[Review] รีวิว Obi Worldphone SF1 มือถือแหวกแนวจากอดีตทีมงาน Apple ในราคา 7,290 บาท

[Review] รีวิว Obi Worldphone SF1 มือถือแหวกแนวจากอดีตทีมงาน Apple ในราคา 7,290 บาท

จุดเด่น

– ดีไซน์สวยงาม แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร
– หน้าจอ JDI Full HD
– แรม 2 GB
– กล้องถ่ายรูปมีลูกเล่นหลากหลาย
– มีระบบเสียง Dolby Audio
– แบตเตอรี่ใช้งานได้อย่างยาวนาน

ข้อสังเกต

– ซีพียู Snapdragon 615 มีการกระตุกในบางแอพพลิเคชั่น
– รอม 16 GB ถือว่ายังไม่เยอะเท่าไร
– ลำโพงเมื่อเปิดดังสุดจะได้ยินเสียงแตกเล็กๆ
– เซนเซอร์ตอบสนองช้าในบางเวลา
– ปุ่มควบคุมหลักอยู่บนหน้าจอ

บทสรุป

Obi Worldphone SF1 เป็นมือถือที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากอีกหนึ่งรุ่น เพราะนอกจากดีไซน์ของตัวเครื่องที่โดดเด่นแล้ว เรื่องของสเปคที่ให้มานั้นก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเรื่องของดีไซน์เลย เผลอๆ อาจดีกว่ามือถือราคาแพงๆ ที่ใช้ซีพียูรุ่นนี้อีกหลายรุ่น เรียกว่างานนี้ Obi เริ่มต้นได้อย่างน่าสนใจ หรืออาจจะประทับใจใครบางคนเข้าแล้วก็เป็นได้ สำหรับมือถือราคาไม่เกิน 8,000 บาท Obi Worldphone SF1 จะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวเลยล่ะครับ และ Obi Worldphone SF1  จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเฉพาะที่ Lazada เท่านั้น
Editor : Nookies
80
BEST DESIGN

วันนี้ผมมีมือถือจะมารีวิวให้ผู้อ่านทุกท่านได้อ่านกัน แต่ก่อนอื่นผมขอกล่าวถึงประวัติเล็กๆ น้อยๆ ของแบรนด์นี้สักนิดหนึ่งก่อน และแบรนด์นี้มีชื่อว่า Obi Worldphone นั่นเองครับ ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงจะเคยได้ยินชื่อนี้กันมาบ้างแล้วใช่ไหมล่ะครับ? Obi Worldphone เป็นแบรนด์มือถือแอนดรอยแบรนด์ใหม่ภายใต้การนำของ John Sculley ซึ่งเคยเป็นอดีต CEO ของ Apple นั่นเอง ไม่เพียงแค่อดีต CEO ของ Apple เท่านั้นยังรวมไปถึงเหล่าทีมออกแบบที่เคยทำงานให้กับ Apple อีกด้วย ซึ่ง Obi Worldphone ได้ถือกำเนิดขึ้นที่ Silicon Valley  เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่ง Silicon Valley นั้นเป็นศูนย์รวมบริษัทไอทีชั้นนำของประเทศอเมริกานั่นเองครับ และเป็นแหล่งกำเนิดบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Apple

  • Obi Mobiles รุ่น SF1 เปิดขายวันที่ 8 ธันวาคมนี้ จำนวนจำกัด มาร่วมเป็นคนกลุ่มแรกที่ได้สัมผัสมือถือสุด exclusive ได้ที่นี่ คลิกเลย

เอาหละครับพอทราบประวัติของบริษัทนี้กันอย่างคร่าวๆ แล้วกลับมาสู่การรีวิวของเรากันต่อดีกว่า วันนี้ผมได้รับเกียรติจาก Obi Worldphone ให้มารีวิวมือถือสุดแหวกแนวรุ่นแรกของพวกเขาและมือถือที่ว่านั่นคือ Obi Worldphone SF1  โดยคำว่า SF นั้นย่อมาจาก San Francisco แหล่งกำเนิดและเป็นที่ตั้งของบริษัทแม่ของ Obi Worldphone อีกด้วย เครื่องที่เราจะนำมารีวิวนั้นเป็นรุ่นแรม 2 GB หน่วยความจำภายใน 16 GB โดยจะวางจำหน่ายทาง Lazada ที่เดียวเท่านั้น จะไม่มีวางจำหน่ายตามห้างร้านทั่วไป และสเปคของ Obi Worldphone SF1 มีสเปคดังต่อไปนี้

สเปคของ Obi Worldphone SF1 

  • ชิปประมวลผล Qualcomm® MSM8939 Snapdragon 615 octa-core ความเร็ว 1.5 GHz
  • GPU: Adreno 405
  • หน้าจอ IPS ขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด Full HD พร้อมกระจก Gorilla Glass 4
  • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลช LED
  • กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล f/2.0 เซนเซอร์ Sony IMX214 พร้อมแฟลช LED
  • RAM: 2 GB
  • หน่วยความจำภายใน 16 GB
  • แบตเตอรี่ 3,000 mAh แบบไม่สามารถถอดเปลี่ยนได้
  • รองรับ 2 ซิมแบบ Micro-SIM และ Nano-Sim (ต้องเลือกว่าจะใส่ Nano หรือ MicroSD สูงสุด 64 GB)
  • Android 5.0
  • รองรับคลื่นความถี่ GSM: 850/900/1800/1900 MHz , WCDMA: 850/900/1900/2100 MHz , 4G LTE: FDD B3 1800 MHz & TDD B40 2300 MHz
  • ราคา 7,290 บาท

Unbox-Obi-SF1-Ram-3-GB-SpecPhone-005

กล่องของ  Obi Worldphone SF1  นั้นมาในดีไซน์ที่ล้ำสมัยไม่เหมือนใคร เพราะไม่ใช่กล่องกระดาษกิ๊กก๊อกเหมือนมือถือยี่ห้ออื่นๆ ที่เราพบเห็นกันอยู่บ่อยๆ กล่องของ Obi Worldphone SF1  นั้นจะโชว์ตัวเครื่องถึง 360 องศาให้เรานั้นได้เห็นตัวเครื่องแบบเต็มๆ ก่อนซื้อมาใช้งาน และตัวกล่องนั้นทำจากพลาสติกใสที่มีความแข็งแรงมีกลิ่นอายชวนให้นึกถึงกล่องของ iPhone จาก Apple ในยุคแรกๆ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นกล่องกระดาษในยุคหลังๆ

การเปิดกล่องของ  Obi Worldphone SF1  นั้นก็ไม่เหมือนใครคือเราต้องลอกกระดาษกาวที่ด้านล่างของกล่องออกก่อนจึงจะเปิดกล่องได้ เมื่อเปิดกล่องออกมาแล้วภายในกล่องจะมีอุปกรณ์มาตรฐานอย่าง อะแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่ สายชาร์จแบตเตอรี่และเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์แบบ Micro USB  คู่มือการใช้งาน และเข็มจิ้มเพื่อใส่ซิม แต่สิ่งที่สังเกตอย่างเห็นได้ชัดคือภายในกล่องนั้นไม่มีหูฟังขนาด 3.5 มม. ใส่มาให้ดังนั้นเราต้องซื้อหูฟังมาใช้งานเพิ่มเติมครับ

Design

 “Obi Worldphone SF1 ดีไซน์

แหวกแนวไม่ซ้ำใคร”

มาเริ่มกันที่ดีไซน์ของตัวเครื่องกันก่อนดีกว่าครับ ตัวเครื่องของ  Obi Worldphone SF1 นั้นทำจากไฟเบอร์กลาสและโลหะ ซึ่งผมต้องบอกว่าออกแบบตัวเครื่องได้แปลกมาก เพราะลักษณะของการออกแบบนั้นเหมือนกับการนำมือถือสองเครื่องมารวมไว้ในเครื่องเดียว ชนิดที่ว่าบรรยายไม่ถูกกันเลยครับ แต่เรียกว่าตัวเครื่องสวยออกแบบได้ดี

ด้านหน้าของตัวเครื่องจะเป็นหน้าจอ JDI In-Cell IPS ขนาด 5 นิ้วความละเอียดแบบ Full HD พร้อมด้วยเทคโนโลยี Fully-Laminated OGS (One Glass Solution) คือ การรวมเซ็นเซอร์ของระบบสัมผัสเอาไว้ในเนื้อกระจก ส่งผลให้หน้าจอนั้นมีความเบาบาง ไวต่อการสัมผัสมากยิ่งขึ้น ขอบของหน้าจอนั้นจะยื่นออกมาจากตัวเครื่องด้านหน้าเล็กน้อยซึ่งเป็นจุดเด่น

ที่สังเกตได้อย่างง่ายดาย และเป็นดีไซน์ใหม่ที่ยังไม่มีใครเคยทำมาก่อนอีกด้วย กระจกของหน้าจอนั้นใช้ Gorilla Glass 4 เหมือนอย่างที่มือถือเรือธงนั้นกำลังใช็อยู่ในตอนนี้ด้านบนของหน้าจอจะเป็นลำโพงสนทนาใกล้กันเป็นกล้องถ่ายรูปความละเอียดขนาด 5 ล้านพิกเซล และแฟลชแบบ LED เพื่อให้ประสิทธิภาพในการถ่ายภาพแบบ Selfie ในที่แสงน้อยได้ดียิ่งขึ้น

ใกล้กับกล้องจะเป็นเซ็นเซอร์ Accelerometer Sensor ที่ช่วยหมุนหรือปรับเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลของหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ ตามลักษณะการจับถือของผู้ใช้ และเซ็นเซอร์ Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงานแบตเตอรี่จากการเปิดหน้าจอในขณะที่ผู้ใช้งานนั้นกำลังสนทนาโทรศัพท์

ด้านล่างของหน้าจอนั้นจะไม่มีปุ่มควบคุมใดๆ จะเป็นพื้นที่โล่งๆ ในสัดส่วนที่เท่ากับพื้นที่ด้าบบนของหน้าจอ ปุ่มควบคุมหลักของตัวเครื่องได้แก่ปุ่ม Home,Recent และปุ่ม Back ทั้งสามปุ่มนั้นจะอยู่ในหน้าจอ และมาในดีไซน์ตามแบบฉบับ Material Design ของ Android 5.0 Lollipop ที่ปุ่มควบคุมนั้นจะอยู่ภายในจอทั้งหมด และจะซ่อนตัวเมื่อผู้ใช้งานเปิดแอพพลิเคชั่น ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตแอพพลิเคชั่นว่าจะให้ปุ่มเหล่านี้ซ่อนตัวหรือไม่เมื่อผู้ใช้งานเปิดแอพ

ด้านข้างของตัวเครื่องจะมาในดีไซน์โค้งมนเรียบไปกับด้านหน้าและด้านหลังของตัวเครื่อง ซึ่งให้ความรู็สึกที่ดีมากๆ เวลาถือในมือ ด้านซ้ายของตัวเครื่องนั้นจะเป็นปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง และปุ่มเปิด/ปิด ที่จะยื่นออกมาเล็กน้อยเพื่อให้สามารถควบคุมได้อย่างถนัดมือมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ด้านขวาของตัวเครื่องจะมีถาดใส่ซิมการ์ด ซึ่งซิมการ์ดที่ใช้จะเป็นแบบ microSIM ในช่องซิมการ์ดที่ 1 และแบบ nanoSIM ในช่องซิมการ์ดที่ 2 โดยในช่องที่ 2 จะต้องเลือกใช้งานระหว่างซิมการ์ด หรือเพิ่มหน่วยความจำภายนอก จะไม่สามารถใช้งานพร้อมๆ กันได้ ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่สำคัญในการใช้งาน ด้านบนของ Obi Worldphone SF1 จะเป็นช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. ใกล้กันเป็นไมค์ตัดเสียงรบกวนภายนอกในขณะผู้ใช้งานนั้นทำการสนทนาโทรศัพท์ วัสดุด้านบนของตัวเครื่องนั้นใช้โลหะเป็นส่วนประกอบเช่นเดียวกับส่วนอื่นๆ ดีไซน์ของด้านบนนั้นจะราบเรียบไม่เหมือนกับดีไซน์ในส่วนอื่นๆ ที่โค้งมน

และที่ด้านล่างของตัวเครื่องจะเป็นลักษณะโค้งมนรับกับด้านข้างทั้งสองด้านของตัวเครื่อง และจะต่างจากด้านบนที่มีดีไซน์เรียบ ถ้าจะว่าไปแล้วตัวเครื่องนั้นออกแบบคล้ายกับตัว U ที่ด้านล่างโค้งมนแต่ด้านบนเหลี่ยม ด้านล่างของ Obi Worldphone SF1 นั้นจะมีช่องลำโพงขนาดใหญ่ 2 ช่องด้วยกัน และตรงกลางของด้านล่างนั้นจะเป็นช่องสำหรับชาร์จแบตเตอรี่และเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เพื่อทำการถ่ายโอนข้อมูลต่าง ๆ ที่ผู้ใช้งานนั้นต้องการ

ด้านหลังของ Obi Worldphone SF1 นั้นจะมีกล้องขนาด 13 ล้านพิกเซลซึ่งใช้เซ็นเซอร์รับภาพคุณภาพสูงแบบ Sony Exmor IMX214 กับขนาดรูรับแสงกว้างสุดที่ F/2.0 พร้อมไฟแฟลช LED พื้นผิวบริเวณด้านหลังและโดยรอบของตัวเครื่องนั้นให้ความรู้สึกแบบ Soft Touch ลื่นมือและเราจะสังเกตเห็นโลโก้ Obi อยู่ที่มุมขวาล่างของด้านหลังและเมื่อลองสังเกตดูดีๆ แล้วจะเห็นประโยคว่า Designed in San Francisco  ที่จะเป็นเครื่องยืนยันว่า Obi Worldphone SF1  ได้ออกแบบขึ้นที่ประเทศอเมริกาจริงๆ  และในส่วนของการผลิตนั้นจะใช้ประเทศจีนเป็นฐานในการผลิตมือถือออกมาสู่ท้องตลาด

Obi Worldphone SF1 นั้นมาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 3,000 mAh  ซึ่งเมื่อดูจากด้านหลังของตัวเครื่องแล้วจะเห็นช่องที่คล้ายกับฝาหลังของตัวเครื่อง แต่อันที่จริงแล้วเป็นเพียงดีไซน์ของตัวเครื่องเท่านั้นเนื่องจากในรุ่นนี้นั้นไม่สามารถถอดแบตเตอรี่ออกได้ด้วยตัวเอง ดังนั้นอย่าเผลอแกะเล่นเป็นอันขาด

ในแง่ของการพกพาไปตามที่ต่างๆ นั้นก็สามารถทำได้อย่างง่ายๆ เพราะ Obi Worldphone SF1  นั้นมีขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 146 x 74 x 8 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 147 กรัมเท่านั้น ดังนั้นในเรื่องของการพกพาไปตามที่ต่างนั้นไม่เป็นภาระอย่างแน่นอน การจับถือตัวเครื่องนั้นก็ทำได้อย่างถนัดมือ เพราะด้วยดีไซน์ที่โค้งมนของตัวเครื่องและพื้นผิวแบบ Soft Touch ที่เป็นมิตรกับมือของเรา ทำให้แม้แต่ผมเองก็ยังถือติดมืออยู่บ่อยๆ เหมือนกัน การพกพาไปตามที่ต่างๆ นั้นก็สามารถทำอย่างง่ายดายไม่ว่าจะใส่เป้กระเป๋าสะพายเดินไปไหนมาไหนก็พกพาได้อย่างสะดวกมากๆ เลยล่ะครับ

Software

ในเรื่องของซอฟท์แวร์นั้น Obi Worldphone SF1 มาพร้อมกับ Android 5.0.2 ครอบทับด้วย UI จาก Obi Worldphone ที่ใช้งานได้อย่างลื่นไหลและรองรับแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ได้อย่างไร้กังวล หน้าตาของ UI นั้นเน้นที่ความเรียบง่าย สบายตา อีกทั้งยังมีฟังก์ชันสำหรับการแจ้งเตือนต่างๆ และสามารถ เปิด-ปิด ฟังก์ชันลัดได้หลากหลาย เช่น GPS,การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และ WiFi แอพที่มีให้จากทาง Google ก็ครบครันไม่ว่าจะเป็น Google,Google

Screenshot_2015-12-07-12-22-26-horz

Chrome,Gmail,Youtube,Maps เรียกว่าแอพพลิเคชั่นหลักๆ นั้นมีให้ใช้กันอย่างครบครันเลยล่ะครับ และนอกจากนี้ยังมีซอฟท์แวร์อย่าง Dolby Audio ที่จะมาทำให้ระบบเสียงนั้นทรงพลังมากขึ้นไปอีกด้วย เรื่องของแอพที่มีติดเครื่อมานั้นก็ไม่ได้มีเยอะจนเกินไปและที่สำคัญคือหากเราไม่ชอบแอพที่ติดเครื่องมานั้นเราสามารถเลือกที่จะลบออกไปได้ครับ ตรงนี้ถือว่าเป็นความยืดหยุ่นที่ดีที่  Obi Worldphone นั้นให้อิสระกับผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

Feature

มาพูดถึงฟีเจอร์หรือลูกเล่นกันบ้างครับ Obi Worldphone SF1 มาพร้อมฟีเจอร์ที่เรียกว่ามีประโยชน์หลายฟีเจอร์ด้วยกัน ทั้งเรื่องของกล้องถ่ายภาพ เรื่องของระบบเสียงที่ทรงพลัง และยังมีเรื่องของ Motion Control เพิ่มเข้ามาอีกด้วย เรียกว่าเพียงแค่นี้ก็ทำให่มือถือรุ่นนี้เป็นที่สนใจของใครหลายๆ คนได้ไม่ยากแล้วล่ะครับ ฟีเจอร์เด่นๆ จะมีอะไร และน่าสนใจขนาดไหนติดตามกันได้เลยครับ

Dolby Audio

feat

เป็นฟีเจอร์แรกที่ต้องกล่าวถึงเลยครับ เพราะนี่คือ Dolby Audio หรือระบบเสียงขั้นเทพที่เราได้ยินประสิทธิภาพของมันทุกครั้งเวลาที่เราไปดูหนังในโรงภาพยนตร์ และ Dolby Audio ได้ถูกย่อส่วนมาไว้ใน Obi Worldphone SF1 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อเปิดการทำงานของ Dolby Audio จะพบว่าเสียงที่ออกมานั้นมีมิติมากยิ่งขึ้น แต่การที่จะสัมผัสเสียงที่ดีขึ้นได้อย่างชัดเจนเราอาจจะต้องหาซื้อหูฟังที่มีคุณภาพดีอยู่ซักหน่อยจึงจะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ย่านเสียงต่ำ เสียงกลาง และเสียงสูงนั้นมาอย่างครบครัน เป็นฟีเจอร์ที่จะทำให้การฟังเพลง ดูหนัง หรือเล่นเกมนั้นได้อรรถรสถึงใจมากยิ่งขึ้น

Smart Function

Smart Function หรือฟังก์ชั่นการใช้งานอัจฉริยะ เป็นหนึ่งฟีเจอร์ที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยการทำงานของฟังก์ชั่นนี้จะเน้นไปในส่วนของการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน และเป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์เป็นอย่างมาก เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่ทำให้ Obi Worldphone SF1 นั้นมีความน่าสนใจกว่ามือถือในราคาใกล้เคียงกัน โดยฟังก์ชั่นหลักๆ ที่น่าสนใจได้แก่ Snap Photo ที่ใช้การโบกมือเพื่อเปลี่ยนรูปภาพที่กำลังดูใน Gallery โดยไม่ต้องสัมผัสกับหน้าจอโดยตรง เรียกว่าเป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์ในการใช้งานในแต่ละวัน แต่ติดตรงที่ว่าในบางครั้งเซนเซอร์มีการทำงานผิดพลาดเกิดขึ้น แต่ก็ไม่บ่อยเท่าใดนัก

Camera

มาถึงเรื่องของกล้องถ่ายภาพกันบ้างครับ  Obi Worldphone SF1 มาพร้อมกล้องถ่ายถาพขนาด 13 ล้านพิกเซลและใช้เซนเซอร์ความละเอียดสูงอย่าง Sony IMX214 มาช่วยให้ถ่ายภาพบน  Obi Worldphone SF1 นั้นทำได้ดีขึ้น ฟีเจอร์ในส่วนของกล้องถ่ายภาพนั้นก็มีฟีเจอร์เด่นๆ อย่าง IQ Camera ที่มาพร้อมลูกเล่นอย่าง Refocus,Chroma Flash,Opti zoom ที่มีอยู่ใน Obi Worldphone SF1 และมีหลักการทำงานดังนี้

  • Refocus เป็นฟีเจอร์ที่ให้เราสามารถเลือกจุดโฟกัสที่ต้องการได้ใหม่หลังจากเราทำการถ่ายภาพเหล่านั้นไปแล้ว หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ ว่าการทำหน้าชัดหลังเบลอนั่นเอง ซึ่งสามารถทำได้แล้วบน  Obi Worldphone SF1 ไม่จำเป็นต้องเป็นมือถือราคาแพงอีกแล้ว
  • Chroma Flash  เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยในการถ่ายภาพในที่มืด ที่ะต้องการใช้แฟลชในการถ่ายภาพ และการถ่ายแบบใช้แฟลชปกติ จะทำให้ภาพมืดและสว่างไม่เท่ากัน แต่การใช้โหมด Chroma Flash จะทำให้ภาพมีความสวยงามยิ่งขึ้นเพราะการในงานในโหมดนี้จะกระจายแสงแฟลชทั่วทั้งภาพ ทำให้ภาพที่ออกมานั้นดียิ่งขึ้น
  • Opti zoom ในโหมดนี้จะเสมือนว่ามีเลนส์ซูมติดมากับ Obi Worldphone SF1 ด้วยเพราะสามารถซูมภาพที่อยู่ในระยะไกล และถ่ายออกมาได้อย่างคมชัดในทุกระยะ เราสามารถเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ได้โดยการเข้าไปที่กล้องถ่ายภาพ จากนนั้นกด Auto จะมีรายการโผล่ขึ้นมาให้เลือก

และนอกจากฟีเจอร์นี้แล้วยังมีโหมดต่างๆ ให้เรานั้นได้เลือกใช้กันอีกมากมายอย่างเช่น แนวตั้ง,กีฬา,ดอกไม้,แสงแบ็คไลท์ และอื่นๆ เรียกว่าโหมดการใช้งานนั้นมีมาให้เพียบเลย และนี่คือตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ Obi Worldphone SF1 ที่ผมนำมาฝากกันครับ

Performance

Unbox-Obi-SF1-Ram-3-GB-SpecPhone-018

มาพูดถึงเรื่องของประสิทธิภาพกันบ้างครับ  Obi Worldphone SF1 มาพร้อมกับซีพียู Snapdragon 615 octa-core ความเร็ว 1.5 GHz ที่ทำงานได้อย่างลื่นไหล แรมที่ให้มา 2 GB นั้นก็สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพการทำงาน และเมื่อได้ทำการทดสอบด้วย Antutu Benchmark ก็พบว่า Obi Worldphone SF1  เครื่องที่ทางเราได้นำมารีวิวนั้นสามารถทำคะแนนได้ที่ 32,533 คะแนน ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ สำหรับมือถือที่ใช้ซีพียู Snapdragon 615 นั้นคะแนนที่ได้ก็จะอยู่ประมาณนี้ รับรองว่าความเร็วของตัวเครื่องนั้นไม่แพ้รุ่นอื่นๆ ที่ใช้ซีพียูเดียวกันนี้อย่างแน่นอน

Screenshot_2015-12-07-20-48-00-tile

และเมื่อผมได้ทดสอบประสิทธิภาพของ Obi Worldphone SF1  ด้วยการเล่นเกมหนักๆ อย่าง Modern Combat 5 และ Subway Surfers แล้วกลับพบว่าในบางฉากของเกมนั้นเกิดการกระตุกขึ้นเป็นระยะ ตามแบบฉบับของซีพียู Snapdragon 615 ทียังคงมีปัญหานี้อยู่ แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดว่าเล่นไม่ได้เลยแต่อย่างใด

Obi Worldphone SF1  มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 3,000 mAh ที่สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานในตลอดหนึ่งวัน และในรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Quick Charge 1.0 ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึนอีกด้วย ต้องขอชื่นชมว่า Obi Worldphone SF1 นั้นจัดว่าเป็นมือถือที่มีดีรอบตัว เพราะเมื่อเราพิจารณาจากราคาของตัวเครื่องที่ 7,290 บาท เทียบกับสิ่งที่ได้จากการเสียเงินจำนวนนี้ถือว่าคุ้มค่าที่จะเสียแล้วล่ะครับ

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใสซื้อ Obi Worldphone SF1 ก็สามารถซื้อได้กับทาง Lazada เท่านั้นครับ ส่วนทางไปซื้อมือถือ Obi Worldphone SF1 ก็ คลิกเลย!!

Gallery

1 Comments

  1.   Dec 10 - 13:22 ตอบกลับ

    การลดราคาครั้งใหญ่ที่สุด 3 วันสุดท้ายของ Lazada เริ่มแล้ว
    อย่าพลาดช่วงเวลาที่ดีที่สุด
    hyperurl.co/qdnq1h

    Guest

แสดงความคิดเห็น

*ข้อความหรือข้อความที่แสดงในโฟส เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นในระบบโดยอัตโนมัติจากสมาชิก ซึ่งทีมงานไม่ได้มีส่วนหรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ หากพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อดำเนินการต่อไป..