นอกจาก HUAWEI จะเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับต้น ๆ ของโลกแล้ว อีกหนึ่งตลาดที่ตอนนี้ HUAWEI กำลังโฟกัสก็คือเรื่องของ IoT และอุปกรณ์เสริมอย่าง Smartwatch ก็จัดอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเช่นกัน โดยก่อนหน้านี้ได้มีการวางจำหน่าย Watch GT ตัวแรก ซึ่งก็มีกระแสตอบรับที่ดีมาก ด้วยราคาที่เอื้อมถึงง่าย ฟีเจอร์ครบครัน และหน้าตาที่สวยงามเหมือนนาฬิกาจริง ๆ จนมาถึงรุ่นที่ใหม่ล่าสุดอย่าง HUAWEI Watch GT 2 ที่ปรับปรุงสเปคให้ดีขึ้นไปอีก

HUAWEI Watch GT 2 ที่ผมได้รับมารีวิวเป็นขนาด 46 มิลลิเมตร ถือเป็นขนาดที่มีความแตกต่างจากรุ่นก่อนหน้ามากที่สุด (Watch GT 2 มีสองขนาด 46 มม. และ 42 มม.) ฟีเจอร์ที่เพิ่มขึ้นมาได้แก่ ชิปประมวลผล Kirin A1, การสนทนาโทรศัพท์, ฟังเพลงจากลำโพงในตัวเครื่องได้

สเปค HUAWEI Watch GT 2 46 มิลลิเมตร

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.39 นิ้ว ความละเอียด 454 x 454 พิกเซล
  • แบตเตอรีใช้งานได้นาน 2 สัปดาห์ หรือ 14 วัน
  • ชิปประมวลผล Kirin A1
  • ความจุในตัวเรือน 2GB
  • รันด้วยระบบปฏิบัติการ LiteOS
  • รองรับ GPS, อัตราการเต้นหัวใจ
  • กันน้ำมาตรฐาน 5 ATM
  • Bluetooth 5.1

ดีไซน์ของ HUAWEI Watch GT 2 ยังคงใช้หน้าปัดแบบกลมเหมือนกับรุ่นแรก แต่หน้าปัดจะพอดีขอบ ไม่เหมือนกับ Watch GT ที่หน้าปัดจะลึกลงไป การควบคุมจะใช้ควบคู่ระหว่างการสัมผัสหน้าจอ กับปุ่มกดที่มีหน้าตาเหมือนเม็ดมะยม ปุ่มบนใช้กดเข้าหน้าเมนู + ย้อนกลับ ส่วนปุ่มล่างใช้สำหรับการออกกำลังกายเป็นหลัก

ลำโพงของ Watch GT 2 อยู่บริเวณด้านข้างตัวเครื่อง ให้เสียงที่ดังทีเดียวครับ ใช้สำหรับฟังเพลง, คุยโทรศัพท์ หรือจะใช้ตอนออกกำลังกาย เป็นเหมือนโค้ชส่วนตัวก็ได้เช่นกัน

ด้านหลังตัวเรือน HUAWEI Watch GT 2 ใช้วัสดุเป็นพลาสติก มีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจ โดยความพิเศษของ Watch GT 2 จะมีเซ็นเซอร์วัดสองแบบ แบบแรกจะเป็นแสงสีเขียว ใช้ในการวัดอัตราการเต้นระหว่างวัน หรือในการออกกำลังกาย ส่วนแสงอีกรูปแบบจะเป็นแสงอินฟาเรดที่ไม่มีสี ใช้สำหรับตรวจจับขณะนอนหลับ เพื่อจะได้ไม่มีแสงมารบกวนสายตาขณะนอนหลับนั่นเอง

HUAWEI Watch GT 2 รองรับกีฬาได้ 15 ประเภท มี GPS ในตัว และมีความจุพอจะใส่เพลงได้ 500 เพลง ทำให้ในการออกกำลังกาย แค่พก HUAWEI Watch GT 2 กับหูฟังบลูทูธก็เพียงพอสำหรับการวิ่งแล้ว ไม่จำเป็นต้องพกสมาร์ทโฟน

การเชื่อมต่อ HUAWEI Watch GT 2

สำหรับการเชื่อมต่อ Watch GT 2 กับสมาร์ทโฟน จำเป็นต้องใช้แอปพลิเคชัน HUAWEI Health หากเป็นสมาร์ทโฟน HUAWEI จะ Pre-load ไว้ในเครื่องอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็น Android ยี่ห้ออื่น สามารถโหลดได้จาก Play Store และยังรองรับการทำงานร่วมกับ iPhone ด้วย แต่ต้องโหลด HUAWEI Health จากใน App Store ก่อนครับ

อย่างไรก็ตาม Watch GT 2 ที่ผมได้รับมารีวิวนั้นเป็นรุ่นทดสอบ ที่อาจมีปัญหาเรื่องเฟิร์มแวร์ในการเชื่อมต่อกับ iOS 13 คือตามสเปคของ HUAWEI Watch GT 2 สามารถเชื่อมต่อได้ทั้ง Android และ iOS ครับ แต่เท่าที่พยายามเชื่อม Watch GT 2 กับ iPhone XR ที่รัน iOS 13 พบว่ายังไม่สามารถเชื่อมต่อได้ ส่วนการเชื่อมต่อกับ Android Smartphone แบรนด์อื่น สามารถทำได้อย่างไม่มีปัญหา ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับ HUAWEI Smartphone เพียงอย่างเดียว

HUAWEI Watch GT 2 รองรับการแจ้งเตือนภาษาไทยครับ แต่มีข้อแม้ว่าภาษาในโทรศัพท์ที่เชื่อมต่อกับ Watch GT 2 ต้องเป็นภาษาไทยเท่านั้น หากเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษ จะไม่สามารถอ่านข้อความภาษาไทยได้

ฟีเจอร์สำหรับการออกกำลังกาย

เช่นเดียวกับ HUAWEI Watch GT รุ่นแรก ใน Watch GT 2 จุดเด่นของรุ่นนี้ก็ยังเป็นฟีเจอร์ในการออกกำลังกายต่าง ๆ ที่รอบนี้เพิ่มขึ้นมาอีกหลายฟีเจอร์เลยทีเดียว เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจที่สามารถวัดแบบ Real-time ได้ รวมถึงการใส่ GPS + GLONASS สำหรับระบุตำแหน่ง

HUAWEI TruSeen 3.5 ระบบวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้แบบเรียลไทม์ และแม่นยำยิ่งขึ้น ทำให้สามารถออกกำลังกายแบบคุมโซนได้ และยังสามารถวัดผลได้ตลอดทั้งวันแม้ในขณะที่กำลังนอนหลับ รวมถึงแจ้งเตือนกรณีที่หัวใจเต้นเกินมาตรฐานได้ด้วย

GPS และ GLONASS ทำให้ HUAWEI Watch GT 2 สามารถระบุตำแหน่งได้แม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น ส่วนคุณสมบัติการกันน้ำที่ 5ATM ก็ทำให้ Watch GT 2 สามารถใช้ในการว่ายน้ำ และวัดอัตราการเต้นของหัวใจขณะว่ายน้ำได้

นอกจากเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ที่ใส่มาให้ครอบคลุมการใช้งานด้านการออกกำลังกายแล้ว Watch GT 2 ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ในการวิ่งมากกว่า 10 หลักสูตร และสามารถให้คำแนะนำด้วยเสียงระหว่างการออกกำลังกายได้ด้วย ข้อดีของการที่มีหลักสูตรในการวิ่งหลากหลาย ทำให้ Watch GT 2 ตอบโจทย์เป้าหมายของผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี เช่น นักวิ่งหน้าใหม่ที่ต้องการลดน้ำหนัก หรือนักวิ่งที่ต้องการเพิ่มความอึดในการวิ่งของตนเอง เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม มีอีกการบ้านใหญ่ที่ส่วนตัวผมมองว่า HUAWEI ควรจะเพิ่มเข้าไป คือการทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันออกกำลังกายยอดนิยม เช่น Strava, Runtastic แต่ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เนื่องจากระบบปฏิบัติการ LiteOS ของ HUAWEI Watch GT 2 เป็นระบบปิดนั่นเองครับ

 

ฟีเจอร์อื่น ๆ ที่น่าสนใจของ HUAWEI Watch GT 2

ย้อนกลับไป HUAWEI Watch GT ตัวแรก แม้จะเป็นหนึ่งใน Smartwatch ที่มีกระแสตอบรับดี แต่ส่วนตัวผมยังมองว่ามันเหมือน Smartband ที่มีรูปร่างเหมือนนาฬิกามากกว่า เพราะฟีเจอร์เด่นมันอยู่ที่การออกกำลังกายเป็นหลัก แต่ไม่ใช่กับ HUAWEI Watch GT 2 ที่ดูมีความเป็น Smartwatch ขึ้นเยอะเลย

รับสายโทรศัพท์ – โทรออกได้

ผมเชื่อว่าผู้ใช้ Watch GT ตัวแรกน่าจะอยากได้ฟีเจอร์นี้เอามาก ๆ เพราะในรุ่นแรกมันทำได้แค่แจ้งเตือนว่ามีการโทรเข้ามา แล้วผู้ใช้ก็ต้องกดรับที่ตัวโทรศัพท์เอง แต่ใน Watch GT 2 ด้วยความที่มีไมโครโฟนและลำโพงในตัว เลยทำให้สามารถกดรับสายที่ตัวนาฬิกาได้เลย ความดังของลำโพงถือว่าดังในระดับหนึ่ง เสียงสนทนาจากตัวนาฬิกาอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ครับ

ฟังเพลงได้ มีพื้นที่เก็บเพลงในตัว

HUAWEI Watch GT 2 สามารถจัดเก็บเพลงได้มากถึง 500 เพลง และจับคู่กับ HUAWEI FreeBuds 3 หรือหูฟัง Bluetooth ไร้สายอื่น ๆ ได้ ทำให้สามารถฟังเพลงได้โดยไม่ต้องใช้สมาร์ทโฟนทั้งช่วงในเวลาทำงานหรือในเวลาที่ออกกำลังกาย รวมถึงเล่นเพลงผ่านลำโพงของนาฬิกาก็ทำได้เช่นกัน

HUAWEI TrueSleep 2.0

ระบบตรวจจับการนอนหลับ พร้อมวิเคราะห์คุณภาพการนอน สามารถติดตามและวินิจฉัยปัญหาการนอนหลับได้ถึง 6 ประเภท ในขณะที่กำลังพักผ่อนหรือช่วงที่กำลังนอนหลับ นาฬิกาจะวัดอัตราการเต้นของหัวใจ วิเคราะห์การหายใจ และให้คะแนนคุณภาพการนอนหลับโดยรวม อีกทั้งมีวิธีการแก้ไขปัญหา เพื่อเพิ่มคะแนนในการนอนหลับได้อีกด้วย

ระบบตรวจวัดความเครียด

ระบบ HUAWEI TruRelax จะช่วยวัดระดับความเครียดตลอดทั้งวัน โดยครั้งแรกจะเป็นการตอบคำถามสั้น ๆ เพื่อวัดระดับความเครียด หลังจากนั้นหากระดับความเครียดเพิ่มสูงขึ้น จะมีการแจ้งเตือนที่นาฬิกา และเข้าสู่โหมดการฝึกหายใจ เพื่อช่วยระบายความเครียดและปรับสมดุลในร่างกายให้มีสถานะที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงเวลา

ภาพรวมของ HUAWEI Watch GT 2 กับราคาเริ่มต้น 6,490 บาทในรุ่น Sport Edition ถือเป็นการทำการบ้านมาดีมากจากรุ่นก่อนหน้า มีฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามามากมาย ทำให้นาฬิกามีความ Smart มากขึ้น ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นคนออกกำลังกายถึงซื้อมาใช้

จุดแข็งอีกอย่างของ Smartwatch แบรนด์ HUAWEI ก็คือเรื่องแบตเตอรี่ แน่นอนว่า Watch GT 2 ก็ยังคงเป็นนาฬิกาอัจฉริยะที่แบตเตอรี่อึดมาก จากหน้าสเปคระบุไว้ว่าสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ถึง 2 สัปดาห์ จากการใช้งานจริงผมว่าประมาณ 10 วันชาร์จทีกำลังดีครับ และการที่แบตเตอรี่อึดมากเลยทำให้สามารถใส่ติดตัวได้ตลอดเวลานั่นเอง

ส่วนตัวผมมองว่า HUAWEI Watch GT 2 ในราคานี้ 6,490 บาท ซื้อมาตรวจจับอัตราการเต้นหัวใจ ตรวจจับการนอน ใช้สำหรับแจ้งเตือนบนโทรศัพท์ก็คุ้มค่าแล้วครับ