Vivo X50 Pro สมาร์ทโฟนเกมมิ่งระดับกลาง เน้นการถ่ายรูป

download8895 1

ปัจจุบันนั้นเราจะเห็นกันว่าสมาร์ทโฟนหลายๆ เครื่องต่างก็เน้นเรื่องกล้องที่มีความละเอียดและฟีเจอร์ต่างๆ มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งนั่นทำให้เราจะเห็นได้ว่าหลายๆ ผู้ผลิตนิยมทำการเพิ่มเติมความสามารถตรงนี้ด้วยการเพิ่มเซ็นเซอร์ของกล้องให้มากขึ้นกว่าเดิม ทว่าทาง Vivo นั้นเลือกที่จะนำเสนอในสิ่งที่แตกต่างออกไปด้วยการใช้เซ็นเซอร์กล้องขนาดใหญ่กับสมาร์ทโฟนระดับกลางอย่าง Vivo X50 Pro ที่เน้นในด้านการถ่ายภาพโดยเฉพาะ

Vivo X50 1

ทั้งนี้ทาง Vivo ได้ทำการเปิดตัว Vivo X50 Pro ออกมาตั้งแต่ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาแล้ว โดยตัวเครื่องนั้นจะมาพร้อมกับระบบกล้องที่เรียกว่า “วงแหวน” ซึ่งเซ็นเซอร์ของตัวกล้องหลักนั้นจะมีขนาดใหญ่กว่าเซ็นเซอร์กล้องร่วมอีก 2 ตัวเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามด้วยความที่ตัวเครื่องนั้นได้เริ่มวางจำหน่ายแค่ในบางประเทศแบบจำนวนจำกัดเท่านั้นทำให้มีผู้ที่ออกมาทำการรีวิวตัวเครื่องบนสื่อออนไลน์ยังค่อนข้างน้อย

อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจในการรีวิวที่มีการปล่อยออกมาจากหลายๆ ผู้รีวิวก็คือเจ้าระบบกล้องแบบใหม่ของทาง Vivo นี้นั้นทำให้คุณภาพของตัวภาพที่ได้ออกมาดูดีกว่าเดิมขึ้นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลยนั้นก็คือระบบป้องกันการสั่นไหวเวลาถ่ายภาพและวีดีโอนั้นทุกๆ ผู้รีวิวจะบอกออกมาว่ามันดีกว่าสมาร์ทโฟนระดับท๊อปของค่ายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Apple iPhone 11 Pro, Huawei P40 Pro Plus และ Google Pixel 4 ตัวอย่างของผู้ที่รีวิวนั้นจะได้แก่ ben’s gadget reviews ผู้รีวิวบน YouTube ซึ่งคลิปที่เขานำเสนอนั้นจะมีดังต่อไปนี้

สำหรับสเปคของ Vivo เองนั้นก็เรียกได้ว่าน่าสนใจเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับราคาโดยสเปคของ Vivo X50 Pro นั้นจะเป็นดังต่อไปนี้

  • หน้าจอขนาด 6.56 นิ้วพาเนล AMOLED ความละเอียด FHD+(2376 x 1080 pixels) มี refresh rate อยู่ที่ 90 Hz รองรับ HDR10+
  • ดีไซน์หน้าจออยู่ในรูปแบบของ Punch-Hole โดยกล้องหน้าจะเป็นแบบรูปวงกลมอยู่ทางด้านมุมซ้ายของตัวเครื่อง
  • ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 765G
  • หน่วยความจำขนาด 8 GB
  • แหล่งเก็บข้อมูลแบบ UFS 2.1 โดยจะแบ่งออกเป็น 2 ขนาดคือ 128 GB และ 256 GB ไม่สามารถเพิ่มผ่าน microSD Card ได้
  • รองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบ 5G
  • รองรับการเชื่อมต่อ WiFi 802.11 a/b/g/n/ac และ Bluetooth 5.1
  • มาพร้อมกับ NFC (Near Field Communication)
  • พอร์ตชาร์จเป็น USB 2.0 Type-C
  • กล้องหลังมี 4 เซ็นเซอร์ซึ่งจะแบ่งออกเป็น Periscope telephoto ความละเอียดอยู่ที่ 48 + 8MP, Portrait ความละเอียด 13 MP และ Ultrawide ความละเอียด 8 MP
  • เซ็นเซอร์หลักของกล้องหลังมาพร้อมกับรูรับแสงขนาด ƒ/1.6
  • กล้องหลังมาพร้อมฟีเจอร์ Dual-LED dual-tone flash, 5x Optical Zoom, Phase Detection Auto Focus (PDAF), Electronic Image Stabilization (EIS), Optical Image Stabilization (OIS) และรองรับ HDR
  • กล้องหน้าความละเอียด 32 MP รูปรับแสงขนาด ƒ/2.5 และรองรับ HDR
  • ลำโพงแบบ Stereo
  • แบตเตอรี่ความจุ 4,315 mAh รองรับการชาร์จไวสูงสุดที่ 33 W
  • มาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย Funtouch OS 10.5

สำหรับราคาวางจำหน่ายในประเทศจีนนั้นจะอยู่ที่เพียง 4,298 CNY หรือประมาณ 18,930 บาทเท่านั้นซึ่งราคานี้นั้นถือว่าคุ้มมากๆ เมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้ ทั้งนี้ก็คงต้องคอยดูกันต่อว่าในไทยเรานั้นเมื่อมีการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วราคานั้นจะเพิ่มมากขึ้นจากนี้มากหน้อยแค่ไหน