รีวิว realme Pad แท็บเล็ตสเปคดี มีลำโพงถึง 4 ตัว ใส่ซิมโทรได้ด้วย ในราคาเริ่มต้นไม่ถึงหมื่น

realme Pad

realme Pad แท็บเล็ตตัวแรกจากทาง realme ที่มาพร้อมกับสเปคแบบจัดเต็มในดีไซน์ที่บางเฉียบเพียง 6.9 มม. เท่านั้น นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 10.4 นิ้ว และลำโพง 4 ตัวที่มีระบบเสียงแบบ Dolby Atmos อีกด้วย เรียกได้ว่าจัดเต็มเพื่อความบันเทิงโดยเฉพาะเลย ซึ่งจากที่ได้เอาไปลองใช้มาก็นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว ใครที่กำลังมองหาแท็บเล็ตจอใหญ่สเปคดีๆ ในราคาไม่แพงมากนัก ลองมาดูรีวิวกันก่อนค่อยตัดสินใจก็ได้นะ

สเปค realme Pad

Review realme Pad 42
  • หน้าจอ : IPS-LCD, ขนาด 10.4 นิ้ว, ความละเอียด 2000 x 1200 พิกเซล (WUXGA+)
  • ชิปประมวลผล : MediaTek Helio G80
  • แรม : 4GB / 6GB
  • ความจุ : 64GB / 128GB
  • กล้องหลัง : 8 MP, AF
  • กล้องหน้า : 8 MP
  • แบตเตอรี่ : 7,000 mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว 18W
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 11
  • การเชื่อมต่อ :
    • Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac
    • Bluetooth 5.0
    • GPS, A-GPS, GLONASS, BDS
    • USB Type-C
    • USB OTG
  • เซ็นเซอร์ :
    • Accelerometer
    • Gyroscope
    • Proximity
  • ขนาด : 246.1 x 155.9 x 6.9 มม.
  • น้ำหนัก : 440 กรัม
  • ราคา :
    • 4GB / 64GB : 8,990 บาท
    • 6GB / 128GB (Wi-Fi) : 10,990 บาท
    • 6GB / 128GB (LTE) : 11,990 บาท

หน้าสเปคเต็ม

จุดเด่น

  • จอใหญ่ 10.4 นิ้ว ที่มีความละเอียดถึง WUXGA+
  • น้ำหนัก 440 กรัมถือว่าเบาเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ที่ให้มา
  • ตัวเครื่องบางเพียง 6.9 มม. เท่านั้น
  • ให้ลำโพงมาถึง 4 ตัว ทำให้ได้เสนยงที่กระหึ่มมาก
  • ชิปประมวลผล Helio G80 ทำไให้สามารถเล่นเกมได้ลื่นๆ ทุกเกม
  • มาพร้อมระบบชาร์จเร็วขนาด 18W ทำให้ใช้เวลาชาร์จน้อยลงไปเยอะ

ข้อสังเกต

  • หน้าจอสีสันไม่ได้สวยเท่าไร ทำให้การดูหนังไม่ได้อรรถรสเต็มที่นัก
  • ชิปประมวลผล Helio G80 เป็นชิปที่ค่อนข้างเก่าทำให้เปิดความละเอียดสูงมากไม่ได้
  • ถึงแม้จะมีระบบชาร์จเร็วขนาด 18W แต่ก็ต้องใช้เวลาชาร์จถึง 3 ชั่วโมงกว่าจะชาร์จเต็มหากใช้จนแบตเตอรี่หมด
  • ช่องหูฟัง 3.5 มม. อยู่ตรงมุมเครื่องพอดี ทำให้ไม่ค่อยสะดวกเวลาใช้งานเท่าไร
  • ด้วยการที่เป็นแท็บเล็ตทำให้คุณภาพของภายถ่ายเพียงแค่พอใช้เท่านั้น

ดีไซน์ตัวเครื่อง

Review realme Pad 22

สำหรับดีไซน์ตัวเครื่องนั้น realme Pad มาพร้อมหน้าจอแบบ IPS-LCD ขนาด 10.4 นิ้ว ที่มีความละเอียดระดับ WUXGA+ ซึ่งให้ภาพที่ค่อนข้างคมชัด ในส่วนของขอบจอค่อนข้างมีพื้นที่เล็กน้อย ทำให้เวลาจับถือมือไม่ลั่นไปโดนหน้าจอ แต่ก็ทำให้ตัวเครื่องมีความใหญ่ขึ้นไปอีก โดยในขอบจอนี้จะมีกล้องหน้าความละเอียด 8 MP วางอยู่ในแนวนอนอีกด้วย (เท่ากับว่าเครื่องนี้ถูกออกแบบมาให้ใช้แนวนอนเป็นหลัก)

Review realme Pad 40

ที่ด้านหลังของตัวเครื่องมีวัสดุเป็นพลาสติกผิวด้านสีเทา ทำให้มีความรุ้สึกแข็งแรงและเรียบหรูเหมือนเป็นโลหะเลย แต่ด้วยการที่มีผิดเป็นแบบด้านทำให้เกิดรอยนิ้วมือได้ยากอีกด้วย ที่มุมเครื่องด้านบนจะมีกล้องหลังความละเอียด 8 MP อยู่ และที่มุมล่างของเครื่องจะมีชื่อแบรนด์ realme ติดอยู่

Review realme Pad 13

ที่ด้านซ้ายของเครื่อง (เมื่อใช้งานแบบแนวนอน) จะมีปุ่มเปิด-ปิดเครื่องพร้อมด้วยลำโพงจำนวน 2 ตัวอยู่

Review realme Pad 19

ที่ฝั่งขวาของตัวเครื่องนั้นจะมีลำโพง 2 ตัว และพอร์ต USB Type-C อยู่ตรงกลาง ส่วนตรงมุมเครื่องด้านล่างจะมีช่องหูฟังขนาด 3.5 ม. อยู่

Review realme Pad 17

ที่ด้านบนของตัวเครื่องนั้นจะมีปุ่มปรับระดับเสียงอยู่ทางฝั่งขวา ใกล้กับปุ่มเปิด-ปิด และมีถาดใส่ซิมและ MicroSD อยู่ โดยตัวถาดใส่ซิมนี้จะเป็นแบบ Hybrid-slot ที่สามารถใส่ได้ 1 ซิมและ 1 MicroSD หรือจะใส่เป็น 2 ซิมก็ได้ (ถ้าเป็นรุ่น Wi-Fi ก็จะใส่ได้แค่ MicroSD Card เท่านั้น) ส่วนไมโครโฟนของตัวเครื่องนั้นจะมีอยู่ทั้งหมด 2 ตัว อยู่ระหว่างปุ่มปรับระดับเสียงและช่องใส่ซิม


ระบบปฏิบัติการ

Review realme Pad 97

ระบบปฏิบัติการของ realme Pad มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 11 ที่ครอบทับด้วย realme UI for Pad 1.0 ที่ทำออกมาเพื่อใช้กับแท็บเล็ตโดยเฉพาะ ทำให้มีฟีเจอร์ที่เหมาะกับแท็บเล็ตอยู่เยอะ แถมด้วยการทำออกมาให้คล้ายกับ Pure Android ทำให้หน้าตามีความเรียบง่าย ส่งผลให้ใช้งานตามไปด้วย

สำหรับฟีเจอร์ที่น่าสนใจใน realme UI for Pad นั้นนอกจากจะเรียบง่ายแล้วยังสามารถปรับขนาดตัวอักษรให้ใหญ่แบบสะใจได้เลย แถมยังมีโหมดถนอมสายตาสำหรับคนที่ชอบอ่านหนังสือบนแท็บเล็ตแต่ไม่อยากสายตาเสียด้วย นอกจากนี้มีรองรับการแบ่งหน้าจอที่เรียกกันว่า Multi-windows อีกด้วย โดยสามารถแบ่งได้ 2 หน้าจอเท่านั้น ทว่าก็สามารถปรับอัตราส่วนหน้าจอได้ตามความต้องการเลย


การใช้งาน realme Pad

การใช้งานทั่วไป / เล่นโซเชียล

Review realme Pad 55

ในเรื่องการใช้งานโดยทั่วไปนั้นสำหรับการดูหนังตัว realme Pad มี Widevide DRM ระดับ L1 ทำให้สามารถดูหนังใน Netflix ได้เต็มความละเอียดเท่าที่เครื่องจะสามารถแสดงผลได้เลย และด้วยลำโพง 4 ตัวที่มีเสียงแบบ Dolby Atmos ทำให้สามารถดูหนังได้อย่างมีอรรถรสมากยิ่งขึ้น ถึงแม้ด้วยหน้าจอแบบ IPS-LCD ทำให้การแสดงผลสีไม่ค่อยสวยเท่าไรก็ตาม

Review realme Pad 74

สำหรับการเล่นโซเชียลนั้นด้วยชิปประมวลผล Helio G80 ทำให้มีความลื่นไหลสบายหายห่วงได้ ทว่าถ้าพูดถึงเรื่องการออกแบบ UI สำหรับแท็บเล็ตแล้ว เหมือนว่าจะยังมีบางแอพที่ทำออกมาได้ไม่ค่อยดีเท่าไร อย่างเช่นแอพ Facebook ในภาพที่เวลาใช้งานแบบแนวนอนแล้วเกิดพื้นที่เหลือที่ด้านข้าง ซึ่งพื้นที่ตรงนี้เราไม่สามารถทำอะไรได้เลย เวลาจะไถฟีดก็ต้องเลื่อนมือเข้าไปไถตรงกลางจอเท่านั้น ทำให้ไม่ค่อยสะดวกในการใช้งานเท่าไร (น่าจะมีการอัพเดตแก้ในภายหละง แต่ไม่รู้เมื่อไร)

Review realme Pad 96

สำหรับการปล่อย Hotspot นั้นค่อนข้างน่าสนใจนิดหน่อย (สำหรับรุ่น LTE นะ) เนื่องจากสามารถปล่อย Wi-Fi แบบ 5GHz ได้นับว่าค่อนข้างเกิดคาดเล็กน้อยสำหรับแท็บเล็ต ทำให้ใครที่ใช้รุ่น LTE อยู่แล้วต้องการแชร์เน็ตให้กับอุปกรณ์อื่นๆ สามารถแชร์เน็ตแบบเต็มกำลังได้เลย


การเล่นเกมและแบตเตอรี่

Review realme Pad 66

ในเรื่องของการเล่นเกมนั้นมาพร้อมกับชิปประมวลผล Helio G80 ที่เป็นชิปเกมมิ่งราคาประหยัดของ MediaTek ทำให้สามารถเอามาใช้เล่นได้แทบทุกเกม ทว่าด้วยการที่เป็นชิปค่อนข้างเก่า ทำให้ไม่สามารถเปิดกราฟิกสูงๆ หรือเฟรมเรทสูงๆ ในกลายๆ เกมได้ ซึ่งจากที่ได้ลองเอาไปเล่นทั้งเกม RoV, PUBG Mobile, Asphalt 9 และ ROX แล้วสามารถเล่นได้แบบลื่นๆ ทุกเกมเลย ถึงจะเสียดายกับเกม RoV ตรงที่ไม่สามารถเปิด 60fps ได้ก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นเฟรมเรทที่ได้ก็ไม่ร่วงเลยไม่ว่าจะตะลุมบอนกันขนาดไหนก็ตาม

Review realme Pad 72

ในส่วนของแบตเตอรี่นั้นตัวเครื่องให้มาขนาด 7,000 mAh พร้อมด้วยระบบชาร์จเร็วขนาด 18W ซึ่งจากที่ลองใช้แล้วค่อนข้างอึดทีเดียว ตอนที่ได้รับเครื่องต่อมามีแบตเตอรี่เหลืออยู่ประมาณ 31% ซึ่งเอามาใช้โหลดข้อมูลเกมต่างๆ จนเสร็จ ใช้เวลาไปเกือบ 2 ชั่วโมง แบตเตอรี่ยังไม่หมดเลย เมื่อเอามาเล่นเกมแล้วผ่านไปเกือบชั่วโมง แบตเตอรี่ลดลงไปเพียงแค่ 10% เท่านั้น (ปรับค่าแบบที่ทุกๆ คนน่าจะปรับกันแล้ว) ส่วนในเรื่องของการชาร์จนั้นหากใช้จนแบตเตอรี่หมดเลยเมื่อผ่านไป 30 นาทีจะได้แบตเตอรี่มา 23% และเมื่อผ่านไป 1 ชั่วโมง 7 นาที ถึงจะชาร์จได้ถึง 50% หากจะเอาให้แบตเตอรี่เต็มเลยต้องใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมงกว่าจะเต็ม ซึ่งก็นับว่านานอยู่ ดังนั้นแนะนำว่าอย่าใช้จนหมดจะดีที่สุด


การถ่ายภาพ

Review realme Pad 39

ในเรื่องของการถ่ายภาพนั้นมาพร้อมกล้องหน้าและหลังอย่างละตัว โดยทั้ง 2 ตัวมีความละเอียก 8 MP เหมือนๆ กัน ทว่าในกล้องหลังนั้นมีระบบ Auto Focus มาด้วย ช่วยให้เการถ่ายรูปมีความสะดวกมากขึ้น ถึงจะคาดหวังกับความคมชัดมากไม่ได้ก็ตาม และด้วยการที่มีความละเอียดไม่สูวมากนักทำให้สามารถบันทึกวิดีโอได้เพียงแค่ 1080p 30fps เท่านั้นไม่ว่าจะเป็นกล้องหน้าหรือกล้องหลังก็ตาม ซึ่งก็เพียงพอสำหรับแท็บเล็ตราคาหมื่นเดียวแล้ว

Review realme Pad 90

ตัวอย่างภาพถ่าย


สรุปการรีวิว realme Pad

Review realme Pad 54

สรุปการรีวิว realme Pad จากที่เอาไปลองใช้มาระยะหนึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นแท็บเล็ตแบบเพื่อความบันเทิงจริงๆ ถึงหน้าจอจะไม่ได้ดีเท่าที่ควร แต่ทั้งความคมชัดและระบบเสียงนั้นเรียกได้ว่าจัดเต็มสุดๆ สำหรับการเล่นเกมนั้นด้วยขนาดตัวที่ค่อนข้างใหญ่ทำให้ไม่ค่อยเหมาะกับการถือเล่นสักเท่าไร เรียกได้ว่า realme Pad เป็นแท็ตเล็ตที่เหมาะกับคนที่เน้นการดูหนังหรืออ่านหนังสือ แล้วชอบพกพาไปไหนมาไหนด้วยมากกว่า ถึงจะมีจุดที่ทำให้ลังเลเรื่อง UI ที่ยังดูไม่สมบูรณ์ในช่วงแรกก็ตาม แต่ก็น่าจะมีการอัพเดตเพิ่มเติมแน่นอน

สำหรับใครที่สนใจและอยากลองของสามารถซื้อ realme Pad ได้ที่ Shopee ตามลิ้งต่อไปนี้ได้เลย 4GB / 64GB | 6GB / 128GB (Wi-Fi) | 6GB / 128GB (LTE)


บทความที่เกี่ยวข้อง

5 แท็บเล็ตราคาถูก งบไม่เกิน 10,000 บาท เรียนก็ได้ ดูหนังก็ดี

แนะนำ 6 โทรศัพท์ realme สเปคดี น่าซื้อ ประจำปี 2021

รีวิว realme Buds Q2 หูฟัง TWS ราคาไม่ถึงพัน และ realme Watch 2 Pro สมาร์ทวอทช์อัจฉริยะในราคา 2,999 บาท