เปิดตัวปุ๊บ จับมารีวิวปั๊บอย่างรวดเร็วสำหรับ รีวิว Huawei Mate 20 เนื่องจากเป็นสมาร์ทโฟน Android ที่มาแรงสุดในขณะนี้ สาวก Android ต่างให้ความสนใจกันอย่างล้นหลาม เนื่องจากเป็นสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับชิปประมวลผลระดับท็อป Kirin 980 เป็นตัวแรกของโลก กล้องจาก Leica ตัวใหม่ที่หลายคนคาดหวังในประสิทธิภาพมาก และตัวเครื่องที่ออกแบบมาด้วยสวยงามพรีเมี่ยมมากขึ้น ในราคาที่คาดว่าจะออกมาดีตามสไตล์ Huawei มีอะไรเด็ด ๆ บ้างไปดูกันได้เลยครับ

รีวิว Huawei Mate 20

รายละเอียดสเปค Huawei Mate 20

  • หน้าจอ IPS LCD ขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2244 พิกเซล อัตราส่วนหน้าจอ 18.7:9 รองรับ HDR10
  • ขนาดตัวเครื่อง 158.2 x 77.2 x 8.3 มม. หนัก 188 กรัม
  • ชิปประมวลผล Kirin 980 CPU Octa-core (2×2.6 GHz Cortex-A76 & 2×1.92 GHz Cortex-A76 & 4×1.8 GHz Cortex-A55)
  • ชิปประมวลผลกราฟิก Mali-G76 MP10
  • แรม 6 GB
  • หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง 128 GB
  • รองรับ NMcard (Nanocard) สูงสุด 256 GB
  • กล้องหลัง Triple Camera  – 12 MP, f/1.8, 27mm (wide), 1/2.3″
                                           – 16 MP, f/2.2, 17mm (Ultra wide)
                                           – 8 MP, f/2.4, 52mm (tele)
  • กล้องหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้างสุด f/2.0
  • รองรับ Dual SIM แบบ Hybrid Slot
  • พอร์ตเชื่อมต่อ USB 3.1 Type-C 1.0
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่อง
  • แบตเตอรี่ขนาด 4,000 mAh แบตเท่ากับ Mate 10 Pro แต่อึดกว่า 20 %
  • รองรับฟีเจอร์ Fast Charging 4.5V/5A ชาร์จแบตจาก 0 % ถึง 58 % ภายใน 30 นาที
  • กันน้ำมาตรฐาน IP53 กันฝุ่นและละอองน้ำ
  • ระบบปฏิบัติการ Android Pie 9.0 พร้อมกับ EMUI 9.0
  • สีที่ใช้สำหรับวางจำหน่ายในไทย Midnight Blue และ Twilight สำหรับ Mate 20 ในตอนนี้
  • มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.

 

Design

สำหรับการออกแบบของ Huawei Mate 20 Series ใช้หน้าจอ Fullview ตามเทรนด์สมาร์ทโฟนปัจจุบัน แต่มีสิ่งที่ทำเอาหลายคนผิดหวังในเรื่องติ่งหน้าจอด้านบน จากการใช้งานจริงสำหรับรุ่น Huawei Mate 20 ที่มีติ่งแบบหยดน้ำ ใช้ไปเรื่อย ๆ จะเริ่มชิน เพราะติ่งมีขนาดเล็ก ทำให้ไม่ได้น่ารำคาญขนาดนั้น และไม่ได้บดบังอะไรมากขณะเล่นเกม โดย Huawei Mate 20 มากับหน้าจอ LCD IPS ขนาด 6.53 นิ้ว อัตราส่วนหน้าจอที่ 18.7:9 ความละเอียด FHD+ (2244 x 1080 พิกเซล) มีความหนาแน่นพิกเซลที่ 381 PPI

สำหรับรอยบากด้านบนนั้น เรียกว่ารอยบาก Water Drop หรือรอยบากแบบหยดน้ำ ซึ่งเป็นติ่งที่เล็กกว่า Huawei Mate 20 Pro อย่างมาก เป็นที่อยู่ของกล้องหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซล พร้อมกับเซ็นเซอร์ต่าง ๆ และลำโพงสนทนา ที่เป็นลำโพงขับเสียงในตัว เนื่องจาก Huawei Mate 20 มีลำโพงขับเสียงสองตัวด้านบนและด้านล่างด้วยระบบ Stereo

ด้านล่างหน้าจอไร้ปุ่มใด ๆ และมีขอบหน้าจอที่ค่อนข้างบาง

สีที่เราได้มารีวิวนั่นก็คือสี Midnight Blue ซึ่งในไทยจะวางจำหน่ายก่อนสองสีคือ Midnight Blue เป็นลวดลายเส้น ๆ และสี Twilight ไล่เฉดสี (ซึ่งแอบสวยนะ) โดยฝาหลังเป็นวัสดุกระจกที่โค้งด้านข้างทำให้จับกระชับมือ และให้ความรู้สึกที่ดี ฝาหลังเวลาเอาเล็บขูด (เบา ๆ) จะมีเสียงให้อารมณ์แบบเคฟล่า

จุดเด่นของการดีไซน์ในรุ่นนี้ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของสมาร์ทโฟนเลยก็ว่าได้ ที่ทำการเรียงกล้องแบบใหม่ให้เป็นสี่เหลี่ยม โดยวางเลนส์กล้องสามตัว และ LED Flash ให้เป็นจุดสี่เหลี่ยมสี่จุด ที่ตอนแรกเห็นภาพหลุดยอมรับเลยว่าแปลกตา แต่พอได้จับของจริงบอกเลยว่าสวยใช้ได้ ซึ่งทาง Huawei บอกถึงแรงบันดาลใจของการออกแบบกล้องทรงนี้ ได้มาจากไฟหน้าของรถสปอร์ต Porsche โดยกรอบกล้องนูนออกมาเล็กน้อยเท่านั้น ด้านล่างเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ วางตำแหน่งได้พอดีกับนิ้วชี้

ด้านล่างตัวเครื่องเป็นลำโพงขับเสียง ไมค์รับเสียงสนทนา และพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C

ปุ่ม Power และปุ่มเพิ่งเสียงลดเสียงจะอยู่ด้านขวาของตัวเครื่อง ซึ่งปุ่มพาวเวอร์แอบเล่นขอบสีแดง อันเป็นเอกลักษณ์ของกล้อง Leica

ส่วนด้านซ้ายตัวเครื่องจะเป็นช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Dual SIM ที่รองรับการใส่ Nano SD จาก Huawei (เหมือนถาดซิมแบบ Hybrid Slot)

การออกแบบตัวเครื่องโดยรวมถือว่าทำได้ดีมาก ดีกว่ารุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัด สวยงามสมกับเป็นเรือธง เพิ่มความพรีเมี่ยมเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ดูโดดเด่นไม่ว่าจะเป็นฝาหลังเล่นลวดลายเส้น เพื่อไม่ให้ลื่นง่าย กล้องหลังเรียงดีไซน์แบบใหม่ พร้อมกับนูนออกมาเป็นกรอบสี่เหลี่ยมกระจกสีดำที่เล็มขอบสีเข้ม

 

Camera

จุดเด่นตลอดการสำหรับ Huawei ระดับเรือธงนั่นก็คือเรื่องกล้อง ซึ่งหลังจากที่ร่วมมือกับแบรนด์กล้องระดับโลกอย่าง Leica ก็ทำกล้องออกมาได้น่าสนใจทุกรุ่นที่เปิดตัว ซึ่ง Huawei Mate 20 มากับกล้องหลังสามตัว มีรายละเอียดดังนี้

  • กล้องหลักความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.8 เลนส์ Wide ขนาด 27mm
  • กล้องเลนส์ Ultrawide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซลถ่ายได้มุมกว้างมาก รูรับแสงกว้าง f/2.2 ขนาดเลนส์ 17mm
  • กล้องเลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้างสุด f/2.0

ส่วนกล้องหน้าความละเอียดอยู่ที่ 24 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.0 ซึ่งกล้องของ Huawei Mate 20 จากเดิมที่ขึ้นชื่อด้านประสิทธิภาพด้านการถ่ายภาพอยู่แล้วจากรุ่นเดิม มาในรุ่นนี้ได้เพิ่มประสิทธิภาพของกล้องขึ้นไปอีก ไปดูฟีเจอร์พร้อมกับคุณสมบัติภาพถ่ายด้านล่างได้เลยครับ

สำหรับหน้า UI ของกล้องนั้น เน้นสีดำเรียบง่าย แอบเล่นลายหนังด้านล่างและปุ่มชัตเตอร์สีเงินให้อารมณ์เหมือนกล้อง DSLR มีหน้าเมนูต่าง ๆ ใช้งานแบบครบ ๆ สังเกตจากบริเวณด้านล่างของกล้องจะเห็นคำว่า “ดอกไม้” จากการทำงานของ AI ที่มีโหมดปรับตามสภาพแวดล้อมถึง 25 โหมด ถ้าหากจะเปลี่ยนไปถ่ายภาพ Ultra Wide ง่าย ๆ เลยสังเกตจากตัวเลข 1X 2X 0.6X ด้านขวาของจอ เมื่อกด 1X จะเป็นภาพปกติ เมื่อกด 2X จะเป็นการซูม 2 เท่าแบบไม่เสียรายละเอียด และ 0.6X จะเป็นเลนส์ UltraWide

หน้า AI ของกล้องที่ปรับเข้ากับสภาพแวดล้อมได้อย่างรวดเร็ว และชาญฉลาด และภาพที่ออกมานั้นก็สวย ซึ่งด้านล่างเป็นโหมด เขียวขจี อาหาร และ ดอกไม้

ส่วนการหน้า UI การถ่ายวิดีโอก็คล้าย ๆ กับการถ่ายภาพ แต่จะปรับภาพให้เต็มจอเลยเพื่อแสดงให้เห็นอัตราส่วนของภาพก่อนถ่ายวิดีโอ มีลูกเล่นที่น่าสนใจคือ AI Portrait Colour ที่จะจับภาพเคลื่อนไหวเป็นสี ส่วนด้านหลังเป็นขาวดำให้อารมณ์แบบหนัง Hollywood ไปดูตัวอย่างด้านล่างได้เลยครับ ส่วนใครที่ชอบปรับภาพเอง ไปที่โหมดโปรก็มีให้ปรับหลายอย่างได้อย่างละเอียด

สำหรับลูกเล่นต่าง ๆ ในการถ่ายภาพก็มีมาให้ครบ ไม่ว่าจะเป็นถ่ายสโลว์โมชั่น พาโนรามา ภาพขาวดำ ภาพไวแสง ส่วนหน้าการตั้งค่าเน้นสีดำ ตัวอักษรขาวที่ดูได้ง่าย มีให้เห็นภาพหลังกล้องลาง ๆ ซึ่งภาพถ่ายความละเอียดสูงสุดจะอยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล แต่ต้องเลือกเป็นเลนส์ Ultra Wide ส่วนการถ่ายวิดีโอรองรับสูงสุดที่ 4K

สำหรับฟีเจอร์ที่ภูมิใจนำเสนอนั่นก็คือฟีเจอร์กันสั่นด้วยระบบ Gyro-EIS ที่สามารถได้งานได้แบบนิ่งมากจนน่าประหลาดใจ หากไม่เชื่อไปดูภาพเคลื่อนไหวด้านล่างได้เลยครับ ผมได้ทำการกดบันทึกพร้อมกับเขย่ากล้อง มันกันสั่นได้นิ่งเสียจนบางทีก็แอบคิดว่า นี่มันคือ EIS จริงหรือเปล่าเนี่ย!!

และวิดีโอด้านล่างเป็นรูปที่ได้จากการถ่ายวิดีโอด้านบน จะเห็นได้ว่ามันนิ่งมาก !!

อีกฟีเจอร์คือการถ่ายภาพแบบซูเปอร์แมโคร ที่ทาง Huawei เคลมว่าสามารถถ่ายในระยะใกล้สุดในระยะเพียง 2.5 ซม. เท่านั้น ด้วยเลนส์ของ Leica Ultra Wide Angle ที่ทำงานร่วมกับ AI สามารถตรวจจับการถ่ายของได้ในทันที และทำการเปลี่ยนสู่โหมดซูเปอร์แมโครอัตโนมัติ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากล้องหลัง Huawei Mate 20

ตัวอย่างกล้องหน้า Huawei Mate 20

 

Performance

จุดเด่นอีกอย่างของ Huawei Mate 20 ชิป Kirin 980 เป็นเครื่องแรกของโลก ซึ่งเป็นชิประดับเรือธงตัวใหม่ที่มากับฟีเจอร์ใหม่เป็นครั้งแรกของชิปดังนี้

  • 7nm SoC –  เทคโนโลยีการผลิตที่เล็กที่สุดบนชิปเซ็ตสมาร์ทโฟน
  • Cortex-A76 Based CPU – สถาปัตยกรรมใหม่ล่าสุด ทรงพลังกว่าเดิมถึง 75% และจัดการพลังงานได้ดีกว่ารุ่นก่อนถึง 58%*
  • Mali-G76 GPU – ชิปกราฟฟิครุ่นใหม่ล่าสุด ประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 46%*
  • Dual-NPU – ชิปเซ็ต AI จำนวน 2 ตัว ประมวลผลได้เร็วกว่า ทำอะไรได้มากกว่า
  • 1.4 Gbps Cat.21 Modem – รองรับการเชื่อมต่อ 4.5G เร็ว แรง และเสถียร
  • SoC Supporting 2133 MHz LPDDR4X – รองรับ Ram LPDDR4X ที่ปริมาณการรับส่งข้อมูลสูงถึง 2133 MHz ให้การใช้งานที่ลื่นไหลมากกว่า

สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเต็ม ๆ ได้ที่ เจาะลึก Kirin 980 ชิปเซ็ต 7 nm เร็ว แรงทะลุหลอด ใน HUAWEI Mate 20 Series

เชื่อว่าหลายคนอยากรู้ (รวมถึงผู้เขียนเอง) ว่าชิปตัวใหม่นี้แรงสมคำร่ำลือหรือไม่ เพราะชิปรุ่นเดิม Kirin 970 ก่อนที่จะมี Game Suite กับ GPU Turbo นั้น ยังทำได้ไม่ดีในการเล่นเกม เราจึงทดสอบแบบสั้น ๆ มาให้ดูจากเกม ROV ยอดนิยม จะเห็นว่าเฟรมเรตน้อยสุดอยู่ที่ 57 เฉพาะตอนบวกกัน นอกนั้นก็เฟรมเรตลื่น ๆ เลยที่ 60 เพราะฉะนั้นหายห่วงสำหรับเกม ROV

ทดสอบเกมเดียวไม่รู้เรื่อง ต้องมาเจอเกมที่กินกราฟิกเกมหนึ่งในขณะนี้ นั่นก็คือ Heros Survival เกมนี้เป็นเกมที่แมพใหญ่ และกราฟิกที่สวยงาม ทำให้เหมาะกับการทดสอบเกมเป็นที่สุด ซึ่งเราปรับภาพ HD กราฟิกสูงสุด พร้อมปรับ High Frame rate หน้าเมนู FPS วิ่งนิ่ง ๆ เลยที่ 60 ภาพสวยคมชัดมาก

ตอนบวกกันนัว ๆ เฟรมเรต (ด้านบนซ้ายหน้าจอ) ก็ยังคงลื่น ๆ แต่แอบสังเกตเห็นเฟรมเรตตกเป็นบางช่วงที่ประมาณ 35 ตอนที่บวกกันหนักจริง ๆ แต่ยังคงรู้สึกลื่นไหล ไม่หงุดหงิดแต่อย่างใด ทำได้พอ ๆ กันกับชิประดับท็อปของคู่แข่งการตอบสนองสัมผัสก็รวดเร็ว ไม่หน่วง

เมื่อเข้าเล่นเกม หน้าจอบริเวณรอยบากจะปรับลดลงมาเพื4อไม่ให้ไปบังหน้าจอ ซึ่งถือเป็นเรื่องดี เพราะหน้าจอก็ใหญ่อยู่แล้ว ส่วนที่ชอบอีกอย่างคือลำโพงขับเสียงสเตอริโอทั้งด้านบนและด้านล่าง ให้เสียงที่ดีมาก แอบมีเสียงทุ้มเบา ๆ

Huawei Mate 20 มาพร้อมกับเทคโนโลยี Huawei Super Charge ที่ได้รับมาตรฐานจาก TÜV Safety certification มาตรฐานเยอรมัน รองรับการชาร์จไฟ 4.5V/5A ที่สามารถชาร์จไฟจาก 0 % ถึง 58 % ได้ในเวลา 30 นาที ซึ่งจากการทดสอบชาร์จแล้วถือว่าเร็วจริงตามภาพด้านล่างเลยครับ (พื้นหลังจะเปลี่ยนทุกครั้งที่ล็อคหน้าจอ) ส่วนอายุของแบตเตอรี่นั้นหายห่วง ใช้งานหนักก็อยู่ได้ครบวันจากชิปที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น

 

Overall

Huawei Mate 20 รุ่นนี้มากับอะไรหลายอย่างที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น Kirin 980 ชิปตัวใหม่ กล้องถูกพัฒนาใหม่เรื่อย ๆ จาก Leica ตัวเครื่องดีไซน์ใหม่พรีเมี่ยมมากขึ้น และราคาที่คาดว่าจะทำออกมาได้ดีตามสไตล์ Huawei ทำให้หลายคนให้ความสนใจกับรุ่นนี้เป็นอย่างมาก สิ่งที่ประทับใจที่สุดเลยคือในเรื่องกล้อง คุณภาพสูงมาก ลูกเล่นเยอะ ฟีเจอร์มาครบ AI ที่ชาญฉลาดมากขึ้น และกันสั่นอย่างเทพ ทำให้สนุกกับการถ่ายภาพมากขึ้น

ที่สำคัญเลนส์ Ultra Wide Angle อันนี้คือชอบที่สุด เปิดมุมมองใหม่ในการถ่ายภาพกันเลย เรื่องต่อมาคือชิปประมวลผลที่เล่นเกมได้ดีขึ้นมาก และเรื่องสุดท้ายคือการดีไซน์ตัวเครื่องที่ดูเป็นสากลมากขึ้น จากดีไซน์กล้องสี่เหลี่ยมที่ตอนแรกดูแปลก แต่พอใช้ไปเรื่อย ๆ ดูเหมือนจะเป็นจุดเด่นเลยว่านี่คือ Mate 20 Series การออกแบบตัวเครื่องดูสวยงามลงตัวจากมุมโค้งและรายละเอียดของวัสดุที่ดูประณีต รวม ๆ แล้วรุ่นนี้ถูกใจหลายอย่างเลยครับ รอเพียงราคาเปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการเท่านั้น แต่เห็นว่าเริ่มต้นไม่ถึง 25,000 บาทซะด้วย

จุดเด่น

  • กล้องดีสุด ลูกเล่นเพียบ ครบพร้อมใช้งาน กันสั่นเทพ
  • สเปคจัดเต็มแบบครบ ๆ
  • การออกแบบสวยงาม ดีกว่ารุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด สมกับเป็นเรือธง
  • ชิปประมวลผล Kirin 980 เล่นเกมได้ดีขึ้น ประหยัดแบตมากขึ้น
  • ฟีเจอร์ชาร์จเร็วสะดวกมาก
  • ลำโพงสเตอริโอเสียงดี แอบมีเบสเล็ก ๆ
  • ยังมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.

ข้อสังเกต

  • การเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูล ต้องใช้ Nano SD ของ Huawei โดยเฉพาะ ซึ่งราคาน่าจะสูง
  • ถ้าอยากจัดเต็มกว่านี้ แนะนำไป Mate 20 Pro