หลังจากที่ vivo ได้เปิดตัว vivo S1 ไปนั้นก็ได้มีการเปิดตัวรุ่นอัพเกรดอย่าง vivo S1 Pro เพิ่มเข้ามา ทั้งเปลี่ยน CPU เป็น Snapdragon 665 และกล้องหลัง 4 ตัวความละเอียด 48MP นอกจากนี้ยังเปลี่ยนดีไซน์ใหม่โดยจัดวางกล้องแบบ Diamond อีกด้วย ซึ่งการอัพเกรดนี้นับว่าใหญ่พอสมควรเมื่อเทียบกับราคาที่เพิ่มขึ้นเพียง 1,000 บาท โดยในที่สุดทาง Specphone เราก็ได้เครื่องมาทดสอบกับเขาบ้างแล้ว สำหรับการรีวิวจะเป็นอย่างไรบ้างไปชมกันครับ

สเปคของ vivo S1 Pro

  • หน้าจอแสดงผล Super AMOLED Halo FullView Display ขนาด 6.38 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ครอบทับด้วยกระจกขอบโค้งแบบ 2.5D และรองรับฟังก์ชัน Always On Display
  • ชิป Snapdragon 665
  • RAM 8GB
  • หน่วยความจำ 128GB
  • กล้องหลัง AI Quad Camera
    • กล้องหลัก 48MP f/1.8 (Samsung GM1)
    • กล้อง Ultrawide 8MP f/2.2
    • กล้อง Macro 2MP f/2.4 ถ่ายภาพระยะใกล้สุดที่ 4 cm.
    • กล้อง Depth 2MP f/2.4
  • กล้องหน้าเซลฟี่ 32MP f/2.0
  • ช่องเสียบหุฟัง 3.5 mm.
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย Funtouch OS 9.2
  • แบตเตอรี่ขนาด 4,500 mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว Dual engine fast charging 18W
  • มีให้เลือกสองสี คือ สี Knight Black และ Fancy Sky
  • ราคา 9,999 บาท

สำหรับภายในกล่องนั้นมีของแถมมาให้ครบตามมาตราฐานคือ เคส TPU แบบใส, อแดปเตอร์ชาร์จไฟที่รองรับระบบชาร์จเร็ว, สาย USB Type-C, หูฟัง, คู่มือการใช้งาน และเข็มจิ้มถาดซิมการ์ด

ดีไซน์ของ vivo S1 Pro

สำหรับตัวเครื่องที่ทาง Specphone เราได้รับมาจะเป็นสี Fancy Sky ซึ่งต้องยอมรับเลยว่าสวยจริง ๆ

มากันที่ตัวเครื่องบ้าง vivo S1 Pro มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.38 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ซึ่งเป็นจอแบบ Super AMOLED Halo FullView Display ที่ให้สีสันสดใส นอกจากนี้ยังรองรับ Always On Display อีกด้วย มี notch (ติ่ง) ที่บรรจุกล้องเซลฟี่ขนาด 32MP เอาไว้ ในส่วนของลำโพงสนทนาจะถูกเอาไปแอบไว้บริเวณขอบด้านบนของหน้าจอ

ที่ด้านบนของตัวเครื่องจะมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5mm. และไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงรบกวน ซึ่งทั้งสองนั้นวางอยู่บริเวณริมด้านขวาทั้งหมด

บริเวณด้านข้างทางฝั่งซ้ายจะเป็นส่วนของถาดซิมแบบ Hybrid ส่วนฝั่งขวาจะมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่มเปิด-ปิด

บริเวณด้านล่างของตัวเครื่องจะมีไมโครโฟนสำหรับสนทนา, พอร์ต Type-C และลำโพง

บริเวณด้านหลังของตัวเครื่องนั้นจะมีกล้องอยู่ 4 ตัววางเรียงเป็นรูปเพชร ซึ่งค่อนข้างแปลกตาทีเดียว โดยในโมดูลนี้จะมีกล้อง 48MP + 8MP + 2MP + 2MP ถัดลงมาจากโมดูลกล้องคือไฟแฟรช LED ถัดลงมาที่ส่วนล่างจะมีโลโก้ Vivo พร้อมคำว่า Camera & Music สลักเอาไว้

Software ระบบปฏิบัติการ

vivo S1 Pro มาพร้อมกับ Android 9 ที่ครอบด้วย Funtouch OS 9.2 ที่ได้รับการปรับแต่งมาให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ง่าย แอปที่ติดตั้งทั้งหมดจะอยู่บนหน้าโฮม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Funtouch OS ของ vivo มาอย่างยาวนาน แอปติดเครื่องนอกเหนือจากแอปของ Google ก็มีให้มาพอสมควร เช่น แอปปฏิทิน แอปช่วยจัดการระบบ แอปจัดการไฟล์ แอปสำหรับการแชร์ไฟล์ระหว่างเครื่อง แอปจดบันทึก เป็นต้น

วิธีการใช้งาน FunTouch OS จะแตกต่างจาก Android ยี่ห้ออื่นเล็กน้อย เนื่องจากการปัดหน้าจอจากบนลงล่าง เป็นการเรียกหน้า Notification Center หรือศูนย์รวมการแจ้งเตือนเพียงอย่างเดียว ส่วนพวกปุ่มลัดต่าง ๆ เช่น สัญลักษณ์เปิด – ปิด WiFi จะต้องใช้การปัดจากล่างขึ้นบนเพื่อเรียกหน้า Shortcut Center

ประสิทธิภาพและการเล่นเกม

vivo S1 Pro มาพร้อม Snapdragon 665 RAM 8GB แม้ชิปที่ใช้จะเป็นชิประดับกลางแต่ก็รับประกันความแรงได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมี Ultra Game Mode ที่จะช่วยปรับแต่งให้ตัวเกมลื่นขึ้น ซึ่งก็ได้เอาไปทดสอบกับเกม RoV PUBG Mobile และ Call of Duty Mobile

PUBG Mobile

RoV

Call of Duty Mobile

กล้องถ่ายภาพ

กล้องของ vivo S1 Pro จะมีทั้งหมด 4 ตัว จัดวางในโมดูลรูป Diamond โดยมีกล้องหลักความละเอียด 48MP f/1.8 เซ็นเซอร์ Samsung GM1, กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP f/2.2, กล้อง Macro ความละเอียด 2MP f/2.4 และกล้อง Depth ความละเอียด 2MP f/2.4

นอกจากนี้ยังมีโหมด 48MP และโหมด JOVI ที่จะให้ AI มาช่วยประมวลผลภาพให้สวยงามยิ่งขึ้น

ตัวอย่างภาพจากกล้องหลัง

กล้องหน้าของ vivo S1 Pro มีความละเอียด 32MP f/2.0 พร้อมด้วย AI Beauty

ตัวอย่างภาพจากกล้องหน้า

Overall

โดยรวมแล้ว vivo S1 Pro ทำออกมาได้ค่อนข้างดีทีเดียวไม่ว่าจะดีไซน์ที่สวยงาม สเปคที่แรง กล้องดี แถมราคายังไม่แพงมากอีกด้วย ด้วยชิป Snapdragon 665 ที่ทั้งแรงและประหยัดพลังงาน RAM ที่ให้มาถึง 8GB กล้องความละเอียดมากถึง 48MP ดีไซน์ที่สวยอย่างมีสไตล์เหมาะกับผู้ที่ต้องการทั้งเครื่องสวย สเปคแรง ราคาไม่แพง หรือจะบอกว่า vivo S1 Pro นี้ครอบคลุมความต้องการของผู้ใช้ได้ครบทุกด้านจริง ๆ