หลังจากที่ realme 3 Pro เปิดตัว และเปิดราคาในไทยอย่างเป็นทางการ ก็ถือว่าได้กระแสตอบรับที่ดีเอามาก ๆ ด้วยความกล้าที่จะใส่ชิปประมวลผลรุ่นสูง Snapdragon 710 รวมถึงสเปคในด้านอื่น ก็ให้มาไม่แพ้พวกสมาร์ทโฟนราคาแพง ๆ และเมื่อพิจารณาองค์ประกอบโดยรวมของ realme 3 Pro จะเห็นว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ออกแบบมาสำหรับคนที่ชอบเล่นเกมอย่างแท้จริง

และนี่คือ 5 สิ่งที่ทำให้ realme 3 Pro เป็นสมาร์ทโฟนราคาไม่ถึง 10,000 บาทที่เล่นเกมได้ดีที่สุดในตอนนี้

 

#1 ชิปประมวลผล Snapdragon 710 AIE เร็ว แรง ในราคาที่เอื้อมถึงได้ง่าย

หัวใจหลักในการประมวลผลเกม ไม่ว่าจะเป็นเกม ROV, PUBG หรือเกมอื่น ๆ บน Play Store ก็จะต้องใช้ชิปประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูง และแน่นอนว่า Snapdragon 710 ก็เป็นชิปพรีเมียมระดับกลางที่รองรับการเล่นเกมกราฟฟิคระดับสูงได้สบาย ๆ

Snapdragon 710 AIE ผลิตบนเทคโนโลยี 10nm เป็นชิปเซ็ตแบบ octa-core แบ่งการทำงานออกเป็นสองส่วน ได้แก่ Kyro 360 Cortex A75 2-core 2.2GHz สำหรับการประมวลผลหนัก และส่วนประมวลผลงานทั่วไปเป็น Kyro 360 Cortex A55 6-core 1.7GHz ประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมดีขึ้น 20% เมื่อเทียบกับ Snapdragon 660

ด้านชิปประมวลผลกราฟฟิคใน Snapdragon 710 AIE เป็น Adreno 616 นอกจากประสิทธิภาพในการประมวลผลกราฟฟิคดีขึ้นแล้ว ยังลดการใช้พลังงานลงได้ถึง 40% เมื่อเล่นเกมหรือดูหนังระดับ 4K HDR และลดการใช้พลังงานลง 20% เมื่อดูหนังผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้ชิป Snapdragon 710 AIE นอกจากแรงแล้ว ยังประหยัดพลังงานด้วยครับ

จากที่ได้ทดสอบเล่นเกม ROV ด้วย realme 3 Pro ปรับตั้งค่าสุดทุกอย่าง เฟรมเรทสูง, พาติเคิลเต็ม, เปิด HD ตอนเล่นโหมด 5 vs 5 ทำเฟรมเรทได้ที่ 58 – 60 fps ก็คือเล่นได้ลื่นไหลไม่แพ้พวกสมาร์ทโฟนราคาหลักหมื่น หรือดีกว่าสมาร์ทโฟนหลักหมื่นบางรุ่นด้วยซ้ำไป

ต่อด้วยเกม PUBG Mobile ผมทดสอบด้วยการปรับตั้งค่าระดับ HD เฟรมเรทสูง สามารถเล่นได้อย่างลื่นไหลตลอดทั้งเกม การตอบสนองทำได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ realme 3 Pro ยังได้รับการันตีมาตรฐานด้านการเล่นเกม PUBG Mobile จาก GameBench LABS ว่าทำได้ในระดับที่ลื่นไหลอีกด้วยครับ

 

#2 หน้าจอใหญ่ คมชัด ทัชสกรีนลื่น

สาเหตุที่ 2 ที่ทำให้ realme 3 Pro เหมาะมากสำหรับการเล่นเกม ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอขนาดใหญ่ 6.3 นิ้ว ความคมชัดที่ระดับ Full HD+ และกระจกหน้าจอ Gorilla Glass 5 ที่มีความทนทานมากเป็นพิเศษ ที่สำคัญคือการตอบสนองด้านการทัชสกรีนเวลาเล่นเกม realme 3 Pro ก็ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ลากนิ้ว กดสกิลทำได้อย่างลื่นไหล

การตอบสนองที่รวดเร็วของหน้าจอมีผลมากในการเล่นเกมนะครับ หากหน้าจอตอบสนองได้ไม่ดีพอ บางทีกดสกิลไปแล้วไม่ขึ้น ก็อาจทำให้เกมพลิกได้เลย อีกทั้งหน้าจอของ realme 3 Pro ที่มีอัตราส่วน 19.5:9 เมื่อเล่นเกม ROV ที่รองรับการแสดงผลแบบเต็มจอ จะเห็นพื้นที่มากกว่าหน้าจออัตราส่วน 18:9 เล็กน้อยด้วยครับ ถือเป็นความได้เปรียบเล็ก ๆ

 

#3 ซอฟท์แวร์จัดการเกม Game Space 

อีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจของ realme 3 Pro ในการเล่นเกม ได้แก่ Game Space เป็นโฟลเดอร์รวมเกมในเครื่อง หากผู้ใช้ตั้งค่าให้ระบบเพิ่มเกมเข้ามาในโฟลเดอร์นี้โดยอัตโนมัติ หรือผู้ใช้สั่งเพิ่มเข้ามาเอง เมื่อเปิดเกมจากในโฟลเดอร์นี้ ระบบจะจัดการเคลียร์แรม รวมถึงปรับการทำงานด้านกราฟิกและการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตให้เหมาะสมกับการเล่นเกมมากขึ้น

ส่งผลให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์การเล่นเกมที่ดี นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกในการตั้งค่าให้บล็อกการแจ้งเตือนได้ ตั้งค่าล็อกระดับแสงสว่างหน้าจอ และสามารถเร่งประสิทธิภาพการประมวลผลได้จากใน Game Space

 

#4 ตัวเครื่องออกแบบมาสำหรับการเล่นเกม

นอกจากสเปค และฟีเจอร์ที่ออกแบบมารองรับการเล่นเกมเป็นอย่างดีแล้ว realme 3 Pro ยังออกแบบตัวเครื่องภายนอกให้เหมาะสมกับการเล่นเกม เริ่มจากตัวเครื่องที่มีความโค้งมน จับถือสะดวก ขนาดกำลังพอดีมือ รวมถึงตำแหน่งลำโพงหลักของตัวเครื่อง ที่จะไม่โดนนิ้วบังในขณะจับถือเล่นเกมในแนวนอน

เสียงลำโพง realme 3 Pro ยังให้เสียงที่ดังกระหึ่มทีเดียวสำหรับการเล่นเกม โดยเฉพาะพวกเสียงปืน เสียงระเบิดในเกม PUBG Mobile และยังมาพร้อมกับพอร์ตหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร ที่สะดวกในการเชื่อมต่ออุปกรณ์กับหูฟังเพื่อให้ได้อรรถรสในการเล่นเกมที่ดีขึ้น

#5 แบตเตอรี่อึด พร้อมชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge 3.0

realme 3 Pro มีแบตเตอรี่ความจุขนาด 4045mAh ซึ่งถือว่าเป็นความจุสูงมากเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนในราคาระดับเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีโหมด CABC (Content Adaptive Backlist Control) ที่จะมาช่วยลดการใช้พลังงาน ให้ใช้งานได้ยาวนานมากขึ้น และยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี VOOC flash charge 3.0 ที่ชาร์จแบตได้อย่างรวดเร็วด้วยกำลังไฟ 20W (5V4A)

ผมทดสอบเล่นเกม ROV ไป 1 เกม เวลาประมาณ 13 นาที realme 3 Pro ใช้แบตเตอรี่ไปประมาณ 7% เท่านั้น เท่ากับว่าเล่นได้ต่อเนื่องได้มากกว่า 10 เกมแน่นอน ส่วนเรื่องการชาร์จไฟ เมื่อใช้งานร่วมกับอะแดปเตอร์ VOOC 3.0 ในเวลาครึ่งชั่วโมงจะชาร์จได้ 50% และเต็มชาร์จไฟจนเต็ม 100% ในเวลาเพียงแค่ 80 นาที

นอกจากนี้ยังสามารถเล่นเกมไปชาร์จไปได้ด้วย โดยไม่ได้ไปลดความเร็วในการชาร์จ จากการทดสอบเล่นเกม PUBG Mobile เป็นเวลา 1 ชั่วโมงพร้อมชาร์จไฟไปด้วย พบว่า realme3 Pro ชาร์จไฟได้ถึง 60%

ภาพรวมของ realme 3 Pro ในด้านของการเป็นสมาร์ทโฟนสำหรับเล่นเกม ส่วนตัวผมมองว่ารุ่นนี้ตอบโจทย์คอเกมแน่นอนครับ และยิ่งในช่วงราคาของ realme 3 Pro ไม่ว่าจะรุ่นเริ่มต้น Ram 4 GB ราคา 6,999 บาท หรือรุ่นท็อป Ram 6 GB ราคา 8,999 บาท บอกตามตรงว่าหาตัวชนยากทีเดียว