หลังจากที่ OPPO ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนตัวฮิตรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง OPPO Reno 15 Series พร้อมกันหมดทีเดียวถึง 4 รุ่น อุปกรณ์ที่เปิดตัวออกมาพร้อมๆ กันอีก 2 ตัวหลักๆ ก็คือ OPPO Watch S และแท็บเล็ตรุ่นใหม่อย่าง OPPO Pad 5 Matte Display Edition ภาคต่อของ OPPO Pad 3 Series ที่ครั้งนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนสเปคอัปเกรดใหม่ทั้งด้านความสวยงามของภายนอก และสเปคภายในแทบทั้งหมด ทำให้รุ่นใหม่นี้มีความน่าสนใจและน่าใช้งานมากขึ้นไปอีก
ด้วยสเปคที่รองรับการใช้งานได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นสายทำงานจริงจัง สายสร้างสรรค์ออกแบบผลงานใหม่ๆ ด้วยปากกา หรือว่าจะเน้นเรื่องความบันเทิงก็ตอบโจทย์ได้ทุกรูปแบบ ในราคาเริ่มต้นเพียง 13,999 บาท เท่านั้น วันนี้เราจะมารีวิวหลังการใช้งานกันว่ามีจุดเด่นตรงไหนน่าสนใจและน่าใช้งานบ้างไปดูกันเลย
- ดีไซน์
- หน้าจอ และปากกา
- ประสิทธิภาพการทำงาน
- ความบันเทิง และแบตเตอรี่
- สรุปรีวิว
- รายละเอียดสเปคเต็ม
- ราคาและการวางจำหน่าย
ดีไซน์สวยจับถนัดมือ

เริ่มต้นกันด้วยดีไซน์ภายนอกของ OPPO Pad 5 Matte Display Edition รุ่นนี้กันก่อนเลย ที่ต้องบอกว่าถึงแม้ว่าจะมีขนาดใหญ่ก็จริง แต่ด้วยความบางของตัวเครื่องที่มีเพียง 6.83 มม. และน้ำหนักแค่ 597 กรัมก็ทำให้การถือเล่นสองมืออย่างการเปิดดูหนัง หรือว่าอ่านเนื้อหาจากหนังสือ e-book และทำงานต่างๆ ได้สบายๆ โดยไม่ต้องใส่เคสเลยก็ยังได้ เพราะขอบข้างตัวเครื่องนั้นเป็นแบบโค้งมนเล็กน้อย ทำให้การถือเล่นนานๆ หรือว่าถือเล่นเกมขอบตัวเครื่องจะไม่บาดมือ เลื่อนนิ้วปัดหน้าจอหรือเล่นเกมได้สะดวก


บริเวณด้านบนและด้านล่างจะมีช่องลำโพงทั้งหมด 4 ตัว เชื่อมต่อและชาร์จแบตได้ง่ายๆ ด้วย USB-C พร้อมปุ่มกดเพิ่ม-ลดเสียงที่ด้านบนฝั่งขวา พร้อมไมค์ด้านข้างกับด้านล่าง และปุ่ม Home ที่ด้านบน แต่ไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5มม. ซึ่งด้านบนนี้ถ้าใครที่ซื้อรุ่น 5G มาก็จะมีช่องใส่ซิมอยู่ด้วย ส่วนกล้องหลังวงแหวน 1 ตัวและกล้องหน้าแนวนอนตรงกลาง

นอกจากเรื่องการใช้งานที่ถือได้สบายมือแล้ว ความสวยงามก็เป็นอีกจุดเด่นของ OPPO Pad 5 Matte Display Edition รุ่นนี้เลย โดยตัวเครื่องที่ฝาหลังทำออกมา 2 สีได้แก่สีดำ Starlight Black ที่เป็นแบบเรียบๆ และสีชมพู Aurora Pink รุ่นนี้จะพิเศษกว่าด้วยลวดลายออร่าคล้ายแสงเหนือ ดูพริ้วไหวไปมาได้เมื่อกระทบแสงและเมื่อเปลี่ยนมุมมอง ตรงนี้ต้องบอกว่าทำออกมาได้สวยจริง
หน้าจอใหญ่แบบจอกระดาษสัมผัสไร้รอยนิ้วมือ
อีกหนึ่งจุดเด่นของ OPPO Pad 5 Matte Display Edition ก็คือหน้าจอที่ตัวนี้ไม่ได้มีดีแค่หน้าจอใหญ่เท่านั้น แต่ด้วยหน้าจอที่เป็นแบบ Matte Display หรือหน้าจอด้าน (หรือจอกระดาษ) ที่มีข้อดีในการใช้งานอยู่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความไหลลื่นของหน้าจอต่อการสัมผัส ไม่ติดรอยนิ้วมือ ป้องกันแสงสะท้อนได้ดี เขียนด้วยปากกาได้ลื่นเหมือนเขียนลงบนกระดาษ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ถนอมสายตาให้ครบ ใครที่ชอบทัชลื่นๆ ไม่ชอบให้จอมีรอยนิ้วมือตอบโจทย์แน่นอนไม่ต้องไปติดฟิล์มเพิ่มแล้ว

ตัวสเปคของหน้าจอรุ่นนี้จะได้จอแบบ LCD ขนาด 12.1 นิ้วความละเอียดสูง 2.8K (2800 × 1980 พิกเซล) สามารถปรับ Refresh Rate ได้สูงสุด 120Hz ไถจอเนียนตา มีความคมชัดสูงและให้แสงสมดุลเป็นธรรมชาติ ดูหนังความละเอียดสูงได้เลย อีกทั้งยังรองรับ Dolby Vision พร้อมทำความสว่างได้ 900nits อีกด้วย จะเล่นกลางแจ้งหรือนอกบ้านก็เห็นชัดไม่มีปัญหา และด้วยหน้าจอที่มีขนาดใหญ่นี้เอง ก็ทำให้เราสามารถใช้งานได้เต็มตามากขึ้น ยิ่งทำงานร่วมกับปากกาก็ยิ่งทำอะไรได้ง่ายกว่าเดิม
ปากกาเขียนลื่น ทำงานร่วมกับ AI ให้ชีวิตง่ายขึ้น

อย่างที่บอกไปว่าตัวหน้าจอที่มีดีอยู่แล้ว เมื่อทำงานร่วมกับปากกา OPPO Pencil 2R (ต้องซื้อแยก แต่ช่วงโปรตอนนี้แถมฟรี!) ก็ยิ่งดีขึ้นไปอีกขั้น โดยตัวปากกานี้จะมีแรงกดสูงถึง 4,096 ระดับ วาด เขียน หรือจดบันทึกได้อย่างแม่นยำ และมีความหน่วงต่ำมากๆ จากการที่ได้ลองวาดเขียนและจดบันทึกเร็วๆ ก็ถือว่าไม่พลาด ตัวอักษรไม่ขาด เขียนลงไปคล้ายกับเขียนบนกระดาษเลย เพราะตัวจอก็เป็นจอด้านอยู่แล้ว

นอกจากนี้ตัวปากกาก็ยังมีปุ่มไว้สำหรับสลับหัวจากดินสอเป็นยางลบ หรือปรับเปลี่ยนเป็นแบบอื่นก็ได้ รวมถึงการกดค้างเพื่อแคปหน้าจอ การปัดลงจากมุมขวาเพื่อจดบันทึกได้ทันที และการเขียนขณะหน้าจอล็อคได้ด้วย ทั้งนี้ถ้าเราจดบันทึกไวไวด้วยลายมือที่อาจไม่สวยมากนัก ก็ยังมีฟีเจอร์ที่ปรับลายมือให้สวยและอ่านออกได้ง่ายขึ้น (เฉพาะจีนกับอังกฤษ) เพิ่มความสะดวกและความรวดเร็วในการจดบันทึกดีมาก ส่วนตัวปากกาชาร์จแบตไว้เต็มๆ ใช้ยาวไป 20 ชั่วโมง หรือถ้าเน้นไว 10 นาทีก็ใช้ต่อได้เป็น 10 กว่าชั่วโมงแล้ว

แค่นี้ยังไม่พอ เพราะข้อดีของปากกาไม่ได้มีไว้จดหรือวาดรูปแค่นั้น แต่ยังสามารถทำงานร่วมกับ AI ที่อยู่ในตัวเครื่องได้ด้วย อย่างการแบ่งหน้าจอเป็น 2 จอเพื่อทำงานร่วมกับแล้วต้องการคัดลอกภาพจากฝั่งนึงไปยังโน๊ต ก็แค่วงแล้วภาพนั้นก็จะขึ้นไปอยู่ในโน๊ตเพื่อทำงานต่อได้เลย หรือจะให้ AI ช่วยถอดเสียง ช่วยคำนวน หรือสรุปเนื้อหาก็ทำได้เลยง่ายๆ รวมถึงการลบสิ่งที่ไม่ต้องการออกจากภาพก็ใช้ปากการะบายจุดนั้น และลบไปได้เลย
ประสิทธิภาพเร็วแรง เชื่อมต่อข้ามระบบง่าย
มาดูที่ด้านประสิทธิภาพการทำงานของ OPPO Pad 5 Matte Display Edition กันบ้างที่ครั้งนี้ได้เปลี่ยนมาใช้ชิปฝั่ง MediaTek Dimensity 7300-Ultra ที่มาพร้อมกับ RAM 8GB แบบ LPDDR5X และความจุ 256GB แบบ UFS 3.1 ทำงานบน ColorOS 16 (Android 16) มาให้เลย ซึ่งตัวชิปทำงานได้แรงอยู่แล้ว จากการทดสอบเล่นเกมดังและปรับกราฟิกสุด ก็เล่นได้สบายๆ ไม่สะดุด แต่ด้วยจอที่มีขนาดใหญ่จะเอามาเล่นเกมเป็นหลักก็คงไม่ถนัดเท่าไหร่อยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นด้านการทำงานหลายๆ แอปพร้อมกันอันนี้หายห่วงเลย เปิดได้ไม่มีสะดุดแน่นอน

ไม่เพียงแค่การทำงานที่ดีงาม แต่การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ก็ดีไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อเพื่อส่งไฟล์ รูปภาพ หรือว่าวิดีโอระหว่าง OPPO Pad 5 กับอุปกรณ์อื่นๆ ก็ทำได้ง่ายผ่านแอป O+ Connect ดังนั้นถ้าใครใช้มือถือ iPhone หรือจะส่งไฟล์จาก PC ก็แชร์ภาพหรือไฟล์อะไรก็ตามเข้ามาบน OPPO Pad 5 และแก้ไขหรือจดบันทึกเพิ่มเติมได้เลย และถ้าใครใช้ OPPO พร้อมกับมี O+ Account อยู่แล้ว ก็ซิงก์ข้ามอุปกรณ์และมิเรอร์หน้าจอจากมือถือเข้า OPPO Pad 5 ไปได้เลย
รองรับความบันเทิงเต็มขั้น และกล้องที่พอถ่ายได้

ทางด้านความบันเทิงสำหรับ OPPO Pad 5 Matte Display Edition อันนี้ของดีเลย ถ้าใครจะเอาไว้ดูหนังฟังเพลงหลังจากทำงานเหนื่อยๆ และอยากได้ความบันเทิงเต็มรูปแบบรุ่นนี้ก็ตอบโจทย์ได้เหมือนกัน เพราะมีลำโพงมาให้ถึง 4 ตัวรอบทิศทาง แค่เปิดธรรมดากลางๆ แบบไม่ต้องเปิดสุดก็ดังทั่วห้องแล้ว (จากการทดสอบในห้องนอนขนาดมาตรฐาน) นอกจากเสียงแล้วด้านภาพที่ออกมาก็คมชัดสูง สีสันสดใสสวยงาม เพราะรองรับเทคโนโลยี Dolby Vision ที่งานภาพออกมาสวยแน่นอน

และด้วยแท็บเล็ตที่เอาไว้ทำงานมากกว่าถ่ายรูปเป็นหลัก ตัวกล้องหน้าและกล้องหลังที่มีความละเอียด 8MP เท่ากันก็สามารถถ่ายทั่วไปได้ สแกนเอกสารได้ปกติ วิดีโอคอลทั่วไปได้ชัด ไมค์รับเสียงได้ดีไม่มีปัญหา ดังนั้นตัวกล้องถ้าเอาไว้ใช้งานทั่วไปก็ถือว่าทำได้ดีในตัวอยู่แล้ว แต่ถ้าใครจะไปเน้นถ่ายรูปสวย หรือว่าถ่ายรูปเพื่อมาตัดต่อจริงจังคงไม่ได้ แนะนำว่าให้ถ่ายด้วยมือถือแล้วส่งเข้ามาตัดต่อหรือแต่งใน OPPO Pad 5 จะดีกว่า
แบตอึดขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก รองรับการทำงานได้เต็มวันแน่นอน
สิ่งที่ได้อัปเกรดเพิ่มเข้ามาในรุ่นใหม่อีกอย่างก็คือแบตเตอรี่ที่ให้มาถึง 10050mAh พร้อมรองรับการชาร์จไว 33W SUPERVOOC สามารถใช้ทำงานทั่วไปได้เหลือๆ เกินวันแน่นอน เฉพาะการทำงานทั่วไป จดบันทึก หรือวาดรูปอันนี้ไม่ค่อยกินแบตมากอยู่แล้ว หรือถ้าใช้ดูหนังยาวๆ หลายชั่วโมงระหว่างเดินทางหรือเปิดดูอยู่บ้านอันนี้ก็อยู่ได้เช้าถึงเย็นสบายๆ แต่ถ้าเล่นเกมด้วยหนักๆ ต่อเนื่องไม่หยุดอันนี้ประมาณครึ่งวันก็ใกล้หมดแล้ว สรุปง่ายๆ ถ้าใช้ทั่วไป ดูหนังฟังเพลงยาวอยู่ได้ตลอดทั้งวันหายห่วงไปได้เลย
สรุป OPPO Pad 5 Matte Display Edition เหมาะกับใครบ้าง

จากการที่ได้ลองใช้งานครบทุกรูปแบบเท่าที่จะลองทำได้ จะบอกว่า OPPO Pad 5 รุ่นนี้เหมาะมากกับคนที่อยากได้แท็บเล็ตหน้าจอใหญ่ๆ ไว้ทำงานทั้งด้านวาดเขียน ทำงานเกี่ยวกับเอกสารหรือต้องการจดบันทึกด่วนๆ อย่างเช่นการเรียนและจดแลคเชอร์ การแก้ไขภาพและไฟล์ต่างๆ ก็ทำได้ง่ายด้วยปากกาที่คุมการทำงานทุกอย่างได้หมด เพราะตัวปากกานั้นทำงานได้หลายรูปแบบ บวกกับ AI ที่เข้ามาช่วยให้ทำงานได้ง่ายขึ้นไปอีกระดับ อีกทั้งหน้าจอที่เป็นแบบจอกระดาษก็ยิ่งทำให้การเขียน หรืออ่านดีขึ้นไปอีกระดับ
ถ้าใครจะซื้อมาไว้เรียนออนไลน์ อ่านหนังสือ หรือจดแลคเชอร์ขณะที่เรียนไปด้วยอันนี้จะเหมาะมาก เพราะไม่เพียงแค่ตัวระบบที่ทำออกมาเพื่อการใช้งานในรูปแบบนี้อยู่แล้ว แต่การเชื่อมต่ออุปกรณ์ข้ามค่ายอย่าง iPhone ได้นี่ก็เป็นอะไรที่ง่ายต่อชีวิตมากๆ แค่ถ่ายและส่งมาที่ OPPO Pad 5 ก็เอาภาพนั้นมาแก้ไข ใส่โน๊ต หรือจะตัดต่อวิดีโอง่ายๆ ก็ทำได้เลยไม่ต้องเชื่อมต่อโอนไฟล์อะไรให้ยุ่งยาก
ส่วนอีกอย่างที่เหมาะกับการใช้งานรุ่นนี้ก็คือเรื่องความบันเทิง ที่งานภาพและเสียงทำออกมาได้ดีมากๆ ใช้ดูหนังเพลินเสียงออกรอบตัวชัดดีเยี่ยม ใครที่มองหาแท็บเล็ตไว้ทำงานไปด้วย รองรับความบันเทิงไปด้วยแบบครบๆ รุ่นนี้รับจบได้แน่นอน ส่วนการเล่นเกมก็เล่นได้ แต่หน้าจออาจใหญ่เกินไปแล้วกดได้ไม่ไวเท่ามือถือที่จอเล็กกดง่ายกว่า
สรุปสเปค OPPO Pad 5 Matte Display Edition
- ขนาดและน้ำหนัก: 266.01 × 192.77 × 6.83 มม. / 597 กรัม
- หน้าจอ: LCD ขนาด 12.1 นิ้ว 2.8K (2800 × 1980 พิกเซล)
- Refresh Rate 30/60/90/120Hz
- สว่าง 600nits/ สูงสุด 900nits
- รองรับปากกา OPPO Pencil 2R
- ชิปประมวลผล: MediaTek Dimensity 7300-Ultra | GPU: Mali-G615 MC2
- RAM: 8GB (LPDDR5X)/ ROM: 256GB (UFS 3.1)
- กล้องหลัง 1 ตัวความละเอียด
- เลนส์หลัก 8MP (𝑓/2.0)/ PDAF
- วิดีโอ: 1080P@30fps
- กล้องหน้าความละเอียด: 8MP (𝑓/2.0)/ FF
- การเชื่อมต่อ: 5G และ WI-FI 6, Bluetooth 5.4, NFC, OTG, USB-C
- รองรับ 1 ซิม (เฉพาะรุ่น 5G)
- เซ็นเซอร์: Ambient light, Color temperature, E-compass, Accelerometer, Hall, Proximity
- ระบบปฏิบัติการ: ColorOS 16.0 พื้นฐาน Android 16
- แบตเตอรี่ความจุ: 10050 mAh/ 33W
ราคาและการวางจำหน่าย

สำหรับ OPPO Pad 5 Matte Display Edition รุ่นใหม่นี้เปิดตัวพร้อมวางขายแล้วทั้งช่องทางออฟไลน์ที่ OPPO Experience Store และร้านค้าที่ร่วมรายการ โดยช่วงเปิดตัวตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2569 – 15 มกราคม 2569 นี้ รับฟรีของสมนาคุณรวมมูลค่า 3,998 บาท ทั้งตัวปากกา OPPO Pencil 2R และ Smart Keyboard For OPPO Pad 5 ไปเลย ส่วนราคาจะมีให้เลือก 2 แบบคือรุ่น WiFi และรุ่น 5G ดังนี้
- รุ่น WiFi: ราคา 13,999 บาท สั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ Shopee/ Lazada
- รุ่น 5G: ราคา 14,999 บาท สั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ Shopee/ Lazada
