Close Menu
    Facebook X (Twitter) YouTube TikTok
    SpecPhone
    • ข่าวล่าสุด
    • รีวิว
    • ค้นหามือถือ
    • วิดีโอ
    • บทความ
    • ติดต่อเรา
    Facebook YouTube TikTok X (Twitter)
    SpecPhone
    Home»Android Platform»[Review] รีวิว Motorola One Vision ราคาไม่ถึงหมื่น ได้จอ 21:9 กล้องแจ่ม เร็วในสไตล์ Android One แบบคลีน ๆ
    Android Platform

    [Review] รีวิว Motorola One Vision ราคาไม่ถึงหมื่น ได้จอ 21:9 กล้องแจ่ม เร็วในสไตล์ Android One แบบคลีน ๆ

    ZeroSystemBy ZeroSystem3 มิถุนายน 2019Updated:24 สิงหาคม 2020
    Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Tumblr Email
    Share
    Facebook Twitter LinkedIn Pinterest Email

    ชื่อของ Motorola นับเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่อยู่คู่กับวงการโทรศัพท์มือถือมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่ยุคบุกเบิกจนมาถึงยุคสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงภายในอยู่เป็นระยะ ๆ ก็ตาม แต่แบรนด์ที่ใช้โลโก้ตัว M ก็ยังออกผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่มาอยู่เรื่อย ๆ อย่างล่าสุดก็ส่ง Motorola One Vision ที่มาพร้อมกับสเปคที่น่าสนใจ ประกอบกับการที่ยังคงเข้าร่วมโครงการ Android One อยู่ ทำให้ Motorola One Vision น่าจะเป็นมือถือที่ตอบโจทย์หลาย ๆ ท่านที่ต้องการมือถือมาใช้งานอยู่เหมือนกัน

    Motorola One Vision

    และนอกเหนือจากการใช้งาน Android One แล้ว Motorola One Vision ยังมาพร้อมกับสเปคที่น่าสนใจอยู่หลายจุดเหมือนกันครับ

    • ชิปประมวลผล Exynos 9609 มี 8 คอร์ประมวลผล ความเร็ว 2.2 GHz พร้อมชิปกราฟิก Mali G72 MP3
    • แรม 4 GB
    • พื้นที่เก็บข้อมูลภายใน 128 GB รองรับ microSD เพิ่มได้สูงสุด 512 GB
    • หน้าจอ IPS ขนาด 6.3 นิ้ว อัตราส่วนภาพ 21:9 ความละเอียดระดับ FHD+ (2520×1080)
    • Android 9.0 (ในโครงการ Android One)
    • กล้องหลังคู่
      • กล้องหลักเซ็นเซอร์ 48MP f/1.7 มีกันสั่น OIS รองรับฟังก์ชัน Quad Pixel ที่รวมพิกเซลให้ภาพเหลือ 12MP
      • กล้องเลนส์​ depth 5MP
    • กล้องหน้า 25MP f/2.0
    • แบตเตอรี่ 3500 mAh รองรับการชาร์จเร็ว TurboPower 15W
    • พอร์ตชาร์จแบบ USB-C
    • กันละอองน้ำได้ในระดับ IP52
    • มีช่องเสียบแจ็คหูฟังขนาด 3.5 มม.
    • ระบบเสียง Dolby Audio
    • รองรับ 2 ซิม โดยถาดซิมเป็นแบบไฮบริด
    • มี NFC
    • ราคา 9,990 บาท

    มือถือส่วนใหญ่ในตลาดที่ให้สเปคมาประมาณนี้ มักจะเปิดราคากันที่หมื่นนิด ๆ แต่สำหรับ Motorola One Vision นี้เปิดมาเพียง 9,990 บาทครับ โดยในแง่ของสเปคเองก็ถือว่าตอบโจทย์การใช้งานทั่วไปได้ดีมาก ชิปเร็วพอตัว แรม 4 GB พื้นที่เก็บข้อมูลให้มาเต็ม ๆ ถึง 128 GB ส่วนหน้าจอก็อาจจะมีอัตราส่วนภาพที่แปลกกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไปนิดหน่อย แต่น่าจะตอบโจทย์สายดูหนังได้เป็นอย่างดี

     

    ดีไซน์ หน้าตาของ Motorola One Vision

    ของที่ให้มาในกล่อง นอกเหนือจากตัวเครื่องแล้ว ก็จะมีอะแดปเตอร์ชาร์จไฟ (5V 3A / 9V 2A / 12V 1.5A) สาย USB-C หูฟัง เคสซิลิโคนใส ฟิล์มกันรอยหน้าจอ เข็มจิ้มถาดซิม และก็เอกสารคู่มือทั่วไปครับ

    ตัวเครื่องจะยาวกว่ามือถือทั่วไปเล็กน้อย เนื่องจากหน้าจอมีอัตราส่วนภาพที่ 21:9 ในขณะที่มือถือส่วนใหญ่จะใช้ 16:9 หรืออย่างมากก็ไม่เกิน 20:9 เท่านั้น ขอบจอทั้งสามด้านคือบน/ซ้าย/ขวาก็หนากำลังพอดี ส่วนขอบล่างจะหนากว่าด้านอื่นเล็กน้อยครับ ขอบกระจกหน้าจอจะเป็นขอบโค้ง 2.5D เข้าหาขอบเครื่อง ให้ความรู้สึกเข้าไปกับส่วนโค้งของเครื่องได้พอดี

    ส่วนความรู้สึกในการจับถือก็จัดว่าทำได้ดี ด้วยตัวเครื่องที่มีลักษณะผอมเรียวยาว ทำให้สามารถจับได้ถนัดมือ งานประกอบโดยรวมก็ทำออกมาได้แน่นหนา

    จุดที่เป็นไฮไลท์ที่สุดของด้านหน้าตัวเครื่อง ก็คือกล้องหน้าแบบเจาะช่องบนหน้าจอ โดยจะอยู่ที่มุมซ้ายบนสุด ที่ในปัจจุบัน หลายท่านอาจจะเริ่มชินตากันไปบ้างแล้ว แต่ของ One Vision จะมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่กว่าปกตินิดหน่อยนะครับ ยิ่งเมื่อเทียบกับตัวเลขนาฬิกา และไอคอนบนแถบด้านบนของจอก็จะยิ่งเห็นความแตกต่างของขนาดได้อย่างชัดเจนมาก ๆ

    คุณภาพหน้าจอ CinemaVision ก็ถือว่าทำได้ตามมาตรฐานพาเนล IPS คือให้สีสันสดใส รายละเอียดต่าง ๆ ทำได้ดี และมีมุมมองภาพที่กว้าง สามารถมองจากด้านข้างได้โดยที่มีอาการสีเพี้ยนน้อยมาก และด้วยการเลือกใช้อัตราส่วนภาพแบบ 21:9 ก็ทำให้สามารถรับชมภาพยนตร์ วิดีโอที่ทำภาพมาเป็นอัตราส่วน 21:9 ได้อย่างเต็มจอ (แต่ก็จะติดช่องของกล้องหน้าด้วยนะ)

    ส่วนในภาพด้านล่างก็เป็นการเทียบขนาดระหว่าง Google Pixel 2 XL หน้าจอ 6″ 18:9 กับ Motorola One Vision หน้าจอ 6.3″ 21:9 ครับ จะเห็นว่าความสูงของเครื่องนั้นต่างกันไม่มาก เนื่องจาก Moto ใช้การออกแบบให้ใช้หน้าจอเกือบเต็มเครื่อง เลยทำให้ตัวเครื่องมีขนาดไม่เทอะทะจนเกินไป

    พลิกมาด้านหลังกันบ้าง ฝาหลังจะเป็น Gorilla Glass แบบ 3D โดยเนื้อในของฝาหลังจะเป็นสีเหลือบสะท้อนแสง สำหรับเครื่องที่เราได้รับมารีวิวในครั้งนี้เป็นเครื่องสีน้ำเงินครับ ซึ่งเมื่อสะท้อนแสง ก็จะให้ประกายระยิบระยับสวยงาม มุมบนซ้ายเป็นตำแหน่งของกล้องหลังทั้งสองตัวพร้อมแฟลช LED ตรงกลางเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่มีโลโก้ Motorola อยู่ภายใน ส่วนด้านล่างสุดก็เป็นพวกโลโก้รับรองมาตรฐานต่าง ๆ และโลโก้ Android One

    หากมองจากด้านข้างก็จะเห็นชัดเหมือนกันว่าโมดูลกล้องจะนูนขึ้นมาจากฝาหลังพอสมควร

    ด้านบนก็จะมีช่องเสียบแจ็คหูฟังขนาด 3.5 มม. และช่องรับเสียงของไมค์ด้านบน ส่วนด้านล่างก็จะมีช่องลำโพง ช่อง USB-C แล้วก็ช่องรับเสียงของไมค์สนทนา

    สำหรับฝั่งซ้ายจะมีเพียงถาดใส่ซิม ส่วนฝั่งขวาจะเป็นปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง และก็ปุ่ม Power ตามปกติ

    ประเด็นของถาดใส่ซิม น่าเสียดายที่เลือกใช้ถาดแบบไฮบริด ที่ผู้ใช้ไม่สามารถใส่ microSD ได้ หากใส่นาโนซิมเต็มทั้งสองช่องแล้ว ซึ่งปัจจุบัน มือถือในช่วงราคาใกล้ ๆ กันส่วนใหญ่มักจะให้ถาดซิมแบบ 2 + 1 microSD กันมาแล้วครับ ก็ถือเป็นข้อสังเกตแล้วกัน

    เคสซิลิโคนที่แถมมาให้ในกล่องทำออกมาได้พอดีตัวเป๊ะ ๆ เนื้อไม่แข็งจนเกินไป มีการป้องกันตามขอบต่าง ๆ ได้ดี เช่น ขอบกระจกปิดเลนส์กล้องหลัง และขอบหน้าจอ

     

    ซอฟต์แวร์ของ Motorola One Vision

    Motorola One Vision มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 9.0 เวอร์ชัน Android One ที่การันตีการอัพเดตจาก Google ซึ่งแน่นอนว่าตัวระบบจะมาในแบบค่อนข้างคลีน แอปที่ติดตั้งมากับเครื่องก็จะเป็นแอปในกลุ่มของ Google ซะเป็นส่วนใหญ่ มีแอปเพิ่มเติมมาเองก็เช่น Dolby Audio สำหรับช่วยในการปรับระบบเสียง แอป Moto สำหรับเป็นทางลัดเข้าไปปรับลูกเล่นเสริมของตัวเครื่อง เป็นต้น

    ส่วนพื้นที่เก็บข้อมูลภายในที่ตามสเปคระบุว่าให้มา 128 GB นั้น เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาใช้งานครั้งแรกจะเหลือให้ใช้จริงราว ๆ 116 GB ครับ สำหรับการใช้งานในด้านความบันเทิงก็หายห่วงเลย เพราะตัวเครื่องได้การรับรองมาตรฐาน Widevine ที่ระดับ L1 ทำให้สามารถสตรีมภาพยนตร์ที่ความละเอียดระดับ HD ได้สบาย

     

    ฟีเจอร์ที่น่าสนใจของ Motorola One Vision

    ด้วยความที่ Motorola One Vision เป็นเครื่องในโครงการ Android One ทำให้ลูกเล่น ฟีเจอร์ต่าง ๆ อาจจะไม่ได้มาแบบจัดเต็มมากนัก แต่ก็ยังมีทูลชื่อว่า Moto ที่ช่วยให้การปรับแต่งการทำงานต่าง ๆ ทำได้ง่ายขึ้น อย่างในหัวข้อ Moto Anctions ก็จะมีตัวเลือกให้สามารถเปิดใช้งานฟังก์ชันแตะสามนิ้วบนจอเพื่อแคปหน้าจอได้ รวมถึงสามารถปรับปุ่ม navigation ด้านล่างได้ด้วย ว่าจะให้เป็นปุ่มโฮมแบบ gesture + ย้อนกลับ ที่เป็นค่าเริ่มต้นของ Android 9.0 หรือจะเป็นปุ่ม gesture เดี่ยว ๆ ไปเลย

    ส่วนฝั่งของ Moto Display ก็จะเป็นตัวช่วยสำหรับปรับฟังก์ชันเสริมให้กับจอ เช่น Peek Display ที่ระบบจะแสดงพรีวิวของการแจ้งเตือนบนหน้าจอให้ แม้จะปิดหน้าจออยู่ ส่วนอีกอันก็เป็น Attentive Display ที่จะเปิดหน้าจอไว้ตลอดในขณะที่เรามองจออยู่ ป้องก้นการปิดหน้าจอเองโดยอัตโนมัติ

     

    กล้องถ่ายรูปของ Motorola One Vision

    ชุดกล้องหลังก็มาในแบบชุดปกติครับ คือเลนส์หลักคู่กับเลนส์ depth ที่ทำให้การถ่ายฉากหลังเบลอทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งในส่วนของเลนส์หลักจะมาพร้อมเทคโนโลยี Quad Pixel ที่ช่วยในการประมวลผลภาพที่ได้จากเซ็นเซอร์รับภาพความละเอียด 48MP ให้กลายเป็นภาพความละเอียด 12MP แม้ว่าตัวเลขจะดูน้อยลง แต่ภาพที่ได้จะมีความสว่างและสีสันที่ดีขึ้น ซึ่งที่จริงแล้วก็เป็นหลักการในการรวม 4 พิกเซลเข้าเป็นพิกเซลเดียวที่คุ้นเคยกันนั่นเองครับ

    สำหรับความละเอียดของกล้องหลังที่สามารถปรับได้นั้น จะได้สูงสุดแค่ 12MP ไม่สามารถปรับ 48MP เต็ม ๆ ได้นะ นอกจากนี้ยังรองรับการถ่ายภาพเป็นไฟล์ RAW ด้วย (เมื่อถ่ายในโหมด Manual) แต่ภาพไฟล์ RAW นั้นก็จะมีความละเอียดสูงสุดแค่ 12MP เหมือนกัน

    อินเตอร์เฟสของแอปกล้องติดเครื่องก็จะมีความใกล้เคียงกับ Android 9.0 ของ Google เลยครับ แต่มีส่วนของโหมดกล้องเพิ่มเข้ามา โดยโหมดที่มีให้ใช้ก็ได้แก่

    • Portrait
    • Cutout (สำหรับใช้ปรับเปลี่ยนฉากหลัง)
    • Spot color
    • Night vision
    • Cinemagraph (ได้ภาพเป็นไฟล์ GIF)
    • Panorama
    • Live filter

    ส่วนของการถ่ายวิดีโอก็รองรับทั้งการถ่ายปกติ ถ่ายสโลว์โมชัน ถ่าย timelapse และก็มีทางลัดสำหรับ live ลง YouTube ได้โดยตรง

    ในการใช้งานกล้อง โดยทั่วไปแล้วก็ทำได้ดีครับ แต่จากที่ผมรีวิวมา หากถ่ายรูปติดกันหลาย ๆ รูปหน่อย ตัวระบบจะเริ่มมีการประมวลผลภาพที่นานขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย อันนี้ก็อาจต้องรอการแก้ไขที่เฟิร์มแวร์กันอีกที

    ภาพด้านบนนี้เป็นภาพเปรียบเทียบกันระหว่างการถ่ายกลางคืนโดยใช้โหมด auto (ซ้าย) กับใช้โหมด Night vision (ขวา) จะเห็นว่าขนาดโหมด auto เองก็ถือว่าทำได้ดีแล้ว แต่เมื่อเปิดโหมด Night vision เพิ่มเข้ามา ภาพก็จะดูสว่างขึ้นไปอีก ช่วยให้เห็นรายละเอียดต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น ส่วนหลักการทำงานนั้นก็เป็นการเปิดหน้ากล้องนานขึ้นกว่าปกติ แล้วใส่การประมวลผลภาพเข้าไปเพิ่มครับ

    แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่าโหมด Night vision นั้นโหดเกินราคาอยู่เหมือนกันนะ

    สำหรับตัวอย่างภาพจากกล้องสามารถรับชมได้จากด้านล่างนี้เลย

     

     



























     

    ประสิทธิภาพและการเล่นเกมบน Motorola One Vision

    Motorola One Vision มาพร้อมกับสเปคในระดับกลาง ๆ ที่ใช้ทำงานทั่วไปได้สบาย จะเล่นเกมก็เหลือ ๆ ด้วยพลังของชิป Exynos 9609 กับแรม 4 GB ที่ยังพอเพียงสำหรับการใช้งานในปัจจุบัน โดยสามารถรีดคะแนนจากการทดสอบ AnTuTu ไปแตะหลัก 120,000 คะแนน ส่วนการทดสอบกราฟิกด้วย 3DMark ก็ทำได้ในระดับที่น่าพอใจ สามารถใช้เล่นเกมในปัจจุบันได้สบาย

    ทดสอบการเล่นเกมกันด้วยเกมแรกอย่าง PUBG Mobile ผลที่ได้ก็คือลื่นหัวแตกด้วยการปรับความละเอียดระดับ HD และเฟรมเรตระดับ High ครับ

    เกมต่อมาก็เป็น RoV เช่นเคย ด้วยการปรับกราฟิกสูงสุดทุกอย่าง ผลที่ได้คือเล่นได้ลื่น ๆ เลย แต่เฟรมเรตที่ได้จะอยู่ที่ 55 fps เท่านั้น ไม่มากและไม่น้อยไปกว่านี้

    ปิดท้ายด้วยเกม Speed Drifters ก็เล่นได้ลื่น ๆ เช่นกัน ด้วยการปรับความละเอียดระดับสูงสุดทุกอย่าง ดังนั้นหากต้องการซื้อ มาเล่นเกมก็น่าจะไม่ผิดหวังครับ รอมคลีน สเปคแรงเหลือเฟือ

    Overall

    โดยสรุปแล้ว Motorola One Vision เป็นมือถือที่ทำออกมาได้ค่อนข้างลงตัว ทั้งในแง่ของสเปค รูปลักษณ์ และราคาที่เปิดมาไม่ถึงหมื่น (ขาดไป 10 บาท) เพราะสิ่งที่ได้นั้นจัดว่าคุ้มค่าตัวอยู่เหมือนกัน จะใช้งานทั่วไป เล่นเน็ต เล่นเกม ดูหนังก็สบาย รองรับการอัพเดตได้อีกยาว ๆ แถมเรื่องกล้อง รอบนี้ก็ทำออกมาได้ดีเกินคาด ทั้งถ่ายกลางวันและกลางคืนก็ทำออกมาได้ดี จะติดก็แค่ลูกเล่นของรอมอาจจะน้อยไปนิดนึง เมื่อเทียบกับมือถือรุ่นอื่นในช่วงราคาใกล้เคียงกัน แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ได้สนใจลูกเล่นมือถือเท่าไหร่ อยากได้เครื่องที่ใช้งานได้เสมอ ไม่ค่อยงอแง มีกล้องที่ไว้ใจได้ Motorola One Vision คือตัวเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียวครับ
    Motorola Review
    Share. Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Tumblr Email
    ZeroSystem

    Related Posts

    รีวิว Samsung Galaxy Buds 4 Pro: เบสแน่น ดีไซน์ใหม่ ใส่สบายมาก หูฟังเรือธงปี 2026 ที่สาวกซัมซุงต้องมี!

    5 มีนาคม 2026

    10 อันดับมือถือที่แรงที่สุดฝั่ง Android จาก AnTuTu เดือนกุมภาพันธ์ปี 2026 โดย iQOO 15 Ultra ขึ้นมาเป็นที่ 1 แล้ว

    5 มีนาคม 2026

    รีวิว vivo V70 กล้อง ZEISS 50MP ถ่ายพอร์ตเทรตระดับโปร พร้อมแบตสุดอึด 6500mAh ในราคาเริ่มต้น 15,999 บาท

    4 มีนาคม 2026

    Comments are closed.

    หัวข้อทั้งหมด

    ผลทดสอบแรกมาแล้ว! MacBook Neo เผยคะแนน Benchmark สูสีชิปเรือธง พร้อมเทียบความแรงกับ M1

    6 มีนาคม 2026

    แอบโชว์ตัวแบบเงียบๆ vivo นำเครื่องจริงที่คาดว่าเป็น vivo X300 Max มาจัดแสดงในงาน MWC 2026

    6 มีนาคม 2026

    เปิดตัว Nothing Phone (4a) และ Phone (4a) Pro พร้อมอัปเกรดสเปคให้ดีขึ้น และดีไซน์ใหม่

    6 มีนาคม 2026

    เปรียบเทียบ iPhone 17e vs iPhone 16e รุ่นใหม่กับรุ่นเก่าต่างกันยังไง มีอะไรใหม่บ้าง คุ้มแค่ไหนถ้าจะซื้อใหม่?

    5 มีนาคม 2026

    มือถือรุ่นยอดนิยม

    Honor X7

    Honor X7

    6,299 บาท
    Honor X8

    Honor X8

    7,999 บาท
    Honor X9

    Honor X9

    9,299 บาท
    HTC Desire 22 Pro

    HTC Desire 22 Pro

    0 บาท
    Huawei Nova 10 Pro

    Huawei Nova 10 Pro

    24,990 บาท
    ดูมือถือทั้งหมด
    Facebook YouTube TikTok X (Twitter)

    Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.

    เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

    ยอมรับ
    X