[Special] 3 วิธีง่ายๆ ในการซื้อมือถือและเลือกยังไงให้เข้ากับการใช้งานที่สุด [อัพเดท 2016]

[Special] 3 วิธีง่ายๆ ในการซื้อมือถือและเลือกยังไงให้เข้ากับการใช้งานที่สุด [อัพเดท 2016]

 

จะซื้อมือถือรุ่นไหนดี? ผมเชื่อว่าเพื่อนๆต้องเคยได้ยินคำถามนี้อย่างแน่นอน หรืออย่างน้อยก็ต้องเคยเห็นคำถามนี้ผ่านสายตาเวลาเปิด Browser ขึ้นมาเพื่อค้นหาข้อมูลต่างๆ  ซึ่งคำถามนี้เป็นคำถามสุดฮิตที่มีคนตั้งขึ้นมาทั่วโลกไม่ใช่แค่ในบ้านเราเท่านั้น ซึ่งถ้าจะว่าไปแล้วมันก็คือการขอคำปรึกษานี่แหละครับ และส่วนใหญ่แล้วคำตอบที่ได้นั่นก็คือซื้อในสิ่งที่เราชอบ เรียกว่าชอบรุ่นไหนก็ซื้อรุ่นนั้นง่ายๆ แบบนั้นเลย โดยอาจจะตัดสินจากปัจจัยหลายๆ อย่าง

ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็ง่ายสำหรับคนที่ชอบศึกษาหรือติดตามอยู่เป็นประจำ แต่สำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานหรือความรู้เรื่องเกี่ยวกับมือถือมาก่อนเลย การจะซื้อมือถือสักเครื่องอาจกลายเป็นเรื่องที่ยากต่อการตัดสินใจ เพราะตัวเลือกในทุกวันนี้มีเยอะแยะมากมาย ซึ่งแต่ละเครื่องนั้นก็มีจุดขายที่ไม่เหมือนกัน ราคาของตัวเครื่องนั้นก็มีหลายระดับอีกด้วย

และบทความในวันนี้ผมได้เขียนขึ้นมาเพื่อช่วยให้การเลือกซื้อมือถือใหม่สักเครื่องนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายต่อการตัดสินใจมากยิ่งขึ้น จะมีวิธีการเลือกซื้ออย่างไรบ้าง และมือถือแบบไหนที่จะเข้ากับการใช้งานในชีวิตประจำวันของเรามากที่สุด ส่วนวิธีในการเลือกซื้อนั้นก็ติดตามได้จากบทความนี้เลย ซึ่งผมได้แปลข้อมูลบางส่วนมาจากเว็บไซต์ Cnet.com เนื่องจากผมเห็นว่ามีประโยชน์กับการใช้เป็นแนวทางในการเลือกซื้อมือถือ ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องเกี่ยวกับมือถือเพื่อให้สามารถตัดสินสินใจซื้อได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ส่วนจะเลือกซื้อมือถือยังไง และมีวิธีไหนบ้างไปติดตามกันได้เลย

 

1.อย่าขี้เหนียว

21-02_cheapskate_client

ใช่แล้วครับอ่านไม่ผิดอย่างแน่นอน เพราะในทุกวันนี้จะเห็นได้ว่ามือถือระดับเรือธงนั้นมีราคาค่อนข้างสูงเสมอ หากเราอยากได้มือถือดีๆ มาใช้งานจริงๆ ซึ่งคำว่าดีของผมในที่่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่สเปคของตัวเครื่องนั้นดูดีเท่านั้นนะ แต่การใช้งานจริงก็จะต้องดีตามไปด้วย และเราจะรู้ได้ยังไงว่าเครื่องไหนดีไม่ดีล่ะเนี่ยในเมื่อมันมีมือถือเยอะแยะเต็มไปหมด ซึ่งมันง่ายมากครับก็แค่เราอ่านรีวิวตามเว็บไซต์ต่างๆ หรือจะเป็นเว็บไซต์ของทางเราก็ได้

การอ่านรีวิวจะทำให้เราได้ความรู้ในมือถือรุ่นที่เราสนใจมากยิ่งขึ้น บางทีอ่านรีวิวจนจับได้เลยว่าเซลส์ขายมือถือพูดผิดในบางเรื่องก็มี ดังนั้นการศึกษาเบื้องต้นนั้นก็เป็นสิ่งที่สำคัญหากเราอยากได้มือถือใหม่สักเครื่อง แต่การอ่านรีวิวมันยังไม่ใช่ประสบการณ์จริงนะ เพราะว่าตัวเครื่องก็ยังไม่ได้จับ กล้องถ่ายภาพหรือส่วนอื่นๆเราก็ยังไม่ได้ลองเล่นเลย ดังนั้นการไปลองตัวเครื่องจริงตามหน้าร้านจะช่วยเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจได้มากกว่า เนื่องจากเราเคยอ่านรีวิวมาแล้วเราก็จะพอเล่นเป็น รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน และควรลองเทสอะไรดี นี่แหละครับคือประโยชน์ของการอ่านรีวิวมาก่อน

เพราะบางครั้งอ่านรีวิวในเว็บแล้วรู้สึกว่าตัวเครื่องเนี่ยดีมากเลย แต่พอไปลองเล่นของจริงตามหน้าร้านแล้วกลับรู้สึกไม่ตรงกับทางเว็บไซต์ต่างๆ นั้นรีวิว ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่ความคิดของแต่ละคนนะ ไม่ใช่ว่าเว็บเขียนมั่วแต่อย่างใด บางทีผู้เขียนนั้นเห็นว่ามือถือรุ่นนั้นๆมันถูกจริตของคนไทย ที่เน้นคุ้มไว้ก่อนเสมอเท่านั้นเอง และเมื่อเราลองเล่นเครื่องจริงแล้วคิดว่าสอบผ่านสำหรับเรา ทีนี้เรื่องต่อไปนั่นก็คือราคาของตัวเครื่อง ซึ่งบางคนนี่เห็นว่าถึงหลัก 1-2 หมื่นก็เดินหนี หรือไปซื้อมือถือรุ่นอื่นๆที่ราคาย่อมเยาว์กว่า ซึ่งตรงนี้แหละครับที่ทำให้เราพลาดของดีๆ เพราะความขี้เหนียวนี่แหละ

 

2.รู้จักฟีเจอร์หรือลูกเล่นก่อนซื้อ

เมื่อเราโอเคกับราคาตัวเครื่องกล้าแลกกับราคาที่สูงแล้ว เรื่องต่อมานั่นก็คือเรื่องของฟีเจอร์ที่เราจะต้องรู้ว่ามือถือเครื่องนี้มีลูกเล่นอะไรบ้างที่น่าสนใจ ซึ่งอาจจะใช้วิธีการอ่านรีวิวมาช่วยในการตัดสินใจ เพราะอย่างที่ผมได้บอกเอาไว้ในหัวข้อที่ผ่านมาว่าการอ่านรีวิวจะทำให้เรารู้จักมือถือเครื่องที่เราจะซื้อมากยิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงลูกเล่นของมันด้วย เพราะมือถือแต่ละเครื่องนั้นมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่ไม่เหมือนกัน บางเครื่องนั้นกันน้ำ,บางเครื่องแบตอึด,บางเครื่องชาร์จแบตได้ไว หรือบางเครื่องมาพร้อมกล้องคุณภาพระดับพระกาฬอะไรแบบนี้ ซึ่งเดี๋ยวนี้มีเยอะแยะมากมายให้เราซื้อไปใช้งาน

ดังนั้นการรู้จักจุดเด่นก่อนที่เราจะซื้อมือถือเครื่องนั้นๆจึงเป็นอะไรที่สำคัญมาก ยกตัวอย่างเช่นบางคนคิดว่ามือถือ Sony ต้องกันน้ำทุกรุ่นแน่ๆ พอซื้อมาโยนลงไปในสระว่ายน้ำโชว์เพื่อนเลย เป็นยังไงล่ะ?ก็พังสิครับ และจะไปโทษใครไม่ได้นะ เพราะคุณไม่รู้จักฟีเจอร์ในมือถือของตัวเอง นี่แหละครับการจะซื้ัอมือถือให้เข้ากับการใช้งานที่สุดเรื่องของฟีเจอร์ต่างๆ ก็ต้องให้ความสนใจเช่นกัน หรืออย่างเช่นภาพตัวอย่างด้านบนที่จะเห็นได้ว่ามือถือเครื่องนี้ส่งภาพเข้าไปใน Smart TV ได้นี่ก็เป็นลูกเล่นหรือฟีเจอร์ของมือถือทั้งสิ้น ซึ่งเราควรศึกษาก่อนที่จะไปซื้อ

 

3.หาดีไซน์ที่ใช่

 

134

การซื้อมือถือนั้นก็เหมือนกับการเลือกซื้อเสื้อผ้าสำหรับหลายๆคน ซึ่งบางคนแค่เห็นว่าดีไซน์ของตัวเครื่องไม่โดนใจก็ไม่เอามันซะเลยเหมือนกับเสื้อผ้าที่ไม่สวยเราก็ไม่อยากใส่ ซึ่งจุดนี้ก็แล้วแต่ความชอบส่วนตัวของแต่คนด้วย และเมื่อขึ้นชื่อว่าส่วนตัวแล้วนั่นหมายถึงไม่ควรถามหรือปรึกษากันคนอื่นไม่ว่าใครก็ตาม เพราะว่าเขาอาจจะไม่ได้ชอบเหมือนกันเราและการทักท้วงเล็กๆ น้อยๆ อาจจะทำให้เราพลาดโอกาสที่จะได้มือถือดีๆมาใช้งานไปในที่สุด

ซึ่งดีไซน์ของมือถือในทุกวันนี้นั้นมีหลายแบบให้เลือกซื้อ ไม่ว่าจะเป็นขอบตัวเครื่องเหลี่ยม,หน้าจอขอบโค้ง,ตัวเครื่องครอบด้วยกระจก หรือโลหะ ก็ลช้วนเป็นดีไซน์ของมือถือในทุกวันนี้ ซึ่งตรงเรื่องวัสดุหรือดีไซน์ตัวเครื่องนี่แหละที่จะเป็นตัวกำหนดราคาส่วนหนึ่งของมือถือ เพราะยิ่งใช้วัสดุคุณภาพสูงหรือเกรดพรีเมี่ยมมากเท่าไร ราคามือถือก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง แต่ทุกวันนี้ก็ยังพอหามือถือที่ราคาไม่สูงเกินไปและมาพร้อมกับวัสดุคุณภาพดีได้อยู่

 

มือถือมีกี่ประเภท?

และสำหรับคนที่แยกไม่ออกเลยว่ามือถือนั้นมีกี่ประเภท ผมได้นำตัวอย่างของมือถือประเภทต่างมาให้ชมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งจะแบ่งเป็น 3 ประเภทหลักดังนี้

1.Smartphones

268-h_main-w

มือถือประเภทแรกนั้นได้แก่ Smartphone ซึ่งเป็นมือถือที่เราพบเห็นได้มากที่สุดในทุกวันนี้ เนื่องจากความนิยมของผู้ใช้งาน เพราะมือถือแบบ Smartphone นั้นรองรับการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการทำงานต่างๆ หรือจะเป็นเรื่องของความบันเทิงซึ่งมือถือแบบ Smartphone นั้นสามารถตอบโจทย์ตรงนีั้ได้ เนื่องจาก Smartphone จะมาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ หรือ OS ที่ทำให้เรานั้นสามารถติดตั้งแอปลิเคชั่นเพิ่มเติมได้ และถ้าจะว่าไปแล้ว Smartphone นั้นจัดกว่าเป็นมือถือประเภทที่ให้อิสระกับผู้ใช้งานมากที่สุด ราคาของตัวเครื่องนั้นก็มีตั้งแต่ 2,000 – 30,000 บาทขึ้นไปเลยทีเดียว เช่นเดียวกับสเปคของตัวเครื่องที่มีให้เลือกใช้งานอย่างหลากหลาย

2.Feature Phones

nokia-twitter-feature-phone-screen

 

เป็นประเภทของมือถือที่มีความสามารถรองลงมาจาก Smartphone แต่ก็ยังมาพร้อมกับความสามารถต่างๆ ที่ใกล้เคียงกัน แต่จะแตกต่างกันตรงที่ Feature Phone นั้นจะไม่ได้ใช้ OS หรือระบบปฎิบัติการ อย่างเช่น Android หรือ iOS แต่จะมาพร้อมกับซอฟท์แวร์ที่ทางค่ายมือถือสร้างขึ้นมาเอง และที่สังเกตได้อย่างชัดเจนนั่นคือโดยส่วนมากตัวเครื่องจะมาพร้อมปุ่มกดตัวเลข หรือแป้นพิมพ์ QWERTY อย่างชัดเจน และความสามารถโดยส่วนใหญ่ก็จะมุ่งเน้นไปที่การส่ง E-mail หรือข้อความต่างๆ เป็นหลัก จึงทำให้มือถือประเภทนี้นั้นไม่ต้องการการใช้งานอินเตอร์เน็ตมากเหมือนกับมือถือแบบ Smartphone

3.Basic Phones

the-basic-cell-phone-is-on-its-way-out

เห็นภาพแล้วนึกถึงตอนเด็กๆ ขึ้นมาทันทีเลย เพราะนี่แหละคือ Basic Phones มือถือสมัยคุณแม่ยังสาวๆ ที่ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากโทรเข้า-ออก เท่านั้น ในเรื่องของดีไซน์ตัวเครื่องจึงไม่จำเป็นที่จะต้องมีขนาดใหญ่และราคาตัวเครื่องนั้นเริ่มต้นที่หลักร้อยเท่านั้นเอง แต่ที่น่าสนใจนั่นก็คือความทนทานของตัวเครื่องที่จะเห็นได้ว่ามือถือ Basic Phones ส่วนใหญ่นั้นมาพร้อมกับความทนทานระดับคนเหล็ก อึดไม่ยอมตาย แม้จะหล่นกระแทกพื้นจนชิ้นส่วนกระจัดกระจาย ปุ่มกดไปทาง แบตเตอรี่ไปอีกทาง ก็ยังเก็บมาประกอบใหม่ได้ และบางครั้งตกน้ำก็ยังไม่เป็นไรเลย ซึ่งมือถือประเภทนี้คนมักจะใช้เป็นเครื่องสำรอง ไว้โทรเข้า-ออกอย่างเดียวเสียมากกว่า เพราะด้วยข้อจำกัดที่เยอะมากนั่นเอง

ขนาดหน้าจอเท่าไหร่ดี!!

ทุกวันนี้เรื่องของขนาดหน้าจอนั้นกลายเป็นเรื่องสำคัญอันดันต้นๆ โดยเฉพาะผู้ใช้งานที่เป็นผู้หญิงที่จะชอบมือถือที่หน้าจอใหญ่ๆ มองเห็นได้ถนัดมากกว่ามือถือหน้าจอเล็กๆ โดนเฉพาะเวลาเล่น Facebook มือถือจอใหญ่จะเห็นได้เต็มตามากกว่า และการดู YouTube ก็เช่นเดียวกัน สำหรับขนาดหน้าจอที่คนส่วนใหญ่นิยมซื้อไปใช้งานนั้นแบ่งออกเป็น 3 ช่วงดังนี้

 1.หน้าจอใหญ่ (5.5 นิ้วขึ้นไป)

iphone_6s_plus_review_12

เริ่มกันที่ขนาดแรกได้แก่หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ซึ่งจะเห็นได้ว่ามือถือรุ่นใหม่ๆ ในตอนนี้เริ่มมาพร้อมกับขนาดหน้าจอที่ใหญ่แบบนี้ โดยมีการจัดกลุ่มมือถือทีมีขนาดหน้าจอใหญ่ตั้งแต่ 5.5 นิ้วขึ้นไปว่าเป็น Phablet ที่เกิดจากการนำคำว่า Phone ผลมกับ Tablet จนออกมาเป็น Phablet นั่นเอง ซึ่งข้อดีของหน้าจอขนาดนี้นั่นคือเราสามารถมองได้เต็มตา ไม่ต้องเพ่งสายตามากนัก แต่ก้มีข้อเสียนั่นก็คือการพกพาอย่างเช่นการใส่กระเป๋ากางเกงที่ทำได้ลำบากกว่าเพราะหน้าจอนั้นมีขนาดใหญ่ รวมไปถึงกินพลังงานจากแบตเตอรี่มากว่ารุ่นที่มีหน้าจอขนาดเล็ก และมือถือที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.5 นิ้วนั้นก็อย่างเช่น Huawei GR5 , ASUS Zenfone 2 ,iPhone 6s Plus และอื่นๆอีกมากมาย

2.หน้าจอขนาดกลาง (5.0-5.4 นิ้ว)

Review-OPPO-F1-SpecPhone-00007

และขนาดต่อไปนั้นได้แก่หน้าจอขนาดกลาง ซึ่งมีความใหญ่โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 5.0-5.4 นิ้ว ซึ่งส่วนตัวแล้วผมชอบหน้าจอประมาณนี้มากที่สุดเพราะขนาดของหน้าจอนั้นกำลังดี และการพกพานั้นก็สะดวกกว่าหน้าจอขนาดใหญ่ จะเห็นได้ว่าแม้แต่มือถือเรือธงอย่าง Samsung Galaxy S7 ก็มาพร้อมกับหน้าจอขนาดเพียง 5.1 นิ้วเช่นกัน ในแง่ของการใช้งานนั้นก็ทำได้สะดวกกว่ามากกว่าเพราะยังสามารถใช้งานมือเดียวได้ และมือถือที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาดกลางนั้นได้แก่ Samsung Galaxy S7 , LG G5 , OPPO F1 , Xiaomi Mi 5 เป็นต้น

 

3.หน้าจอขนาดเล็ก (4.5-4.9 นิ้ว)

iphone-6s

จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้ขนาดหน้าจอขั้นต่ำของมือถือโดยเฉลี่ยนั้นอยู่ที่ 4.5 นิ้วขึ้นไป ซึ่งหากผู้ใช้งานเป็นผู้หญิงก็อาจจะชอบขนาดประมาณนี้ เพราะมือผู้หญิงนั้นเล็กกว่ามือของผู้ชาย แต่ก็มีข้อเสียเปรียบเพราะมือถือที่มาพร้อมกัยหน้าจอขนาดประมาณ 4.5 นิ้วโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นมือถือระดับ Entry-Level หรือระดับเริ่มต้นนั่นเอง ในเรื่องของการใช้งานมือถือระดับ Entry Level นั้นยังมีข้อจำกัดหลายอย่างอยู่เหมือนกัน แต่ข้อดีของมือถือหน้าจอเล็กนั่นก็คือเราจะพกไปไหนมาไหนได้สะดวกกว่าพวกมือถือหน้าจอใหญ่่ๆ แต่ก็ไม่เชิงว่าจะไม่มีมือถือดีๆ ที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาดเล็กเพราะยังเห็นได้ว่ามือถือชั้นนำอย่าง iPhone 6 และ 6s นั้นยังมาพร้อมกับขนาดหน้าจอที่ 4.7 นิ้ว

เลือกจากเทคโนโลยีหน้าจอ!!

samsung-galaxy-s6-9349

นอกจากเรื่องของขนาดหน้าจอแล้วเรื่องของเทคโนโลยีหน้าจอนั้นก็เป็นสิ่งที่เราควรให้ความสนใจเหมือนกันนะ เพราะทุกวันนี้เทคโนโลยีหน้าจอนั้นมีหลากหลายประเภทให้เราเลือกใช้งาน และประเภทของหน้าจอนั้นมีดังต่อไปนี้

หน้าจอ LCD

เป็นหน้าจอที่ใช้งานในมือถือมาอย่างนานสำหรับหน้าจอแบบ LCD (Liquid Crystal Display) ซึ่งทุกวันนี้หน้าจอ LCD ในมือถือนั้นรองรับความละเอียดสุงสุดที่ 2,560 x 1,440 พิกเซล (มีเพียง Sony Xperia Z5 Premium ที่มีหน้าจอความละเอียด 4K) ซึ่งจุดเด่นของหน้าจอ LCD นั่นก็คือสีสันที่ออกมาอย่างธรรมชาติมากกว่าหน้าจอแบบ เอาเป็นว่าใช้งานทั่วไปหน้าจอ LCD นั้นก็ตอบโจทย์เป็นอย่างดีแล้ว

 หน้าจอ Retina 

และเทคโนโลยีหน้าจอแบบที่สองนั้นได้แก่ Retina Display จาก Apple ซึ่ง Apple ได้นำเทคโนโลยีนี้มาใช้งานใน iPhone ตั้งแต่ iPhone 4 ขึ้นไป และหน้าจอของ iPhone นั้นมีความละเอียดขั้นต่ำอยู่ที่ 326 ppi ซึ่งก็ถือว่าความคมชัดนั้นกำลังดี ข้อสังเกตของ Retina Display ก็คือมันเป็นชื่อเรียกของหน้าจอที่มีความหนาแน่นของเม็ดพิกเซลที่เหมาะสมกับขนาดหน้าจอ โดยอิงจากขนาดหน้าจอเป็นหลัก เพราะฉะนั้นมือถือแอนดรอย แม้จะไม่เรียกว่า Retina Display แต่ในแง่ของการใช้งานจริง ที่ความละเอียดระดับ Full HD บนหน้าจอขนาด 5 นิ้วขึ้นไป หรือความละเอียด HD บนหน้าจอที่ขนาดต่ำกว่า 4.7 นิ้วลงไป ก็จะมีความคมชัดพอๆ กับหน้าจอ Retina Display ของ Apple ครับ เพราะค่าความหนาแน่นของเม็ดพิกเซลนั้นสูงกว่าที่สายตาของเราจะมองเห็นเป็นเม็ดเหลี่ยมๆ นั่นเอง

 หน้าจอ AMOLED

และก็มาถึงเทคโนโลยีที่คาดว่าจะมาแทนหน้าจอแบบ LCD นั้นก็คือหน้าจอแบบ AMOLED (Active Matrix Organic Light-Emitting Diode Displays) ที่แสดงสีสันออกมาได้สดใสกว่า เนื่องหน้าจากจอประเภทนี้ไม่ต้องการแสงจากพื้นหลังเนื่องจากทุกพิกเซลนั้นสามารถผลิตแสงออกมาได้ด้วยตัวเอง ทำให้โดยรวมแล้วหน้าจอแบบ AMOLED จะมีคอนทราสที่สูงกว่าหน้าจอ LCD ซึ่งผลดีก็คือจะแสดงผลได้แม่นยำกว่าอย่างเช่นสีดำที่ดำมืดสนิทนั่นเอง

 

ฟันธงจากแบรนด์และความเร็ว CPU!! 

chip-tiny-625_1_1

เคยได้ยินไหมครับว่า CPU คือหัวใจของมือถือ และนั่นคือความจริงที่สุด โดยหลักการทำงานของซีพียูนั่นคือการประมวลผลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ประมวลผลอะไรบ้าง? พูดง่ายๆ ก็คือทำทุกอย่างที่เกี่ยวกับการประมวลผล เช่นติดตั้งแอปพลิเคชั่น รันแอปพลิเคชั่น ซึ่งทุกวันนี้ตัดสินกันที่ความเร็วของซีพียูที่ใช้หน่วยเป็นกิกกะเฮิร์ทซ (GHz) เรียกว่าใครเร็วกว่า ก็เหนือกว่า ซึ่งสิ่งที่จะชี้วัดได้นั่นก็คือคะแนนที่ได้จากการทดสอบประสิทธิภาพนั่นเอง จะเห็นว่ายิ่งเป็นซีพียูรุ่นเก่าๆ คะแนนที่ได้ก็จะน้อยลงไปตามลำดับ ซึ่งซีพียูที่ได้รับความนิยมในการนำมาใช้งานในมือถือได้แก่ซีพียูจาก 4 แบรนด์ดังต่อไปนี้

Qualcomm Snapdragon

eb3zqlz4i2ipdtowdldj

เรียกว่าเป็นราชาของซีพียูทั้งหมดในตอนนี้ ซีพียูจาก Qualcomm จำนวนมหาศาลถูกใช้ในมือถือ Android และ Windows phones ทั่วโลกแต่กปัญหาเรื่องความร้อนที่เกินขึ้นกับ Snapdragon 810 ทำให้ Qualcomm พบกับช่วงเวลาลำบาก แต่การเปิดตัวของ Snapdragon 820 เมื่อไม่นานมานี้ทำให้ Qualcomm กลับมาทวงบัลลังค์ของตัวเองคืนได้อีกครั้ง

Apple A9

apple-a9-600

ซีพียูรุ่นล่าสุดจาก Apple ที่ปรากฎอยู่ใน  iPhone 6S and 6S Plus ด้วยระบบประมวลผลแบบ 64-bit ที่ทาง Apple ได้ยืนยันว่าชิปเซ็ทรุ่นใหม่นี้เร็วกว่าชิป Apple A8 ถึง 70% และเป็นชิปที่เร็วที่สุดของ Apple ในตอนนี้อีกด้วย

Samsung Exynos

 

samsung_exynos_8_octa_soc_official

ข้ามมาที่ฝั่ง Asia ของเรากันบ้าง Samsung ก็เป็นอีกหนึ่งผู้ผลิตที่มีซีพียูเป็นของตัวเอง และในทุกวันนี้ได้มีการพัฒนาชิป Exynos เพิ่มมากขึ้น อย่างเช่นล่าสุดที่ Samsung ใช้ชิปเซ็ท Exynos 8890 ใน Samsung Galaxy S7 ซึ่งซีพียูรุ่นดังกล่าวนั้นเคยได้รับกระแสความสนใจด้วยคะแนน Benchmark ทะลุ 100,000 คะแนนเลยทีเดียว

MediaTek

mediatek-chip-2_thumb

MediaTek จัดได้ว่าเป็นคู่แข่งตัวฉกาจกับทาง Qualcomm ซึ่งเราจะพบเห็นชิปจาก MediaTek ได้ในมือถือ่ที่วางจำหน่ายในทวีปเอเชียเป็นส่วนใหญ่ แต่ซีพียูจาก MediaTek นั้นประมวลผลด้านกราฟฟิกได้ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก จึงทำให้ยังเป็นรองผู้ผลิตเจ้าอื่นๆ อยู่เหมือนกัน แต่ก็ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าชิปจาก MediaTek นั้นจะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำได้หรือเปล่า?

 

แบตอึดไว้ก่อน!!

Smartphone-Battery-2-e1440398819732

เรื่องของแบตเตอรี่นั้นก็มองข้ามไปไม่ได้เช่นเดียวกัน เพราะปัญหาที่น่าเบื่อมากๆ สำหรับคนใช้มือถือนั่นก็คือแบตเตอรี่หมดในช่วงเวลาคับขัน หรือในช่วงเวลาที่ไม่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ ซึ่งวิธีแก้เบื้องต้นก็คือการซื้อ Power Bank มาใช้งาน ซึ่งก็แก้ปัญหาได้แค่เพียงชั่วคราว และต้องคอยมานั่งชาร์จ Power Bank อีก ทางออกง่ายๆ ที่ดีกว่านั่นคือซื้อมือที่มีความจุแบตเตอรี่เยอะๆ มาใช้งาน

ซึ่งในทุกวันนี้มีมือถือหลายรุ่นที่มาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีความจุมากกว่ามือถือทั่วๆไปที่เราใช้งาน เช่น Huawei Mate 8 ที่มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 4,000 mAh หรือ ASUS Zenfone Max มือถือราคาเบาๆ ที่มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh และมือถือเรือธงอย่าง Samsung Galaxy S7 Edge ก็มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 3,700 mAh อีกด้วย

 

ถ่ายรูปสวยไว้ก่อน!!

iphone-6s-08

นอกจากเรื่องของแบตเตอรี่แล้ว เรื่องของกล้องถ่ายภาพนั้นก็เป็นจุดเด่นของมือถือยุคนี้ด้วยเช่นกัน และมีผู้ใช้งานจำนวนไม่น้อยที่เลือกซื้อมือถือที่สามารถถ่ายภาพแบบความละเอียดสูงได้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าทุกวันนี้ไม่ว่ามือถือแบรนด์ใดก็มักจะมาพร้อมกับกล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซลกันหมด ซึ่งในบางครั้งภาพที่ถ่ายออกมาจากกล้องความละเอียดขนาด 13 ล้านพิกเซลนั้นกลับดูดีกว่าภาพที่ถ่ายออกมาจากกล้องความละเอียด 20 ล้านพิกเซลก็มี

iphone-6-plus-austin-mann-camera-reviewนอกจากเรื่องของความละเอียดแล้ว คุณภาพของเลนส์หรือเซนเซอร์ที่ใช้เราก็ควรจะศึกษาเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน เพื่อให้ได้มือถือที่ดีที่สุดมาใช้งานนั่นเอง และที่สำคัญคือเราจะไม่ตกเป็นเหยื่อของโฆษณาชวนเชื่อ ดังนั้นถ้าจะเลือกซื้อมือถือที่มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงๆ ก็ต้องดูภาพรวมของประสิทธิภาพการทำงานในส่วนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน เพราะหากซีพียูทำงานช้าโอกาสที่เราจะได้ภาพสวยๆ ก็น้อยถึงแม้ว่ากล้องจะมีคุณภาพขนาดไหนก็ตาม แถมเดี๋ยวนี้ยังมีเทคโนโลยีเกี่ยวกับกล้องมือถือที่แต่ละค่ายยัดเข้ามาอีก ไม่ว่าจะเป็นกันสั่น OIS, ระบบโฟกัสด้วยเลเซอร์, ระบบโฟกัสแบบ PDAF, ระบบโฟกัสแบบไฮบริด เป็นต้น

 

เลือกที่ผู้ให้บริการ!!

โอเปอเรเตอร์

หลายคนอาจจะงงว่าการซื้อมือถือใหม่มันเกี่ยวอะไรกับผู้ให้บริการเครือข่ายในบ้านเรา ถ้าคุณไม่เคยคิดถึงตรงจุดนี้เลยแสดงว่าคุณพลาดโอกาสดีๆ มานานแล้ว ก่อนอื่นให้ลองสังเกตว่าเวลามีมือถือระดับเรือธง หรืออาจจะเป็นรุ่นที่น่าสนใจมาเปิดตัวในบ้านเรา ผู้ให้บริการเครือข่ายทั้งสามเจ้านี่แหละครับที่จะทำให้เราเป็นฝ่ายได้เปรียบ เนื่องจากทางเครือข่ายจะต้องจัดโปรโมชั่นมาดึงลูกค้ากันอยู่เรื่อยๆ ผู้ใช้งานอย่างเราๆ ก็แค่รอจังหวะให้รู้สึกว่ามันคุ้มพอที่จะเสียเงิน

ซึ่งความคุ้มนี่ก็แล้วแต่คนมองว่าจุดไหนที่เรียกว่าคุ้ม ยกตัวอย่างเช่น ได้ของแถมดีๆ โปรโมชั่นรายเดือนถูก หรืออาจจะเป็นรุ่นใหม่ออกเอารุ่นเก่าไปเทิร์นได้ อะไรแบบนี้ ซึ่งก็แล้วแต่ทางผู้ให้บริการเครือข่ายว่าจะจัดโปรโมชั่นออกมาในลักษณะใด และท้ายที่สุดนั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเราว่าจะซื้อยังไงให้คุ้มที่สุด และผมเชื่อว่าการนำวิธีเหล่านี้ไปซื้อมือถือเครื่องใหม่ จะทำให้คุณได้มือถือที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด

 ภาพตัวอย่างโปรโมชั่น

wide_iris505Screenshot_2promotion-3

 

อ้างอิง Cnet

0 Comments

แสดงความคิดเห็น

*ข้อความหรือข้อความที่แสดงในโฟส เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นในระบบโดยอัตโนมัติจากสมาชิก ซึ่งทีมงานไม่ได้มีส่วนหรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ หากพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อดำเนินการต่อไป..