมื่นบาท ซึ่งเป็นช่วงราคาถนัดของทาง Vivo เขาล่ะ

สำหรับ Vivo V15 เปิดราคามาที่ 10,999 บาท มีจุดเด่นอยู่ที่การมีหลาย ๆ ฟีเจอร์ ไม่ว่าจะเป็นกล้องหน้า Pop-up 32 ล้านพิกเซล, หน้าจอ IPS Ultra FullView ขนาด 6.53 นิ้ว, แบตเตอรี่ความจุถึง 4,000 mAh หรือแม้กระทั่งกล้องหลังที่มี 3 เลนส์ แต่กล้องหลักมีความละเอียด 24 ล้านพิกเซล

สเปค Vivo V15

  • หน้าจอ IPS ขนาด 6.53 นิ้ว Ultra FullView Display ความละเอียด Full HD+
  • ชิปประมวลผล MediaTek Helio P70
  • Ram 6 GB
  • ความจุ 128 GB รองรับ microSD Card สูงสุด 256 GB
  • ระบบปฏิบัติการ FunTouch 9 ที่มีพื้นฐานมาจาก Android 9.0 Pie
  • กล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล f/2.0 ซ่อนไว้ในตัวเครื่อง (Pop-up Camera)
  • กล้องหลังความละเอียด 24 ล้านพิกเซล f/1.79 Dual-pixel Sensor, กล้องมุมกว้าง 8 ล้านพิกเซล และกล้องตัวที่ 3 ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล (Depth Camera)
  • ปลดล็อกด้วยเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้ว
  • แบตเตอรี่ 4000 mAh ชาร์จเร็ว Dual-Engine 18W
  • รองรับ dual 4G VoLTE, Wi-Fi 802.11ac
  • พอร์ตชาร์จ microUSB 2.0
  • ราคาเปิดตัว 10,999 บาท

อุปกรณ์ในกล่องของ Vivo V15 ให้มาครบครัน ไม่ว่าจะเป็นเคสขนาดพอดีตัวเครื่อง, อะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 18W, สายชาร์จ micro USB และหูฟังสมอลทอร์ก

 

Design – การออกแบบ

สรุปสั้น ๆ ในด้านการออกแบบของ V15 ก็คือมันเป็น V15 Pro ที่จอใหญ่ และมีขนาดตัวเครื่องใหญ่กว่าเล็กน้อย ด้วยหน้าจอ Ultra FullView Display ขนาด 6.53 นิ้ว พาแนลแบบ IPS ความละเอียด Full HD+ อัตราส่วนหน้าจอ 19.5:9 ตามสมัยนิยม

ด้วยอัตราส่วนหน้าจอแบบ 19.5:9 การแสดงผลหน้าจอถือว่าตอบโจทย์การใช้งานในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานโซเชียลมีเดียในแนวตั้งก็แสดงผลได้เต็มตา หรือจะเป็นการแสดงผลในแนวนอน อย่างการรับชมภาพยนตร์, Youtube หรือแม้แต่การเล่นเกม V15 ก็แสดงผลได้มากกว่า หากเล่นเกมที่รองรับอัตราส่วนหน้าจอดังกล่าว จะเห็นแผนที่มากกว่าหน้าจออัตราส่วน 18:9 และ 16:9 ครับ

เช่นเดียวกับ Vivo V15 Pro รุ่นนี้ยังคงเป็น DRM Winevine L3 เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถรับชม Netflix แบบ HD ได้ แต่เท่าที่ผมลองดู Netflix บนหน้าจอ V15 ก็ไม่ได้รู้สึกว่าภาพแตกแต่อย่างใด ด้วยความที่บิตเรทของภาพยนตร์ใน Netflix ค่อนข้างดีอยู่แล้ว

ส่วนการรับชมวีดีโอสตรีมมิ่งอื่น ๆ เช่น Youtube, LINE TV, Viu พวกนี้ปรับความละเอียด HD ได้สบาย ๆ ครับ แล้วหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ 6.53 นิ้วคือรับชอมคอนเทนต์ได้เต็มตาจริง ๆ

จำนวนพื้นที่ด้านหน้าทั้งหมดของตัวเครื่อง Vivo V15 จะเป็นหน้าจอถึง 90.95% ซึ่งถือว่าสูงมากในสมาร์ทโฟนระดับราคาเกินหมื่นมานิด ๆ ด้วยความที่ไม่ต้องแบ่งพื้นที่ให้กับกล้องหน้า กับเซ็นเซอร์ต่าง ๆ เนื่องจาก Vivo เลือกใช้กล้องหน้า Pop-up ที่เลื่อนขึ้นอัตโนมัติ ซ่อนบรรดาเซ็นเซอร์ไว้ตามขอบและใต้หน้าจอ

ความเร็วของกล้องหน้า Pop-up ในการเรียกใช้งานก็แทบจะไร้รอยต่อล่ะครับ พอกดเข้าแอปพลิเคชันกล้องปุ๊บ กล้องหน้าก็จะเลื่อนขึ้นมาพร้อมใช้งานทันที แทบไม่ต่างจากกล้องหน้าที่อยู่บน Notch screen ของสมาร์ทโฟนปกติ ส่วนเรื่องความทนทาน มอเตอร์กล้องหน้า V15 เลื่อนขึ้นลงได้ราว ๆ 300,000 ครั้ง เคยมีคนคำนวณเล่น ๆ ว่า หากใช้งานปกติ ไม่ได้เรียกกล้องหน้าเล่น ๆ ต้องใช้เวลาถึง 6 ปีเลยทีเดียว มอเตอร์จึงจะพัง

ถาดใส่ซิมของ V15 อยู่บริเวณด้านซ้ายของตัวเครื่อง เป็นถาดซิมแบบ Triple Slot รองรับ 2 nano SIM และ microSD Card ที่ความจุสูงสุด 512 GB รุ่นนี้รับสัญญาณ 4G+ ได้ รวมถึงรองรับการใช้งาน 4G พร้อมกันทั้ง 2 ซิม

ถัดลงมาจากช่องใส่ซิมการ์ด เป็นปุ่ม Smart Button สำหรับเรียกใช้งาน Jovi ผู้ช่วยอัจฉริยะ และยังสามารถปรับแต่งการกดปุ่มดังกล่าว เป็นทางลัดในการเรียกใช้ Google Assistant, Google Search, Image Recognizer ได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม หากในอนาคตสามารถปรับแต่งให้เรียกใช้แอปพลิเคชันอะไรก็ได้ หรือสร้าง Shotcut ขึ้นมาเองได้จะดีมาก

พอร์ตเชื่อมต่อของ V15 ยังคงใช้พอร์ต micro USB ตรงนี้ก็เป็นอีกจุดที่ทำให้เป็นข้อสังเกตของรุ่นนี้ เพราะหากใช้พอร์ต USB-C มันจะเป็นรุ่นที่เข้าใกล้คำว่า Perfect ในช่วงราคานี้ไปเลย แต่มองในแง่ดี พวกอุปกรณ์เสริม micro USB ก็หาซื้อได้ง่าย และมีราคาถูกกว่า USB-C พอสมควรอยู่ครับ

ลำโพงของ V15 อยู่บริเวณด้านล่าง ใกล้ ๆ กับพอร์ต micro USB เป็นลำโพงเดี่ยว แต่ให้เสียงทีดังใช้ได้เลยครับ แล้วก็ตำแหน่งของลำโพง ส่วนตัวผมไม่เจอปัญหาเรื่องนิ้วบังลำโพงเวลาเล่นเกม อาจเพราะขนาดตัวเครื่องที่มีความกว้างประมาณหนึ่ง ทำให้เวลาถือเครื่องแนวนอน จะมีพื้นที่ระหว่างนิ้วชี้กับลำโพงพอดี

ด้านหลัง Vivo V15 เครื่องรีวิวที่ผมได้รับมาเป็นตัวเครื่องสีแดง Glamour Red ไล่เฉดและมีประกายกากเพชร รายละเอียดด้านหลังประกอบไปด้วยกล้องหลัง 3 ตัว กล้องหลักความละเอียด 24 ล้านพิกเซล f/1.79 กล้อง Super Wide-angle 8 ล้านพิกเซล กล้อง Depth Camera 5 ล้านพิกเซล และมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่บริเวณกลางตัวเครื่อง โดยตัวสแกนลายนิ้วมือวางตำแหน่งเอาไว้ดีทีเดียว เหมาะกับการตั้งให้สแกนด้วยนิ้วชี้

ตัวเครื่องโดยรวมของ Vivo V15 ออกแบบมาได้ลงตัว ทั้งในด้านความสวยงาม และการใช้งานจริง ด้วยตัวเครื่องที่มีความโค้งมน ทำให้การใช้งานมีความคล่องตัว น้ำหนักตัวเครื่องที่รับได้เมื่อเทียบกับขนาดหน้าจอ รวมถึงตำแหน่งการวางปุ่ม วางเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ที่เมื่อใช้งานแทบจะไม่ต้องฝืนเลยแม้แต่น้อย จะมีข้อสังเกตก็ตรงขอบกระจกด้านหน้า ที่ผมว่ามันควรตัดขอบได้สมูทกว่านี้

 

Camera – จัดเต็ม 3 กล้องหลัง AI + กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล

ในด้านสเปคของกล้อง Vivo V15 เมื่อเทียบกับคู่แข่งหลายรุ่น ก็ถือว่าให้สเปคมาใกล้เคียงกัน ทั้งการมีกล้องหลัง 3 ตัว หรือกล้องหน้าความละเอียดสูง โดยตัวกล้องหลังของ V15 แม้ตามสเปคจะมีความละเอียด 24 ล้านพิกเซล แต่ในการใช้งานจริง รูปถ่ายจะออกมาที่ 12 ล้านพิกเซล กระบวนการทำงานเป็นแบบ Dual Pixel ที่รวม 2 พิกเซลเข้าด้วยกัน

เลนส์ AI Super Wide-angle 8 ล้านพิกเซลบน V15 ตามสเปคคือถ่ายรูปได้มุมกว้างถึง 120 องศา แต่เพื่อให้เกิดความบิดเบี้ยวน้อยที่สุด ซอฟท์แวร์จะทำการปรับให้มุมภาพอยู่ที่ 108 องศา ส่วนตัวผมว่าเป็นมุมที่กว้างกำลังดี อย่างน้อยถ่ายตึกก็ไม่โค้งเหมือนมุมที่มากกว่า 120 องศา

โหมดกล้องหลัก ๆ ของ V15 ผมว่าแค่โหมด Auto ที่มี AI เข้ามาช่วยในการถ่ายภาพก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้วล่ะครับ โดยตัว AI มีฟีเจอร์ Scene Recognition สามารถปรับแต่งภาพให้เหมาะกับสถานการณ์นั้น ๆ หรือถ้าต้องการถ่ายคนให้สวย ก็มีโหมด AI Beauty ที่ปรับแต่งหน้าสวย ละลายฉากหลัง พร้อมใส่เอฟเฟคแสงให้จบแบบหลังกล้อง

อีกโหมดที่ฮือฮาอย่าง AI Body Shaping ก็มีให้ใช้ใน Vivo V15 เช่นกัน สามารถปรับแต่งรูปร่างได้ทั้งการถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ ปรับแต่งได้ทั้งสัดส่วน ช่วงเอว เรียวขา สะโพก ทุกส่วนที่ต้องการ คือความผอมมีอยู่จริง แล้วก็ทำออกมาเนียนด้วยครับ

ข้อสังเกตของ Vivo V15 เฟิร์มแวร์ที่ผมทดสอบในเครื่องรีวิว คือไม่มีโหมดถ่ายกลางคืน เข้าใจว่าด้วยตัวชิปประมวลผล Helio P70 อาจประมวลผลได้ไม่เท่า Snapdragon 675 ทาง Vivo เลยเลือกที่จะตัดฟีเจอร์นี้ทิ้งไป เพราะเท่าที่ผมเคยทดสอบมา มือถือที่ใช้ชิป Helio P70 หากถ่ายโหมดกลางคืนแบบซ้อนภาพ ยังไงก็เบลอครับ

ตรงนี้ผมมองว่าเป็นอะไรที่ตรงไปตรงมาดี ฟีเจอร์ไหนใส่มาแล้วแสดงประสิทธิภาพได้ไม่เต็มที่ก็เลือกที่จะไม่ใส่ ดีกว่าพยายามยัดเข้ามาเพื่อให้ดูว้าว แต่ใช้งานจริงแล้วผลออกมาไม่น่าประทับใจ อีกอย่างเท่าที่ผมลองถ่ายกลางคืนด้วยโหมด Auto ตัวกล้องหลักก็ทำออกมาได้ดีในระดับหนึ่งแล้ว ด้วยรูรับแสงที่กว้างถึง f/1.79 และขนาดพิกเซลที่ใหญ่ถึง 1.28 ไมครอน

โหมดอื่น ๆ ที่น่าสนใจของ Vivo V15 ก็มีมาให้ไม่แพ้แบรนด์อื่นล่ะครับ ทั้งโหมด AI Beauty, AR Sticker, Portrait light effect, โหมดปรับ aperture หน้าชัดหลังละลาย ส่วนการถ่ายวีดีโอ รุ่นนี้รองรับความละเอียดสูงสุด Full HD ที่ 30 fps

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง Vivo V15

มาถึงกล้องหน้า Pop-up ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล f/2.0 ขนาดไฟล์ภาพก็คือมาเต็มที่ 32 ล้านพิกเซล ไม่มีลดทอนความละเอียดแต่อย่างใด ขนาดไฟล์ภาพเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8 MB เรื่องความคมชัด และรายละเอียดนี่หายห่วงครับ

โหมดถ่ายภาพด้วยกล้องหน้าก็มีให้เลือกใช้ไม่แพ้กล้องหลัง โดยเฉพาะ AI Beauty ต้องบอกว่ารอบนี้ Vivo ทำการบ้านมาดีเลย ผมลองให้น้องที่ออฟฟิศที่เป็นผู้ชายถ่ายแบบปรับทุกอย่างสุด ผลที่ได้ถือว่าน่าพอใจ เพราะ AI ไม่ได้แต่งภาพในมิติเดียว แต่มันเลือกที่จะปรับแต่งให้เหมาะสมตามเพศ ไม่ได้ถ่ายออกมาแก้มชมพู แต่จะเน้นการปรับโครงหน้า แล้วก็ลดริ้วรอยบนใบหน้าเป็นหลัก

ส่วนการถ่ายเซลฟี่ของสาว ๆ ก็ไม่ต้องกังวล Vivo V15 ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน ทั้งเรื่องคุณภาพไฟล์ และเรื่องความสวยงามของภาพถ่าย อีกทั้งกล้องหน้ายังสามารถถ่าย Portrait light effect ได้เช่นเดียวกับกล้องหลังอีกด้วย

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า Vivo V15

 

Software & Feature

Vivo V15 รุ่นนี้ก็มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 9.0 ครอบทับด้วย FunTouch OS ที่มีลักษณะการใช้งานแตกต่างจากสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ปกติทั่วไปเล็กน้อย โดยการเรียก Notification Center จะปัดหน้าจอจากบนลงล่าง แต่ถ้าต้องการเรียกหน้า Shotcut ทางลัดต่าง ๆ เช่น เปิดปิด Wi-Fi, Cellular, Bluetooth จะต้องปัดหน้าจอจากล่างขึ้นบน

นอกจากนี้ยังมี Gesture ที่ออกแบบมาให้การแสดงผลเต็มจอ เมื่อเปิดโหมดนี้ ปุ่มควบคุม Navigation keys จะหายไป และใช้การปัดมุมขวาล่างแทน back, ปัดกลางแทน home, recent apps ใช้ปัดจากล่าง ขึ้นมากึ่งกลางหน้าจอ และปัดมุมซ้ายล่างแทนการเรียก Shotcut

ในการเล่นเกม Vivo V15 มาพร้อมกับ Game Mode 5.0 สามารถรีดประสิทธิภาพของชิปประมวลผลได้เต็มที่ การรันเกมเป็นไปอย่างลื่นไหล และมีอัตราเฟรมเรทตก หรือเฟรมเรทแกว่งลดลงถึง 300% ส่วนฟีเจอร์ในการบล็อกแจ้งเตือน หรือ pop-up เวลาสายเข้าก็ยังคงมีอยู่เหมือนเดิมครับ

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ ที่น่าสนใจ เช่น Motorbike Mode ที่จะตัดสายเรียกเข้า, การแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อขับรถ และเมื่อจอดรถปุ๊บ ก็จะรับสายได้ทันที หรือจะเป็นการโคลนแอปพลิเคชันประเภทโซเชียลมีเดีย รวมถึงการแบ่งหน้าจอ Spilt screen ก็ทำได้เช่นกัน

 

Performance – ประสิทธิภาพ การเล่นเกม

ชิปประมวลผล MediaTek Helio P70 กับ Ram 6 GB ให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีบน Vivo V15 ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานทั่วไป จนถึงการเล่นเกม อย่างที่ผมได้กล่าวไปแล้วในหัวข้อก่อนหน้านี้ ว่า V15 มาพร้อมกับ Game Mode 5.0 ช่วยให้เล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นในการเล่นเกม Vivo V15 ไม่แพ้คู่แข่งในช่วงราคาเดียวกันอย่างแน่นอน

ผมทดสอบกับเกมหลัก ๆ ได้แก่ ROV และ Speed Drifter ว่ากันตามตรง ผมว่ารุ่นนี้ให้ประสบการณ์เล่นเกมที่ดีไม่แพ้รุ่นอื่น ๆ ในช่วงราคาเดียวกันแม้แต่น้อย อย่างเกม ROV คือปรับได้สุดทุกอย่าง แล้วก็เล่นลื่น ๆ ที่ 60 fps แบบที่เฟรมเรทนาน ๆ จะลงไป 59 แต่โดยส่วนมากคือ ROV 60 fps ยาว ๆ ส่วน Speed Drifter ก็ปรับได้สุดไปเลยเช่นกัน แน่นอนว่าเล่นด้วยโหมดเฟรมเรทสูงได้ด้วย

แบตเตอรี่และการจัดการพลังงาน เอาแค่สเปคของ V15 ก็น่าจะหายห่วงแล้ว ด้วยแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 4,000 mAh และชิปประมวลผลที่เน้นเรื่องการจัดการพลังงานเป็นหลัก โดยรวมคือใช้งานหมดวันสบาย ๆ มีเล่นเกมบ้าง ส่วนการชาร์จไฟกลับ รุ่นนี้มาพร้อม Dual-Engine Fast Charging ที่ไม่เพียงแต่ชาร์จเร็วด้วยกำลังไฟสูงสุด 18W แต่ยังปลอดภัยด้วยกระบวนการตรวจสอบ 9 ขั้นตอน

Overall

ในราคา 10,999 บาท ผมให้ Vivo V15 ยืนหนึ่ง!! ด้วยความครบเครื่องที่มีให้กับผู้ใช้ ทั้งในด้านสเปค การใช้งาน ฟีเจอร์ และในด้านกล้องถ่ายภาพที่ทำออกมาได้ดีทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง แถมยังให้แบตเตอรี่ 4,000 mAh พร้อมอะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 18W เป็นอุปกรณ์เสริมมาตรฐานในกล่อง

สำหรับคนที่สั่งจองผ่านทาง LAZADA ภายในวันที่ 27 มีนาคมนี้ จะได้รับของแถมมูลค่ารวม ๆ เกือบ 6,000 บาทไปฟรี ๆ อีกด้วย

  • หูฟัง Marshall In –Ear มูลค่า 3,590 บาท
  • Vivo Exclusive Gift box  มูลค่า 1,099 บาท
  • Vivo Songkarn Festival Gift Set มูลค่า  1,199 บาท
  • Privilege card

นอกจากนี้ยังมีโปรโมชัน Vivo V15 จากทาง AIS เมื่อสมัครแพ็กเกจรายเดือน 1,099 บ. ขึ้นไปเป็นเวลา 12 เดือน และชำระค่าบริการล่วงหน้า 4,000 บ. รับส่วนลด 400 บ. นาน 10 เดือน เริ่มมีผลรอบบิลที่ 2 เป็นต้นไป
แพ็กเกจเสริม PLAY MOVIES (199 บ.) ฟรี 12 เดือน มูลค่า 2,555 บ. เริ่มตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย. 62 – 30 เม.ย. 62

ส่วนข้อสังเกตของ Vivo V15 ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องพอร์ตเชื่อมต่อที่ยังคงเป็น micro USB แล้วก็บางโหมดที่ไม่มีในรุ่นนี้ เช่น AI Super Night Mode หรือการปลดล็อกด้วยใบหน้า แต่โดยรวมแล้วในราคานี้ Vivo V15 ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกในลำดับต้น ๆ อยู่ดีครับ ราคาหมื่นหนึ่ง Vivo V15 ยืนหนึ่งไปเลย