หลังจากที่ Samsung เปิดตัว Samsung Galaxy Tab A11+ มาแบบเงียบ ๆ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เราจะนำมาทำรีวิวกันแล้วครับ และนี่คือบทความ รีวิว Samsung Galaxy Tab A11+ แท็บเล็ตตระกูล A Series รุ่นล่าสุดจาก Samsung ที่หลายคนกำลังตั้งคำถามว่า “Samsung Galaxy Tab A11+ ดีไหม?” หรือ “สเปคเล่นเกมลื่นหรือเปล่า?” วันนี้ผมสรุปมาให้ครบทุกประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหน้าจอที่ใหญ่สะใจ แบตเตอรี่ที่อึดขึ้น หรือประสิทธิภาพการใช้งานจริง เพื่อช่วยคุณตัดสินใจว่า Samsung Galaxy Tab A11+ ราคาที่เปิดตัวเท่านี้ คุ้มค่าน่าซื้อหรือไม่ ไปดูรายละเอียดเจาะลึกกันเลยครับ

1. ดีไซน์และหน้าจอ: สัมผัสแรกและการแสดงผล

อย่างแรกเรามาพูดถึงเรื่องหน้าจอที่เห็นเป็นอย่างแรกกันก่อนเลยครับ โดยในรุ่น A11+ นั้นจะมาพร้อมหน้าจอขนาด 11 นิ้ว ที่มีความละเอียดระดับ FHD+ และมี Refresh Rate อยู่ที่ 90Hz ซึ่งนับว่าเป็นสเปคที่เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว ทว่าสิ่งที่น่าเสียดายเล็กน้อยก็คือพาเนลหน้าจอที่มาเป็นจอ TFT-LCD ทำให้ความสว่างและสีสันด้อยลงไปหน่อย แต่ก็เพราะแบบนั้นเลยทำให้ราคาเครื่องสามารถกดลงมาต่ำกว่าหมื่นได้ (ราคาแท็บเล็ตส่วนหนึ่งมาจากหน้าจอนี่แหละ)

ต่อมาคือเรื่องสัมผัสของตัวเครื่อง โดยตัวเครื่องนั้นใช้วัสดุเป็นโลหะทั้งตัว พร้อมด้วยผิวสัมผัสแบบด้าน ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ช่วยให้ตัวเครื่องดู แข็งแรง-ดุดัน พอสมควรเลยครับ นอกจากนี้ส่วนหน้าจอยังมีการเว้นขอบไว้ค่อนข้างเยอะ ซึ่งก็ช่วยได้มากเลยครับสำหรับการจับถือ เพราะพื้นที่ตรงนี้จะช่วยให้จับได้กระชับมือมากยิ่งขึ้น รวมถึงช่วยให้มือไม่ลั่นอีกด้วย






มาที่รอบ ๆ ตัวเครื่องกันบ้าง ต้องบอกเลยว่า Galaxy Tab A11+ นั้นทำขึ้นมาเพื่อความบันเทิงอย่างแท้จริง เพราะมาพร้อมลำโพงถึง 4 ตัว พลังเสียง Dolby Atmos และยังมีช่องหูฟัง 3.5 มม. มาเพิ่มให้ด้วยสำหรับคนที่ไม่ชอบหูฟังไร้สาย แต่ ๆ สิ่งที่น่าสนใจและหายไปจากสมาร์ตโฟนช่วงหลังมานี้ก็คือช่อง MicroSD Card ที่ Samsung ใส่มาให้สำหรับใช้เก็บข้อมูลเพิ่มได้ด้วยครับ สำหรับสายความบันเทิง ความจุ 128GB ในเครื่องไม่น่าพอแน่นอน
2. ประสิทธิภาพและสเปค: Samsung Galaxy Tab A11+ เล่นเกมไหวไหม?
คราวนี้มาพูดถึงเรื่องประสิทธิภาพตัวเครื่องกันบ้าง โดยหลัง ๆ ที่หลาย ๆ คนน่าจะสนใจกันก็คือเรื่องการเล่นเกมนี่แหละ เพราะ Galaxy Tab A11+ นั้นมาพร้อมชิปที่แรงขึ้นมากอย่าง Dimensity 7300 ก็จริง แต่ก็มาพร้อมกับแรมขนาด 6GB ซึ่งอย่างที่หลาย ๆ คนรู้ว่าในปัจจุบันนี้แรมขั้นต่ำที่จำเป็นต่อการใช้งานจะอยู่ที่ 8GB เป็นอย่างน้อย แล้วแรมขนาด 6GB ที่ Samsung ให้มานั้นมันจะเพียงพอต่อการใช้งานหรือไม่ เราได้ลองทดสอบมาให้แล้วครับ

การเล่นเกม
ขอเริ่มด้วยเรื่องการเล่นเกมกันก่อนเลย โดยเราได้ทำการทดลองเล่นเกมอยู่ 3 เกมดังนี้
- Mobile Legends: Bang Bang สามารถตั้งค่าได้สูงสุดที่ความละเอียด HD เฟรมเรท สูง
- PUBG Mobile สามารถตั้งค่าได้สูงสุดที่ กราฟิก HDR เฟรมเรท 45fps และเมื่อปรับกราฟิกลงมาที่ลื่นไหล จะสามารถดันเฟรมเรทขึ้นมาได้สูงสุดที่ 60fps
- Genshin Impact สามารถตั้งค่ากราฟิกได้ที่ สูงสุด เฟรมเรท 60fps (ระบบตั้งค่ากราฟิกเริ่มต้นมาให้ที่ ต่ำสุด)

ซึ่งจากที่ได้ลองเล่นมาแบบเต็มที่แล้ว Galaxy Tab A11+ นั้นสามารถเล่นทั้ง 3 เกมได้อย่างลื่นไหลไม่มีกระตุกเลยครับ ถึงแม้ Genshin Impoact จะทำให้เครื่องร้อนเร็วกว่าเกมอื่น ๆ พอสมควรเลยก็ตามที แต่ก็ต้องยอมรับว่าชิป Dimensity 7300 กับแรมขนาด 6GB ก็สามารถเล่นเกมได้แบบลื่น ๆ ไม่มีสะดุดสบายครับ ข้อจำกัดจริงๆ อาจจะอยู่ที่ความจุ 128GB ที่พอโหลดข้อมูลเกมทั้งหมดแล้วแทบจะไม่พอใช้เลยครับ อาจจะต้องจำกัดจำนวนเกมที่จะเล่นเพื่อบริหารพื้นที่ๆ มีให้พอใช้งานได้ครับ (แค่โหลด 3 เกมนี้แบบเต็ม ๆ ก็แทบไม่มีที่ให้ลงแอปฯ เพิ่มเลย)
คะแนนทดสอบ (Benchmark)

คราวนี้มาพูดถึงคะแนนทดสอบกันบ้างครับ สำหรับ AnTuTu ที่ทำออกมาได้นั้นจะอยู่ที่ 772,783 คะแนน นับเป็นคะแนนกลาง ๆ เกือบสูงของชิป Dimensity 7300 เลยครับ

ต่อมาก็เป็นคะแนนจาก Geekbench 6 กันบ้างครับ โดยจากผลทดสอบนั้นสามารถทำคะแนนแบบ Single-Core ไปได้ 946 คะแนน และแบบ Multi-Core ได้ 2930 คะแนนครับ
3. ซอฟต์แวร์และการใช้งาน Multitasking

มากันที่เรื่องซอฟต์แวร์กันบ้าง โดย Galaxy Tab A11+ นั้นจะมาพร้อมกับ One UI 8 ตั้งแต่แกะกล่อง ซึ่งเป็นเวอร์ชันใหม่ล่าสุด นั่นทำให้จะได้รับการอัปเกรดซอฟต์แวร์ครอบคลุม 7 เวอร์ชัน และ ระบบความปลอดภัย 7 ปี ทำให้มั่นใจได้เลยว่า Galaxy Tab A11+ นั้นจะสามารถใช้งานไปได้อีกนาน แถมยังได้ฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่อาจเพิ่มเข้ามาในอนาคตอีกด้วย

สิ่งหนึ่งที่ถูกเพิ่มเข้ามาใน One UI 8 และ Galaxy Tab A11+ ได้ด้วยนั่นก็คือ DeX Mode ที่มี Multiple Workspace เพิ่มเข้ามา ซึ่งนี่จะช่วยมอบประสบการณ์แบบ PC Like ให้ผู้ใช้งานอีกด้วย

และสำหรับการใช้งานแบบ Multitasking นั้น สามารถเปิดใช้งานได้พร้อมกัน 3 หน้าสบาย ๆ และหากเปิดใช้งาน Multitasking ใน DeX Mode แล้วก็จะสามารถเปิดใช้งานในรูปแบบหน้าต่างได้มากกว่านั้นอีกครับ
4. กล้องถ่ายรูปและแบตเตอรี่

กล้องถ่ายรูป
มาที่เรื่องกล้องถ่ายรูปกันบ้าง โดย Galaxy Tab A11+ นั้นจะมีกล้องเพียง 2 ตัว เป็นกล้องหน้าและหลังอย่างละตัวที่ประกอบไปด้วยกล้องหลังความละเอียด 8MP และกล้องหน้าความละเอียด 5MP ที่วางไว้บริเวณขอบจอแนวนอน ทำให้มั่นใจว่าทาง Samsung ออกแบบมาเพื่อให้ใช้กล้องหน้าในการสนทนาหรือประชุมออนไลน์มากกว่า และเมื่อพูดถึงเรื่องวิดีโอแล้วก็ต้องบอกเลยว่าทั้งกล้องหน้าและหลังนั้นรองรับการบันทึกวิดีโอสูงสุดที่ FHD 30fps นะครับ แต่สิ่งที่เรียกได้ว่าน่าสนใจจริง ๆ ก็คือแอปฯ กล้องนั้นมีโหมด Portrait, โหมด Pro, โหมดกลางคืนและอื่น ๆ อีกหลายอย่างที่ไม่คาดคิดว่าจะได้เจอในแท็บเล็ตด้วยครับ นับว่า Samsung ใส่มาให้แบบจัดเต็มจริง ๆ
ตัวอย่างภาพถ่าย







แบตเตอรี่
ในส่วนของแบตเตอรี่นั้น Galaxy Tab A11+ นั้นจะมีแบตเตอรี่ขนาด 7,040mAh ซึ่งเมื่อรวมกับชิปที่จัดการพลังงานได้ดีและหน้าจอที่กินไฟน้อย ทำให้ตัวเครื่องสามารถใช้งานได้อย่างยาวนานเลยครับ ซึ่งจากที่ได้ลองจับเวลาดูคลิปนาน 1 ชั่วโมง พร้อมต่อหูฟังแบบไร้สายด้วยแล้ว แบตเตอรี่ของ Galaxy Tab A11+ เครื่องนี้ลดไปเพียง 4% เท่านั้นเองครับ ใครที่เป็นสายดูคลิป-ดูหนัง สามารถดูกันให้ตาแฉะได้เลย
ในเรื่องการชาร์จนั้นตัว Galaxy Tab A11+ นั้นรองรับการชาร์จไวอยู่ที่ 25W ซึ่งจากที่ได้ลองจับเวลาชาร์จดูตอนที่แบตเตอรี่เหลือเพียง 3% แล้วนั้น ต้องใช้เวลารอ 35 นาที ถึงจะสามารถชาร์จแบตเตอรี่ขึ้นมาให้ถึง 50% ได้ และระยะเวลาชาร์จรวมตั้งแต่เริ่มชาร์จที่ 3% จนขึ้นมาเต็มที่ 100% นั้น ใช้เวลาไปทั้งหมด 1 ชั่วโมง 31 นาที ถือว่าใช้เวลาไม่นานนักสำหรับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่นี้

5. สรุปสเปค Samsung Galaxy Tab A11+ (Specification)
- หน้าจอ : ขนาด 11 นิ้ว, TFT LCD, Refresh Rate 90Hz, ความละเอียด 1,920 x 1,200 พิกเซล
- ชิปประมวลผล : MediaTek Dimensity 7300
- RAM : 6GB
- ROM : 128GB (รองรับ microSD Card สูงสุด 2TB)
- กล้องหลัง : 8MP, AF
- กล้องหน้า : 5MP
- แบตเตอรี่ : 7,040mAh, ชาร์จไว 25W
- ระบบปฏิบัติการ : Android 16 ครอบด้วย One UI 8
- การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 5, Bluetooth 5.3 | 5G, GPS (มีเฉพาะรุ่น 5G)
- ระบบเสียง : ลำโพงสี่ตัว ระบบสเตอริโอ พร้อมช่องหูฟัง 3.5 มม. รองรับระบบเสียง Dolby Atmos.
- ขนาด : 168.7 x 257.1 x 6.9 มม.
- น้ำหนัก : 447 กรัม

6. ราคาและการวางจำหน่าย
สำหรับ Samsung Galaxy Tab A11+ มีวางจำหน่ายด้วยความจุ 6GB + 128GB มาในสี Gray และมีให้เลือก 2 รุ่นดังนี้
- Wi-Fi 6GB + 128GB : ราคา 7,990 บาท
- 5G 6GB + 128GB : ราคา 9,990 บาท
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถซื้อได้ที่ Samsung Experience Store และร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ หรือสั่งซื้อออนไลน์ทาง Samsung.com, Shopee (Wi-Fi), Shopee (5G), Lazada (Wi-Fi), Lazada (5G) ได้เลยครับ
บทสรุป: ความคิดเห็นของผู้เขียน
ข้อดี
- ได้จอใหญ่สะใจในงบที่ประหยัดมาก
- ชิปประมวลผลแรงในระดับที่รองรับการทำงานทุกรูปแบบ
- แบตเตอรี่ที่อึดพอจะใช้งานได้ทั้งวัน
- ลำโพง 4 ตัวที่ให้เสียงดังมาก ทั้งยังมาพร้อมช่องหูฟัง 3.5 มม.อีกด้วย
- สามารถเพิ่มความจุได้ด้วย MicroSD Card
ข้อสังเกต
- พาเนลหน้าจอเป็น TFT ทำให้สู้แสงไม่ได้
- แรมให้มาขนาด 6GB ซึ่งถือว่าน้อยสำหรับการใช้งานแบบ Multitasking
- ความจุมีขนาดเดียวคือ 128GB ซึ่งจะค่อนข้างอึดอัดนิดหน่อยสำหรับสายเล่นเกม
- กล้องถ่ายในที่แสงน้อยได้ไม่ดีนัก
ฟันธง: หากคุณกำลังมองหาแท็บเล็ตเพื่อ การเรียน/ดูหนัง/ทำงานเบาๆ ในงบประมาณไม่เกินหมื่น Samsung Galaxy Tab A11+ คือตัวเลือกที่ น่าสนใจ มากเลยครับ
