[Review] Samsung Galaxy Buds Live หูฟัง TWS เสียงดี พร้อมตัดเสียงแบบ ANC ในราคา 6,990

หูฟังไร้สายแบบ True Wireless (TWS) กลายเป็นแก็ดเจ็ตคู่ใจหลาย ๆ คนไปแล้ว ด้วยจุดเด่นทั้งในด้านความสะดวกในการใช้ การพกพา ฟังก์ชันเสริมที่ให้มาในแต่ละรุ่น คุณภาพเสียงที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาอย่างมาก รวมถึงช่วงราคาที่มีให้เลือกหลากหลาย ในบทความนี้ก็จะเป็นการรีวิวหูฟัง TWS อีกรุ่นที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะเรื่องของรูปร่างหน้าตาที่แปลกไปจากรุ่นอื่นพอสมควร นั่นคือตัวของ Samsung Galaxy Buds Live ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อราวสองเดือนที่ผ่านมานี้เอง และวางขายในไทยแล้วด้วยราคา 6,990 บาท

รีวิวหูฟัง Samsung Galaxy Buds Live

จุดเด่นแรกที่ทำให้ Samsung Galaxy Buds Live ดูสะดุดตาก็คือตัวหูฟังแต่ละข้างที่คล้ายเม็ดถั่ว หรือบางท่านอาจจะว่าคล้ายไตก็ได้ ทำให้น่าสนใจว่าจะทำให้สะดวกกับการใช้งานกว่าหูฟัง TWS แบบที่คุ้นเคยกันหรือเปล่า และอีกสิ่งที่น่าดึงดูดไม่แพ้กันก็คือมันมีระบบช่วยตัดเสียงรบกวนแบบ Active (ANC) มาให้ด้วย เรียกว่าเป็นหูฟังที่จิ๋วแต่แจ๋วก็คงจะไม่ผิดนัก โดยทาง Samsung เองก็วางตัว Buds Live ไว้เป็นอีกซีรีส์แยกออกมาจาก Buds+ เลย ไม่ได้ออกมาเป็นรุ่นต่อยอดแต่อย่างใดครับ

Review Samsung Galaxy Buds Live SpecPhone 2

Review Samsung Galaxy Buds Live SpecPhone 3

สเปคและข้อมูลที่น่าสนใจของ Samsung Galaxy Buds Live

  • รองรับ Bluetooth 5.0 – A2DP / AVRCP / HFP
  • ใช้งานได้กับมือถือ Android 5.0 ขึ้นไป ที่มีแรม 1.5 GB ขึ้นไป และ iPhone 7 ขึ้นไป ที่ใช้งาน iOS 10 ขึ้นไป รวมถึงใช้งานร่วมกับ PC Windows 10 ได้ด้วย
  • รองรับการสั่งงานผ่านการแตะและด้วยเสียง
  • น้ำหนักหูฟังแต่ละข้าง 5.6 กรัม
  • น้ำหนักเคส 42.2 กรัม
  • แบตเตอรี่ตัวหูฟัง 60 mAh ใช้งานได้ราว 6 ชั่วโมง คุยโทรศัพท์ได้ 4.5 ชั่วโมง
  • แบตเตอรี่ตัวเคส 472 mAh รวมแล้วสามารถใช้งานได้นานสุด 29 ชั่วโมง
  • เคสชาร์จ รองรับการชาร์จทั้งผ่านช่อง USB-C และไร้สายแบบ Qi
  • มีไมค์ในตัวข้างละ 3 จุด
  • รองรับระบบตัดเสียงแบบ Active (ANC)
  • ใช้งานร่วมกับ Bixby ได้
  • สามารถเปลี่ยนยางช่วยยึดใบหูได้
  • มีให้เลือก 3 สีคือ สีขาว สีบรอนซ์ทองแดง และสีดำ

Review Samsung Galaxy Buds Live SpecPhone 4

อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องก็แน่นอนว่าจะมีตัวหูฟังที่อยู่ในเคสชาร์จพร้อมกับ

  • สายชาร์จแบบ USB-C to USB-A
  • ยางสำหรับช่วยยึดหูฟังเข้ากับใบหู โดยมีให้มาแค่ 2 ขนาด
  • เอกสารการรับประกันและคู่มือการใช้งานเบื้องต้น

ส่วนการชาร์จ ก็สามารถใช้สายชาร์จกับอะแดปเตอร์มือถือได้ครับ

Review Samsung Galaxy Buds Live SpecPhone 5

ยางช่วยยึด Samsung Galaxy Buds Live กับใบหูนี้จะใช้ชื่อเรียกว่า Wingtips ซึ่งมีให้มาสองขนาดได้แก่ S กับ L อันนี้ก็ต้องลองกับหูของแต่ละท่านกันเองนะครับ

ดีไซน์และการใช้งาน

Review Samsung Galaxy Buds Live SpecPhone 6

เคสชาร์จของ Samsung Galaxy Buds Live จะมีขนาดที่พอ ๆ กับตลับใส่แหวนเลย วัสดุโดยรวมเป็นพลาสติกที่มีความมันวาว ด้านบนมีสกรีนระบุไว้เลยว่าหูฟังรุ่นนี้ได้รับการปรับจูนเสียงจากทาง AKG ดังนั้นจึงค่อนข้างมั่นใจได้ว่าสามารถใช้ฟังเพลงได้ดีในระดับหนึ่งเลย

Review Samsung Galaxy Buds Live SpecPhone 9

ด้านล่างของตลับก็จะเป็นข้อมูลต่าง ๆ เช่น รหัสรุ่น รหัส serial number รวมถึงข้อมูลสำหรับการชาร์จไฟด้วย อย่างตัวหูฟังจะรองรับการชาร์จเข้าได้ที่ 5V 0.12A ส่วนตัวเคสจะรองรับสูงสุดเพียงแค่ 5V 0.5A ครับ ดังนั้นก็สามารถใช้อะแดปเตอร์มือถือตัวเล็ก ๆ อย่างพวก 5V 1A ก็ยังชาร์จได้สบายเลย

Review Samsung Galaxy Buds Live SpecPhone 11

บริเวณด้านหน้าจะมีไฟ LED สำหรับบ่งบอกสถานะปริมาณแบตเตอรี่ของเคสอยู่ ถ้าเป็นสีเขียวคือแบตเต็ม แต่ถ้าไม่เต็มก็จะเป็นไฟสีส้มแทน

ซึ่งเมื่อมองจากด้านนี้ก็จะเห็นชัดว่าตัวเคสมีการแบ่งซีกบนล่างคล้ายกับเปลือกหอยครับ โดยมีร่องตรงกลางใช้ช่วยในการเปิดฝาขึ้น แต่จากที่ผมรีวิว Samsung Galaxy Buds Live ตัวนี้มา พบว่าถ้าเปิดฝาด้วยมือเดียวจะแอบเปิดยากนิดนึง แต่ถ้าใช้สองมือเปิดก็จะง่ายกว่ามาก

Review Samsung Galaxy Buds Live SpecPhone 10

Review Samsung Galaxy Buds Live SpecPhone 29

การชาร์จก็ตามที่ระบุไปข้างต้นครับ คือจะใช้การชาร์จผ่านช่อง USB-C หรือจะใช้การชาร์จไร้สายร่วมกับแท่นชาร์จมาตรฐาน Qi ก็ได้ครับ ถือว่าสะดวกดีเหมือนกัน

Review Samsung Galaxy Buds Live SpecPhone 16

เปิดฝามาดูข้างในกันบ้าง ก็จะพบกับหูฟัง Samsung Galaxy Buds Live ทั้งสองข้างวางอยู่ตรงกลาง โดยมีตัวอักษรกำกับข้างไว้ให้ ใกล้ ๆ กันนั้นก็จะเป็นไฟ LED สำหรับระบุสถานะแบตเตอรี่ของตัวหูฟังเอง ซึ่งก็คล้ายกับที่ด้านหน้าเคสครับ สีเขียวคือแบตเต็ม สีส้มคือไม่เต็ม/กำลังชาร์จอยู่

วัสดุด้านในของเคสจะเป็นพลาสติกสีเทาที่มีผิวคนละแบบกับด้านนอกเคสนะครับ ส่วนด้านบนจะมีแถบยางช่วยกันกระแทกตอนปิดฝาเคสลงมาด้วย

Review Samsung Galaxy Buds Live SpecPhone 17

ภายในช่องเก็บหูฟังจะมีขั้วโลหะสีทองที่จะแตะกับขั้วของหูฟังเพื่อไว้สำหรับชาร์จไฟ นอกจากนี้ยังมีแรงแม่เหล็กอ่อน ๆ ไว้ดูดหูฟังทั้งสองข้างให้ติดกับเคสด้วย แต่ตรงนี้ผมรู้สึกว่าแรงดูดแม่เหล็กมันจะน้อยไปหน่อย ถ้าเขย่าแรง ๆ หรือถ้าทำเคสตกจากที่สูงหน่อย หูฟังอาจจะกระเด็นออกมาได้ แต่ในทางกลับกันมันก็มีข้อดีอยู่ครับ คือทำให้สามารถหยิบหูฟัง Samsung Galaxy Buds Live ออกมาจากเคสได้ค่อนข้างง่าย

Review Samsung Galaxy Buds Live SpecPhone 23

มาดูที่ตัวหูฟังกันบ้าง ถ้าส่วนนอกก็จะมีช่องไมค์ที่เป็นจุดอยู่ 2 จุด ส่วนช่องที่ยาวกว่าแบบเป็นแผงตะแกรงจะเป็นช่องที่ช่วยเพิ่มพลังให้กับเสียงเบส

Review Samsung Galaxy Buds Live SpecPhone 20

พลิกมาด้านในก็จะแบ่งเป็นสองส่วน ถ้าตามในภาพ ด้านบนจะเป็นส่วนที่ติดตั้งยาง Wingtips ขนาด L เอาไว้ ส่วนด้านล่างจะมีทั้งส่วนที่เป็นช่องไมค์ตัวที่ 3 ช่องลม และก็เซ็นเซอร์ proximity ที่ตรวจจับระยะห่างเพื่อดูว่ากำลังใส่หูฟังอยู่หรือเปล่า

Review Samsung Galaxy Buds Live SpecPhone 22

การถอดและใส่ยาง Wingtips นั้นทำได้ง่ายมากครับ แค่ดึงแถบยางออกมาตรง ๆ ก็เสร็จแล้ว ส่วนการใส่ก็ใช้การดันกลับเข้าไป แต่ต้องใส่ให้ถูกทิศนะครับ จุดสังเกตง่าย ๆ คือให้ตัวอักษร L หรือ R ที่ระบุข้างนั้นหันหัวถูกต้อง ไม่กลับหัว

Review Samsung Galaxy Buds Live SpecPhone 31

การใส่หูฟัง Samsung Galaxy Buds Live ก็ต้องกดเข้าไปให้เข้าไปในช่องหูส่วนนอกนะครับ ซึ่งปกติแล้วมันจะเป็นการล็อกตำแหน่งได้พอดี

แต่ในการใส่หูฟัง ทางที่ดีคือควรจะใส่ให้ฟิตแน่นพอดีตั้งแต่จังหวะแรกของการใส่เลยนะครับ หมุน ๆ ขยับ ๆ ให้เข้าที่ซะตั้งแต่แรกเลย เพราะถ้ามาขยับทีหลัง อาจจะเป็นการสั่งการหูฟังโดยไม่ตั้งใจได้ เนื่องจากส่วนที่รับคำสั่งด้วยการแตะนั้นมันอยู่ที่ส่วนนอกของหูฟังแทบทั้งหมดเลย ซึ่งนับเป็นหนึ่งในข้อจำกัดอันเนื่องมาจากดีไซน์ของตัวหูฟังเอง

สำหรับความรู้สึกขณะใช้งาน เท่าที่ลองใส่ทั้งระหว่างนั่งทำงานปกติ ใส่ระหว่างเดิน รวมไปถึงใส่ตอนออกกำลังด้วย ส่วนตัวผมคิดว่ามันฟิตติดกับหูได้ดีประมาณหนึ่งเลย แต่ถ้าเริ่มมีเหงื่อออก จะพบว่าตัวหูฟังมีการลื่นและขยับออกจากตำแหน่งเล็กน้อย แต่ยังไม่ถึงกับหลุดออกมา สามารถใส่ขณะ sit-up ได้โดยไม่หลุด อันนี้ถือว่าเกินคาดอยู่เหมือนกัน ด้วยรูปทรงของหูฟังที่ไม่ได้เป็นแบบ in-ear ที่มีท่อใส่เข้าไปในช่องหู

Review Samsung Galaxy Buds Live SpecPhone 27

ทีนี้มาว่ากันด้วยเรื่องของการใช้แอปพลิเคชันร่วมกับหูฟัง Samsung Galaxy Buds Live บ้างครับ โดยสามารถใช้ได้ทั้งบน iPhone และมือถือ Android เลย หน้าที่หลักของแอปก็คือใช้จัดการเรื่องการเชื่อมต่อ และก็ปรับแต่งการทำงาน อัพเดตเฟิร์มแวร์

1 1

แอปที่ต้องโหลดก็คือ Galaxy Wearable ครับ ซึ่งสามารถค้นหาด้วยชื่อนี้ทั้งจากใน iOS App Store และ Google Play Store ได้ทันที แต่ชื่อของแอปที่ให้โหลดบน iOS จะเป็นชื่อว่า Samsung Galaxy Buds นะครับ ส่วนในภาพด้านบนนั้นมาจากฝั่ง Android

เมื่อเปิดแอปขึ้นมาครั้งแรก ก็จะมีตัวเลือกของอุปกรณ์ที่ต้องการเชื่อมต่อและตั้งค่า ก็กดเลือก Galaxy Buds Live ได้เลย จากนั้นก็นำหูฟังขึ้นมาใส่ แล้วปล่อยให้ระบบทำการค้นหา ถ้าหากหาไม่เจอ แนะนำว่าให้ใช้นิ้วแตะที่หูฟังทั้งสองค้างพร้อมกันค้างไว้ จนได้ยินเสียงบี๊บเป็นจังหวะ ๆ แล้วค่อยกดค้นหาใหม่อีกครั้ง

ส่วนการเชื่อมต่อ เท่าที่เช็คจากเมนูของ Android เอง พบว่ารองรับเสียงระดับ HD ด้วย codec แบบ AAC

2 1

หน้าหลักของแอปจะมีการแสดงปริมาณแบตเตอรี่ โดยถ้าหูฟังยังเก็บอยู่ในเคส ก็จะแสดงปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ของเคสมาให้ด้วย ทีนี้ถ้าไล่เมนูจากบนลงล่างก็จะเจอกับตัวเปิด/ปิดระบบตัดเสียงรบกวนแบบ ANC ก่อนเลยครับ ซึ่งจะเปิด/ปิดจากตรงนี้ หรือใช้การแตะที่หูฟังก็ได้เหมือนกัน โดยจะไปพูดถึงกันอีกทีในส่วนการรีวิวการสั่งงานหูฟัง

ถัดลงมาเป็นตัวเลือกรูปแบบ equalizer เสียง ซึ่งจะมีให้เลือก 6 ระดับ ได้แก่

  • Normal – เสียงเดิม ไม่มีปรุงแต่ง
  • Bass boost – เพิ่มเบสให้หนักขึ้น
  • Soft – ให้เสียงที่นุ่มขึ้น ฟังสบายขึ้น เหมาะกับเพลงแนว easy listening
  • Dynamic – ให้เสียงที่ฟังแล้วดูสนุก มีสีสันขึ้น น่าจะเป็น eq ที่โชว์ศักยภาพของหูฟังได้ดีที่สุด
  • Clear – ให้เสียงที่ใส เคลียร์ เหมาะกับการเน้นเสียงร้อง หรือเสียงบทสนทนา
  • Treble boost – เร่งเสียงโทนสูงขึ้น

Read notifications aloud เป็นเมนูสำหรับเปิด/ปิดฟังก์ชันการให้หูฟังช่วยอ่านการแจ้งเตือนที่มีเข้ามาได้ ซึ่งสามารถเลือกแอปที่จะให้ระบบช่วยอ่านให้ได้เลย

เมนู Advanced เมื่อเข้ามาแล้วจะมีตัวเลือกในการเปิด/ปิดฟังก์ชัน Seamless earbud connection ซึ่งถ้าจะให้อธิบายแล้วเห็นภาพชัดที่สุด มันก็จะคล้ายกับฟังก์ชันการสลับอุปกรณ์เชื่อมต่อของฝั่ง AirPods เลยครับ โดยมันสามารถสลับการเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์อื่นที่ล็อกอินบัญชี Samsung เดียวกันได้อย่างง่ายดาย แม้จะไม่เคย pair เครื่องนั้นกับตัวหูฟังมาก่อน และยังรวมไปถึงอุปกรณ์เครื่องอื่นที่อาจจะไม่ได้ล็อกอินบัญชี Samsung เดียวกัน แต่เคย pair เข้ากับหูฟังนี้ด้วย

อันนี้ ถ้าหากมั่นใจว่ามีอุปกรณ์ที่ใช้คู่กับหูฟัง Samsung Galaxy Buds Live แค่เครื่องเดียว จะปิดไว้ก็ได้ครับ

3

ต่อมาเป็นหัวข้อ Labs ที่ภายในจะมีฟังก์ชันให้ทดลองใช้งานได้ โดยถ้าหากใช้งานร่วมกับมือถือ Android รุ่นอื่น รวมถึง iPhone จะมีมาให้เลือกใช้เพียงฟังก์ชันเดียวตามภาพด้านซ้ายบน คือฟังก์ชันที่ช่วยในการปรับแรงดันภายในช่องหูด้วยการปล่อยเสียงภายนอกเข้ามา ตอนที่ไม่ได้เปิดใช้งานระบบตัดเสียง ANC แต่ถ้าใช้งานร่วมกับมือถือ Samsung รุ่นใหม่ ๆ หน่อย จะมีฟังก์ชัน Gaming mode ที่ช่วยลดดีเลย์ของเสียงในขณะเล่นเกมมาให้ด้วย

หัวข้อ Find My Earbuds จะใช้ในการช่วยตามหาหูฟังครับ โดยใช้การส่งคำสั่งให้หูฟังส่งเสียงดังออกมา เพื่อให้สามารถเดินหาตามตำแหน่งเสียงได้

ส่วนหัวข้อ About earbuds ก็จะมีข้อมูลปริมาณแบตเตอรี่มาให้ด้วย

4

ย้อนกลับมาที่หัวข้อ Touch controls ที่ใช้ตั้งค่าการสั่งงานด้วยการสัมผัสตัวหูฟัง เมื่อเปิดเข้ามา ส่วนบนจะเป็นการสาธิตรูปแบบการแตะที่ใช้สั่งงานแต่ละแบบ ได้แก่

  • แตะครั้งเดียว (ข้างไหนก็ได้) เพื่อเล่นหรือหยุดเพลง
  • แตะสองครั้ง (ข้างไหนก็ได้) เพื่อข้ามไปเพลงถัดไป ใช้รับสายหรือวางสาย
  • แตะสามครั้ง (ข้างไหนก็ได้) ใช้ย้อนกลับไปเล่นเพลงก่อนหน้า
  • แตะแล้วจิ้มค้างไว้ สำหรับเรียกใช้ฟังก์ชันที่ตั้งค่าไว้

ถัดลงมาเป็นตัวเลือกในการเปิด/ปิดการรับคำสั่งด้วยการแตะหูฟังครับ โดยค่าเริ่มต้นคือจะเป็นการปิดการบล็อก (เท่ากับว่าใช้นิ้วแตะสั่งงานได้)

หัวข้อต่อมาเป็นการปรับแต่งว่าเมื่อแตะและจิ้มหูฟังค้างไว้ จะให้เป็นการสั่งงานแบบใด โดยมีตัวเลือกด้วยกัน 4 แบบ ดังนี้

  • เปิด/ปิดระบบตัดเสียง ANC
  • เปิด/ปิดระบบรับคำสั่งด้วยเสียง
  • ลดระดับเสียง (ข้างซ้าย) เพิ่มระดับเสียง (ข้างขวา) ซึ่งถ้าเลือกข้างใดข้างหนึ่งแล้ว อีกข้างจะเปลี่ยนเป็นการปรับระดับเสียงด้วยทันที ไม่สามารถใช้ร่วมกับฟังก์ชันอื่นได้
  • ใช้เปิดแอป Spotify

แง่ของการใช้งานแบตเตอรี่ ถ้าเปิดโหมดตัดเสียงรบกวน ANC ไว้ตลอด ก็จะใช้ฟังเพลงได้ราว 5-6 ชั่วโมงตามสเปค และถ้ามีการเก็บเข้าในเคสเป็นระยะ ๆ อันนี้สามารถใช้งานทั้งวันได้เลย

คุณภาพเสียงจาก Samsung Galaxy Buds Live

Review Samsung Galaxy Buds Live SpecPhone 8

ทีนี้มาเรื่องรีวิวคุณภาพเสียงที่ได้จาก Samsung Galaxy Buds Live กันบ้างครับ ต้องบอกว่าตอนที่ผมฟังครั้งแรกก็รู้สึกอึ้งอยู่เหมือนกัน เพราะเสียงที่ได้นั้นเกินคาดไปพอสมควร ทั้งย่านเสียงสูง เสียงกลางที่ทำออกมาได้ดี เบสนั้นเหลือกินเหลือใช้ แต่ไม่บวมจนเกินไป แถมได้สเตจเสียงที่ค่อนข้างกว้าง โดยรูปแบบ eq ที่ผมใช้คือแบบ Dynamic ที่ให้พลังเสียงออกมาค่อนข้างดี จัดว่าเป็นหูฟังที่ฟังเพลงได้สนุกจริง ๆ ครับ เสียงอาจจะไม่ได้จัดจ้านเท่า Sony WF-1000XM3 แต่ก็ถือว่ามี dynamic ที่สูงกว่ากลุ่มของ AirPods อยู่นิดนึง ใครที่ชอบฟังเพลง น่าจะชอบเสียงจาก Buds Live อยู่ไม่น้อยทีเดียว

ส่วนการคุยโทรศัพท์ ด้วยไมโครโฟนที่มีถึงข้างละ 3 ตัว ทำให้สามารถรับเสียงจากปากได้ดี ให้เสียงคุยที่ชัดเจน เสียงรบกวนที่ส่งไปหาปลายสายก็มีอยู่นิดหน่อย แต่สามารถคุยได้แบบไม่มีปัญหาครับ

ด้านการดีเลย์ของเสียง ถ้าเป็นการดูหนัง ฟังเพลง อันนี้จะสังเกตได้ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ครับ แต่ถ้าเป็นการเล่นเกม อันนี้ผมสัมผัสได้ค่อนข้างชัดเลยว่ามีการดีเลย์อยู่ เช่นในเกม PUBG Mobile อันนี้คือเสียงปืนตามหลังภาพเลย สำหรับวิธีแก้ เบื้องต้นคือต้องไปเปิด Gaming mode ในหัวข้อ Labs ของแอป Galaxy Wearable ก่อน แต่…ฟังก์ชันนี้จะมีให้ใช้งานได้บนมือถือ Samsung รุ่นใหม่ ๆ เท่านั้น เพราะเท่าที่ผมลองทั้งจากใน Google Pixel 4 / iPhone 11 / Samsung Galaxy J7+ ทั้งสามเครื่องนี้ไม่มีให้ใช้งานเลย ดังนั้นถ้าจะเอาหูฟังคู่นี้มาใช้เล่นเกมที่ต้องอาศัยการฟังเสียง พูดตรง ๆ ว่าอาจจะไม่ค่อยเหมาะซักเท่าไหร่

Review Samsung Galaxy Buds Live SpecPhone 24

ปิดท้ายด้วยเรื่องของระบบตัดเสียงแบบ ANC อันนี้ต้องบอกว่าอาจจะยังทำได้ไม่เท่ากับพวกหูฟังที่เป็นแบบ in-ear เนื่องจากดีไซน์ของ Samsung Galaxy Buds Live ที่เป็นเชิง earbud แปะเข้าไปในช่องหูส่วนนอก ไม่ได้มีท่อยื่นเข้าไปในช่องหู จึงทำให้ไม่สามารถปิดกั้นเสียงได้ทั้งหมด ส่วนระบบที่ช่วยในการตัดเสียง อันนี้ทาง Samsung ระบุว่าเป็นระบบที่จะตัดเสียงในบางความถี่ออกไป โดยยังเก็บเสียงภายนอกบางส่วนเข้ามาอยู่ เพื่อทำให้ผู้ใช้สามารถได้ยินเสียงรอบข้างที่สำคัญ ๆ ได้

โดยช่วงคลื่นความถี่หลักที่มีการตัดเสียงออกคือช่วงความถี่ต่ำครับ มีการรับรองจากทาง UL ว่าสามารถตัดเสียงรบกวนในย่านนี้ได้ถึงกว่า 97% ซึ่งเท่าที่ผมลอง ผลออกมาเป็นดังนี้

  • ใส่ในบ้าน ใส่ขณะนั่งทำงาน – ยังได้ยินเสียงทีวี เสียงคนพูดอยู่ แต่เบาลงกว่าเดิม
  • ใส่ขณะฝนตก – ยังได้ยินเสียงฝน แต่เบาลง
  • ใส่ขณะเดินตลาด – เสียงประกาศ เสียงแม่ค้า เสียงคนคุยกัน เบาลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
  • ใส่ขณะเดินริมถนน – เสียงรถเบาลง แต่ยังพอได้ยินอยู่

ซึ่งถ้าเปิดเพลง เสียงรบกวนจากภายนอกนั้นก็จะเบาลงไปอีกเยอะครับ แต่ถ้าเทียบกับ AirPods Pro ซึ่งเป็นหูฟังที่มี ANC ที่ผมมีอยู่ ต้องบอกว่า AirPods Pro เงียบกว่ากันอย่างเห็นได้ชัด หลัก ๆ ก็คงเนื่องด้วยปัจจัยที่กล่าวในข้างต้นคือรูปร่างของหูฟัง และก็การออกแบบระบบ ANC

ข้อมูลเรื่องระบบตัดเสียงจากหน้าเว็บ Samsung

สรุปรีวิว Samsung Galaxy Buds Live

Review Samsung Galaxy Buds Live SpecPhone 15

Samsung Galaxy Buds Live เป็นหูฟังไร้สายแบบ TWS ที่ถือว่า Samsung กล้าพอสมควรเลยที่ออกแบบมาในลักษณะที่แหวกแนวไปจากหูฟังรุ่นอื่น ๆ ซึ่งน่าจะตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการหูฟังไร้สายซักคู่ ที่ดีไซน์ไม่เหมือนใคร โดยที่ยังได้คุณภาพเสียงที่ดี และมีระบบช่วยตัดเสียงรบกวนแบบ ANC ในตัว ซึ่งตัวระบบช่วยตัดเสียงนี้ ต้องเข้าใจก่อนว่ามันอาจจะไม่ได้ทำงานเหมือนกับในหูฟังรุ่นอื่น ๆ ที่ตัดเสียงรอบข้างจนแทบจะเงียบสนิท แต่โดยรวมแล้วมันก็ช่วยตัดเสียงรบกวนในย่านที่สร้างความรำคาญได้จริง โดยที่ยังคงเหลือย่านเสียงที่ค่อนข้างสำคัญเอาไว้อยู่ครับ ถ้าโอเคกับตรงนี้ ก็ต้องบอกว่ามันทำได้ตามหน้าที่ที่ได้รับการออกแบบมาแล้วแหละ

อีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องพูดถึงคือการออกแบบให้ตัวหูฟังมีขนาดเล็ก แล้วยังมีส่วนที่ใช้แตะเพื่อสั่งงานได้อีก แน่นอนว่ามันเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน แต่ในขณะเดียวกันมันก็อาจทำให้การใส่หูฟัง การปรับตำแหน่งนั้นทำได้ไม่ค่อยสะดวกนัก เพราะแค่แตะหูฟังเพื่อจะปรับตำแหน่ง ก็เป็นเหมือนการแตะเพื่อสั่งงานแล้ว จะคอยเปิด/ปิดฟังก์ชันการรับสัมผัสไปมา มันก็เสียความสะดวกที่ควรจะเป็นไปอยู่เหมือนกัน ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจซื้อ แนะนำว่าควรไปลองสินค้าตัวโชว์จากหน้าร้านก่อนครับ จะได้ทราบว่ามันเหมาะกับรูปทรงหูหรือเปล่า เพราะอย่างของผมเองมันก็มีส่วนที่กดทับใบหูอยู่เหมือนกัน

โดยรวมแล้ว Samsung Galaxy Buds Live เป็นหูฟังไร้สายแบบ TWS ที่ดีอีกรุ่นหนึ่งในตอนนี้เลยครับกับราคาค่าตัวไม่ถึง 7,000 บาท แต่ก็จะมีข้อจำกัดและข้อที่ควรนำมาพิจารณาอยู่พอสมควรเหมือนกัน ซึ่งถ้าชั่งน้ำหนักแล้ว ลองแล้วโอเค ผมว่ามันเป็นหูฟังที่น่าสนใจเลยทีเดียว