ช่วงต้นปีที่ผ่านมา OPPO ได้เปิดตัว F Series รุ่นล่าสุดอย่าง OPPO F11 Pro และก็ถือว่าเป็นรุ่นที่มีเสียงตอบรับดีมาก แต่ในช่วงปลายปี 2019 กลับมีความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ เกิดขึ้น OPPO จะหยุดทำตลาด F Series ไว้เพียงแค่ F11 Pro แต่จะมีรุ่นมาแทนก็คือ OPPO Reno2 F สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับสโลแกน “สวยทุกมุมมอง”

ความน่าสนใจของ Reno2 F คือเป็นสมาร์ทโฟนราคาหมื่นต้น ๆ ที่ภาพรวมดูดีทีเดียวครับ ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์สวยงาม พรีเมียม สเปคที่เพียงพอต่อการใช้งาน การเล่นเกม และไฮไลท์อย่างกล้องหน้าหลังจัดเต็ม มาพร้อมกล้องหน้า Rising Camera 16MP ส่วนกล้องหลังมีด้วยกันถึง 4 กล้อง ความละเอียดสูงสุด 48MP

สเปค OPPO Reno2 F

  • หน้าจอ Panoramic Screen ขนาด 6.5 นิ้ว AMOLED ความละเอียด Full HD+
  • ชิปประมวลผล MediaTek Helio P70 octa-core
  • RAM 8 GB
  • ความจุ 128 GB สามารถเพิ่ม microSD ได้สูงสุด 256 GB
  • กล้องหน้า Rising Camera ความละเอียด 16 MP (F/2.0) พร้อม Atmosphere Light และโหมด AI Beauty
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    • เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.79 เซ็นเซอร์ Samsung GM1 และรองรับระบบกันสั่นไหว EIS
    • เลนส์ Ultra Wide Angle 119 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
    • เลนส์ Portrait ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
    • เลนส์ Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • แบตเตอรี่ 4,000 mAh
  • รองรับระบบชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge 3.0
  • พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C
  • ระบบปฏิบัติการ Android Pie 9.0 ครอบทับด้วย ColorOS 6.1
  • ราคาเปิดตัว 11,990 บาท

อุปกรณ์ในกล่องของ OPPO Reno2 F ให้มาอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นสายชาร์จ, อะแดปเตอร์ VOOC, หูฟัง รวมถึงเคสใสที่ออกแบบมาให้รองรับกล้องหน้า Rising Camera

Design – การออกแบบ

จุดเด่นแรกของ OPPO Reno2 F ในด้านการออกแบบก็คงหนีไม่พ้นหน้าจอ Panoramic Screen ขนาด 6.5 นิ้ว   AMOLED ความละเอียด Full HD+ ที่อัตราส่วนหน้าจอ 19.5:9 รับชมภาพยนตร์ได้เต็มตา รวมถึงการรับชมคอนเทนต์อื่น ๆ ก็แสดงผลได้มากขึ้น ตำแหน่งของกล้อง Rising Camera ถูกวางตำแหน่งไว้กึ่งกลางหน้าจอพอดี ทำให้มุมภาพที่ได้ไม่ถูกบิดเบือน เพราะฉะนั้นในการใช้งานจึงไม่แตกต่างจากกล้องหน้าในตำแหน่งปกติ

รอบนี้มีการใส่ลูกเล่นไว้ที่กล้องหน้าด้วย เป็นไฟที่มีชื่อว่า Atmosphere Light สามารถเปลี่ยนสีได้ และใช้เป็นตัวนับถอยหลังสำหรับเซลฟี่ได้เช่นกัน

เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือของ OPPO Reno2 F เป็นเซ็นเซอร์ใต้หน้าจอแบบออปติคัล G3 สามารถปลดล็อกได้อย่างรวดเร็วกว่าเซ็นเซอร์รุ่นก่อนถึง 16%

สำหรับกระจกหน้าจอและกระจกหลังของ OPPO Reno2 F เลือกใช้กระจกนิรภัย Gorilla Glass 5 ที่มีความทนทาน รวมถึงฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยของ Rising Camera ที่จะเลื่อนเก็บอัตโนมัติเมื่อตัวเครื่องหล่น ตรงนี้ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า OPPO ใส่ใจในรายละเอียดเป็นอย่างดี

ตัวเครื่อง OPPO Reno2 F ในด้านการจับถือ ต้องยอมรับว่าในรุ่นนี้ OPPO ออกแบบมาได้ดีทีเดียว นอกจากตัวเครื่องจะมีความโค้งมน บริเวณขอบด้านบนและด้านล่างยังออกแบบมาให้มีความโค้ง ถือแล้วเข้ามือ จับถือสะดวก พอร์ตเชื่อมต่อรุ่นนี้เป็น USB Type-C ด้วยครับ

ด้านหลังของ OPPO Reno2 F เครื่องรีวิวที่ผมได้รับมาเป็นสี Lake Green มีการไล่ระดับสีอย่างสวยงาม ซึ่งการที่ OPPO Reno2 F มีสีสันที่สวยงามแบบนี้เกิดจากกระบวนการผลิต Ribbon transfer 2.0 และเคลือบสีถึง 7 ชั้น

 

Camera – กล้องถ่ายภาพ

OPPO Reno2 F อัพเกรดกล้องหลังมาเป็น 4 กล้อง โดยกล้องหลักมีความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล f/1.79 ISOCELL GM1 หลักการทำงานของเซ็นเซอร์ที่เป็นการรวมพิกเซลด้วยเทคโนโลยี Tetracell ทำให้ขนาดพิกเซลใหญ่ถึง 1.6 ไมครอน ส่งผลให้ตอบสนองความไวของแสงได้เร็วขึ้นและช่วยให้ผู้ใช้ถ่ายภาพบุคคลตอนกลางคืนได้ชัดเจนยิ่งขึ้นส่วนในที่แสงสว่างมากพอก็สามารถถ่ายที่ความละเอียดเต็ม ๆ 48 ล้านพิกเซลได้เช่นกัน

ด้วยเซ็นเซอร์ที่ออกแบบมาให้ถ่ายภาพกลางคืนได้ดี เมื่อรวมกับการประมวลผลภาพถ่ายด้วย AI จึงทำให้ภาพถ่ายบุคคลตอนกลางคืนของ OPPO Reno2 F ออกมาเหนือกว่า โดยเฉพาะ Ultra Night Mode 2.0 ที่ถูกปรับแต่งมาเป็นอย่างดี

กล้องเลนส์มุมกว้าง Wide Angle Lens ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ช่วยให้ถ่ายรูปได้มุมมองที่แปลกใหม่มากขึ้น มีตัวอย่างเปรียบเทียบระหว่างกล้องหลัก กับกล้อง Wide Angle ตามด้านล่างนี้เลย

ส่วนการถ่ายภาพบุคคล ด้วย AI Beauty Mode สามารถจำแนกและปรับโทนผิวได้อัตโนมัติให้เหมาะสมกับสภาพแสงนั้น ๆ และรองรับการปรับโทนสีได้พร้อมกัน 4 คนในภาพเดียว

กล้องหน้าของ OPPO Reno2 F เป็นกล้องหน้าแบบ Rising Camera ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล f/2.0 มาพร้อมกับฟีเจอร์อย่าง AI Beauty Mode อันเลื่องชื่อของ OPPO ที่สามารถวิเคราะห์รูปแบบใบหน้าของผู้ใช้ได้ในหลายมิติ

ผู้ใช้สามารถกำหนดความสวยได้ตามต้องการ และลงรายละเอียดได้พอสมควร การปรับแต่งประกอบไปด้วย ผิวเรียบ หน้าเรียว ใบหน้าเล็ก ปรับกราม ตาโต จมูกเล็ก ปรับแต่งใบหน้า และ 3D ที่สำคัญคือสามารถ Preview ได้แบบ Real-time

ลูกเล่นอีกอย่างที่น่าสนใจของ OPPO Reno2 F คือกล้องหน้าจะมี Atmosphere Light อยู่บริเวณด้านข้างของ Rising Camera ทั้งสองข้าง นอกจากเพิ่มความสวยงามแล้ว ยังใช้เป็นไฟช่วยนับถอยหลังเวลาถ่ายเซลฟี่ได้ด้วย และในกรณีถ่ายภาพในที่แสงน้อย จะสามารถใช้ไฟหน้าจอช่วยเพิ่มแสงแทนแฟลชได้

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก OPPO Reno2 F

 

Performance – ประสิทธิภาพ

OPPO Reno2 F มาพร้อมกับชิปประมวลผลอย่าง MediaTek Helio P70 + Ram 8 GB ที่ให้ประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นก่อนหน้า โดยเฉพาะในเรื่องของ GPU ที่ทำได้ดีกว่าถึง 13% มีความเร็วอยู่ที่ 2.1 GHz ในแง่ของตัวเลขความเร็วอาจดูไม่ห่างมาก แต่ด้านการจัดการพลังงาน Helio P70 ออกแบบมาให้เป็นชิปที่กินพลังงานต่ำ เน้นการประมวลผลแบบ Multi-thread การจัดการพลังงานจึงดีกว่าถึง 35% เมื่อเทียบกับ Helio P60

ส่วนการเล่นเกม Reno2 F มาพร้อมกับฟีเจอร์เร่งประสิทธิภาพที่ออกแบบมาเฉพาะอย่าง Hyper Boost และ Game Space โดย Hyper Boost 2.0 ที่มาพร้อม FrameBoost 2.0 และ TouchBoost 2.0 ช่วยให้การตอบสนองของตัวเครื่องเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังรองรับการเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมยอดนิยมได้อย่าง PUBG Mobile กับ ROV (Arena of Valor) ทำให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นถึง 35.2% และการตอบสนองต่อการทัชสกรีนดีขึ้น 15.5% สำหรับเกม ROV และ 27.9% สำหรับ PUBG Mobile

Game Space เป็นแอปพลิเคชันที่ออกแบบมาเพื่อการจัดการเกมในสมาร์ทโฟน OPPO โดยเฉพาะ เมื่อเก็บเกมไว้ใน Game Space จะสามารถปรับโหมดได้ถึง 3 โหมด ได้แก่

  • ประสิทธิภาพสูง
  • โหมดสมดุล
  • โหมดพลังงานต่ำ

นอกจากนี้ Reno2 F ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ในการปิดการแจ้งเตือน, ขึ้น pop-up เมื่อมีสายโทรเข้า รวมถึงฟีเจอร์อย่างการจับภาพหน้าจอเมื่อทำการเล่นเกมอีกด้วย

ผมลองทดสอบเล่นเกม ROV บน OPPO Reno2 F ตัวเครื่องสามารถปรับการตั้งค่าได้สุดทุกอย่าง แต่จากที่ทดสอบมา ปรับแค่ระดับสูงจะเล่นได้อย่างลื่นไหลที่สุดครับ ถ้าปรับความละเอียดสูงมาก จะมีช่วงที่เฟรมเรตตกลงมา 55 fps บ้างตอนทีมไฟต์

 

 

Battery – การจัดการพลังงาน

ไม่เพียงแต่ OPPO Reno2 F จะมาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 4,000 mAh แต่ในการชาร์จพลังงาน Reno2 F มาพร้อมกับฟีเจอร์ชาร์จเร็ว VOOC 3.0 ที่ถูกอัพเกรดขึ้นมาจากรุ่นก่อนด้วยอัลกอริธึม VFC แบบใหม่ ที่ช่วยลดเวลาในการชาร์จในช่วงท้ายลงได้อีก 10% การชาร์จ 30 นาที สามารถเติมไฟเข้าแบตเตอรี่ 4,000 mAh ได้ถึง 51% ด้านความปลอดภัยในการชาร์จพลังงาน VOOC ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยจาก TÜV SÜD ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

 

Software – ColorOS 6 พร้อม AI

Reno2 F มาพร้อมระบบปฏิบัติการ ColorOS 6 ที่มีพื้นฐานมาจาก Android 9.0 Pie ไม่เพียงแต่มีหน้าตาที่สวยงาม แต่ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์เจ๋ง ๆ ที่ช่วยให้การใช้ชีวิตสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และยังเป็น OS ที่ออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนไร้ขอบ ไร้ติ่งอย่าง OPPO Reno2 F โดยเฉพาะ

การปรับแต่ง Navigation Keys

OPPO Reno2 F สามารถปรับแต่ง Navigation Keys ได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบที่เป็นไอคอน Back, Home, Recent App หรือแบบใช้ท่าทางการปัดหน้าจอ และปรับได้ละเอียดในระดับที่ว่า จะให้การปัดซ้าย หรือขวาแทนการย้อนกลับก็ได้

 

ผู้ช่วยอัจฉริยะ

เป็นศูนย์รวมฟังก์ชันหลักที่ใช้งานบ่อย ๆ วิธีเรียกใช้ก็เพียงปัดหน้าจอหลักไปทางซ้าย จะพบกับหน้าต่างที่รวบรวมข้อมูลสำคัญ เช่น การเดินทาง, การบริการ เป็นต้น

 

Smart Bar

อีกหนึ่งฟีเจอร์อำนวยความสะดวก Smart Bar เป็นเหมือนทางลัดในการเข้าแอปพลิเคชันที่ใช้งานบ่อย ๆ และยังสามารถจับภาพหน้าจอได้อย่างรวดเร็ว รองรับการใช้งานทั้งในแนวตั้งและแนวนอน

Overall

ภาพรวมของ OPPO Reno2 F ก็ให้หลาย ๆ อย่างมาสมกับราคาค่าตัว 11,990 บาทล่ะครับ มาพร้อมกับจุดเด่นหลัก ๆ ได้แก่ หน้าจอ Panoramic ไร้ติ่ง, กล้องหลัง 4 กล้อง ความละเอียดสูงสุด 48MP, กล้องหน้า Rising Camera 16 MP พร้อมกับแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 4,000 mAh และรองรับการชาร์จเร็ว VOOC 3.0

ในด้านการใช้งาน Reno2 F ตอบโจทย์การใช้งานทั้งการใช้งานทั่วไป หรือจะเป็นคนที่ชอบถ่ายรูปก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับราคาหมื่นต้น ๆ หรือถ้าเป็นคนที่ชอบเล่นเกม Reno2 F ก็มี Hyper Boost  2.0 และ Game Space ที่ช่วยเร่งประสิทธิภาพในการเล่นเกมให้ดียิ่งขึ้น

OPPO Reno2 F พร้อมเปิดจองแล้ววันนี้ – 25 ตุลาคมนี้ เมื่อพรีออเดอร์ OPPO Reno2 F รับเลย OPPO Sport Bag และ VIP Card รับประกันหน้าจอแตก 1 ปี รวมมูลค่าถึง 4,799 บาท รวมถึงโปรโมชั่นพิเศษสำหรับการพรีออเดอร์ เป็นเจ้าของ OPPO Reno2 F ในราคาเริ่มต้นเพียง 3,490 บาท เมื่อซื้อพร้อมแพ็กเกจ กับผู้ให้บริการเครือข่ายที่ร่วมรายการ โดย OPPO Reno2 F จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 ตุลาคมเป็นต้นไป ณ OPPO Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ