รวมเครื่องฟอกอากาศ xiaomi ที่มีจำหน่ายในตอนนี้มีรุ่นอะไรบ้าง พร้อมอธิบายไส้กรองทั้ง 5 แบบ

เครื่องฟอกอากาศ xiaomi

ในทุกวันนี้อากาศที่เรา ๆ หายใจกันอยู่ในมีทั้งฝุ่นทั้งเชื้อโรคที่ส่งผลให้เกิดการเจ็บป่วยได้ ซึ่งเครื่องฟอกอากาศ Xiaomi ก็นับว่าเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ได้รับความนิยมพอสมควร เนื่องจากราคาเครื่องที่ไม่สูงเกินไป แถมยังมีระยะการทำงานที่กว้างกว่าแบรนด์อื่น ๆ ในราคาเดียวกันด้วย นับว่าเป็นอะไรที่คุ้มมาก ๆ ซึ่งวันนี้เราจะมาอัพเดตให้ทุกคนรู้ว่าปัจจุบันนี้มีเครื่องฟอกอากาศ Xiaomi รุ่นไหนขายอยู่บ้าง


เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi ทุกรุ่นที่วางจำหน่ายในปัจจุบัน

1. เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi รุ่น Mi Air Purifie Pro-H

Review Xiaomi Mi Air Purifier Pro H SpecPhone 0014

Mi Air Pro H เครื่องฟอกอากาศสำหรับห้องที่มีขนาดใหญ่ระหว่าง 42 – 72 ตารางเมตร เป็นเครื่องฟอกอกกาศตัวท๊อปสุดของ Xiaomi ตอนนี้ มีอัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์อยู่ที่ 600 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง สามารถกำจัดสาร Formaldehyde (สารระเหยที่เคลือบเฟอร์นิเจอร์ไม้อัด น้ำยาทาเล็บ ฯลฯ), กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ ไปจนถึงสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย ซึ่งตัวใส่กรองนั้นจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าเครื่องรุ่น 3H, 3C, 2S และด้วยความที่มีขนาดใหญ่กว่าทำให้สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ถึง 14 เดือน (ไส้กรองขนาดปกติของ Xiaomi มีอายุการใช้งานประมาณ 6 – 12 เดือน) ซึ่งถ้าสนใจสามารถเข้าไปดูรีวิวได้เลย

รีวิว Mi Air Purifier Pro H เครื่องกรองอากาศ สำหรับห้องใหญ่ 72 ตร.ม เชื่อมแอปได้ ในราคาไม่ถึงหมื่น

ราคา : 8,990 บาท(ราคาเต็ม) / 6,649 – 7,799 บาท (ราคาซื้อออนไลน์)


2. เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi รุ่น Mi Air Purifier Pro

Mi Air Pro 1

Mi Air Pro เครื่องฟอกอากาศรุ่นรองลงมาจาก Pro H สำหรับห้องที่มีขนาดใหญ่ระหว่าง 35 – 60 ตารางเมตร ด้วยความที่เป็นตัวรองทำให้ระยะการใช้งานลดลง ซึ่งส่งผลให้ความสามารถในการสร้างอากาศบริสุทธิ์ลดลงอยู่ที่ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น แต่ความสามารถในการกำจัดสาร Formaldehyde (สารระเหยที่เคลือบเฟอร์นิเจอร์ไม้อัด น้ำยาทาเล็บ ฯลฯ), กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ ไปจนถึงสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่ายก็ยังมีเทียบเท่ารุ่น Pro H เช่นเดิม และแน่นอนว่าไส้กรองก็สามารถใช้ได้นานต่อเนื่องได้ถึง 14 เดือนเหมือนรุ่น Pro H เลย (ไส้กรองสามารถใช้งานร่วมกันได้สบาย)

ราคา : 8,990 บาท(ราคาเต็ม) / 4,790 – 5,890 บาท (ราคาซื้อออนไลน์)


3. เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi รุ่น Mi Air Purifier 3H

Review Xiaomi Mi Air Purifier 3H SpecPhone Cover 0001

Mi Air 3H คือเครื่องฟอกอากาศรุ่นยอดนิยมที่สุดของ Xioami เนื่องจากราคาที่ไม่แพงมากแต่กลับสามารถใช้ในห้องที่มีขนาดใหญ่ได้ โดยในรุ่น 3H นี้สำหรับห้องที่มีขนาดใหญ่ระหว่าง 26 – 45 ตารางเมตร มีความสามารถในการสร้างอากาศบริสุทธิ์อยู่ที่ 400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ถ้าขนาดห้องไม่ใหญ่มากจะสามารถทำให้อากาศบริสุทธิ์ทั่วทั้งห้องได้ภายในเวลาพริบตาเดียว โดยไส้กรองจะมีอายุการใช้งานประมาณ 6 – 12 เดือน (ทั้งตัวเครื่องและไส้กรองลดราคาบ่อยมาก) ซึ่งถ้าสนใจสามารถเข้าไปดูรีวิวได้เลย

รีวิว Xiaomi Mi Air Purifier 3H เครื่องฟอกอากาศ กรอง PM 2.5

ราคา : 6,990 บาท(ราคาเต็ม) / 3,599 – 3,999 บาท (ราคาซื้อออนไลน์)


4. เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi รุ่น Mi Air Purifier 3C

Xiaomi Air Purifier 3C 1

Mi Air 3C คือเครื่องฟอกอากาศรุ่นลดสเปคจาก Mi Air 3H ที่ตัดสเปคที่ไม่จำเป็นออกเพื่อลดราคาเครื่องให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยตัว 3C นี้สำหรับห้องที่มีขนาดใหญ่ระหว่าง 22 – 38 ตารางเมตร มีความสามารถในการสร้างอากาศบริสุทธิ์อยู่ที่ 320 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง และด้วยการที่ใช้ไส้กรองตัวเดียวกับ Mi Air 3H ทำให้ตัวไส้กรองมีอายุการใช้งานประมาณ 6 – 12 เดือนเช่นกัน ในส่วนที่โดนตัดออกไปก็คือตัววัดอุณหภูมิและความชื้นในอากาศ นอกจากนี้ขนาดช่องลมยังมีขนาดที่เล็กกว่ารุ่น 3H ด้วย (คล้ายรุ่น 2S มากกว่า)

ราคา : 3,990 บาท(ราคาเต็ม) / 2,590 – 2,999 บาท (ราคาซื้อออนไลน์)


5. เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi รุ่น Mi Air Purifier 2S

Review Xiaomi Mi Air Purifier 2S SpecPhone 00003

Mi Air 2S คือเครื่องฟอกอากาศรุ่นเล็กที่สุดของ Xiaomi ในตอนนี้ เป็นตัวที่ราคาจับต้องได้ง่ายที่สุด แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องของขนาดพื้นที่ใช้งานแทน ซึ่งถ้าสนใจสามารถเข้าไปดูรีวิวได้เลย โดยตัว 2S นี้สำหรับห้องที่มีขนาดใหญ่ระหว่าง 21 – 37 ตารางเมตร มีความสามารถในการสร้างอากาศบริสุทธิ์อยู่ที่ 310 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ซึ่งตัว 2S นี้สเปคต่าง ๆ เรียกได้ว่าแทบจะเหมือนกับ Mi Air 3C เลย แต่จะต่างกันตรงที่ในรุ่น 2S นี้จะมีตัววัดอุณหภูมิและความชื้นในอากาศด้วยนั่นเอง ส่วนไส้กรองที่ใช้นั้นก็เป็นตัวเดียวกับไส้กรองของรุ่น 3H และ 3C ทำให้สามารถหาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพง

[Review] Xiaomi Mi Air Purifier 2S เครื่องฟอกอากาศ ราคาไม่แพง สั่งงานผ่าน App ได้

ราคา : 4,999 บาท(ราคาเต็ม) / 2,298 – 2,899 บาท (ราคาซื้อออนไลน์)


ถ้าเพื่อน ๆ สงสัยว่าห้องที่เราจะซื้อเครื่องฟอกอากาศ Xiaomi ไปวางนั้นเหมาะจะใช้รุ่นไหนนั้น สิ่งที่ใช้เป็นตัวตัดสินคือขนาดของห้องครับ โดยที่เพื่อน ๆ จะต้องเลือกเครื่องฟอกที่รองรับการใช้งานในขนาดพื้นที่ ๆ ไม่เกินขนาดห้อง และไม่ควรจะให้ขนาดห้องพอดีด้วย เนื่องจากอากาศบริสุทธิ์อาจจะไปไม่ทั่วถึงนั่นเอง (หรือง่าย ๆ ก็คือขนาดห้องต้องอยู่ระหว่างขนาดที่กำหนดเอาไว้ ซึ่งเขียนบอกเอาไว้หมดแล้ว)


ไส้กรอง Xiaomi ทั้ง 5 แบบ ที่ใช้กับเครื่องฟอก Xiaomi

filter xiaomi

สิ่งที่ควรรู้ก่อนจะเลือกซื้อไส้กรอง Xiaomi

  • ไส้กรอง Xiaomi มีของปลอมขายเยอะ ขอให็ดูให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ
  • ตัวไส้กรองจะมี Tag RFID ไว้สำหรับยืนยันว่าเป็นของแท้ เวลาใส่เข้าเครื่องก็จะทำการอ่าน Tag RFID ว่าเป็นไส้กรองแท้หรือไม่ และตัวไส้กรองได้ผ่านการใช้งานไปเท่าไหร่แล้ว เหลืออีกกี่ % ที่จะต้องเปลี่ยน
  • ไส้กรองของ Xiaomi จะมีระดับของแผ่นกรองอากาศ ตามกฎเกณฑ์ใหม่ของสหภาพยุโรป ดังนี้
    • E11 EPA Class : มีความสามารถในการกรองฝุ่นที่ใหญ่กว่า 0.3 ไมครอนอยู่ที่ > 95%
    • E12 EPA Class : มีความสามารถในการกรองฝุ่นที่ใหญ่กว่า 0.3 ไมครอนอยู่ที่ > 99.5%
    • H13 HEPA Class : มีความสามารถในการกรองฝุ่นที่ใหญ่กว่า 0.3 ไมครอนอยู่ที่ > 99.95%
  • สารอันตรายที่ไส้กรอง Xiaomi สามารถกรองได้ (ตามแต่รุ่น)

1. ไส้กรองรุ่นประหยัด

Mi Air Filter Standard 1

ไส้กรองรุ่นประหยัดคือไส้กรองที่ปกติจะแถมมาใน Mi Air Purifier ทุกเครื่อง โดยไส้กรองรุ่นนี้จะทำได้แค่การกรองฝุ่นเท่านั้น (ที่ระดับ E11 EPA) ไม่สามารถกรองสารหรือสิ่งอื่น ๆ ได้ และไม่มีคุณสมบัติพิเศษอื่น ๆ ด้วย ถ้าต้องการใช้แค่กรองฝุ่นทั่ว ๆ ไปอย่างเดียว ตัวนี้ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าต้องการความสามารถในการกรองอย่างอื่นด้วย ก็ขอให้ข้ามตัวนี้ไปเลย


2. ไส้กรองสีม่วง

Mi Air Filter purple 1

ไส้กรองสีม่วงคือไส้กรองรุ่น Antibacterial ซึ่งก็ตามชื่อคือเป็นรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อต่อกรกับแบคทีเรีย เพราะมีการเสริมแผ่นยับยั้งการขยายตัวของเชื้อโรค นอกจากนี้ ยังมีไส้กรองคาร์บอนอีกด้วย ทำให้เป็นไส้กรองที่สามารถกรองได้ทั้งฝุ่น, แบคทีเรีย และกลิ่น จึงเป็นไส้กรองที่เหมาะสำหรับบ้านที่มีคนป่วยหรือมีสัตว์เลี้ยง


3. ไส้กรองสีเขียว

Mi Air Filter green

ไส้กรองสีเขียวคือไส้กรองรุ่น Formaldehyde ซึ่งก็ตามชื่อคือเป็นรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อลดสารฟอร์มาลดีไฮด์ เหมาะสำหรับบ้านหลังใหม่ที่เพิ่งซื้อของชิ้นใหม่เข้าบ้าน, พวกเฟอร์นิเจอร์ไม้อัด, ฟูกนอน, ผ้าปู, เสื้อผ้า หรือแม้กระทั่งเพิ่งทาสีบ้าน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ จะเป็นตัวการในการปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์และกลิ่นฉุนออกมา


4. ไส้กรองสีเทา

Mi Air Filter HEPA

ไส้กรองสีเท่าคือไส้กรองรุ่น HEPA คือไส้กรองที่รวมเอาความสามารถของสีม่วงและสีเขียวเข้าไว้ด้วยกัน โดยแผ่นกรองหลัก PET ด้านนอก มีการเพิ่มความแข็งแรง ใช้ในการกรองฝุ่นหยาบและเส้นผม ในขณะที่ไส้กรองชั้นกลางจะเป็นตัวกรองแบบ HEPA ระดับ H13 ที่ทำด้วยเส้นใยไฟเบอร์กลาสคุณภาพสูง สามารถกรองอนุภาคขนาดเล็ก 0.3 ไมครอนได้ถึง 99.97% เลยทีเดียว ช่วยกรอง ฝุ่น, ควัน, สเปอร์เชื้อรา, ละอองเกสร, แบคทีเรีย, และไวรัสบางชนิด สุดท้ายด้วยไส้กรองชั้นในเป็นตัวกรองคาร์บอนหรือไส้กรองถ่านกัมมันต์ ที่จะทำหน้าที่ดูดซับก๊าซที่เป็นอันตรายอย่าง สารฟอร์มาลดีไฮด์และกลิ่นเหม็นด้วยครับ เรียกได้ว่า จบ ครบ ในตัวเดียวเลย


5. ไส้กรองรุ่น Pro H

Mi Air Filter Pro H

ไส้กรองรุ่น Pro H คือไส้กรองตัวใหม่ล่าสุดของ Xiaomi ที่สามารถใช้ได้เฉพาะในรุ่น Mi Air Purifier Pro-H ตามชื่อเลย มีความสามารถในการกรองที่ดีที่สุด สามารถกรองได้ทุกสิ่งยิ่งกว่ารุ่นสีเทา แต่ทว่าด้วยความที่มันเป็นสีฟ้า ทำให้เวลาซื้อต้องดูให้ดีก่อนว่าเป็นของรุ่นไหน เนื่องจากไส้กรองรุ่น Pro H นี้มีขนาดใหญ่กว่ารุ่นทั่วไปมาก โดยไส้กรองรุ่น Pro H นี้ถูกพัฒนาให้ใช้งานได้ยาวนานถึง 14 เดือน และทาง Xiaomi ยังเคลมไว้ว่า สามารถกรองสารฟอร์มาลดีไฮด์ได้สูงถึง 220 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง กรองสารเมทิลเบนซินได้ที่ 150 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง และกลิ่นที่ 135 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง แถมตัวไส้กรองก็มีความละเอียดระดับ H13 HEPA ซึ่งสามารถกรองฝุ่นที่ใหญ่กว่า 0.3 ไมครอนได้สูงถึง 99.97 % และยังกรอง ไวรัส, แบคทีเรีย, ละอองเกสรดอกไม้ รวมถึงเชื้อราที่มากับความชื้น นอกจากนี้ยังมีไส้กรองคาร์บอนที่มาช่วยกรองกลิ่น และสารเคมีที่เป็นอันตราย นับว่าเป็นไส้กรองที่กรองได้ครอบจักรวาลและดีที่สุดในตอนนี้ครับ