[Review] รีวิว Nokia 8 Pure Android เรียบ ๆ สเปคเทพ มาพร้อมกับกล้องคู่ในราคาที่จับต้องได้

[Review] รีวิว Nokia 8 Pure Android เรียบ ๆ สเปคเทพ มาพร้อมกับกล้องคู่ในราคาที่จับต้องได้

BY Vivi | POSTED ON 10, 10, 2017 09:10pm | VIEWS
96
SPECPHONE SCORE
Nokia 8

Octa-core 2017

Qualcomm Snapdragon 835 MSM8998

5.3"

2560 x 1440 pixels

4 GB RAM

Storage 64 GB

13 MP

Dual Camera
ข้อดี
  • สเปคแรงมีประสิทธิภาพสูง
  • จอ 2K ให้สีสันที่สวยสมจริง
  • วัสดุงานประกอบดี
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานแม้จะเป็นจอความละเอียดสูง
  • กันน้ำกันฝุ่น
ข้อสังเกต
  • การถ่ายรูปในโหมด Manual ปรับได้ไม่ค่อยเยอะ
  • เครื่องร้อนเวลาที่ใช้เวลเกมหนัก ๆ
  •  ระบบเสียง OZO ยังไม่ค่อยเห็นถึงความแตกต่าง
  • ตำแหน่งปุ่มด้านล่างยังจัดได้ไม่ดีเท่าไหร เวลาเล่นเกมจะโดนอยู่เป็นประจำ
  • 133
  • 168
    Shares

Review-Nokia-8-SpecPhone-23
หลังจากที่ Nokia ได้ถูก Microsoft ซื้อกิจการไปจนทำให้ต้องหยุดขายโทรศัพท์ไปหลายปี ล่าสุดอดีตแบรนด์ยักษ์ใหญ่แห่งวงการมือถืออย่าง Nokia ก็กลับเข้ามาในวงการสมาร์ทโฟนอีกครั้ง ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ Nokia อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของบริษัท HMD Global

โดยก่อนหน้านี้ Nokia ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับกลางไปแล้วซึ่งได้เสียงตอบรับในทางที่ดี แต่ก็ยังมีแฟน ๆ หลายคนเรียกร้องให้ Nokia ทำมือถือเรือธงออกมา ในที่สุด Nokia ก็ได้เปิดตัวมือถือเรือธงรุ่นแรกของค่ายอย่างเป็นทางการแล้วกับ Nokia 8 ที่มาพร้อมจุดเด่นอย่างกล้องคู่ ZeissDual Camera ที่เคยจับมือกันตั้งแต่ยุคแรก ๆ ขึ้นชื่อเรื่องความคมชัด และนอกจากนี้ Nokia 8 ยังมีประสิทธิภาพในการใช้งานที่สูงมากเพราะใช้สเปคที่จัดหนักจักเต็มอย่าง CPU Snapdragon 835 RAM 4 GB ROM 64 GB จะเป็นยังไงบ้างเรามาดูกันดีกว่า

สเปค Nokia 8

  • หน้าจอ 5.3 นิ้ว ความละเอียด  2K
  • CPU Snapdragon 835
  • RAM 4 GB
  • ROM 64 GB สามารถเพิ่ม Micro SD Card ได้
  • กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 13  ล้านพิกเซล
  • ใช้ Nano SIM  รองรับ 3G/4G
  • ระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1
  • แบตเตอรี่ 3000 mAh
  • สเปคเต็ม ๆ Nokia 8
  • ราคาเปิดตัว 19,500 บาท

Design

Review-Nokia-8-SpecPhone-18
Nokia 8 มีหน้าจอขนาด 5.3 นิ้ว ความละเอียด QHD เป็นกระจก 2.5D การแสดงผลหน้าจอนั้นให้สีสันสวยงาม มีความคมชัดและมุมมองที่กว้างมาก ๆ สามารถใช้ในที่แจ้งได้เป็นอย่างดีเพราะจอมีความสว่างถึง 700 nit

Review-Nokia-8-SpecPhone-19
ด้านบนมีกล้องหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ถัดมาเป็นลำโพงสนทนา เซนเชอร์วัดแสง และโลโก้ Nokia

Review-Nokia-8-SpecPhone-20
ด้านล่างหน้าจอจะมีที่สแกนลายนิ้วมือซึ่งอาจจะดูเล็กไปหน่อยแต่บอกเลยว่าใช้แล้วติดใจมาก ๆ สามารถใช้เป็นปุ่มโฮมไปในตัวได้เลย ด้านซ้ายเป็นปุ่ม Back ด้านขวาเป็นปุ่ม Recent app สามารถกดค้างเพื่อเปิด Multi window ได้ โดยที่ทั้งสองปุ่มมีไฟเรืองแสงอยู่สามารถเลือกปรับเวลาที่จะให้ไฟทำงานเองได้

Review-Nokia-8-SpecPhone-14
Nokia 8 มีช่องใส่ซิมเป็นแบบ Hybrid ใช้งานแบบ Nano Sim และสามารถเพิ่ม MicroSD Card ได้

Review-Nokia-8-SpecPhone-26
ด้านล่างมีพอร์ท USB Type C และลำโพงหลักของตัวเครื่อง ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ลำโพงสเตอริโอแต่บอกได้เลยว่าพลังเสียงกับคุณภาพนั้นถือว่าดีกว่าเครื่องที่เป็นลำโพงสเตอริโอบางรุ่นเสียอีก

Review-Nokia-8-SpecPhone-23
ฝาหลังเป็นโลหะแบบ Unibody  มีแถบเสาสัญญาณที่ด้านบนและด้านล่าง ส่วนกล้องหลังเป็นเลนส์คู่จาก ZEISS มีความละเอียด 13 ล้านพิกเซลทั้ง 2 ตัวเป็นกล้อง RGB + Monochrome มี PDAF, Infrared, และไฟแฟลช LED

Review-Nokia-8-SpecPhone-10
ในเรื่องของการออกแบบ Nokia 8 ดูธรรมดามาก ๆ ไม่ค่อยมีความแตกต่างไปจาก  Nokia 6 สะเท่าไหร สีที่เราได้มาเป็นสี Steel สีเทาเรียบ ๆ การจับถือครั้งแรกให้สัมผัสที่ดีรู้สึกถึงความแข็งแรงและงานประกอบที่ดีมาก ๆ มีความเนียนของเนื้อลูมิเนียมเป็นอย่างมาก ตัวเครื่องมีความบางมากเพราะมีการออกแบบให้ขอบมีความแหลมออกมานิดหน่อย แต่ว่าแอบมีหนักที่หนักไปหน่อยโดยรวมแล้วให้ความรู้สึกดีกว่าที่เห็นในรูปตอนแรกมาก

Software

Review-Nokia-8-SpecPhone-3

n1

Nokia 8 เป็น Pure Android ใช้ระบบ Android 7.1.1 โดยที่ตอนนี้ HMD ได้ออกมาบอกแล้วว่า Nokia 8 สามารถอัปเดทเป็น Android Oreo 8.0 ได้อย่างแน่นอน หน้าตา UI ไม่มีการปรับแต่งแต่อย่างใดฟีเจอร์ที่มีมาก็พื้น ๆ ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ส่วนการใช้งานก็สามารถใช้งานได้ง่ายดีเพราะคงจะคุ้นเคยกับหน้าตาแบบนี้กันอยู่แล้ว โดยที่ Android 7.1.1 ของ Nokia 8 นั้นจะไม่มี App Drawer มาให้ใช้งานแล้ว ถ้าอยากจะดูแอปทั้งหมดต้องรูดหน้าจอด้านล่างขึ้นมาเพื่อเปิดแอปที่ติดตั้งแทน ส่วนเรื่องความเร็วความลื่นไหลในการใช้งานนี้หายห่วงได้เลยเพราะว่าใช้งานได้ติดนิ้วเอามาก ๆ

Review-Nokia-8-SpecPhone-17
นอกจากนี้ Nokia 8 ยังมี Glance Screen อีกด้วย เหมือนกับโทรศัพท์สมัยก่อนของ Nokia แต่จะแสดงแค่สายที่ไม่ได้รับ E-mail และข้อความ SMS เท่านั้น

Screenshot_20170901-160123

และยังมีแอปพิเศษอย่าง Nokia Care ที่เราสามารถตรวจหาศูนย์บริการใกล้บ้านได้ หรือจะเป็นคู่มือการใช้งานรวมไปถึงการตรวจประกันของตัวเครื่องด้วยตนเอง

Camera

Review-Nokia-8-SpecPhone-9

n6

Nokia 8 มีกล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซล เป็นกล้องคู่แบบ RGB และ Monochrome (สี+ขาวดำ) สามารถทำโบเกต์เอฟเฟคได้ด้วย หน้าตาการออกแบบของ UI กล้องนั้นมีความเรีบยง่ายดีใช้งานไม่ยาก แต่มีโหมดมาให้เลือกใช้งานน้อยมาก โดยการถ่ายรูปในที่แจ้งกับที่แสงน้อยสามารถโฟกัสภาพออกมาได้รวดเร็วดี การวัดแสงทำได้ดีมากมีการปรับช่วยบ้างบางครั้งส่วนภาพถ่ายตอนกลางคืนสามารถจัดการ noise ได้ดีเลยทีเดียว

โดยโหมดที่ชอบมาก ๆ จะเป็นโหมด Live Bokeh ที่สามารถละลายภาพได้สวยมากและปรับระดับความเบลอเองได้ หรือถ้าเราถ่ายรูปเสร็จแล้วอยากจะกลับมาแก้จุดโฟกัสใหม่ก็สามารถทำได้เองในแอป Google Photo เลย แต่ว่าโหมด Live Bokeh เองยังมีข้อติอยู่นิดหน่อยคือเวลาที่เรากำลังดูภาพผ่านหน้าจอภาพที่ได้จะมีการเบอลที่ไม่ค่อยสวยทำให้กะระยะพลาดไปบ้างบางที แต่พอถ่ายออกมาเสร็จและดูรูปกลับโอเคสะงั้น

IMG_20170904_183245

IMG_20170904_183321

ส่วนโหมดที่ Nokia โปรโหมดเอามาก ๆ เลยคือ Dual-Sight ที่จะสามารถใช้งานกล้องหน้าและกล้องหลังได้พร้อมกัน รองรับทั้งโหมด VDO และถ่ายรูป โดยที่เราจะได้ภาพที่คุณภาพเท่ากันเพราะกล้องหน้าและหลังมีความละเอียดเท่ากันนั้นเอง นอกจากนี้ยังรองรับการ Live ขึ้นบน Facebook Live และ Youtube อีกด้วย

IMG_20170906_131209
Nokia 8

รูปขาวดำถ่ายออกมาได้ดีมาก เก็บรายละเอียดของพื้นผิวและแสงได้เป็นอย่างดีจนหลัง ๆ แอปติดถ่ายขาวดำมากกว่าถ่ายสีไปสะแล้ว

Nokia 8 mono

กล้องหน้า
Nokia 8 F

ส่วนกล้องหน้านั้นมีความละเอียด 13 ล้านพิกเซล มีโหมด Beauty และ Pro มาให้ด้วย สามารถปรับความเนียนได้ 4 ระดับ ส่วนตัวคิดว่ากล้องหน้าถ่ายออกมาได้สวย เก็บรายละเอียดเส้นผมและขนคิ้วได้ดีแต่ภาพจะดูจริงไปหน่อย ถ้าใครชอบกล้องเนียน ๆ ผ่านตัวนี้ไปได้เลย

Performance

Review-Nokia-8-SpecPhone-15

n2

Nokia 8 เป็นมือถือที่มีสเปคโหดมากเพราะใช้ CPU Qualcomm Snapdragon 835 Octa-core 2.45GHz รุ่น TOP สุดในตลาดตอนนี้ มาพร้อมกับ GPU ตัวแรง Adreno 540 ทำให้การใช้งานทั่วไปรวมถึงการเล่นเกมหนัก ๆ นั้นลื่นไหลแบบเหลือใช้กันเลย RAM 4GB ที่ให้มาสามารถตอบสนองการใช้งานได้ดีมาก ๆ ทำให้การสลับแอปหรือเปิดหลาย ๆ แอปไปมาสามารถทำงานต่อได้เลยทันทีไม่ต้องรอโหลดใหม่ ส่วน ROM 64 GB เปิดเครื่องขึ้นมามีให้เหลือใช้อยู่ 49 GB กว่า ๆ

n5

ส่วนคะแนนทดสอบประสิทธิภาพนั้น Nokia 8 ก็สามารถทำคะแนนทดสอบออกมาอยู่ในกลุ่มมือถือที่มีคะแนนสูงมาก ๆ เนื่องมาจากการใช้ CPU ที่แรงมาก ๆ รวมไปถึงการใช้หน่วยความจำแบบ UFS ด้วย  ซึ่งทำให้การเปิดแอปต่าง ๆ ทำได้รวดเร็วมากขึ้น

Review-Nokia-8-SpecPhone-11

จากการที่ลองเล่น lineage 2 revolution ดูโดยปรับความละเอียดภาพระดับสูงสุดหมดทุกอย่าง สามารถเล่นเกมได้แบบไม่กระตุกเลยทำเฟรมเรตออกมาได้ไหลลื่นมาก ๆ การจับถือตอนเล่นนั้นสามารถทำออกมาได้ดีเพราะขอบตัวเครื่องมีความมนรับกับมือเป็นอย่างดี แต่ว่าเล่นไปนาน ๆ จะรู้สึกถึงความร้อนของตัวเครื่องที่ร้อนมากเลยทีเดียว

777

แบตเตอรี่ของ Nokia 8  มีขนาดที่ 3000 mAh การใช้งานหนัก ๆ ระหว่างวันนั้น สามารถใช้งานได้ทั้งวันโดยที่ไม่ต้องชาร์จเพิ่มระหว่างวันเลย โดยได้มีการเล่นเกมดูวีดีโอและถ่ายรูปบ้างตลอดเวลาที่ใช้งาน สามารถใช้งานได้นานประมาณ 8 ชั่วโมงกว่า ๆ ซึ่งถือว่ามีระบบการจัดการพลังงานที่ดีมาก ๆ

นอกจากนี้ Nokia 8 ยังรองรับระบบชาร์จเร็ว Quick Charge 3.0 อีกด้วย โดย Adapter ที่ให้มาในกล่องก็เป็น Quick Charge 3.0 เลย สามารถจ่ายไฟได้ 3 ระดับคือ 5V/3A , 9V/2A และ 12V/1.5A มีเวลาชาร์จไฟจาก 0 – 70% อยู่ที่ประมาณ 30 นาทีเท่านั้น

Comments
© SPECPHONE.COM Made with in Bangkok. - All rights reserved.