หลังจากที่ปล่อยให้แบรนด์คู่แข่งเปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับกลางล่วงหน้าไปก่อน ก็ถึงเวลาที่ Galaxy A Series ปี 2019 จะทวงบัลลังก์รุ่นกลางคืนบ้าง และมีการเปลี่ยนกลยุทธ์ในการทำตลาดเล็กน้อย จากเดิมที่ในกลุ่ม non-premium Smartphone ของทาง Samsung จะเป็น Galaxy A กับ Galaxy J ตอนนี้จะเหลือเพียง Galaxy A เท่านั้น

โดยสองรุ่นแรกที่ประเดิมตลาด ได้แก่ Samsung Galaxy A30 และ Galaxy A50 กับราคาเริ่มต้น 7,290 บาท แต่ถือว่าให้อะไรมาเยอะมากพอที่จะชนกับสมาร์ทโฟนแบรนด์จีนได้สบาย ๆ ไม่ว่าจะชกกันในช่วงราคาแปดพัน หรือหมื่นต้น ๆ ก็บอกได้แค่ว่า “ก็มาดิค้าบ”

ลองจับตัวเครื่อง Samsung Galaxy A50

เริ่มด้วยตัวท็อปของซีรี่ส์อย่าง A50 ที่มาพร้อมกับชิปประมวลผล Exynos Series 9 ซึ่งเป็นหนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่ดี เพราะก่อนหน้านี้ Galaxy A มักจะใช้ชิปประมวลผลรุ่นเก่า ตามกลไกของสมาร์ทโฟนระดับกลาง

แต่ชิป Exynos 9610 ใน Galaxy A50 เป็นชิปเซ็ตแบบ 10 นาโนเมตร สถาปัตยกรรม Cortex-A73 มาพร้อมชิปกราฟฟิค Mali-G72 MP3 และเมื่อรวมกับ Ram 6 GB ผมว่ามันน่าจะเล่นเกมได้ดีในระดับหนึ่งล่ะครับ

ด้านหน้าของ Galaxy A50 ประกอบไปด้วยหน้าจอ Infinity-U ขนาด 6.4 นิ้ว เป็นหน้าจอแบบ Super AMOLED ความละเอียด Full HD+ อัตราส่วน 19.5:9 แน่นอนว่าพอเป็นจอ Super AMOLED หายห่วงเรื่องสีสันได้เลย เพราะมันเป็นจอที่สวยรุ่นหนึ่งเลยล่ะ

สเปค Samsung Galaxy A50

  • หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว Infinity-U FHD+ อัตราส่วน 19.5:9
  • ชิปประมวลผล Exynos 9610 octa-core
  • RAM 6GB
  • ความจุ 128GB เพิ่ม microSD สูงสุด 512GB
  • กล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล fix focus (f/2.0)
  • กล้องหลัง 3 เลนส์ Wide 25MP Autofocus (f/1.7) + Ultra-Wide 8MP (f/2.2) + Depth 5MP (f/2.2)
  • แบตเตอรี่ 4,000 mAh รองรับ Fast Charge 15W
  • ระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ
  • มี 3 สี ดำ, ขาว และน้ำเงิน
  • ราคา 11,490 บาท 

หน้าจอรวม ๆ แทบจะไม่มีขอบมากวนใจ ด้านบนมีเพียงกล้องหน้า ความละเอียด 25 ล้านพิกเซล และ Notch screen แบบที่เป็นเหมือนตัวยู จึงเป็นที่มาของชื่อหน้าจอ Infinity-U นั่นเอง

ตัวเครื่อง Galaxy A50 ออกแบบมาได้โค้งมน เข้ากับมือเป็นอย่างดี แล้วก็เห็นตัวเครื่องบาง ๆ แบบนี้ แบตเตอรี่ 4,000 mAh นะครับ สาแก่ใจคนที่ชอบมือถือจอใหญ่ แบตอึดดีนักเชียว

พอร์ตเชื่อมต่อทั้ง Galaxy A30 และ A50 รวมถึงรุ่นเล็กอย่าง Galaxy A20 เป็นพอร์ต USB-C ทั้งหมดครับ ตรงนี้เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมมาก เอาจริง ๆ หลายแบรนด์ก็ควรเปลี่ยนได้แล้ว เพราะ USB-C จะกลายเป็นมาตรฐานหลักในอนาคตอันใกล้นี้

ฝาหลังของ Galaxy A50 ใช้วัสดุที่ Samsung เรียกว่า Glasstic คือดูเหมือนกระจก แต่ความจริงแล้วเป็น Glossy Plastic และถ้าว่ากันตามตรง หากไม่บอกว่าเป็นพลาสติก ผมเชื่อว่าหลายคนเห็นครั้งแรก นึกว่าเป็นกระจกจริง ๆ

Galaxy A50 มีด้วยกัน 3 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน ที่ดูธรรมดาสุด ส่วนสีขาว และสีดำจะเป็นแบบ Hologram

เวลาสะท้อนกับไฟจะเป็นแบบนี้

ด้านหลังของ Galaxy A50 ประกอบไปด้วยกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 25 + 8 + 5 ล้านพิกเซล เป็นเลนส์ปกติ, เลนมุมกว้างพิเศษ เลนส์สำหรับวัดระยะ และมีแฟลช LED

เลนส์มุมกว้างก็จะเก็บภาพได้มากหน่อย ตัวนี้ให้มุมที่กว้างถึง 123 องศา

ส่วนเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ที่ไม่มีด้านหลัง เพราะถูกฝังไว้ใต้หน้าจอ เป็นเซ็นเซอร์แบบ Optical ไม่ได้ใช้ Ultrasonic แบบตัวท็อป Galaxy S10 นะ

ปิดท้ายด้วยอุปกรณ์ในกล่อง ให้มาครบครันล่ะครับ มีเคสให้ด้วย แล้วก็อะแดปเตอร์เป็น Adaptive Fast Charging 15W เช่นเดียวกับในเรือธง Galaxy S10 ไม่ต้องกลัวว่าแบตเตอรี่ 4,000 mAh จะชาร์จนาน บอกแล้วว่ารอบนี้เขาทำการบ้านมาดี

 

ลองจับตัวเครื่อง Samsung Galaxy A30

ถ้าคุณคิดว่า Galaxy A50 นั้น Samsung ทำการบ้านมาดีแล้ว ผมจะบอกว่า Galaxy A30 นี่คือความคลั่งของจริง เพราะรุ่นนี้เปิดราคามาเพียง 7,290 บาท แต่สิ่งที่ให้มานั้นไม่ธรรมดา และพร้อมที่จะแย่งชิงพื้นที่สมาร์ทโฟนราคาไม่เกิน 8,000 บาทกับทุกแบรนด์

สเปค Samsung Galaxy A30

  • หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว Infinity-U FHD+ อัตราส่วน 19.5:9
  • ชิปประมวลผล Exynos 7904 Octa core (Dual core + Hexa core)
  • RAM 4GB
  • ความจุ 64GB เพิ่ม microSD สูงสุด 512GB
  • กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล fix focus (f/2.0)
  • กล้องหลัง 2 เลนส์ Wide 16MP Autofocus (f/1.7) + Ultra-Wide 5MP (f/2.2)
  • แบตเตอรี่ 4,000 mAh รองรับ Fast Charge 15W
  • ระบบสแกนลายนิ้วมือหลังตัวเครื่อง
  • ราคา 7,290 บาท 

เริ่มจากหน้าจอ เห็นเป็นรุ่นรองแบบนี้ แต่ใช้หน้าจอแบบ Super AMOLED เช่นกัน ด้านความสดของสีสันมาเต็ม ขนาด 6.4 นิ้ว ใหญ่เต็มตา เป็นจอแบบ Infinity-U ความละเอียด Full HD+

แบตเตอรี่ก็เหมือนเดิม คือจัดมาเน้น ๆ ที่ 4,000 mAh พร้อมรองรับชาร์จเร็ว และแน่นอนว่าแถมอะแดปเตอร์ 15W ให้ในกล่อง

สิ่งที่แตกต่างจาก Galaxy A50 หลัก ๆ ก็เป็นเรื่องสเปคที่ลดลงมาตามราคา รุ่นนี้ใช้ชิป Exynos 7904, Ram 4 GB และความจุ 64 GB

กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซลอยู่บริเวณด้านบนหน้าจอ ส่วนกล้องหลังเป็นกล้องหลังคู่ 16 + 5 ล้านพิกเซล ประกอบไปด้วยเลนส์ระยะปกติ กับเลนส์มุมกว้างเช่นกัน

ด้านหลังมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และบอดี้ที่เป็นวัสดุแบบ 3D Glasstic เช่นเดียวกับ Galaxy A50

พอร์ตเชื่อมต่อของ Galaxy A30 อย่างที่ได้กล่าวไป เป็นพอร์ต USB-C ส่วนพอร์ตหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรก็ยังคงมีอยู่

ตัวเครื่อง Galaxy A50 (ซ้าย) เทียบกับ Galaxy A30 (ขวา) ขนาดใกล้เคียงกันมาก หน้าตารวม ๆ ก็เหมือนกัน เพราะเป็นหน้าจอแบบ Infinity-U ทั้งคู่

Samsung Galaxy A30 และ Galaxy A50 มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ ดำ, ขาว และน้ำเงิน ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากการฟุ้งกระจายของแสง โดย Galaxy A50 พร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคา 11,490 บาท และ Galaxy A30 ในราคา 7,290 บาท

โปรโมชั่นพิเศษ สำหรับ Galaxy A50 รับฟรี เสื้อยืดรุ่นลิมิเต็ด Samsung Galaxy A x Rukkit ผลงานการออกแบบจากศิลปินชื่อดัง และรับสิทธิ์ผ่อน 0% นานสูงสุดถึง 24 เดือน หรือเลือกผ่อน 0% นาน 10 เดือน พร้อมรับเครดิตเงินคืน 250 บาท

ส่วน Galaxy A30 รับฟรี ร่มพับ (Galaxy Umbrella)และรับสิทธิ์ผ่อน 0% นาน 24 เดือน หรือเลือกผ่อน 0% นาน 10 เดือน พร้อมรับเครดิตเงินคืน 150 บาท

นอกจากนี้ยังมีไฮไลท์สุดพิเศษ เมื่อซื้อ Galaxy A50 หรือ Galaxy A30 จากร้านค้าที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 14 – 31 มีนาคม 2562 และลงทะเบียนรับสิทธิ์ผ่าน Galaxy Gift ภายใน 31 มีนาคม 2562 มีสิทธิ์ลุ้นรับบัตรเข้าร่วมงาน Samsung Event พร้อมชมโชว์สุดพิเศษจาก BLACKPINK ในวันที่ 10เมษายน 2562 จำนวนจำกัดเพียงแค่ 700 สิทธิ์เท่านั้น!