realme 5 Pro สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจากทาง realme เจ้าของสโลแกน “4 เลนส์ สเปคแรง” ถือเป็นรุ่นที่น่าจับตามองในช่วงราคา 8,000 – 10,000 บาทเป็นอย่างมาก เนื่องจากให้ทุกอย่างมาเหนือกว่าแบรนด์คู่แข่ง เริ่มจากชิปเซ็ต ไปจนถึงกล้องหลังที่คราวนี้จัดมาให้เน้น ๆ ถึง 4 กล้อง ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล และตอนนี้เครื่องรีวิว realme 5 Pro ก็อยู่ในมือของทีมงาน SpecPhone เป็นที่เรียบร้อย

สเปค realme 5 Pro

  • ชิปประมวลผล Snapdragon 712 AIE ความเร็วสูงสุด 2.3 GHz
  • GPU Adreno 616
  • Ram 4 GB/ 8 GB
  • ROM 128 GB UFS 2.1
  • หน้าจอขนาด 6.3″ FHD+ แบบ Dewdrop display
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    • กล้องหลัก 48MP AI เซ็นเซอร์ Sony IMX586
    • เลนส์อัลตร้าไวด์
    • เลนส์ depth สำหรับช่วยในการถ่าย portrait
    • เลนส์ macro
  • กล้องหน้า 16MP เซ็นเซอร์ Sony IMX471 f/2.0
  • ColorOS 6
  • พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C
  • แบตเตอรี่ 4035 mAh รองรับชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge 3.0
  • มี 2 สี ได้แก่ Sparkling Blue และ Crystal Green

ราคา realme 5 Pro

สำหรับราคาของ realme 5 Pro สมาร์ทโฟนรุ่นนี้วางจำหน่ายในประเทศไทยด้วยกัน 2 รุ่นย่อย มีความจุเท่ากันที่ 128 GB แตกต่างที่ Ram 4 GB กับ 8 GB

  • Ram 8 GB + 128 GB ROM ราคา 8,999 บาท
  • Ram 4 GB + 128 GB ROM ราคา 7,999 บาท

โดย realme 5 Pro เครื่องที่ส่งมาให้ SpecPhone รีวิวเป็นสี Sparkling Blue รุ่นท็อปสุด Ram 8 GB ความจุ 128 GB และว่ากันตามตรง ถ้าจะซื้อ realme 5 Pro ผมมองว่าควรซื้อตัว Ram 8 GB ไปเลยครับ ใช้งานลื่น ๆ คุ้มกับส่วนต่าง 1,000 บาทแน่นอน

 

Design – การออกแบบ

จุดเด่นแรกในเรื่องดีไซน์ของ realme 5 Pro อยู่ที่ฝาหลังเหมือนเช่นเคย โดยรุ่นนี้มาพร้อมกับฝาหลังแบบ Holographic Diamond ใช้เทคโนโลยีการแกะสลักฝาหลังขนาดไมครอนลากยาวรูปแบบ 3D Diamond Cutting อันเป็นเอกลักษณ์ของทาง realme ในสี Sparkling Blue จะไล่เฉดด้วยสีน้ำเงินกับสีม่วง สวยงาม โดดเด่น และแตกต่างจากสมาร์ทโฟนรุ่นอื่น ๆ

ตัวเครื่อง realme 5 Pro ออกแบบมาให้มีความโค้งมน เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟนราคาแพง ๆ ทำให้การจับถือตัวเครื่องนั้นเข้ากับมือได้เป็นอย่างดี ด้านหลังติดเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้บริเวณด้านหลังตัวเครื่อง ตำแหน่งของสแกนนิ้วใช้งานได้สะดวก ไม่สูง หรือต่ำจนเกินไป ตัวเซ็นเซอร์เว้าลงเล็กน้อย ทำให้ง่ายต่อการสแกน และรองรับการสแกนใบหน้าด้วยเช่นกัน

นอกจากตัวเครื่องที่ดีไซน์ออกมาได้สวยงามแล้ว realme 5 Pro ได้มีการเคลือบสารกันละอองน้ำ Splash-Resistant ถ้าเทียบกับ IP Rating น่าจะอยู่ที่ราว ๆ IPX3 – IPX4 แน่นอนว่าไม่สามารถจุ่มน้ำได้ แต่ถ้าเป็นฝนตกไม่แรงมาก realme 5 Pro ทนได้สบาย ๆ ครับ

หน้าจอ 6.3 นิ้วของ realme 3 เป็นหน้าจอแบบ IPS ความละเอียด Full HD+ อัตราส่วนหน้าจอ 19.5:9 ด้านบนหน้าจอมี Notch screen ทรงหยดน้ำที่มีขนาดเล็กลงกว่ารุ่นก่อนหน้า ทำให้ใช้พื้นที่หน้าจอได้คุ้มค่ามากกว่า สีสันหน้าจอ ความคมชัดของหน้าจอ realme 5 Pro จัดอยู่ในลำดับต้น ๆ เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นในช่วงราคาใกล้เคียงกัน

หน้าจอคมชัดแล้ว กระจกหน้าจอของ realme 5 Pro ก็ไม่ใช่กระจกธรรมดานะครับ แต่เป็นกระจกนิรภัย Corning Gorilla Glass 5 ปกป้องรอยขีดข่วนที่จะเกิดขึ้นกับหน้าจอได้มากกว่า และติดฟิล์มกันรอยมาให้ตั้งแต่แรก นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ได้แก่ เคส TPU ขนาดพอดีตัวเครื่อง, อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ และสายชาร์จใส่มาให้ในกล่อง

อีกหนึ่งความเซอร์ไพรส์ของ realme 5 Pro ก็คือพอร์ตเชื่อมต่อเปลี่ยนมาใช้ USB Type-C เป็นที่เรียบร้อย และมีพอร์ตหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรติดมาให้ด้วย สามารถใช้งานร่วมกับหูฟังแบบปกติได้ ส่วนถาดใส่ซิมการ์ดของรุ่นนี้เป็นถาดแบบ 3 Slot รองรับ 2 nano SIM และ microSD Card พร้อมกันในทีเดียว

 

Performance – ประสิทธิภาพ

เมื่อเอ่ยถึงรุ่น Pro ของ realme แปลว่าประสิทธิภาพจะต้องเหนือกว่าคู่แข่งในช่วงราคาเดียวกันอย่างแน่นอน และ realme 5 Pro ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น เพราะรุ่นนี้ใส่ชิป Snapdragon Series 700 ถ้าเป็นแบรนด์อื่น บางรุ่นยังใช้ Snapdragon 6xx อยู่เลยครับ

การใส่ชิปประมวลผล Snapdragon 712 AIE ชิปเซ็ต 10nm Kryo 360 แบบ octa-core ความเร็ว 2.3 GHz นอกจาก CPU ที่ประมวลผลได้ดีแล้ว GPU ที่อยู่ใน Snapdragon 712 ยังจัดเป็น GPU Adreno 616 ที่ออกแบบมาเพื่อการประมวลผลกราฟฟิคหนัก ๆ และเมื่อรวมกับซอฟท์แวร์จัดการเกม Game Space ยิ่งทำให้การเล่นเกมบน realme 5 Pro ออกมาเหนือกว่าสมาร์ทโฟนหลายรุ่นในช่วงราคาเดียวกัน

ผมลองทดสอบ realme 5 Pro กับเกม ROV, PUBG Mobile, Garena Free Fire ทุกเกมที่กล่าวมานั้นปรับตั้งค่ากราฟฟิคระดับสูงสุด สามารถเล่นบน realme 5 Pro ได้สบาย ๆ อย่างเกม ROV คือตั้งค่าเป็นกราฟฟิกระดับสูง (ไม่สามารถเปิดสูงมากได้) เปิดเฟรมเรตสูง ภาพ HD ทำเฟรมเรทได้ในช่วง 59 – 60 fps เลยครับ หรือแม้แต่ PUBG Mobile ก็ปรับ HD รวมถึงเฟรมเรตสูงได้เช่นกัน

 

Battery – แบตเตอรี่และการจัดการพลังงาน

ในด้านการจัดการพลังงาน ต้องยอมรับว่า realme 5 Pro ทำการบ้านมาดีทีเดียวครับ สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ให้แบตเตอรี่ความจุสูงถึง 4,035 mAh จากที่ได้ทดสอบใช้งาน หากไม่ได้เล่นเกมบ่อย ๆ ก็สามารถใช้งานแบตเตอรี่ realme 5 Pro ได้ยาว ๆ ข้ามวัน เพราะตัวชิป Snapdragon 712 แม้จะมีพลังในการประมวลผลสูง แต่ก็เป็นชิป 10 นาโนเมตรที่ประหยัดพลังงานได้มาก

ส่วนการชาร์จไฟของ realme 5 Pro ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่แบรนด์นี้ทำได้ดีมาโดยตลอด เห็นราคาไม่ถึงหมื่นบาทนี่คือให้ระบบชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge 3.0 ที่สามารถจ่ายไฟได้ถึง 20W (5V 4A) และด้วยความที่เป็น VOOC Flash Charge 3.0 ทำให้มั่นใจเรื่องความปลอดภัยได้เลย เพราะมีระบบป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าหลายขั้นตอน

 

Software – ระบบปฏิบัติการ

realme 5 Pro มาพร้อมกับ ColorOS 6.0 realme Edition ที่มีพื้นฐานจาก Android 9.0 Pie สามารถตั้งค่าหน้า Home ได้สองรูปแบบ ได้แก่ รูปแบบปกติที่ทุกสิ่งอย่างอยู่ในหน้าเดียว กับแบบ App Drawer

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจของ realme 5 Pro ได้แก่ Game Space เป็นโฟลเดอร์รวมเกมในเครื่อง ถ้าหากผู้ใช้ตั้งค่าให้ระบบเพิ่มเกมเข้ามาในโฟลเดอร์นี้โดยอัตโนมัติ หรือผู้ใช้สั่งเพิ่มเข้ามาเอง เมื่อเปิดเกมจากในโฟลเดอร์นี้ ระบบจะจัดการเคลียร์แรม รวมถึงปรับการทำงานด้านกราฟิกและการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตให้เหมาะสมกับการเล่นเกมมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกในการตั้งค่าให้บล็อกการแจ้งเตือนได้ ตั้งค่าล็อกระดับแสงสว่างหน้าจอ และสามารถเร่งประสิทธิภาพการประมวลผลได้จากใน Game Space

นอกจากนี้ realme 5 Pro ยังมีฟีเจอร์เสริมอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์อีก เช่น การโคลนแอปอย่าง LINE หรือ Facebook ให้สามารถใช้งานได้มากกว่าหนึ่งไอดี ฟีเจอร์ช่วยบล็อก ช่วยกรองเบอร์โทร เป็นต้น

 

Camera – กล้องถ่ายภาพ

สิ่งที่ realme 5 Pro อัพเกรดจากตอน realme 3 Pro แล้วเห็นได้ชัดเจนที่สุดคงเป็นเรื่องกล้องถ่ายภาพล่ะครับ สมาร์ทโฟนรุ่นนี้มาพร้อมกับกล้องหลังมากถึง 4 ตัว ความละเอียด 48 + 8 + 2 + 2 ล้านพิกเซล ไม่ได้เยอะแค่จำนวนนะครับ เพราะ 2 เลนส์ที่เพิ่มขึ้นมาเป็นเลนส์ Ultra wide-angle หรือเลนส์มุมกว้าง กับเลนส์มาโคร สำหรับถ่ายของชิ้นเล็ก ๆ ได้ระยะโฟกัสที่ใกล้ถึง 4 เซนติเมตร

ส่วนกล้องหน้าก็เป็นกล้องเดี่ยวความละเอียด 16 ล้านพิกเซล มีให้ปรับระดับความเนียนของใบหน้า และแน่นอนว่าใช้ AI เข้ามาช่วยในการปรับแต่งให้ใบหน้าออกมาสวยเนียนสมจริงมากขึ้น

UI ของแอปกล้องก็ใกล้เคียงกับมือถือส่วนใหญ่ในขณะนี้ มีปุ่มสำหรับตั้งค่าฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น แฟลช โหมด Chroma Boost เร่งสีให้สด, ฟิลเตอร์ และการตั้งค่ากล้องอยู่ที่แถบด้านบนสุด ส่วนแถบด้านล่างเป็นตัวเปลี่ยนโหมดกล้องหลัก ๆ ส่วนแถบสามขีดด้านซ้าย จะเป็นโหมดกล้องอื่น ๆ เช่น Nightscape, พาโน, โหมดโปร, มาโคร เป็นต้น

ในโหมด Nightscape จะช่วยให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อยคมชัดมากยิ่งขึ้น ลด Noise บนภาพ สามารถเก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน และยิ่งเป็น ISP ของ Snapdragon 712 การประมวลผลภาพถ่ายยิ่งทำออกมาได้ดีขึ้นไปอีก ที่สำคัญคือรุ่นนี้ ถ่าย Nightscape ได้ทุกระยะ ไม่ว่าจะเป็นระยะปกติ มุมกว้าง หรือจะซูมก็สามารถใช้โหมดกลางคืนได้

สำหรับเลนส์ Macro มีความละเอียด 2 ล้านพิกเซล จุดเด่นคือสามารถโฟกัสได้ระยะห่างจากวัตถุประมาณ 4 เซนติเมตร โดยในระยะโฟกัสที่ 4 เซนติเมตร หากเป็นเลนส์สมาร์ทโฟนปกติทั่วไป จะไม่สามารถโฟกัสได้ ส่วนการเปิดใช้งานเพียงเข้าไปที่ Ultra Macro ในแอปกล้อง เหมาะสำหรับการถ่ายของใกล้ ๆ และจะให้ดีต้องเป็นของชิ้นเล็ก ๆ เช่น เหรียญ, ดอกไม้, พระเครื่อง เป็นต้น

ข้อสังเกตของเลนส์มาโครก็คือ ตอนถ่าย หากต้องการให้ได้ภาพที่คมชัดที่สุด ก็ควรจะหาขาตั้งกล้อง หรือวางมือถือให้นิ่งตอนถ่ายรูปด้วยครับ

ด้านล่างนี้ก็เป็นแกลเลอรี่ตัวอย่างภาพถ่ายจาก realme 5 Pro นะครับ เชิญคลิกรับชมได้เลย

ภาพรวมของ realme 5 Pro หากมองในมุมของการอัพเกรดจากรุ่นก่อนหน้า ก็ถือว่ามีความเปลี่ยนแปลงพอสมควร โดยเฉพาะเรื่องกล้องที่ยกเครื่องใหม่หมด มีจำนวนกล้องมากขึ้น แล้วก็มีความละเอียดเซ็นเซอร์หลักที่สูงขึ้นเป็น 48 MP และเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนในช่วงราคาใกล้เคียงกัน ก็ต้องยอมรับว่า realme 5 Pro ดีพอที่จะอยู่ในลำดับต้น ๆ ของช่วงราคาดังกล่าวได้เลย

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีไซน์ สเปคและความคุ้มค่า แบตเตอรี่ความจุสูงพร้อมชาร์จเร็ว กล้องหลัง 4 ตัว ล้วนตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดี เป็นโทรศัพท์ประเภทที่ว่าไม่ต้องจ่ายแพง แต่หลายอย่างก็ทำได้พอ ๆ กับพวกสมาร์ทโฟนราคาหมื่นกลางด้วยซำ้ไปครับ