[Tips] 4 ปัญหาเกี่ยวกับแบตเตอรี่ iPhone (เครื่องดับ, เครื่องร้อน, แบตไหล, แบตเสื่อม) พร้อมวิธีแก้!!

[Tips] 4 ปัญหาเกี่ยวกับแบตเตอรี่ iPhone (เครื่องดับ, เครื่องร้อน, แบตไหล, แบตเสื่อม) พร้อมวิธีแก้!!

ปัญหาเรื่องของแบตเตอรี่นั้นเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ครับไม่ช้าก็เร็วมันจะมาหาแน่นอน(เห้ย..แบตหมด!!!) ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งก็มาจากตัวของเราเอง และมาจากส่วนที่ปกติเรามองไม่เห็นครับ วันนี้ผมจะมานำเสนอปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมวิธีการแก้ไขแบบง่าย ๆ ให้ชมกันครับ

iPhone แบตเตอรี่ลดเร็วมาก

เชื่อว่าหลายคนเวลาใช้งานสมาร์ทโฟนแล้วคงจะประสบกับปัญหาแบตเตอรี่ไม่พอใช้กันใช่ไหมละครับ ทำให้ต้องพกที่ชาร์จ และ Power bank ไปด้วยบ่อยๆ แต่วันนี้เราจะมานำเสนอถึงสาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วพร้อมวิธีการแก้ไขแบบง่าย ๆ ครับ

ios tips batt 1

ก่อนอื่นเราต้องเริ่มหาสาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วก่อนเราถึงจะแก้ปัญหาได้อย่างถูกจุด และมีประสิทธิภาพ โดยให้เข้าไปที่ ตั้งค่า -> แบตเตอรี่ ในหน้านี้จะแสดงรายชื่อแอปพลิเคชันที่ใช้แบตเตอรี่มากออกมาเป็นอันดับครับ

ios tips batt 2

  • มีแอปพลิเคชันทำงานอยู่เบื่องหลังนั่นเองครับ ยิ่งถ้ามีหลายแอปพลิเคชันด้วยละก็ไหลเป็นน้ำเลยก็ว่าได้ครับ เพราะปกติแล้วแอปพลิเคชันจะมีทั้งส่วนที่ทำงานอยู่เบื่องหน้า และเบื่องหลัง ยิ่งมีจำนวนแอปพลิเคชันที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องมาก ก็ยิ่งจะมีแอปพลิเคชันที่ทำงานอยู่เบื่องหลังมากเช่นกันครับ โดยเข้าไปที่ ตั้งค่า -> ทั่วไป -> ดึงข้อมูลใหม่ให้แอพที่อยู่เบื่องหลัง ส่วนวิธีการแก้ไขคือ การที่เลือกเฉพาะแอปพลิเคชันที่สำคัญเท่านั้น จะทำให้ลดการใช้แบตเตอรี่ไปได้ครับ

ios tips batt 3

  • การเปิด GPS เป็นอีกหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่ลดเร็วก็ว่าได้ครับ ปกติแล้วถ้าเปิด GPS เราจะมีการส่งข้อมูลตำแหน่งของเราออกไปเรื่อย ๆ จึงใช้พลังงานเรื่อย ๆ เช่นกัน หากมองในเรื่องของความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวแล้วควรจะปิดเอาไว้ เพราะการที่ให้ใครก็ไม่รู้ รับรู้ตำแหน่งของเรานั้นย่อมไม่เป็นเรื่องดีแน่นอน หรือถ้าจะใช้งานจริง ๆ ก็ใช้เวลาเปิดแผนที่ก็พอครับ โดยเข้าไปที่ ตั้งค่า -> ความเป็นส่วนตัว -> บริการตำแหน่งที่ตั้ง

ios tips batt 4

  • Bluetooth ถ้าเราเปิิด Bluetooth เอาไว้เครื่องของเราจะทำการปล่อยสัญญาณ Bluetooth ออกมาตลอดเวลาเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเชื่อมต่อ ทำให้กินพลังงานไปเรื่อย ๆ ในส่วนนี้ถ้าไม่ใช้ก็ควรปิดเอาไว้จะดีกว่าครับ ในเรื่องของความปลอดภัยด้วย คงไม่ดีแน่ถ้าเราลืมปิดประตูบ้านของเรา
  • ความสว่างของหน้าจอ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ใช้แบตเตอรี่มาก อย่างที่ทุกคนทราบกันดียิ่งหน้าจอใหญ่ ยิ่งความละเอียดหน้าจอมาก และยิ่งปรับความสว่างมาก ก็จะทำให้ใช้แบตเตอรี่เพิ่มด้วยเช่นกัน วิธีแก้ไขให้ลองปรับความสว่างไม่เกิน 60% ดูครับผมคิดว่าคงจะเพียงพอให้ใช้งานกันได้ไม่ยากเย็นอะไร แต่สำหรับการปรับความสว่างอัตโนมัติในส่วนนี้ผมไม่การันตีละกันว่ามันจะดีไหม เพราะบางคนถนัดที่จะใช้ฟีเจอร์นี้ แต่ก็ยอมแลกมาด้วยบางเวลาก็จะมีการใช้แบตเตอรี่มากขึ้นเช่นกันครับ
  • ความละเอียดของหน้าจอ ยิ่งความละเอียดมากก็จะใช้แบตเตอรี่มากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน เปรียบเทียบง่าย ๆ หน้าจอ 2K จะมีความละเอียดมากกว่า Full-HD 1 เท่า หรือมีหน้าจอ Full-HD อยู่สองหน้าจอนั่นเองครับ

ios tips batt 8

  • ความเชื่อผิด ๆ ว่าการใช้งาน 3G แทนที่จะเป็น 4G ทำให้ประหยัดแบตเตอรี่ขึ้น จริง ๆ แล้วจะ 3G หรือ 4G ก็ใช้แบตเตอรี่ไม่ต่างกัน แต่ 4G เป็นเทคโนโลยีที่ใหม่กว่าทำให้ใช้งานได้มีประสิทธิภาพมากกว่า ลองคิดง่าย ๆ ประมาณว่า 3G ความเร็ว 20 mbps แต่ 4G ความเร็ว 100 mbps เราต้องการโหลดไฟล์ 1 GB คำถามคืออะไรจะโหลดได้เสร็จก่อนกัน คำตอบคือ 4G อย่างไม่ต้องสงสัย แน่นอนว่าโหลดเสร็จก่อนก็ใช้เวลาน้อยกว่า พลังงานที่ใช้ก็น้อยกว่าเช่นกันครับ วิธีการตั้งค่า ตั้งค่า -> เซลลูลาร์ -> ตัวเลือกข้อมูลเซลลูลาร์
  • ปิด Siri Always On ปกติแล้วฟีเจอร์นี้จะทำให้ Siri พร้อมรับคำสั่งจากเราตลอดเวลา หรือหมายความว่าจะเป็นการเปิดการใช้งานไมโครโฟนตลอดเวลานั่นเองครับ
  • เปิดโหมดประหยัดพลังงาน เป็นอีกหนึ่งทางออกง่าย ๆ สำหรับคนที่ไม่อยากทำวิธีด้านบน ตั้งค่า -> แบตเตอรี่ -> โหมดพลังงานต่ำ แต่การเปิดโหมดนี้ระบบจะไปตัดการทำงานหลาย ๆ ส่วนของตัวเครื่อง ทำให้บางทีการแจ้งเตือนไม่ขึ้น เล่นเกมกระตุก เป็นต้นครับ ผมจึงแนะนำว่าให้ใช้โหมดนี้เมื่อต้องการจะเก็บแบตเตอรี่ไว้ใช้ยามจำเป็นเท่านั้นครับ เช่น แบตเตอรี่เหลือ 20% แต่ยังกลับไม่ถึงบ้านเป็นต้นครับ ส่วนวิธีด้านบนเป็นวิธีช่วยลดการใช้แบตเตอรี่ ทำให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้นโดยที่ยังคงประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดเอาไว้ครับ

ปัญหา iPhone เครื่องดับเอง

ios tips batt 6

  • อัพเดท iOS รุ่นใหม่ เพราะ iOS รุ่นใหม่จะมาพร้อมกับการแก้บัคใหม่ ๆ รวมไปถึงการปรับปรุง Software ให้ใช้งานร่วมกับตัวเครื่องดีขึ้นด้วยครับ วิธีดูว่าเครื่องเราเป็นรุ่นล่าสุดแล้วหรือยังให้เข้าไปที่ ตั้งค่า -> ทั่วไป -> รายการอัพเดทซอฟต์แวร์
  • Factory Reset เป็นอีกหนึ่งวิธีแก้ปัญหาที่สามารถแก้ได้หลายปัญหาเลยก็ว่าได้ครับ ถ้าลองวิธีเบื่องต้นแล้วไม่หายก็ลอง Reset เครื่องใหม่ดูก็ดีเหมือนกันครับ ตั้งค่า -> ทั่วไป -> รีเซ็ต -> ลบข้อมูล และการตั้งค่าทั้งหมด ***ควรสำรองข้อมูล(Backup)ให้เรียบร้อยก่อนจะทำการรีเซ็ต
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ถ้าลองวิธีทั้งหมดทั้งมวลแล้วยังไม่หาย แสดงว่าปัญหาที่เกิดขึ้น เกินกว่าที่เราจะรับมือได้แล้วครับ ดังนั้นควรที่จะต้องพึ่งผู้เชี่ยวชาญอย่างช่างซ่อมผู้ชำนาญการครับผม

ปัญหา iPhone เครื่องร้อนมากเวลาชาร์จ

PR-DC MFi Nylon Lightning-COMMY-00005

Hardware หรืออุปกรณ์ภายนอก ซึ่งสาเหตุนี้มักเกิดจากที่ชาร์จ และสายชาร์จที่ไม่ได้คุณภาพ หรือไม่ผ่านมาตรฐาน made for iPod iPhone iPad แม้ว่าราคาจะถูกลง แต่ก็ไม่มีมาตรฐานมารองรับว่าใช้แล้วจะปลอดภัยไหม งานนี้เกิดอะไรขึ้นก็คงหาสาเหตุได้ไม่ยากครับ ผมแนะนำว่าควรใช้อุปกรณ์ที่ผ่านมาตรฐานนี้ ปัจจุบันอุปกรณ์ชาร์จไฟที่ผ่านมาตรฐาน made for iPod iPhone iPad ก็ไม่ได้มีราคาแพงอย่างที่คิดแล้วด้วยครับ

PR-DC MFi Nylon Lightning-COMMY-00006

Software มีแอปพลิเคชันกำลังทำงานอยู่ระหว่างการชาร์จ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เครื่องร้อนครับ หากใครนึกไม่ออกให้ลองนึกถึงตอนที่เล่นเกมไปแล้วชาร์จแบตเตอรี่ไปพร้อมกันสิครับ สาเหตุอาจจะมาจากมีแอปพลิเคชันทำงานอยู่เบื่องหลังตอนปิดหน้าจอ

หรืออีกอย่างที่ผมเคยเจอคือ ระหว่างชาร์จไฟ ลืมกดปุ่มปิดหน้าจอ ทำให้ตัวเครื่องยังคงเปิดหน้าจออยู่แบบนั้น แต่ทำการลดแสงหน้าจอลงไป ซึ่งบางทีเราก็ไม่สังเกตุ ทำให้เวลาเมื่อมือเราไปโดนหน้าจอก็จะติดขึ้นมาเอง แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น สิ่งที่ทำให้เครื่องร้อนในครั้งนี้ไม่ใช่หน้าจอ แต่เป็นแอปพลิเคชันที่ทำงานอยู่เบื่องหลังต่างหากละครับ อย่างที่ทราบกันว่า ถ้าทำการปิดล็อกหน้าจอเครื่อง ระบบก็จะจำกัดการทำงานของแอปพลิเคชันเบื่องหลังด้วย แต่นี่ไม่ได้ปิดล็อกหน้าจอ เลยทำให้แอปพลิเคชันพร้อมใจกันทำงาน เครื่องก็เลยร้อนครับ

 

ปัญหา iPhone แบตเตอรี่เสื่อม

Review-COMMY-Battery-for-iPhone-6s-and-iPhone-6s-Plus-SpecPhone-00005

โดยปกติแล้วแบตเตอรี่จะมี Life cycle หรืออายุของมันเอง (iPhone จะประมาณ 500 ครั้ง ) Life cycle คือ จำนวนครั้งที่สามารถเต็มประจุแบตเตอรี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยนับจาก การชาร์จแบตเตอรี่จาก 0-100% จะนับเป็นหนึ่งครั้ง ไม่ใช่จำนวนครั้งที่เราเสียบสายชาร์จ สมมุติว่าเราชาร์จจาก 60% ไป 100% จะไม่นับเป็นหนึ่งครั้ง เท่ากับว่าเราชาร์จเติมเข้าไปเพียงแค่ 40% เราจะต้องหามาเติมอีก 60% ถึงจะนับเป็นหนึ่งครั้งครับ

เมื่อใช้งานครบตามที่ผู้ผลิตแคลมไว้ แล้วก็จะมีประสิทธิภาพการเก็บประจุลดลง จนบางครั้งเกิดอาการชาร์จเต็มแล้ว พอใช้ไปสักพักแบตเตอรี่ลดเร็วมากจนน่ากลัว หรือ ตัวแบตเตอรี่เก็บไฟไม่อยู่แล้ว และกรณีแบตเตอรี่บวม จนดันหน้าจอออกจากตัวเครื่องจนดูน่ากลัว เรียกได้ว่างานหยาบเลยทีเดียวครับ

thum

วิธีตรวจสอบว่า Life cycle ของแบตเตอรี่เหลือมากน้อยแค่ไหน วิธีง่ายที่สุดคือดูว่าอายุของสมาร์ทโฟนของเรามีอายุประมาณ 2 ปีแล้วหรือยัง เพราะโดยปกติแล้วแบตเตอรี่จะเริ่มเสื่อมเมื่อใช้งานแบบปกติไปสัก 2 ปีโดยเฉลี่ยครับ หรือถ้าใครที่อยากรู้ละเอียดให้ลองโหลดแอปพลิเคชันมาตรวจสอบเฉพาะดูก็ได้ครับ วิธีแก้ไขมีวิธีการอยู่ไม่มาก แต่วิธีที่ง่าย และแก้ปัญหาได้ดีที่สุดคือ นำตัวเครื่องไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่นั่นเองครับ

เป็นอย่างไรบ้างครับกับเทคนิคที่ไม่ยากเกินไปในวันนี้ เชื่อว่าหลายคนอาจจะได้แนวทางที่จะไปปรับพฤติกรรมการใช้งานไม่มากก็น้อยครับ ปัญหาที่พบก็มาจากการใช้งานของผมเองด้วยส่วนหนึ่งครับ เพื่อน ๆ ละครับไปเจอกับปัญหาอะไรบ้าง หรือว่าอยากให้ทางทีมงานนำเสนอบทความอะไรอีก ลองคอมเม้นมาได้นะครับ

0 Comments

แสดงความคิดเห็น

*ข้อความหรือข้อความที่แสดงในโฟส เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นในระบบโดยอัตโนมัติจากสมาชิก ซึ่งทีมงานไม่ได้มีส่วนหรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ หากพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อดำเนินการต่อไป..