ถึงแม้ว่าในปัจจุบันเทคโนโลยีจะเข้าสู่ยุคสมาร์ตโฟนหน้าจอพับ หรือการทำงานร่วมกับ AI แต่ตลาดมือถือปุ่มกดหรือฟีเจอร์โฟนก็ยังมีคนใช้งานกับอีกเยอะพอสมควร สำหรับคนที่อยากได้ความเรียบง่าย เน้นการเน้นโทรเข้า-ออก และต้องการแบตที่ใช้งานได้ยาวๆ หลายวัน ล่าสุด HMD เตรียมต่อยอดพัฒนา HMD 102 4G Pro รุ่นใหม่ที่อัปเกรดจากรุ่นเดิมให้ใช้งานได้คุ้มขึ้น เหมาะสำหรับใช้เป็นเครื่องสำรอง หรือผู้สูงอายุที่ต้องการมือถือที่ไม่ซับซ้อน
โดยบ้านเราที่มีฟีเจอร์โฟนของ HMD ขายอย่างเป็นทางการก็คือรุ่น HMD 105 4G ในราคา 990 บาทเท่านั้น สั่งซื้อที่ Shopee/ Lazada
หลุดสเปค HMD 102 4G Pro

ข้อมูลนี้มาจากแหล่งข่าวอย่าง smashx_60 ที่ได้เผยว่าจุดเด่นของ HMD 102 4G Pro ก็คือการเปลี่ยนมาใช้ระบบสองซิมแบบ Dual Standby บนเครือข่าย 4G LTE ทำให้สามารถเปิดใช้งานได้สองหมายเลขพร้อมกัน และรองรับเทคโนโลยี VoLTE ที่ส่งสัญญาณเสียงพูดคุยคมชัดระดับ HD ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากในยุคที่ผู้ให้บริการค่ายต่างๆ ทั่วโลกเริ่มทยอยยุติการให้บริการสัญญาณ 2G และ 3G ไปแล้ว


นอกจากนี้ HMD 102 4G Pro ยังได้อัปเกรดชิปประมวลผลมาใช้ Unisoc 8910FF-S ขยับความจุ RAM จาก 16MB เป็น 24MB และเพิ่มพื้นที่ความจุขึ้นสองเท่าจาก 24MB เป็น 48MB เพื่อให้ระบบทำงานได้ดีขึ้น พร้อมกับขยายขนาดแบตเตอรี่เพิ่มจาก 1,000 mAh เป็น 1,200 mAh ทำให้การเปิดเครื่องรอรับสาย และการโทรได้ยาวนานขึ้นกว่าเดิม
ส่วนเรื่องการดีไซน์ ตัวเครื่องยังคงเน้นความกะทัดรัด จับถนัดมือ และมาพร้อมการกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP52 ช่วยเพิ่มความทนทานต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อีกระดับ หน้าจอเป็นแบบ LCD ขนาด 2.0 นิ้ว ความละเอียด 160×120 พิกเซล ส่วนกล้องด้านหลังมีการอัปเกรดความละเอียดขึ้นเป็น 0.3MP แบบ VGA จากรุ่นมาตรฐานที่มีความละเอียดเพียง 0.08MP ก็คือถ่ายได้แบบทั่วไปพอเห็นภาพนั่นแหละ
HMD 102 4G Pro ทำงานบนระบบปฏิบัติการ S30+ ที่มีหน้าตาเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน มีฟีเจอร์เพื่อความบันเทิงพื้นฐานมาให้ครบ เช่น เครื่องเล่นเพลง MP3, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม., รองรับ Bluetooth, ช่องใส่การ์ด MicroSD สำหรับเพิ่มความจุ และขาดไม่ได้กับเกมงูในตำนาน
ส่วนวันเปิดตัวทาง HMD ยังไม่ได้ออกมาบอกว่าจะเปิดตัววันไหน หรือราคาที่วางขายอย่างเป็นทางการจะมีเท่าไหร่ แต่คาดว่าฟีเจอร์โฟนรุ่นนี้จะมีราคาที่เข้าถึงได้ง่าย และเตรียมลุยตลาดกลุ่มประเทศที่ยังขายฟีเจอร์โฟน 4G คุณภาพดีในเร็วๆ นี้
ที่มา: gizmochina
