ทุกครั้งที่ผมรีวิวสมาร์ทโฟน HUAWEI โดยเฉพาะรุ่นเล็กอย่าง Y Series ผมจะพูดเสมอว่าปีนี้ เป็นปีที่ดุเดือดของ HUAWEI เพราะผลิตภัณฑ์แต่ละตัวที่ทำตลาดในประเทศไทยนั้น จัดเต็มทุกรุ่น เรียกได้ว่าเปิดตัว เปิดราคามาเมื่อไหร่ คู่แข่งก็สะเทือนเมื่อนั้น

HUAWEI Y9 2019 ก็เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่เปิดตัว และเปิดราคามาได้โหดร้าย (สำหรับคู่แข่ง) ด้วยราคาค่าตัวเพียง 6,990 บาท แต่สิ่งที่อยู่ในสมาร์ทโฟนรุ่นเล็กเครื่องนี้ มีหลายสิ่งถอดแบบมาจากแฟลกชิปสมาร์ทโฟน หรือสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปเลยล่ะครับ

สเปค HUAWEI Y9 2019

  • หน้าจอ HUAWEI FullView Display ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+
  • ชิปประมวลผล Kirin 710 with AI Capability Octa-core (4 Cortex-A73 ความเร็ว 2.2 GHz + 4 Cortex-A53 ความเร็ว 1.7 GHz)
  • Ram 4 GB
  • ความจุ 64 GB รองรับ MicroSD Card สูงสุด 400 GB
  • ถาดซิมแบบ 3 Slot (Dual Sim + Micro SD Card)
  • กล้องหลังคู่ความละเอียด 13 + 2 ล้านพิกเซล f/2.0 + AI
  • กล้องหน้าคู่ความละเอียด 16 + 2 ล้านพิกเซล f/1.8 + AI
  • ระบบปฏิบัติการ EMUI 8.0 base on Android 8.0 Oreo
  • มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบริเวณด้านหลัง
  • แบตเตอรี่ความจุ 4,000 mAh
  • ราคา 6,990 บาท

ดูจากสเปคของ Y9 2019 ผมเชื่อว่ามีหลายคนรู้สึกว่าสเปคนี้มันคุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นมาก่อน ใช่แล้วครับ สเปคของ HUAWEI Y9 2019 มีความใกล้เคียงกับรุ่นพี่อย่าง HUAWEI nova 3i เอามาก ๆ โดยเฉพาะชิปประมวลผล ที่เลือกใช้ชิปเซ็ต Kirin 710 เหมือนกัน แถมยังให้ Ram 4 GB เท่ากันอีกต่างหาก

 

Design: ใหม่ของผม แต่เก่าของ (รุ่น) พี่

เริ่มต้นที่การออกแบบตัวเครื่อง HUAWEI Y9 2019 หากมองในแง่ของสมาร์ทโฟน Y Series นี่คือความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เพราะถือเป็นครั้งแรก ที่ Y Series มีหน้าตาโทนเดียวกับแฟลกชิปอย่าง HUAWEI P20 รวมถึงหน้าจอ ที่เป็นแบบ notch screen 19.5:9

นอกจากดีไซน์ที่เปลี่ยนไปแล้ว หน้าจอของ HUAWEI Y9 2019 ยังมาพร้อมกับหน้าจอ IPS LCD ขนาดใหญ่ถึง 6.5 นิ้ว ขอบจอบางเฉียบ ความละเอียดสูงระดับ Full HD+ ด้วยสเปคระดับนี้ กับราคาเท่านี้ เรื่องหน้าจอก็ไม่รู้จะติอะไรเหมือนกัน

Y9 2019 มีการใช้พื้นที่ด้านหน้าได้คุ้มค่า ด้วยการเลือกหน้าจอแบบมี notch screen หรือรอยบากที่หน้าจอ (สามารถเปิด – ปิดได้ในการตั้งค่า) ตรงรอยบากใส่กล้องหน้าไว้ 2 ตัว ความละเอียด 16 + 2 ล้านพิกเซล และด้านบนรอยบากเป็นลำโพงสำหรับสนทนาโทรศัพท์

การจับถือตัวเครื่อง Y9 2019 ต้องบอกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ออกแบบมาได้ดี โดยเฉพาะฝาหลังที่มีความโค้งมน เข้ากับมือผู้ใช้ ตัวฝาหลังเองหากนึกภาพไม่ออก ให้นึกถึง HUAWEI nova 3 ครับ ความโค้งฝาหลังแบบเดียวกันเป๊ะ แต่ในแง่ของความพรีเมียม ก็คงต้องยอมให้พี่เขาไป ด้วยราคาที่แตกต่างกันพอสมควร

พอร์ตเชื่อมต่อต่าง ๆ จะอยู่บริเวณด้านล่างทั้งหมด ทั้งช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร และพอร์ต Micro USB สำหรับชาร์จ/ เชื่อมต่อข้อมูล ส่วนอะแดปเตอร์ที่แถมมา จ่ายไฟได้สูงสุด 10W (5V/ 2A) ก็ตามมาตรฐานทั่วไป

ถาดซิมของ HUAWEI Y9 2019 เป็นถาดซิมแบบ 3 Slot คือรองรับทั้งซิม 1, ซิม 2 และ micro SD Card ที่ความจุสูงสุด 400 GB ใส่ทั้งหมดพร้อมกันได้ ไม่ต้องเลือกเหมือนถาดซิม Hybrid Slot

การวางตำแหน่งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือของ Y9 2019 จะอยู่บริเวณด้านหลัง เยื้องไปทางด้านบนของตัวเครื่อง ในการใช้งานจริงถือว่าเป็นตำแหน่งที่ “เข้ามือ” ได้ลองสแกนสัก 2 – 3 ครั้งก็แปะนิ้วไม่พลาดแล้วครับ

ภาพรวมสำหรับ HUAWEI Y9 2019 ในแง่ของการดีไซน์ พูดกันตามตรง ผมว่ามันเป็นสมาร์ทโฟนที่ให้หน้าตามาเกินราคาไปมาก ทั้งฝาหลังที่สะท้อนแบบกระจก โดยเครื่องรีวิว HUAWEI Y9 2019 ที่ผมได้รับมาจะเป็นสีดำ Midnight Black ให้ความรู้สึกเรียบหรู และยังมีอีกสีที่วางจำหน่าย ได้แก่ สีน้ำเงิน Sapphire Blue

 

Camera: แค่ 4 กล้องมันธรรมดา รอบนี้ใส่ AI เข้าไปให้ด้วย

อีกความเปลี่ยนแปลงของ HUAWEI Y9 2019 เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ก็คือการใส่ AI เข้ามาในกล้องถ่ายภาพ และถือเป็นครั้งแรกของ Y Series ด้วย ที่มี AI scene recognition หรือการปรับโหมดการถ่ายภาพให้เหมาะสมด้วย AI โดย Y9 2019 สามารถแยกแยะวัตถุ หรือฉากต่าง ๆ ได้ถึง 25 รูปแบบ

พูดถึงการมี AI scene recognition ปัจจุบันก็มีสมาร์ทโฟนหลายรุ่น ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์นี้ แต่ในการใช้งานจริง หากชิปประมวลผลแรงไม่พอ โอกาสที่ AI ทำงานได้ช้า หรือทำงานผิดพลาดย่อมมีสูง แต่ไม่ใช่กับ Kirin 710 ซึ่งเป็นชิปเซ็ตแบบ AI compatibility หรือพูดง่าย ๆ คือ ชิปเซ็ตตัวนี้ ออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับ AI ได้ดีนั่นเอง

ในการเปลี่ยนฉากต่าง ๆ Y9 2019 ทำได้รวดเร็วทันใจเลยล่ะครับ ความแม่นยำอยู่ในระดับที่ประทับใจ ภาพที่ได้ก็ตามตัวอย่างภาพถ่ายด้านล่างเลย

Rear Camera Y9 2019

แต่สิ่งที่ทำผมอึ้งใน Y9 2019 คือการที่ HUAWEI เลือกใส่ฟีเจอร์ Night Shot ฟีเจอร์เดียวกับใน HUAWEI P20 มาในสมาร์ทโฟนรุ่นเล็กเช่นนี้ โดย Night shot ถือคือการถ่ายโหมดกลางคืนให้สว่าง รายละเอียดครบ ๆ แบบไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง

อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดด้านราคา Night Shot ของ Y9 2019 สำหรับผม คืออยู่ในระดับที่พอใช้งานได้ และแน่นอนว่ามันยังห่างชั้นกับรุ่นพี่อย่าง P20 ในระดับหนึ่ง

กล้องหน้าของ HUAWEI Y9 2019 มีความละเอียดอยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล f/2.0 กล้องรองสำหรับเก็บระยะ ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ในการถ่าย Portrait Mode สามารถถ่ายหน้าชัด – หลังเบลอได้ และปรับระดับความ Beauty ได้ถึง 10 ระดับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า HUAWEI Y9 2019

Y9 2019 Front Camera

 

Software: EMUI 8.2 ฟีเจอร์ครบ ๆ GPU Turbo ก็มา

ระบบปฏิบัติการ EMUI 8.2 บน HUAWEI Y9 2019 มาในหน้าตาอันคุ้นเคย (สำหรับคนใช้ HUAWEI) มีฟีเจอร์เด่น ๆ หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการสแกนใบหน้า ที่สแกนได้รวดเร็ว อย่างตอนที่รีวิว Y9 2019 ผมแทบไม่ได้ใช้เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้วยซ้ำไป

ไฮไลท์อย่าง Game Suite และ GPU Turbo* ก็ได้ถูกใส่ไว้ใน Y9 2019 เช่นกัน ทำให้การเล่นเกมด้วย Y9 2019 หากปรับแต่งดี ๆ เนี่ย มันสามารถรันเกมได้ลื่นทุกเกม บนกราฟฟิคที่ไม่ได้น่าเกลียดเลยครับ ไม่ใช่ปรับ Low แล้วลื่นนะ แต่ส่วนมาก ปรับกลาง ๆ Medium ผมว่า Y9 2019 เล่นได้สบายแทบทุกเกม

เทคนิคเล็กน้อยในการเล่นเกมบน HUAWEI Y9 2019 คือให้โยนเกมไว้ในโฟลเดอร์ Game Suite ให้หมด (โฟลเดอร์ Tool > Game Suite > Add) แต่โดยส่วนมาก พอโหลดเกมลงเครื่อง ก็จะถูกย้ายไปใน Game Suite ให้เป็นปกติอยู่แล้ว

เหตุผลที่ต้องใส่เกมใน Game Suite ก็คือ แอปพลิเคชันที่รันในโฟลเดอร์ Game Suite จะเป็นการรันด้วยโหมด Game acceleration ที่จะทำการเร่งประสิทธิภาพทั้ง CPU และ GPU ให้สูงขึ้น เพื่อให้เล่นเกมได้ลื่น และยังมีฟีเจอร์ในการป้องกันการแจ้งเตือน หรือการโทรที่จะเด้งเป็น pop-up ทำให้สามารถเล่นเกมได้ต่อเนื่อง

อีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนมองข้าม นั่นก็คือ Widevine DRM L1 หรืออธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ การสตรีมภาพยนตร์ Netflix แบบความละเอียด HD ในจุดนี้ HUAWEI Y9 2019 สามารถทำได้ เพราะมันเป็น Widevine DRM L1 ดู Netflix แบบ HD บนหน้าจอขนาดใหญ่ 6.5 นิ้วนี่มันดีจริง ๆ นะ

ตรงนี้ผมมองว่าเป็นจุดแข็งของ Y9 2019 ไปเลย เนื่องจากในช่วงราคาดังกล่าว มีสมาร์ทโฟนน้อยแบรนด์มาก ที่จะรองรับ Widevine DRM L1 และถ้าไม่ใช่ระดับ L1 ต่อให้หน้าจอสมาร์ทโฟนความละเอียดสูงมากขนาดไหนก็ตาม ก็ไม่สามารถเล่นวีดีโอ Netflix แบบ HD ได้ครับ

*ตอนนี้ GPU Turbo ใน Y9 2019 รองรับแค่ PUBG Mobile และ Mobile Legends เท่านั้น

 

Performance: สุดติ่งกระดิ่งแมว Kirin 710 + Ram 4 GB

ผมก็ยังคงยืนยันว่า รอบนี้ HUAWEI ดุจริงครับ เพราะสเปคของ Y9 2019 นั้นไม่ธรรมดา ชิปเซ็ต Kirin 710 ก็เป็นชิปที่พึ่งจะเปิดตัวไปเมื่อช่วงกลางปี และถูกใช้ใน nova Series ที่เป็นรุ่นสูงกว่า Y Series แต่นี่ไม่ถึงปี มันถูกจับมาใส่ใน Y9 2019 เสียแล้ว

ผลดีเลยตกกับผู้บริโภคเต็ม ๆ เพราะในราคา 6,990 บาท ณ ตอนนี้ มีสมาร์ทโฟนไม่กี่รุ่นในท้องตลาดหรอกครับ ที่ใช้ชิปเซ็ตที่ผลิตบนเทคโนโลยี 12 นาโนเมตร และเป็นสถาปัตยกรรม Cortex-A73 + Cortex-A53 คือถ้าจะเทียบกับชิปคู่แข่ง คู่ชกของ Kirin 710 ก็คือ Snapdragon 660 นั่นเอง

การที่ให้ Ram มาถึง 4 GB รวมกับความจุอีก 64 GB ถ้าจะบอกว่าจ่ายเงิน 6,990 บาท แล้วจบ ไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่ม ไม่ต้องไปหา micro SD มาเพิ่มความจุก็คงไม่เวอร์จนเกินไป เพราะถ้าจัดสรรข้อมูลดี ๆ มีการ Backup ขึ้น Cloud รวมถึงการใช้ Google Photo ช่วยสำรองข้อมูล ผมว่า 64 GB นี่เหลือ ๆ

ด้วยความที่ในงานเปิดตัว HUAWEI พูดไว้เยอะเรื่องการเล่นเกม และรุ่นนี้ก็มี Game Suite + GPU Turbo ผมจึงได้ทดสอบเล่นเกมบน HUAWEI Y9 2019 โดยเน้นที่เกมยอดนิยม ผลการทดสอบออกมาตามนี้ครับ

  • ROV: ปรับ Medium เฟรมเรทเฉลี่ย 30 fps
  • PUBG Mobile: ปรับ Medium เล่นได้ลื่น
  • เกมอื่น ๆ จะทยอยอัพเดตให้ครับ

 

Battery: แบตเยอะระดับแฟลกชิป และอึด

ชื่อชั้นของ HUAWEI Smartphone นอกจากเรื่องกล้องถ่ายภาพที่ดีแล้ว แบตเตอรี่ และการจัดการพลังงานถือเป็นอีกจุดแข็งของสมาร์ทโฟนยี่ห้อนี้เลยก็ว่าได้ Y9 2019 ก็เช่นกันครับ มันมาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 4,000 mAh แถมยังมีระบบการจัดการพลังงานที่ครอบคลุม

หากไม่เล่นเกมแล้วเปิดโหมด Game acceleration สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ สามารถใช้งานได้สบาย ๆ 2 วัน โดยที่ไม่ต้องชาร์จไฟ ด้วยชิปเซ็ตที่เป็น 12 นาโนเมตร กินพลังงานน้อยอยู่แล้ว และแบตเตอรี่ที่ความจุสูงมาก โดยเฉลี่ยผมจะชาร์จไฟประมาณ 2 วันครั้ง ตอนที่ทดสอบ Y9 2019 แต่ถ้าใช้เป็นเครื่องหลัก ผมว่ามันใช้ได้สบาย ๆ โดยที่ไม่ต้องพก Powerbank ให้หนักกระเป๋า

ด้านการชาร์จไฟกลับ ต้องยอมรับว่าอะแดปเตอร์ที่ให้มา จ่ายไฟได้ไม่ทันใจเท่าไหร่ เพราะเป็นอะแดปเตอร์แบบ 5V/ 2A หรืออะแดปเตอร์ 10W กว่าจะชาร์จเต็มก็ต้องมีเวลาให้เกือบ ๆ 2 ชั่วโมง ถ้าให้แนะนำก็คือชาร์จตอนที่เข้านอนก็ได้ครับ เพราะปกติพอไฟเต็ม ระบบมันก็ตัดไฟอยู่แล้วนะ

Share on facebook
Share on twitter
Jamikorn Singnamthieng

Jamikorn Singnamthieng

Follow us on Social Media

Popular Post