[Review] รีวิว ASTON Luxury 4G มือถือจอ 5.5 นิ้ว บอดี้โลหะ ติดสแกนนิ้ว ในราคา 3,990 บาท!!

[Review] รีวิว ASTON Luxury 4G มือถือจอ 5.5 นิ้ว บอดี้โลหะ ติดสแกนนิ้ว ในราคา 3,990 บาท!!

จุดเด่น

– หน้าจอใหญ่ 5.5 นิ้ว ความละเอียด HD
– มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
– วัสดุตัวเครื่องเป็นโลหะ
– แบตอึด ใช้งานได้นาน
– รองรับ 4G และใช้ได้ 2 ซิม

ข้อสังเกต

– หน้าจอเป็นแบบ TFT มุมมองภาพไม่ค่อยกว้างเท่าไหร่
– ภาพถ่ายจากกล้องถือว่าตามราคา
– Ram 1 GB อาจไม่เพียงพอถ้าใช้งานหนัก ๆ

บทสรุป

ASTON Luxury 4G จัดเป็นมือถือที่น่าสนใจในช่วงราคาไม่เกิน 4,000 บาท เพราะเมื่อเทียบกับคู่แข่งแล้วก็ถือว่าไม่ธรรมดา ให้มาทั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, บอดี้โลหะ และหน้าจอใหญ่ถึง 5.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD แบตเตอรี่ก็อึดพอตัว รองรับ 4G แถมยังใช้งานได้ 2 ซิมอีกต่างหาก แต่จะมีข้อจำกัดในเรื่องของสเปค ที่เพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปเท่านั้น ไม่เหมาะกับการใช้งานหนัก ๆ เปิดแอปพลิเคชันหลายแอปพร้อมกัน หรือเล่นเกมที่กราฟฟิคสูง ๆ เอาเป็นว่าถ้าไม่ได้เน้นใช้งานหนัก ASTON Luxury 4G เป็นตัวเลือกที่ดีในราคา 3,990 บาทเลยล่ะครับ
Editor : Jerminalz
62
BEST PRICE

เพื่อน ๆ คิดว่ามือถือที่มีหน้าจอ 5.5 นิ้ว HD, บอดี้โลหะ มีระบบสแกนลายนิ้วมือ ควรจะมีราคาอยู่ที่เท่าไหร่กัน? 8,000 บาท, 6,000 บาท, 5,000 บาท สำหรับมือถือยี่ห้ออื่นก็คงจะประมาณนี้แหละครับ แต่ถ้าเป็นมือถือที่ผมจะมารีวิวให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันในวันนี้เนี่ย บอกเลยว่ามันมีราคาค่าตัวไม่ถึง 4,000 บาทเท่านั้น แต่มี 3 สิ่งที่ผมกล่าวไว้ในข้างต้น ไม่ว่าจะเป็น บอดี้ที่ใช้วัสดุเป็นโลหะ, หน้าจอขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว ความละเอียด HD และระบบเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

โทรศัพท์มือถือ ASTON Luxury 4G เป็นโทรศัพท์ที่ผมจะมารีวิวให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันครับ โดย ASTON เป็นมือถือที่จัดอยู่ในประเภท House Brand คือไม่ได้มีขายกันทั่วโลก และถ้าข้อมูลผมไม่ผิดพลาด มือถือ ASTON ก็น่าจะขายอยู่แถว ๆ บ้านเรา แล้วก็ประเทศเพื่อนบ้านนี่แหละครับ แต่เห็นว่าเป็นมือถือ House Brand แบบนี้ สิ่งที่มีใน ASTON Luxury 4G ส่วนตัวผมว่ามันก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน เมื่อเทียบกับราคาค่าตัว 3,990 บาท

พบกับ Aston Luxury 4G สมาร์ทโฟนราคาคุ้มค่าที่มาพร้อมกับวัสดุและคุณภาพที่ไม่แพ้ใครได้ที่ Lazada ข้อมูลเพิ่มเติม คลิกเลย!!

สเปค ASTON Luxury 4G

  • หน้าจอ 5.5 นิ้ว ความละเอียด 720×1280 พิกเซล HD
  • หน่วยประมวลผล MediaTek MT6735P Quad-core 1 GHz
  • หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-T720 GPU
  • แรม 1GB
  • รอม 16GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 128GB
  • กล้องหน้า ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล
  • รองรับ 2 ซิม
  • รองรับ 3G : 900/2100MHz
  • รองรับ 4G LTE : 850/900/1800/2100MHz

อุปกรณ์ในกล่องของ ASTON Luxury 4G ก็ให้มาเยอะสไตล์มือถือราคา 3,990 บาท คือนอกจากตัวเครื่อง, สายชาร์จกับอแดปเตอร์แล้ว ยังมีหูฟังกับเคสฝาพับติดมาให้ด้วย โดยเฉพาะตัวเคสฝาพับนี่ยอมใจจริง ๆ เพราะออกแบบมาได้ Universal มาก ๆ คือใช้การติดกับตัวเครื่องด้วยเทปกาว 2 หน้า ใช่แล้วล่ะ เพื่อน ๆ อ่านไม่ผิดหรอก!! เคสฝาพับ ASTON Luxury 4G ติดกับตัวเครื่องด้วยเทปกาวสองหน้าครับ ยังดีที่พอเราปิดฝาพับ ตัวเครื่อง ASTON Luxury 4G ก็สามารถแสดงนาฬิกาผ่านช่องวงกลมบริเวณเคสฝาพับได้อยู่

Design

ASTON Luxury 4G มาพร้อมกับดีไซน์ที่ส่วนตัวผมค่อนข้างประทับใจกับมือถือราคา 3,990 บาท คือได้มือถือบอดี้โลหะ วัสดุฝาหลังประมาณ 80% เป็นโลหะ ส่วนพื้นที่ด้านล่างและด้านบนเป็นพลาสติก ในแง่ของความหรูหรานั้น ด้านหลังของ ASTON Luxury 4G ผมว่าไม่เป็นรองใครเหมือนกัน ฝาหลังเป็นโลหะขัดลาย มีด้วยกัน 2 สี คือสีทอง และสีชมพู Rose Gold ทันกระแสแน่นอน

Review-ASTON-Luxury-4G-SpecPhone-00004

รายละเอียดทางด้านหลังของ ASTON Luxury 4G ประกอบไปด้วยกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ใช้เซนเซอร์ของ Sony แต่ก็ไม่ได้ระบุว่าเป็นเซนเซอร์รุ่นไหน ตัวกล้องนูนขึ้นมาจากตัวเครื่องเล็กน้อย ใต้กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล ติดแฟลช Dual LED แบบสีเดียวมาให้ เปิดไฟฉายนี่สว่างจ้าแน่นอน

Review-ASTON-Luxury-4G-SpecPhone-00005

ด้านล่างแฟลช Dual LED มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส ที่เว้าลงไปจากฝาหลังเล็กน้อย ตัวเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือสามารถปลดล็อกโทรศัพท์ได้ (ความเร็วพอ ๆ กับ Touch ID ของ iPhone 5s) และเราสามารถแตะเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือขณะที่หน้าจอดับอยู่ เพื่อเป็นการปลดล็อกตัวเครื่องได้ทันที โดยที่ไม่ต้องกดปุ่ม Power เพื่อเปิดหน้าจอก่อน

Review-ASTON-Luxury-4G-SpecPhone-00006

ด้านหน้าของ ASTON Luxury 4G สิ่งแรกที่ผมรู้สึกว่า ไหน ๆ ก็ทำแล้ว น่าจะใส่ไฟ LED ไว้ที่ใต้ Navigation Key ทั้ง 3 ปุ่มด้วยเถอะ เพราะใช้ตอนกลางคืนแล้วกดผิดกดถูก ด้วยความไม่ชิน บวกกับตำแหน่งของปุ่มที่เล็กซะเหลือเกิน โดยปุ่ม Navigation Key ของ ASTON Luxury 4G ไล่จากขวาไปซ้าย จะเป็นปุ่มเมนู, ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ เมื่อกดปุ่มโฮมค้างไว้จะเป็นการเปิดหน้า Recent App ครับ

Review-ASTON-Luxury-4G-SpecPhone-00002

หน้าจอ ASTON Luxury 4G มีขนาดอยู่ที่ 5.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD พาแนลหน้าจอเป็นแบบ TFT แต่ก็ไม่ได้มีมุมมองภาพที่แย่จนเกินไป การตอบสนองเมื่อทำการทัชสกรีนก็จัดว่าใช้ได้ แต่ก็ไม่ได้ลื่นติดมือ อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้เมื่อเทียบกับราคาค่าตัวของ ASTON Luxury 4G ที่ 3,990 บาท (สามารถใส่ Code ส่วนลดเพื่อลดราคาเพิ่มได้อีกใน Lazada)

Review-ASTON-Luxury-4G-SpecPhone-00003

ด้านบนหน้าจอ ASTON Luxury 4G ประกอบไปด้วยลำโพงสำหรับสนทนา, เซนเซอร์วัดแสง และกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช LED เซนเซอร์ Sony เช่นเดียวกันกับกล้องหลัง

ด้านข้างของตัวเครื่อง ASTON Luxury 4G เริ่มจากทางด้านขวา ประกอบไปด้วยช่องใส่ซิมจำนวน 2 ช่อง โดยช่องเล็กจะเป็นซิม 2 รองรับซิมการ์ดขนาด Nano Sim ส่วนช่องใหญ่จะเป็นช่องใส่ซิม 1 (Nano Sim) กับ Micro SD Card ที่รองรับความจุสูงสุด 128 GB ข้อสังเกตคือตัวถาดซิมจะใส่ยากเล็กน้อย

Review-ASTON-Luxury-4G-SpecPhone-00008

ด้านซ้ายของตัวเครื่องเป็นปุ่ม Power, ปุ่มปรับระดับเสียง ด้านล่างประกอบไปด้วยพอร์ท Micro USB สำหรับเชื่อมต่อข้อมูลและชาร์จไฟ กับลำโพงหลักของตัวเครื่อง ASTON Luxury 4G ส่วนช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตรจะอยู่ทางด้านบนของตัวเครื่อง

Review-ASTON-Luxury-4G-SpecPhone-00010

Review-ASTON-Luxury-4G-SpecPhone-00009

Review-ASTON-Luxury-4G-SpecPhone-00011

เคสที่แถมมาให้ในกล่อง ASTON Luxury 4G เป็นเคสฝาพับตามที่ผมได้เกริ่นไว้ในส่วนนำของรีวิว ASTON Luxury 4G คือเป็นเคสฝาพับที่ติดกับตัวเครื่องด้วยเทปกาวสองหน้า และสามารถใช้ตั้งตัวเครื่องได้ แต่ต้องระวังเวลาแกะเคส อาจจะทำให้ตัวเคสเกิดความเสียหายได้ครับ ตอนรีวิว ASTON Luxury 4G ผมลองแกะมาถ่ายภาพไปรอบนึง ผลคือเทปกาวสองหน้ามันดึงหลุดออกมาจากตัวเคสเฉยเลย สรุปง่าย ๆ คือติดแล้วติดเลย ไม่ควรแกะออก ตัวฝาพับเมื่อทำการพับปิดหน้าจอจะสามารถแสดงหน้านาฬิกาได้ครับ

Review-ASTON-Luxury-4G-SpecPhone-00012

ภาพรวมในส่วนของการดีไซน์ ASTON Luxury 4G ถ้าพูดถึงการออกแบบ ก็จัดว่าทำได้ดีทีเดียว มาพร้อมรูปทรงที่ทันสมัย วัสดุที่ให้มาก็รู้สึกคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่เสียไป จะติดก็ตรง Navigation Key นี่แหละครับ มองแทบไม่เห็นเลย ต้องใช้ความเคยชินอย่างมากในการใช้งาน แล้วก็เคสฝาพับที่ดิบไปหน่อย เพราะจะติดกับ ASTON Luxury 4G ได้ต้องใช้เทปกาว 2 หน้าเท่านั้น นี่มันเคสแบบ Universal ชัด ๆ

Software

Review-ASTON-Luxury-4G-SpecPhone-00014

ASTON Luxury 4G มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 5.1 Lollipop แต่มีการปรับแต่งไอคอนของแอปพลิเคชันต่าง ๆ ยกแผง คือไม่มีอะไรเหมือน Stock Rom Android 5.1 เลย แต่ถ้ากดเข้าไปในหน้าการตั้งค่า หรือในแอปพลิเคชันพื้นฐาน อันนี้ก็จะเหมือน Stock Rom ครับ เอาเป็นว่ามันใช้งานไม่ยาก ใครที่เริ่มใช้งานสมาร์ทโฟนก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

ซอฟท์แวร์ ASTON Luxury 4G ที่น่าสนใจก็จะเป็นตัวเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ วิธีการตั้งค่าครั้งแรกก็ให้เข้าไปที่ การตั้งค่า > ส่วนตัว > ID ลายนิ้วมือ > จัดการลายนิ้วมือ แล้วก็เข้าไปเพิ่มลายนิ้วมือ โดยตัว Fingerprint ของ ASTON Luxury 4G นอกจากจะใช้ปลดล็อกตัวเครื่องได้แล้ว ยังสามารถใช้ในการล็อกแอปพลิเคชันที่เราไม่อยากให้คนอื่นมาแอบดูได้ เช่น แอปแชท หรือแกลลอรี่รูปภาพ เมื่อตั้งค่าให้ล็อกแอป เวลาที่จะใช้งานแอปพลิเคชันเหล่านั้นก็จำเป็นที่จะต้องใส่รหัส หรือสแกนลายนิ้วมือก่อนทุกครั้ง

ส่วนคำสั่งพื้นฐานอย่างการแตะปุ่มสแกนลายนิ้วมือเพื่อทำการรับสายโทรศัพท์ หรือใช้ในการถ่ายภาพ (เป็นปุ่มชัตเตอร์) ASTON Luxury 4G ก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ข้อสังเกตคือ 2 ฟีเจอร์นี้ จะไม่จำเป็นว่าต้องเป็นนิ้วที่ลงทะเบียนไว้เท่านั้น คือใช้นิ้วไหน หรือนิ้วใครก็ได้ในการกดรับสาย และกดแทนปุ่มชัตเตอร์

Camera

Review-ASTON-Luxury-4G-SpecPhone-00005

กล้องหลังของ ASTON Luxury 4G ให้มาที่ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล Auto Focus ติดแฟลช LED มาให้ 2 ดวง เป็นแฟลชสีขาวสีเดียว ซึ่งการใส่แฟลชสีเดียวมา 2 ดวง ก็จะช่วยแค่ในเรื่องของความสว่างเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ได้มีผลในแง่ของสีสันภาพถ่าย เพราะฉะนั้นการเปิดแฟลชถ่ายรูปในตอนกลางคืนอาจจะได้ภาพที่ดูแข็ง ๆ ไปหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้รูปเลย

การใช้งานกล้อง ASTON Luxury 4G ก็ไม่ได้ใช้งานยากแต่อย่างใด ตัวซอฟท์แวร์กล้องถอดมาจาก Stock Rom Android 5.1 Lollipop แทบจะ 100% ทั้งการใช้งานและการตั้งค่า โหมดการใช้งานมีด้วยกัน 4 โหมดหลัก ๆ สำหรับถ่ายภาพนิ่ง ได้แก่

  • ภาพถ่ายปกติ (มี HDR, ชูสองนิ้วเพื่อลั่นชัตเตอร์)
  • โหมดติดตามการเคลื่อนไหว (ถ่ายภาพต่อเนื่องหลายช็อต)
  • โหมดหน้าสวย
  • โหมดพาโนรามา

Review-ASTON-Luxury-4G-SpecPhone-00003

ส่วนกล้องหน้าของ ASTON Luxury 4G มีความละเอียดอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล ติดแฟลช LED มาให้จำนวน 1 ดวง ช่วยในการถ่ายรูปในที่แสงน้อยได้ในระดับหนึ่ง โหมดกล้องหน้ามีด้วยกัน 3 โหมด ได้แก่

  • โหมดถ่ายภาพปกติ
  • โหมดหน้าสวย
  • โหมดถ่ายภาพหลายมุมมอง

คุณภาพของรูปถ่ายจากกล้อง ASTON Luxury 4G ก็ทำได้ตามราคาแหละครับ คุณภาพของรูปถ่ายขึ้นอยู่กับสภาพแสงเป็นหลัก คือถ้ามีแสงเพียงพอก็พอใช้ได้ แต่ถ้าแสงน้อยก็จะได้คุณภาพที่ดรอปลงไปพอสมควร ส่วนกล้องหน้าก็มีโหมดหน้าสวยฟรุ้งฟริ้งมาให้ สำหรับตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง ASTON Luxury 4G ก็สามารถรับชมได้จาก Gallery ด้านล่างนี้เลย

Performance

Review-ASTON-Luxury-4G-SpecPhone-00015

ASTON Luxury 4G มาพร้อมกับชิปเซ็ต MediaTek MT6735P เป็นซีพียูแบบ Quad Core ความเร็ว 1 GHz, GPU Mali-T720 และ Ram 1 GB (เหลือใช้ประมาณ 200 – 300 mb) ก็สามารถใช้งานทั่วไป ใช้งานอินเทอร์เน็ต 4G/ 3G/ Wifi ได้อย่างไม่มีปัญหา หรือจะใช้เล่น Social Network เช่น Facebook, Line ก็ได้เช่นกัน

แต่ถ้าต้องการใช้เล่นเกม อาจจะเล่นได้ลื่นเฉพาะเกมที่ไม่ค่อยกินสเปคเท่าไหร่ เช่น Candy Crush, Cookie Run (ปรับลดกราฟฟิค) หรืออาจจะเล่นได้บางเกม แต่ต้องปรับกราฟฟิคในระดับต่ำสุด เช่น Asphalt 8 เป็นต้น ส่วนการรับชมวีดีโอ, Youtube, Line TV หรือใช้ดูทีวีออนไลน์ ASTON Luxury 4G ก็สามารถรับชมได้ทั้งหมด อย่าง Youtube นี่เปิดวีดีโอความละเอียด HD 720p ได้สบาย ๆ

แบตเตอรี่ของ ASTON Luxury 4G ไม่ได้มีการระบุความจุมาแต่อย่างใด คาดว่าคงเป็นแบตเตอรี่ความจุ 3000 mAh แหละครับ ตามขนาดหน้าจอ การใช้งานก็ถือว่าแบตอึดใช้ได้ ด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น แบตเตอรี่, หน้าจอ รวมถึงสเปคที่ไม่ได้สูงมาก เลยทำให้ ASTON Luxury 4G สามารถใช้งานได้หมดวันแบบสบาย ๆ ไม่ต้องพก PowerBank

Gallery

2 Comments

  1.   Jul 9 - 01:37 ตอบกลับ

    เสียดายตรงแรมน้อย 

    Es Pathomphon
    •   Jul 9 - 10:59 ตอบกลับ

      น่าเสียดายจริงๆ ครับผม

      Nookies Evol

แสดงความคิดเห็น

*ข้อความหรือข้อความที่แสดงในโฟส เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นในระบบโดยอัตโนมัติจากสมาชิก ซึ่งทีมงานไม่ได้มีส่วนหรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ หากพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อดำเนินการต่อไป..