ดูเหมือนหลังจาก Apple ประกาศแจกฟรีชุดโปรแกรม iWork ที่ภายในประกอบด้วยโปรแกรม Numbers, Pages และ Keynote ซึ่งเทียบกับ Microsoft Office ก็จะเป็น Excel, Words และ PowerPoint ตามลำดับ ให้กับผู้ซื้อ Mac เครื่องใหม่นับตั้งแต่หลังวันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไปได้ใช้งานฟรีๆ ทั้งยังหยัน Microsoft ในงานเปิดตัวด้วยว่า ถ้าหากจะใช้ชุดโปรแกรม Office ของ Microsoft จะต้องมีค่าใช้จ่าย แต่ iWork ของตนใช้ฟรี ก็ทำให้เกิดกระแสขึ้นมามากมาย และแน่นอนว่าฝ่ายที่ได้รับผลกระทบที่สุดก็คือ Microsoft นั่นเอง

ล่าสุด Frank Shaw ผู้บริหารระดับสูงของ Microsoft ได้เขียนบล็อกส่วนตัวอัด Apple ในประเด็นดังกล่าว ส่วนที่น่าสนใจก็คือ

“Surface และ Surface 2 (ใช้งาน Windows RT ทั้งคู่) ต่างก็มีโปรแกรม Office ติดตั้งมาให้ฟรีๆ ในตัวแล้ว แถมยังมีราคาต่ำกว่า iPad 2 และ iPad Air ที่แถม iWork ซึ่งทำงานจริงจังไม่ได้เรื่องเสียอีก”

“การสร้างแท็บเล็ตให้เป็นเครื่องสำหรับรับชมสื่อเพื่อความบันเทิงอย่าง iPad มันเป็นเรื่องที่ง่าย แต่การที่จะสร้างแท็บเล็ตให้สามารถใช้ได้ทั้งเป็นเครื่องทำงานและเครื่องรับชมสื่อเพื่อความบันเทิงอย่าง Surface เป็นเรื่องที่ยากกว่ามาก ซึ่งทำให้มันกลายเป็นจุดเด่นอันสร้างความแตกต่างให้กับ Surface ให้ทำงานได้จริงเหนือกว่าแท็บเล็ตรุ่นอื่นในตลาด โดยเฉพาะขาตั้งที่พับเก็บได้ด้านหลังเครื่อง ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกกับการใช้งานได้ดีกว่ามาก โดยเฉพาะกับการตั้งเครื่องเพื่อการทำงานจริง”

“Surface เป็นแท็บเล็ตที่เหมาะกับใช้ในงานสร้างสรรค์ผลงานมากที่สุดในขณะนี้ ด้วยองค์ประกอบหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นชุดโปรแกรมที่ดีที่สุดอย่าง Microsoft Office รูปแบบการรับข้อมูลที่สามารถใช้คีย์บอร์ดและแทร็คแพดได้อย่างแม่นยำ รวมไปถึงความสามารถในการใช้งานแอพมากกว่า 1 แอพพร้อมกันบนหน้าจอเดียวกัน ซึ่งทำงานได้เหนือกว่าระบบ multitask ที่ต้องคอยสลับแอพไปมามากๆ”

ส่วนประเด็นย่อยๆ ที่น่าสนใจก็เช่น

  • Surface และ Surface 2 มีราคาที่ถูกกว่า iPad 2 และ iPad Air แต่มีพื้นที่เก็บข้อมูลมากกว่า ทั้งในตัวเครื่องเองและพื้นที่บน Cloud (SkyDrive)
  • Surface และ Surface 2 มาพร้อมกับ Office 2013 เวอร์ชันเต็ม+Outlook ที่สามารถใช้งานได้จริง ไม่ต้องกลัวปัญหาไฟล์นำไปใช้งานกับเครื่องอื่นไม่ได้อย่างที่ iWork มีปัญหามาตลอด
  • Surface และ Surface 2 มีตัวช่วยให้ทำงานได้ง่ายขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นขาตั้ง kickstand, ช่อง USB ที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ได้จริงๆ, ช่อง SD การ์ด รวมไปถึงการเชื่อมต่อคีย์บอร์ดที่ทำได้หลากหลายแบบกว่า iPad
  • ผู้ใช้งานสามารถเปิดใช้งานแอพบนหน้าจอเดียวกันได้พร้อมกันมากกว่าหนึ่งแอพ ทำให้สะดวกต่อการใช้งานจริงกว่านั่งสลับแอพเพื่อใช้งานแค่ทีละตัว

ที่มา: AppleInsider, Blogs.Technet