ในที่สุด Samsung ก็เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ในซีรีส์ Samsung Galaxy S10 ออกมาเรียบร้อยแล้วครับ โดยมีด้วยกัน 3 รุ่นย่อยตามข่าวลือนั่นคือ

  • Samsung Galaxy S10
  • Samsung Galaxy S10+
  • Samsung Galaxy S10e

รวมถึงอีกหนึ่งรุ่นพิเศษนั่นคือ Samsung Galaxy S10 5G ด้วย โดยราคาของแต่ละรุ่นที่ขายในไทยมีดังนี้

  • Samsung Galaxy S10e แรม 6GB สตอเรจ 128GB ราคา 26,900 บาท
  • Samsung Galaxy S10 แรม 8GB สตอเรจ 128GB ราคา 31,900 บาท
  • Samsung Galaxy S10+ แรม 8GB สตอเรจ 128GB ราคา 35,900 บาท
  • Samsung Galaxy S10+ แรม 8GB สตอเรจ 512GB ราคา 44,900 บาท
  • Samsung Galaxy S10+ แรม 12GB สตอเรจ 1TB ราคา 55,900 บาท

Samsung Galaxy S10, S10+ และ S10e มีให้เลือกทั้งรุ่นที่เป็นซิมเดียวและสองซิม (คาดว่าประเทศไทยน่าจะนำรุ่นสองซิมเข้ามาจำหน่าย)

Samsung Galaxy S10, S10+ และ S10e มาพร้อมฟีเจอร์ Wireless PowerShare ที่สามารถชาร์จแบตให้กับอุปกรณ์อื่นแบบไร้สายได้ รวมถึงตัวเครื่องเองยังรองรับการชาร์จไร้สายแบบ Wireless Charging 2.0 ที่สามารถชาร์จได้เร็วกว่าเดิมด้วย

ซึ่งรายละเอียดของแต่ละรุ่นจากในงานเปิดตัวมีดังนี้

 

Samsung Galaxy S10

 

Samsung Galaxy S10 ได้รับการออกแบบในสไตล์ที่เป็นการนำดีไซน์ของ S9 และ Note 9 มาปรับปรุง โดยมีจุดเด่นคือหน้าจอ Infinity Screen ที่เกือบเต็มเครื่อง ส่วนกล้องหน้าก็เลือกวางเป็นจุดกลมตรงมุมขวาบนของจอ ทำให้สามารถใช้พื้นที่แสดงผลได้ดูเต็มตากว่าการออกแบบให้มีแถบ notch ด้านบน ส่วนด้านหลังก็เลือกวางกล้องหลังทั้ง 3 ตัวในแนวนอนเหมือนกับใน Note 9

สำหรับสเปค Samsung Galaxy S10 ก็เป็นไปตามนี้เลย

  • ชิปประมวลผล Exynos 9820
  • แรมและพื้นที่เก็บข้อมูล มีให้เลือกทั้ง
    • 8GB / 128GB
  • มีช่อง microSD
  • หน้าจอ Infinity-O Display แบบ Dynamic AMOLED ขอบโค้งขนาด 6.1″ ความละเอียดระดับ QHD+ (3040 x 1440) รองรับการแสดงสีได้ตามมาตรฐาน DCI-P3 ผ่านมาตรฐานการแสดงผลแบบ HDR10+
  • กระจกหน้าจอ Gorilla Glass 6
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือระบบอัลตร้าโซนิคแบบฝังในจอ รองรับเทคโนโลยี FIDO (ตัดฟีเจอร์สแกนม่านตาออก)
  • กล้องหลัง 3 ตัว พร้อมระบบ AI รองรับระบบกันสั่นแบบ OIS แบ่งเป็น
    • กล้องหลัก 12 ล้านพิกเซล สามารถปรับรูรับแสงได้ระหว่าง f/1.5 และ f/2.4
    • กล้องเลนส์อัลตร้าไวด์ 16 ล้านพิกเซล ความกว้างขององศาการรับภาพอยู่ที่ 123 องศา f/2.2
    • กล้องเลนส์เทเล 12 ล้านพิกเซล ซูมได้ 2 เท่า ความกว้างขององศาการรับภาพอยู่ที่ 45 องศา f/2.4
  • เพิ่มโหมด Bright Night สำหรับถ่ายภาพในที่มีแสงน้อย
  • รองรับการถ่ายวิดีโอในแบบ HDR10+
  • กล้องหน้าตัวเดียว มาพร้อมเทคโนโลยี Dual Pixel ที่ช่วยในการโฟกัส ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล f/1.9
  • แบตเตอรี่ความจุ 3400 mAh รองรับการชาร์จเร็วที่มาตรฐาน QC2.0 และ AFC
  • ตัวเครื่องสามารถชาร์จแบบไร้สายได้ด้วยเทคโนโลยี Fast Wireless Charging 2.0 (มากกว่า 10W)
  • รองรับการชาร์จไฟแบบไร้สายให้อุปกรณ์อื่น (Wireless PowerShare) เช่น ชาร์จให้นาฬิกา หูฟัง และมือถือที่รองรับการชาร์จไร้สายตามมาตรฐาน Qi
  • รองรับ Wi-Fi 6
  • ลำโพงตัวเครื่องเป็นแบบสเตอริโอ ได้รับการจูนโดย AKG รองรับระบบเสียง Dolby Atmos 3D
  • ตัวเครื่องยังคงมีพอร์ตเสียบแจ็คหูฟังขนาด 3.5 มม. อยู่
  • ขอบเครื่องทำมาจากอลูมิเนียมซีรีส์ 7000 ที่มีความทนทานสูง
  • กันน้ำกันฝุ่นได้ระดับ IP68
  • ถาดซิมแบบไฮบริด
  • มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie)
  • Samsung Galaxy S10 มีให้เลือก 3 สี ได้แก่
    • สีขาว (Prism White)
    • สีดำ (Prism Black)
    • สีเขียว (Prism Green)

  • ราคา Samsung Galaxy S10 ในงานเปิดตัวเริ่มต้นที่ $899

  • ราคา Samsung Galaxy S10 ในไทยเริ่มต้นที่ 31,900 บาท

 

Samsung Galaxy S10+

ส่วนของ Samsung Galaxy S10+ จะเป็นรุ่นที่อัพเกรดขึ้นมาจาก Galaxy S10 ในหลายจุด ซึ่งส่งผลถึงฟีเจอร์การทำงานบางส่วนที่เพิ่มเข้ามาเป็นพิเศษให้กับ S10+ ด้วย แต่โดยรวมแล้ว ชิปประมวลผล เทคโนโลยีหน้าจอจะเหมือนกับ S10 แทบทั้งหมด

ส่วนจุดที่ช่วยให้แยกความแตกต่างระหว่าง S10 และ S10+ ได้ง่ายที่สุดก็คือกล้องหน้าครับ เนื่องจาก S10 จะมีกล้องหน้าแค่ตัวเดียว ส่วน S10+ จะมีกล้องหน้าด้วยกัน 2 ตัว สำหรับสเปคของ Samsung Galaxy S10+ ก็มีดังนี้

  • ชิปประมวลผล Exynos 9820
  • แรมและพื้นที่เก็บข้อมูล มีให้เลือกทั้ง
    • 8GB / 128GB ราคา 35,900 บาท
    • 8GB / 512GB (เฉพาะรุ่นฝาหลังเซรามิก) ราคา 44,900 บาท
    • 12GB / 1TB (เฉพาะรุ่นฝาหลังเซรามิก) ราคา 55,900 บาท
  • มีช่อง microSD
  • หน้าจอ Infinity-O Display แบบ Dynamic AMOLED ขอบโค้งขนาด 6.4″ ความละเอียดระดับ QHD+ (3040 x 1440) รองรับการแสดงสีได้ตามมาตรฐาน DCI-P3 ผ่านมาตรฐานการแสดงผลแบบ HDR10+
  • กระจกหน้าจอ Gorilla Glass 6
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือระบบอัลตร้าโซนิคแบบฝังในจอ รองรับเทคโนโลยี FIDO (ตัดฟีเจอร์สแกนม่านตาออก)
  • กล้องหลัง 3 ตัว พร้อมระบบ AI รองรับระบบกันสั่นแบบ OIS แบ่งเป็น
    • กล้องหลัก 12 ล้านพิกเซล สามารถปรับรูรับแสงได้ระหว่าง f/1.5 และ f/2.4 รองรับระบบกันสั่นแบบ OIS
    • กล้องเลนส์อัลตร้าไวด์ 16 ล้านพิกเซล ความกว้างขององศาการรับภาพอยู่ที่ 123 องศา f/2.2
    • กล้องเลนส์เทเล 12 ล้านพิกเซล ซูมได้ 2 เท่า ความกว้างขององศาการรับภาพอยู่ที่ 45 องศา f/2.4
  • เพิ่มโหมด Bright Night สำหรับถ่ายภาพในที่มีแสงน้อย
  • รองรับการถ่ายวิดีโอในแบบ HDR10+
  • กล้องหน้า 2 ตัว
    • กล้องหลัก 10 ล้านพิกเซลมาพร้อมเทคโนโลยี Dual Pixel ที่ช่วยในการโฟกัส ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล f/1.9
    • กล้องอีกตัวความละเอียด 8 ล้านพิกเซล RGB ใช้สำหรับเก็บข้อมูลระยะห่างจากวัตถุ f/2.2
  • แบตเตอรี่ความจุ 4100 mAh รองรับการชาร์จเร็วที่มาตรฐาน QC2.0 และ AFC
  • ตัวเครื่องสามารถชาร์จแบบไร้สายได้ด้วยเทคโนโลยี Fast Wireless Charging 2.0 (มากกว่า 10W)
  • รองรับการชาร์จไฟแบบไร้สายให้อุปกรณ์อื่น (Wireless PowerShare) เช่น ชาร์จให้นาฬิกา หูฟัง และมือถือที่รองรับการชาร์จไร้สายตามมาตรฐาน Qi
  • รองรับ Wi-Fi 6
  • ลำโพงตัวเครื่องเป็นแบบสเตอริโอ ได้รับการจูนโดย AKG รองรับระบบเสียง Dolby Atmos 3D
  • ตัวเครื่องยังคงมีพอร์ตเสียบแจ็คหูฟังขนาด 3.5 มม. อยู่
  • ขอบเครื่องทำมาจากอลูมิเนียมซีรีส์ 7000 ที่มีความทนทานสูง
  • ภายในมีเทคโนโลยี Vapor Chamber สำหรับช่วยระบายความร้อน
  • ฝาหลังมีพื้นผิวให้เลือกสองแบบ คือแบบกระจกและแบบเซรามิก
  • กันน้ำกันฝุ่นได้ระดับ IP68
  • ถาดซิมแบบไฮบริด
  • มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie)
  • Samsung Galaxy S10+ มีให้เลือก 5 สี ได้แก่
    • สีขาว (Prism White)
    • สีดำ (Prism Black)
    • สีเขียว (Prism Green)
    • สีขาว (Ceramic White)
    • สีดำ (Ceramic Black)

  • ราคา Samsung Galaxy S10+ ในงานเปิดตัวเริ่มต้นที่ $999

  • ราคา Samsung Galaxy S10+ ในไทยเริ่มต้นที่ 35,900 บาท

 

Samsung Galaxy S10e

 

ด้านของ Samsung Galaxy S10e นั้นถูกวางเป็นรุ่นราคาไม่สูงมาก แต่ยังคงได้สเปคและดีไซน์ที่ใกล้เคียงกับ Galaxy S10 อยู่ โดยสเปคของ Samsung Galaxy S10e มีดังนี้

  • ชิปประมวลผล Exynos 9820 / Snapdragon 855
  • แรมและพื้นที่เก็บข้อมูล มีให้เลือกทั้ง
    • 6GB / 128GB
  • มีช่อง microSD
  • หน้าจอ Infinity-O Display แบบ Dynamic AMOLED แบบเรียบขนาด 5.8″ ความละเอียดระดับ FHD+ (2280 x 1440) รองรับการแสดงสีได้ตามมาตรฐาน DCI-P3 ผ่านมาตรฐานการแสดงผลแบบ HDR10+
  • กระจกหน้าจอ Gorilla Glass 5
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังอยู่ด้านข้างจอ

  • กล้องหลัง 2 ตัว พร้อมระบบ AI รองรับระบบกันสั่นแบบ OIS แบ่งเป็น
    • กล้องหลัก 12 ล้านพิกเซล สามารถปรับรูรับแสงได้ระหว่าง f/1.5 และ f/2.4
    • กล้องเลนส์อัลตร้าไวด์ 16 ล้านพิกเซล ความกว้างขององศาการรับภาพอยู่ที่ 123 องศา f/2.2
  • เพิ่มโหมด Bright Night สำหรับถ่ายภาพในที่มีแสงน้อย
  • รองรับการถ่ายวิดีโอในแบบ HDR10+
  • กล้องหน้าตัวเดียว มาพร้อมเทคโนโลยี Dual Pixel ที่ช่วยในการโฟกัส ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล f/1.9
  • แบตเตอรี่ความจุ 3100 mAh รองรับการชาร์จเร็วที่มาตรฐาน QC2.0 และ AFC
  • ตัวเครื่องสามารถชาร์จแบบไร้สายได้ด้วยเทคโนโลยี Fast Wireless Charging 2.0 (มากกว่า 10W)
  • รองรับการชาร์จไฟแบบไร้สายให้อุปกรณ์อื่น (Wireless PowerShare) เช่น ชาร์จให้นาฬิกา หูฟัง และมือถือที่รองรับการชาร์จไร้สายตามมาตรฐาน Qi
  • รองรับ Wi-Fi 6
  • ลำโพงตัวเครื่องเป็นแบบสเตอริโอ ได้รับการจูนโดย AKG รองรับระบบเสียง Dolby Atmos 3D
  • ตัวเครื่องยังคงมีพอร์ตเสียบแจ็คหูฟังขนาด 3.5 มม. อยู่
  • ขอบเครื่องทำมาจากอลูมิเนียมซีรีส์ 7000 ที่มีความทนทานสูง
  • กันน้ำกันฝุ่นได้ระดับ IP68
  • ถาดซิมแบบไฮบริด
  • มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie)
  • Samsung Galaxy S10e มีให้เลือก 5 สี ได้แก่
    • สีขาว (Prism White)
    • สีดำ (Prism Black)
    • สีเขียว (Prism Green)
    • สีน้ำเงิน (Prism Blue)
    • สีเหลือง (Canary Yellow)

  • ราคา Samsung Galaxy S10e เริ่มต้นที่ $749
  • ราคา Samsung Galaxy S10e ในไทย 26,900 บาท

 

Samsung Galaxy S10 5G

เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่มาเหนือความคาดหมาย กับการเปิดตัวเป็นครั้งแรกของมือถือจาก Samsung Galaxy S10 ที่รองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G (ที่อยู่ในระหว่างการพัฒนาและทดสอบ) คุณสมบัติเด่นของ Samsung Galaxy S10 5G นั้นก็คือความสามารถในการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G ในอนาคต ส่วนสเปคอื่น ๆ ตอนนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันแบบ 100% แต่หลัก ๆ แล้วจะใกล้เคียงกับ Samsung Galaxy S10+ เลยครับ

  • ชิปประมวลผล Snapdragon 855 พร้อมชิปกราฟิก Adreno 640
  • แรม 8 GB พื้นที่เก็บข้อมูล 256 GB
  • หน้าจอ Infinity-O Display แบบ Dynamic AMOLED ขอบโค้งขนาด 6.7″ ความละเอียดระดับ QHD+ (3040 x 1440) รองรับการแสดงสีได้ตามมาตรฐาน DCI-P3 ผ่านมาตรฐานการแสดงผลแบบ HDR10+
  • กระจกหน้าจอ Gorilla Glass 6
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือระบบอัลตร้าโซนิคแบบฝังในจอ รองรับเทคโนโลยี FIDO (ตัดฟีเจอร์สแกนม่านตาออก)
  • กล้องหลัง 4 ตัว พร้อมระบบ AI รองรับระบบกันสั่นแบบ OIS แบ่งเป็น
    • กล้องหลัก 12 ล้านพิกเซล สามารถปรับรูรับแสงได้ระหว่าง f/1.5 และ f/2.4 รองรับระบบกันสั่นแบบ OIS
    • กล้องเลนส์อัลตร้าไวด์ 16 ล้านพิกเซล ความกว้างขององศาการรับภาพอยู่ที่ 123 องศา f/2.2
    • กล้องเลนส์เทเล 12 ล้านพิกเซล ซูมได้ 2 เท่า ความกว้างขององศาการรับภาพอยู่ที่ 45 องศา f/2.4
    • กล้องสำหรับเก็บข้อมูล 3D depth
  • เพิ่มโหมด Bright Night สำหรับถ่ายภาพในที่มีแสงน้อย
  • รองรับการถ่ายวิดีโอในแบบ HDR10+
  • กล้องหน้า 2 ตัว
    • กล้องหลัก 10 ล้านพิกเซลมาพร้อมเทคโนโลยี Dual Pixel ที่ช่วยในการโฟกัส ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล f/1.9
    • กล้องอีกตัวความละเอียด 8 ล้านพิกเซล RGB ใช้สำหรับเก็บข้อมูลระยะห่างจากวัตถุ f/2.2
  • แบตเตอรี่ความจุ 4500 mAh รองรับการชาร์จเร็วที่มาตรฐาน QC2.0 และ AFC
  • ตัวเครื่องสามารถชาร์จแบบไร้สายได้ด้วยเทคโนโลยี Fast Wireless Charging 2.0 (มากกว่า 10W)
  • รองรับการชาร์จไฟแบบไร้สายให้อุปกรณ์อื่น (Wireless PowerShare) เช่น ชาร์จให้นาฬิกา หูฟัง และมือถือที่รองรับการชาร์จไร้สายตามมาตรฐาน Qi
  • รองรับ Wi-Fi 6
  • ลำโพงตัวเครื่องเป็นแบบสเตอริโอ ได้รับการจูนโดย AKG รองรับระบบเสียง Dolby Atmos 3D
  • ตัวเครื่องยังคงมีพอร์ตเสียบแจ็คหูฟังขนาด 3.5 มม. อยู่
  • ขอบเครื่องทำมาจากอลูมิเนียมซีรีส์ 7000 ที่มีความทนทานสูง
  • กันน้ำกันฝุ่นได้ระดับ IP68
  • มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie)

สำหรับกำหนดการวางจำหน่าย และราคาของ Samsung Galaxy S10 5G นั้น ต้องรอดูข้อมูลกันอีกครั้งนะครับ

 

 

Share on facebook
Share on twitter
ZeroSystem

ZeroSystem

Follow us on Social Media

Popular Post