ปีนี้นับเป็นปีที่ Samsung พลิกโฉมมือถือรุ่นเริ่มต้นไปจนถึงรุ่นกลางของตนเองได้อย่างน่าสนใจ ด้วยการยุบเหลือซีรีส์หลักคือ A Series แล้วแบ่งย่อยเลขรุ่นตามลำดับ ทำให้ภาพของมือถือแต่ละรุ่นดูชัดเจนขึ้น ลดความสับสนลงได้มาก ซึ่งมือถือที่อยู่ในรีวิวนี้ก็จัดว่าเป็นหนึ่งในรุ่นกลางของ Samsung Galaxy A Series ที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่อยากได้มือถือราคาหมื่นนิด ๆ ได้แก่ Samsung Galaxy A50

ในแง่ของสเปค Samsung Galaxy A50 ก็มีจุดที่น่าสนใจดังนี้ครับ

  • ชิปประมวลผล Exynos 9610 มี 8 คอร์ ความเร็ว 2.3 GHz
  • แรม 6 GB
  • พื้นที่เก็บข้อมูล 128 GB รองรับการเพิ่ม microSD ได้สูงสุด 512 GB
  • หน้าจอ Super AMOLED แบบ Infinity-U ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+ (2340 x 1080)
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    • กล้องหลัก 25 ล้านพิกเซล f/1.7
    • กล้องเลนส์อัลตร้าไวด์ 8 ล้านพิกเซล f/2.2 เก็บภาพได้กว้างสุด 123 องศา
    • กล้องเลนส์ depth 5 ล้านพิกเซล f/2.2
  • กล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล f/2.0
  • ถาดซิมแบบคู่+ช่อง microSD
  • แบตเตอรี่ 4000 mAh รองรับการชาร์จเร็ว Fast Charging ผ่านช่อง USB-C
  • มีช่องเสียบแจ็คหูฟังขนาด 3.5 มม.
  • เซ็นเซอร์ลายนิ้วมือใต้หน้าจอ
  • Android 9.0 ครอบด้วย One UI
  • ราคา 11,490 บาท

ด้านสเปค Samsung Galaxy A50 ถือว่าให้มาได้น่าสนใจ กับราคาหมื่นนิด ๆ แต่ได้แรม 6 GB หน่วยความจำในเครื่อง 128 GB เทียบเท่ากับมือถือรุ่นท็อปหลาย ๆ รุ่น กล้องหลังก็ได้เลนส์ไวด์ที่ช่วยเพิ่มสีสันให้กับการถ่ายภาพ แบตเตอรี่ก็ให้มาสะใจ 4000 mAh ซึ่งจัดว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน ยังไม่รวมถึงพวกสิทธิพิเศษต่าง ๆ จาก Galaxy Gift ที่เป็นของขึ้นชื่อของ Samsung อีก จึงไม่แปลกใจที่ A50 จะได้รับความสนใจจากคนที่กำลังมองหามือถือราคาหมื่นนิด ๆ อยู่เหมือนกัน

 

ดีไซน์ หน้าตาของ Samsung Galaxy A50

ด้านหลังกล่องของ Samsung Galaxy A50 ก็จะมีฟีเจอร์เด่น รวมถึงสเปคแบบคร่าว ๆ มาให้เรียบร้อย

ส่วนภายในกล่องก็จะให้อุปกรณ์มาครบครันเลย ได้แก่ เคสซิลิโคนใสแบบนิ่ม อะแดปเตอร์ชาร์จไฟ (9V 1.67A / 5V 2A) หูฟัง และสาย USB-C ที่อีกปลายเป็น USB-A ตามปกติ ทำให้สามารถนำไปใช้งานกับอะแดปเตอร์อื่น ๆ ได้สบาย

รูปทรงของ Samsung Galaxy A50 ก็จะใกล้เคียงกับ Samsung Galaxy A รุ่นอื่น ๆ คือใช้หน้าจอแบบเกือบเต็มที่มีขอบจอล่างหนากว่าขอบด้านอื่นเล็กน้อย และมีกล้องหน้าเป็นติ่งรูปตัว U อยู่ด้านบน ส่วนลำโพงสนทนาก็จะไปอยู่ตรงขอบบนแทน

ภาพที่ได้จากจอ Super AMOLED ของ Samsung Galaxy A50 ก็ทำออกมาได้สมกับเป็นจอจาก Samsung เอง ด้วยภาพที่สีสันสดใส สวยงาม ให้ความรู้สึกเหมือนแผ่นสติกเกอร์ติดอยู่บนหน้าจอเลย ไม่ว่าจะใช้งานทั่วไป เล่นเกม ดูหนังก็สบายมาก ส่วนที่เป็นสีดำก็ดำสนิท มุมมองภาพกว้าง

ขนาดของตัวเครื่องก็ไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป สามารถใช้งานมือเดียวได้อยู่เหมือนกัน ส่วนน้ำหนักก็กำลังดีครับ 166 กรัมกับเครื่องที่ให้หน้าจอ 6.4 นิ้ว ก็ต้องจัดว่าเบาอยู่นะ

พลิกมาด้านหลัง โดยเครือ่งที่เรารีวิวในครั้งนี้คือเครื่องสีน้ำเงินที่มีประกายสะท้อนแสง ช่วยสร้างความโดดเด่นได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเมื่อมีแสงสะท้อน ขอบเครื่องโค้งมน ใช้กระจกครอบหลังแบบ 3D Glasstic โดยด้านบนจะมีแค่ส่วนของกล้องหลัง แฟลช LED และโลโก้ Samsung เท่านั้น เนื่องจาก A50 ใช้เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบที่ฝังอยู่ใต้จอ

กล้องหลังทั้งสามตัว เรียงจากด้านบนสุดลงมาก็คือกล้อง depth 5MP ตรงกลางคือกล้องหลัก 25MP และด้านล่างสุดก็คือกล้องอัลตร้าไวด์ 8MP โดยชุดกล้องหลังนี้จะนูนขึ้นมาจากฝาหลังเพียงไม่ถึง 1 มม.

ด้านบนของ Samsung Galaxy A50 มีเพียงช่องรับเสียงของไมค์ช่วยตัดเสียงรบกวน ส่วนด้านล่างก็จะมีช่องเสียบแจ็คขนาด 3.5 มม. ช่อง USB-C ช่องรับเสียงของไมค์สนทนา และก็ช่องลำโพงหลักของเครื่อง

ด้านขวามีปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง และก็ปุ่ม Power ส่วนด้านซ้ายมีถาดใส่ซิม

ซึ่งถาดใส่ซิมก็จะเป็นแบบ 2+1 เลยครับ คือมีช่องใส่นาโนซิมได้ 2 ซิม และก็ช่อง microSD แยกมาให้ ช่วยให้การใช้งานสะดวกมากยิ่งขึ้น

สำหรับเคสที่แถมมาในกล่องก็ถือว่ามีคุณภาพดีในระดับหนึ่งครับ ความหนาของตัวเคสก็ช่วยปกป้องกระจกกล้องหลังและขอบหน้าจอได้ดี

 

ซอฟต์แวร์ของ Samsung Galaxy A50

Samsung Galaxy A50 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 9.0 ที่ครอบมาด้วย One UI เวอร์ชัน 1.1 ทำให้ประสบการณ์การใช้งานรวมถึง UI ของมือถือ Samsung รุ่นใหม่แต่ละรุ่นจะมีความคล้ายคลึงกันทั้งหมด ซึ่งก็ทำให้สามารถใช้งานต่อกันได้ง่ายแม้จะเป็นการเปลี่ยนรุ่นก็ตาม ส่วนพวก UI ต่าง ๆ ก็ทำมาได้ค่อนข้างลงตัว หาง่ายใช้ง่าย

พื้นที่เก็บข้อมูลภายในตัวของ A50 ที่ตามสเปคระบุว่าให้มา 128 GB นั้น เมื่อเปิดใช้งานจริงครั้งแรกจะเหลือให้ใช้งานราว ๆ 108 GB นะครับ แล้วยังใส่ microSD เพิ่มได้อีกสูงสุด 512 GB เลย ส่วนของการใช้งานซิมการ์ดก็จัดเต็มเช่นกัน สามารถใช้งาน 4G VoLTE ได้ทั้งสองซิมพร้อมกัน เท่าที่ลองทดสอบแล้วก็สามารถใช้งาน CA กับซิมทรูได้ด้วย

 

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจของ Samsung Galaxy A50

ฟีเจอร์แรกที่น่าสนใจก็คือกล้องหลังที่มีเลนส์อัลตร้าไวด์มาให้ครับ ด้วยมุมในการรับภาพที่กว้างกว่าเลนส์ปกติ ทำให้สามารถเก็บภาพได้กว้างกว่าเดิม ช่วยเพิ่มสีสันในการถ่ายภาพ รวมถึงยังมีประโยชน์กับการทำงานของบางท่านอีกด้วย ส่วนการจะสลับใช้งานระหว่างเลนส์ปกติกับเลนส์ไวด์ก็ทำได้ง่ายมากครับ ด้วยการแตะที่ไอคอนรูปต้นไม้ที่อยู่ในกรอบพรีวิวภาพของแอปกล้องขณะที่กำลังจะถ่ายรูป ต้นไม้สองต้นแทนเลนส์ปกติ ส่วนต้นไม้สามต้นก็จะแทนเลนส์อัลตร้าไวด์

โดยตัวเลนส์อัลตร้าไวด์นี้ จะสามารถใช้ได้เฉพาะการถ่ายภาพในโหมด Photo และการถ่ายวิดีโอในโหมด Video เท่านั้นนะครับ

เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือของ Samsung Galaxy A50 เป็นแบบออปติคอลที่จะมีวงกลมสีเขียวเป็นไฟส่องสว่างขึ้นมาขณะที่วางนิ้วลงไปบนตำแหน่งของเซ็นเซอร์ โดยต้องวางนิ้วแช่บนจอเล็กน้อยถึงจะสามารถอ่านได้

ส่วนด้านความแม่นยำนั้น เท่าที่ใช้งานมาในระหว่างรีวิว ส่วนตัวผมมองว่าอาจจะยังต้องมีการอัพเฟิร์มแวร์เพื่อปรับความแม่นยำของตัวเซ็นเซอร์กันอีกซักหน่อยครับ ประกอบกับควรจะทำความสะอาดหน้าจอ อย่าให้มีรอยนิ้วมืออยู่บนตำแหน่งของเซ็นเซอร์ และเช็ดปลายนิ้วให้สะอาดด้วย เพราะเซ็นเซอร์แบบออปติคอลจะอาศัยแสงในการช่วยอ่านลายนิ้วมือ ทำให้ถ้าหากมีสิ่งสกปรกขวางระหว่างกลาง ก็อาจจะทำให้การอ่านลายนิ้วมือผิดพลาดได้

 

กล้องถ่ายรูปของ Samsung Galaxy A50

นอกเหนือจากเลนส์อัลตร้าไวด์ที่ให้มาแล้ว ประสบการณ์การใช้งานกล้องของ Samsung Galaxy A50 ก็ยังทำออกมาได้ลงตัวอีกด้วย โหมดกล้องหลัก ๆ ที่ให้มาตอบโจทย์การใช้งานพื้นฐาน มีโหมด Pro ที่สามารถปรับค่าได้ยืดหยุ่นมากขึ้น นอกจากนี้ยังมี AI ที่ใช้ชื่อว่า Scene Optimizer ซึ่งจะช่วยปรับแต่งภาพให้เหมาะสมกับวัตถุและสภาพแวดล้อม ตัวอย่าง scene ก็เช่น อาหาร บุคคล ดอกไม้ ชายหาด เป็นต้น

ส่วนของเล่นพวก AR Emoji ก็ยังมีมาให้ใช้ด้วยเช่นเคย

ส่วนภาพด้านบนก็เป็นภาพที่ได้จากเลนส์ปกติ (ภาพซ้าย) และเลนส์อัลตร้าไวด์ (ภาพขวา) ครับ โดยภาพที่ได้จากเลนส์ปกติส่วนใหญ่จะให้สีที่สดใสกว่า และมีความคมชัดกว่าเลนส์อัลตร้าไวด์เล็กน้อย

ปล. เลนส์อัลตร้าไวด์เป็นเลนส์แบบ fixed focus (ไม่สามารถแตะเลือกจุดโฟกัสได้)

สำหรับตัวอย่างภาพที่ได้จากกล้องของ Samsung Galaxy A50 ก็สามารถรับชมได้จากด้านล่างนี้เลย

 

 

ประสิทธิภาพและการเล่นเกมบน Samsung Galaxy A50

ฮาร์ดแวร์ภายในของ Samsung Galaxy A50 ให้มาแบบเหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไปมาก ๆ ด้วยชิปประมวลผล Exynos 9610 ที่เป็นชิประดับกลาง ๆ มาพร้อมกับชิปกราฟิก Mali-G72 ที่รองรับการเล่นเกมในปัจจุบันได้สบาย บวกกับแรมถึง 6 GB ทำให้ผลการทดสอบจากแต่ละแอปทำออกมาได้ดีสำหรับกลุ่มมือถือราคาระดับหมื่นต้น ๆ เลย

ส่วนการใช้งานแบตเตอรี่นั้น Samsung Galaxy A50 ทำได้ดีมากด้วยแบตเตอรี่ที่ให้มาถึง 4000 mAh หน้าจอ Super AMOLED ที่เอื้อต่อการใช้งานแบบประหยัดแบตเตอรี่ ทำให้ A50 สามารถใช้งานตลอดวันได้แบบไม่มีปัญหา ด้านของการชาร์จก็ทำได้ตามมาตรฐานครับ แถมยังรองรับการชาร์จเร็วได้ด้วย

เกมแรกที่ใช้ทดสอบก็คือ PUBG Mobile ตัวเกมสามารถเล่นได้อย่างไหลลื่นด้วยการปรับกราฟิกที่ระดับ HD และเฟรมเรตระดับ High ระหว่างเล่นก็ไม่พบอาการแล็กหรือกระตุกแต่อย่างใด

เกมต่อมาก็คือ RoV โดยในหน้าตั้งค่าของเกมก็สามารถปรับโหมดเฟรมเรตสูงได้ โดยให้เฟรมระหว่างเล่นเกมอยู่ในช่วง 57-60 fps ตลอดเวลา

เกมสุดท้ายที่ผมลองเล่นบน Samsung Galaxy A50 ก็คือ Speed Drifters ครับ ผลที่ได้คือสามารถขับรถและดริฟท์ได้อย่างไหลลื่น จากการปรับกราฟิกระดับ High เปิดการแสดงผลระดับ HD และเปิดโหมดเฟรมเรตสูง

Overall

Samsung Galaxy A50 จัดเป็นสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งรุ่นในช่วงราคาหมื่นต้น ๆ ที่ทำออกมาได้ค่อนข้างลงตัว ทั้งในแง่ของรูปลักษณ์ที่ทันสมัย ติ่งจอไม่ได้ใหญ่จนเกะกะสายตา น้ำหนักเครื่องกำลังดี จอสวย ส่วนสเปคก็ให้มาแบบสุดคุ้ม ด้วยชิปประสิทธิภาพสูง แรม 6 GB พื้นที่เก็บข้อมูล 128 GB แบต 4000 mAh ทำให้ A50 เป็นมือถือที่เหมาะกับทั้งการใช้งานทั่วไป ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ส่วนกล้องถ่ายรูปของ A50 ก็ทำออกมาได้ดี มีเลนส์อัลตร้าไวด์ที่ช่วยเพิ่มลูกเล่นใหม่ ๆ ให้กับการใช้งาน

จะมีจุดที่เป็นข้อสังเกตซักเล็กน้อยก็คือเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้จอ ที่ใช้เทคโนโลยีการอ่านลายนิ้วมือแบบออปติคอล ซึ่งจะมีข้อจำกัดในการอ่านลายนิ้วมืออยู่บ้างบางประการ แต่อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้ว Samsung Galaxy A50 ก็ยังคงเป็นมือถือราคาหมื่นต้น ๆ ที่คู่ควรแก่การอยู่ในตัวเลือกสำหรับพิจารณาในช่วงนี้อย่างแน่นอน