สเปคของ HUAWEI Y9 2018 ถือว่าเป็นจุดแข็งหนึ่งของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ เพราะเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นที่มีราคาใกล้เคียงกัน จัดว่ามีความคุ้มค่าติดอันดับต้น ๆ ของสมาร์ทโฟนในช่วงราคาประมาณ 5,000 – 7,000 บาท แต่สิ่งที่ผมมองว่า HUAWEI Y9 2018 น่าสนใจ คือมันมีคาแรคเตอร์ชัดเจนมาก ไม่ได้เป็นสมาร์ทโฟนที่เน้นราคาถูก ใส่ฟีเจอร์กับสเปคที่เขานิยมกัน แล้วหาจุดเด่นไม่เจอนอกจากความคุ้ม และถูกกว่าชาวบ้าน

Review-Huawei-Y9-2018-SpecPhone-0010

โดย HUAWEI Y9 2018 มาพร้อมกับจุดแข็งที่เน้นเรื่องกล้องเป็นหลัก จัดกล้องมาให้ถึง 4 กล้อง (4 Camera) แบ่งเป็นกล้องหน้า 2 ตัว กับกล้องหลังอีก 2 ตัว สามารถถ่ายโหมดหน้าชัด – หลังเบลอได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง, โหมดกล้องที่แทบจะพอร์ตจากรุ่นเรือธงมาใส่ไว้ในรุ่นเล็กเช่นนี้ รวมถึงแบตเตอรี่ที่มีความจุสูงถึง 4,000 mAh ใช้งานกันยาว ๆ ตอบโจทย์ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนในกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี อยากได้สมาร์ทโฟนราคาไม่แพง ชอบถ่ายรูป และใช้งานเยอะ ๆ เล่นมือถือทั้งวัน ผมว่า HUAWEI Y9 2018 เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามเลยล่ะ

 

Camera / กล้องถ่ายภาพ

Review-Huawei-Y9-2018-SpecPhone-0003

มาถึงจุดเด่นที่สุดของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ จะเป็นสิ่งใดไปไม่ได้นอกจากกล้อง ที่สำคัญคือรุ่นนี้จัดหนักทั้งกล้องหน้า และกล้องหลัง เพราะให้มาถึง 4 กล้อง ประกอบไปด้วยกล้องหน้าคู่ กับกล้องหลังคู่ ทำให้สามารถถ่ายภาพหน้าชัด – หลังเบลอได้ทั้ง 2 ด้าน รายละเอียดของกล้อง เริ่มจากกล้องหน้าคู่ ให้มาที่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล กับ 2 ล้านพิกเซล f/2.2 (Fixed Focus) มาพร้อมกับโหมดถ่ายภาพเจ๋ง ๆ มากมาย

Huawei-Y9-2018-Screenshot-002

AR Lens เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาใน HUAWEI Y9 2018 เช่นเดียวกับรุ่นพี่อย่าง HUAWEI nova 2i ลักษณะของ AR Lens ก็คือจะมีสติ๊กเกอร์น่ารัก ๆ โผล่ขึ้นมา หรือจะเปลี่ยนฉากหลังให้ดูสวยฟรุ้งฟริ้งก็สามารถทำได้เช่นกัน ความเนียนในการประกบตัวแบบกับฉากหลัง ส่วนตัวมองว่า HUAWEI Y9 2018 ทำได้เนียนทีเดียว ต้องยกความดีความชอบให้กับกล้องหน้าคู่ ที่ทำได้มากกว่าการถ่ายหน้าชัด – หลังเบลอ หรือโหมด Portrait ล่ะครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า HUAWEI Y9 2018

Shot on Huawei Y9 2018 Front Camera

กล้องหลัง HUAWEI Y9 2018 มีความละเอียด 13 ล้านพิกเซล + 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 พร้อมแฟลช LED จำนวน 1 ดวง โหมดกล้องที่มีให้เลือกใช้ สามารถเทียบชั้นรุ่นแฟลกชิปได้สบาย โดย HUAWEI ใส่มาให้ทั้งโหมด Pro ที่สามารถปรับแต่งค่าต่าง ๆ ได้ละเอียด, AR Lens หรือจะเป็นโหมดหน้าชัด – หลังเบลออันเป็นเอกลักษณ์ของ HUAWEI อย่าง Wide Aperture ที่สามารถจำลองค่ารูรับแสงได้ตั้งแต่ f/0.95 ไปจนถึง f/16 และยังทำการ Refocus หลังถ่ายภาพได้

Review-Huawei-Y9-2018-SpecPhone-0012

การใช้งานกล้องถ่ายภาพของ HUAWEI Y9 2018 ส่วนตัวถือว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ทำได้ดีทีเดียว เริ่มจากเมนูกล้องที่ใช้งานง่าย หยิบ ยก ถ่าย ได้ทันที การโฟกัสก็รวดเร็วในระดับหนึ่ง ทีเด็ดคงเป็นเรื่องการถ่ายโบเก้ หรือหน้าชัดหลังเบลอ HUAWEI Y9 2018 เป็นสมาร์ทโฟนที่ถ่ายโหมดพวกนี้เก่งมาก ๆ โดยเฉพาะการถ่ายคนด้วยโหมด Portrait จะให้ภาพหน้าชัดหลังเบลอที่เนียนกว่าคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด

ส่วนการถ่ายภาพตอนกลางคืนก็เก็บแสงได้ดีในระดับหนึ่ง ถ่ายออกมาได้สว่าง ความคมชัดก็แตกต่างจากตอนที่แสงปกติไม่มาก เนื่องจากมีการเพิ่ม Sharpen ให้อัตโนมัติ หรือถ้าใครถนัดโหมดโปร มีขาตั้งกล้องก็สามารถปรับตั้งค่าได้ตามสะดวก โดย HUAWEI Y9 2018 สามารถปรับตั้งค่าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ISO, Speed Shutter, White Balance, EV และการโฟกัสได้เช่นเดียวกับกล้องถ่ายรูปจริง ๆ

ข้อสังเกตอีกอย่างสำหรับกล้อง HUAWEI Y9 2018 จะอยู่ที่การบันทึกภาพ ด้วยข้อจำกัดด้านหน่วยความจำ ที่ให้มาเป็นแบบ eMMC พอเจอการถ่ายภาพที่ใช้ซอฟท์แวร์ประมวลผลหลังการถ่าย แถมไฟล์ภาพก็เป็นไฟล์ความละเอียดสูง เฉลี่ยไฟล์ละ 4 – 5 MB ถ้าถ่ายพวกโหมดโบเก้, Portrait จะไม่สามารถถ่ายแล้วกดพรีวิวได้ทันที ต้องรอให้ซอฟท์แวร์ประมวลผลประมาณ 4 – 5 วินาทีเสียก่อน

คุณภาพของรูปถ่ายจากกล้องหลัง HUAWEI Y9 2018 สามารถรับชมได้จาก Gallery ด้านล่างครับ

Shot on Huawei Y9 2018 Rear Camera

 

Design / การออกแบบ

HUAWEI Y9 2018 มาพร้อมกับหน้าจอ HUAWEI FullView Display อัตราส่วน 18:9 ขนาด 5.93 นิ้ว ดีไซน์ของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เป็นไปตามสมัยนิยม คือตัวเครื่องจะยาว แต่แคบกว่าสมาร์ทโฟนหน้าจออัตราส่วน 16:9 ส่งผลให้การจับถือ รวมถึงการใช้งานทำได้สะดวกมากกว่า และข้อดีอีกอย่างของหน้าจออัตราส่วน 18:9 คือ ออกแบบมาให้รองรับกับคอนเท้นในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการรับชมในแนวตั้งที่แสดงผลได้มากกว่า หรือจะเป็นการรับชมคอนเท้นประเภทวีดีโอในแนวนอน ที่สามารถแสดงผลได้เต็มหน้าจอยิ่งกว่าหน้าจออัตราส่วนเดิม ๆ

Review-Huawei-Y9-2018-SpecPhone-0009

วัสดุตัวเครื่องของ HUAWEI Y9 2018 ใช้วัสดุเป็นโพลีคาร์บอเนตกับโลหะ โดยส่วนที่เป็นโพลีคาร์บอเนตจะอยู่บริเวณด้านบนและด้านล่างของตัวเครื่อง ผิวสัมผัสบริเวณดังกล่าวจะเป็นแบบมัน ส่วนบริเวณฝาหลังจะใช้วัสดุเป็นโลหะ มีพื้นผิวแบบด้าน ทำให้จับถนัดมือ ไม่ลื่น อีกทั้งยังดูแลรักษาง่าย เพราะตัวพื้นผิวไม่เก็บรอยนิ้วมือนั่นเอง

Review-Huawei-Y9-2018-SpecPhone-0008

สำหรับรายละเอียดต่าง ๆ ของ HUAWEI Y9 2018 เริ่มจากด้านหน้าก็ตามที่ผมได้เกริ่นไว้ ด้วยความที่เป็นหน้าจอ HUAWEI FullView ทำให้พื้นที่บริเวณด้านหน้ามากกว่า 80% จะเป็นหน้าจอทั้งหมด มีเว้นไว้เพียงแค่บริเวณด้านบนและด้านล่างหน้าจอเท่านั้น โดยด้านบนหน้าจอจะประกอบไปด้วยกล้องหน้าจำนวน 2 ตัว ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล กับความละเอียด 2 ล้านพิกเซล, ลำโพงสำหรับสนทนาโทรศัพท์ และเซ็นเซอร์สำหรับวัดแสง

Review-Huawei-Y9-2018-SpecPhone-0004

ด้านข้างของ HUAWEI Y9 2018 มีความหนาอยู่ที่ 7.89 มิลลิเมตร จัดอยู่ในระดับกลาง ๆ ไม่หนา และไม่บางจนจับถือไม่สะดวก ที่สำคัญเมื่อเทียบกับความจุแบตเตอรี่ 4,000 mAh ในตัวเครื่อง ถือว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้มีทั้งความบาง และความเบาเลยล่ะครับ น้ำหนักตัว 170 กรัม (ตัวเครื่องเปล่า ๆ ไม่รวมเคส) กับสมาร์ทโฟนหน้าจอเกือบ 6 นิ้ว แบตเตอรี่ 4,000 mAh ผมว่า HUAWEI ออกแบบสมาร์ทโฟนรุ่นเล็กนี้ได้ดีทีเดียว

Review-Huawei-Y9-2018-SpecPhone-0013

HUAWEI Y9 2018 รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดแบบ Nano Sim และยังรองรับการเพิ่มความจุด้วย Micro SD  Card ที่ความจุสูงสุด 256 GB ตัวถาดซิมเป็นแบบ 3 Slot แยกซิม 1, ซิม 2 และ Micro SD Card ออกจากกัน ไม่ต้องเลือกระหว่างซิม 2 กับ Micro SD Card เหมือนถาดซิมแบบ Hybrid Slot อีกต่อไป

Review-Huawei-Y9-2018-SpecPhone-0005

ด้านพอร์ตเชื่อมต่อก็ให้มาอย่างครบครัน โดยพอร์ตเชื่อมต่อหลัก ที่ใช้สำหรับชาร์จไฟ และถ่ายโอนข้อมูลจะเป็นพอร์ต Micro USB รองรับการใช้งาน USB OTG สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น Flash Drive หรือจะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านสาย LAN, ต่อเมาส์, คีย์บอร์ด (ต้องหาซื้อสาย USB OTG แยกต่างหาก) รวมถึงการแปลงร่างตัวเองเป็น Powerbank ให้กับสมาร์ทโฟนเครื่องอื่นก็สามารถทำได้เช่นกัน ส่วนพอร์ตเชื่อมต่ออื่น ๆ ได้แก่ พอร์ตหูฟังแบบ 3.5 มิลลิเมตรก็ยังคงมีให้ใช้งานอยู่ ไม่ได้ตัดออกเหมือนสมาร์ทโฟนเรือธงหลาย ๆ รุ่น

Review-Huawei-Y9-2018-SpecPhone-0014

ตัวเครื่อง HUAWEI Y9 2018 เป็นดีไซน์แบบไร้รอยต่อ (Unibody) การออกแบบเน้นความโค้งมน มีการเล่นเส้นสายบริเวณฝาหลังเป็นลายโครเมียมพาดบนล่าง ทำให้ด้านหลังตัวเครื่องไม่ดูโล่งจนเกินไป รายละเอียดทางด้านหลังประกอบไปด้วยกล้องคู่ ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล และความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ด้านข้างกล้องคู่เป็นแฟลช LED จำนวน 1 ดวง และมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ตรงกลางฝาหลัง ตำแหน่งดังกล่าวเหมาะกับการสแกนนิ้วด้วยนิ้วชี้ ไม่ว่าจะเป็นคนถนัดซ้าย หรือถนัดขวาก็ตาม (สามารถจดจำลายนิ้วมือได้ 5 แบบ)

Review-Huawei-Y9-2018-SpecPhone-0011

ประสบการณ์ใช้งานตัวเครื่องโดยรวม สำหรับ HUAWEI Y9 2018 เป็นสมาร์ทโฟนที่เหมาะกับคนที่ต้องการสมาร์ทโฟนจอใหญ่ แบตเตอรี่อึด ใช้งานได้นาน ๆ ในขณะเดียวกันก็ต้องการความคล่องตัว พกพาสะดวก ตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี การที่ใช้หน้าจอ HUAWEI FullView 18:9 ช่วยให้การแสดงผลคอนเท้นทำได้มากขึ้น รับชมภาพยนตร์ได้เต็มตายิ่งขึ้น และยังมาพร้อมกับการออกแบบที่สวยงามไม่แพ้สมาร์ทโฟนราคาแพง ๆ เลยครับ

 

Performance / ประสิทธิภาพ ความแรง

ประสิทธิภาพของ HUAWEI Y9 2018 กับชิปประมวลผล HiSilicon Kirin 659 octa-core 2.36 GHz พร้อม Ram 3 GB ความจุ 32 GB (eMMC) บนระบบปฏิบัติการ EMUI 8.0 ที่มีพื้นฐานมากจาก Android 8.0 Oreo สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดีในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานทั่วไป, การถ่ายภาพ ไปจนถึงการเล่นเกม

Huawei-Y9-2018-Screenshot-003

ความแรงของชิป Kirin 659 octa-core ที่อยู่ใน HUAWEI Y9 2018 ถือว่าใกล้เคียงกับชิป Snapdragon 450 ของทางฝั่ง Qualcomm ทำคะแนน AnTuTu ได้ประมาณ 84,000 คะแนน แต่ด้วยความเร็วที่สูงถึง 2.36 GHz ทำให้คะแนน Single Core เมื่อทดสอบด้วยแอปพลิเคชัน GeekBench ทำออกมาได้ดี ส่วนเรื่องการเล่นเกม HUAWEI Y9 2018 สามารถเล่นเกมยอดนิยมได้สบาย ๆ ไม่ว่าจะเป็น ROV, LINE Pangya รวมถึงเกม Free Fire – Battlegrounds และ PUBG Mobile

ด้านการจัดการพลังงาน HUAWEI Y9 2018 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุสูงในระดับสมาร์ทโฟนเรือธง โดยมีความจุแบตเตอรี่อยู่ที่ 4,000 mAh ตอนที่รีวิว HUAWEI Y9 2018 ผมเปิด 4G LTE ไว้ตลอดทั้งวัน (มีการเชื่อมต่อ WiFi ระหว่างอยู่ออฟฟิศ) หลัก ๆ ก็เล่น Facebook, ทดสอบเล่นเกม, รับชมวีดีโอบ้าง ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนแบตเตอรี่อึดมาก สามารถชาร์จทุก ๆ สองวันได้เลย ไม่จำเป็นต้องชาร์จทุกวัน ด้วยองค์ประกอบที่สมดุล ได้แก่ ชิปประมวลผล Kirin 659 ที่ประหยัดพลังงาน (เทคโนโลยีการผลิต 16 นาโนเมตร), ระบบปฏิบัติการ EMUI 8.0 ที่มีการจัดการพลังงานที่ดีมาก และแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 4,000 mAh

 

Feature / ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ

แม้ว่า HUAWEI Y9 2018 จะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเล็ก แต่ก็มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจหลากหลายฟีเจอร์ ตรงนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับระบบปฏิบัติการ EMUI 8.0 ที่มีพื้นฐานบน Android 8.0 Oreo โดยระบบปฏิบัติการดังกล่าว เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาบนพื้นฐานเดียวกับ HUAWEI Mate 10 Pro แฟลกชิปที่พึ่งเปิดตัวเมื่อปลายปี 2017 ที่ผ่านมา

Review-Huawei-Y9-2018-SpecPhone-0007

ด้านระบบรักษาความปลอดภัย HUAWEI Y9 2018 มาพร้อมกับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบริเวณด้านหลังตัวเครื่อง การปลดล็อกทำได้อย่างรวดเร็วในเสี้ยววินาที สามารถเก็บลายนิ้วมือได้ทั้งหมด 5 รูปแบบ นอกจากจะใช้ปลดล็อกตัวเครื่องได้แล้ว ยังใช้ในการล็อกแอปพลิเคชันได้อีกด้วย สำหรับคนที่ความลับเยอะ เอ้ย!! ต้องการความเป็นส่วนตัวก็สามารถไปตั้งค่าได้เช่นกัน

Huawei-Y9-2018-Screenshot-004

ระบบรักษาความปลอดภัยอีกแบบบน HUAWEI Y9 2018 นอกจากการสแกนลายนิ้วมือคือ การปลดล็อกด้วยใบหน้า (Face Unlock) จากการลองใช้งานระบบ Face Unlock ถือว่าปลดล็อกได้เร็วในระดับที่น่าประทับใจ แต่ก็มีข้อสังเกตตรงที่การปลดล็อกจะใช้กล้องหน้าในการสแกน ทำให้ไม่สามารถปลดล็อกในที่แสงน้อยมาก ๆ ได้นั่นเอง

Review-Huawei-Y9-2018-SpecPhone-0006

HUAWEI Y9 2018 ยังมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกอย่าง คือการเปิดใช้งานแอปพลิเคชันพร้อมกัน 2 แอป ด้วยการกดปุ่ม Recent Apps ค้างเอาไว้ จะเป็นการเข้าโหมด Split Screen ทีนี้จะรับชมวีดีโอผ่าน Youtube พร้อม ๆ กับเล่น Facebook หรือจะเช็คอีเมล์ พร้อมกับเปิดแอปพลิเคชันแชทก็สามารถทำได้อย่างลื่นไหล และนอกจากจะเปิด 2 แอปได้พร้อมกันแล้ว HUAWEI Y9 2018 ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ App Twin หรือการโคลนแอป ทำให้สามารถใช้งาน Facebook/ Messenger ได้พร้อมกัน 2 ไอดี

Review-Huawei-Y9-2018-SpecPhone-0001

 

Software / ซอฟต์แวร์ในเครื่อง

HUAWEI Y9 2018 มาพร้อมกับ EMUI 8.0 ที่มีพื้นฐานบน Android 8.0 Oreo ถ้าวัดกันที่ความสดใหม่ ระบบปฏิบัติการดังกล่าวถือว่ามีความสดใหม่เอามาก ๆ (สมาร์ทโฟนเรือธงบางรุ่นยังไม่ได้อัพ Android 8.0 ด้วยซ้ำ) หน้าตา UI จะเป็นแบบเดียวกับรุ่นแฟลกชิปอย่าง HUAWEI Mate 10 Pro โดยจุดเด่นของ EMUI 8.0 จะอยู่ที่ความเสถียรของระบบ

Huawei-Y9-2018-Screenshot-001

HUAWEI Y9 2018 รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด ผมได้ทดสอบด้วยการใส่ซิมการ์ด 2 ซิม เป็นซิม AIS และ TrueMove H พบว่า HUAWEI Y9 2018 รองรับการใช้งาน 4G แค่ซิมเดียวเท่านั้น ถ้าซิมแรกเชื่อมต่อ 4G อีกซิมจะใช้งานได้แค่ 2G

Review-Huawei-Y9-2018-SpecPhone-0017

การเชื่อมต่อ 4G LTE ของ HUAWEI Y9 2018 รองรับ VoLTE (ทดสอบกับซิม AIS และ TrueMove H) การเชื่อมต่อ WiFi จะรองรับเฉพาะความถี่ 2.4 GHz ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายเป็น Bluetooth 4.2 รองรับ apt-X เทคโนโลยีบีบอัดเสียงผ่านระบบ Bluetooth ทำให้ประหยัดพลังงาน และให้คุณภาพเสียงที่ดีกว่าแบบปกติ

จุดเด่น

  • สเปคดี คุ้มค่า ทำราคาออกมาได้น่าประทับใจ
  • งานประกอบดี ตัวเครื่องน้ำหนักเบา จับถือสะดวก
  • ชิปเซ็ต Kirin 659 ตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดี เล่นเกมลื่น
  • แบตอึด 4,000 mAh
  • ใส่ได้ 2 ซิม แล้วยังใส่ MicroSD ได้อีก
  • มาพร้อม 4 กล้อง แบ่งเป็นกล้องคู่หน้า หลัง ถ่ายรูปสนุก ลูกเล่นเยอะ
  • คุณภาพของรูปถ่ายอยู่ในเกณฑ์ที่ประทับใจ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับรุ่นที่มีราคาใกล้เคียงกัน หรือราคาสูงกว่า

ช่องทางจัดจำหน่าย

Promotion-Pre-Order-HUAWEI-Y9-2018-SpecPhone

สำหรับผู้ที่สนใจ HUAWEI Y9 2018 มีให้เลือกถึง 3 สี ได้แก่ สีดำ (Black)สีน้ำเงิน (Blue) และสีทอง (Gold) ซึ่งลูกค้าที่สนใจสามารถสั่งจองสินค้าได้ในระหว่างวันที่ 16 – 29 มีนาคมนี้ ที่ หัวเว่ย แบรนด์ช้อป ร้านตัวแทนจำหน่าย และร้านค้าออนไลน Shopee (https://shopee.co.th)  โดยลูกค้าที่สั่งจองสินค้าในช่วงเวลาดังกล่าวจะได้รับของสมนาคุณพิเศษ ‘HUAWEI Body Fat Scale’ มูลค่า 2,990 บาท ฟรี!

สเปค Huawei Y9 2018

  • หน้าจอ HUAWEI FullView Display ขนาด 5.93 นิ้ว ความละเอียดระดับ FHD+
  • ชิปประมวลผล Kirin 659 octa-core ความเร็ว 2.36 GHz
  • Ram 3 GB
  • ความจุ 32 GB รองรับ MicroSD Card สูงสุด 256 GB
  • ถาดซิมแบบ 3 Slot (Dual Sim + Micro SD Card)
  • กล้องหลังคู่ความละเอียด 13 + 2 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช LED
  • กล้องหน้าคู่ความละเอียด 16 + 2 ล้านพิกเซล รองรับ Portrait Mode/ AR Lens
  • ระบบปฏิบัติการ EMUI 8.0 base on Android 8.0 Oreo
  • มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบริเวณด้านหลัง
  • แบตเตอรี่ความจุ 4,000 mAh
  • มีด้วยกัน 3 สี ได้แก่ Black, Blue และ Gold
  • ราคา 6,990 บาท