หลังจากมีข่าวลือของ MacBook รุ่นราคาประหยัดกันมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ดูเหมือนว่าเราน่าจะได้เห็นหน้าตาของรุ่นนี้เข้าไปทุกทีแล้ว หลังจากที่มีรายงานล่าสุดจาก Mark Gurman ใน Bloomberg ระบุว่า Apple กำลังเร่งพัฒนา MacBook รุ่นใหม่ ด้วยรหัสภายใน J700 ที่เน้นความคุ้มค่าราคาประหยัดเป็นหลัก เพื่อลงมาสู้ในตลาดแล็ปท็อปราคาถูกที่ปัจจุบันถูกครอบครองการตลาดโดย Chromebook และโน้ตบุ๊ก Windows รุ่นเริ่มต้น และคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงเดือนมีนาคม 2026 นี้
ชิปส่งต่อจาก iPhone สู่ MacBook
ความน่าสนใจที่สุดของ MacBook รุ่นประหยัดนี้คือการตัดสินใจของ Apple ที่เปลี่ยนจากชิปตระกูล M-Series มาใช้ชิปประหยัดพลังงานในตระกูล A-Series ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับที่ใช้ใน iPhone แทน และคาดว่าจะเป็นชิป A18 Pro หรือรุ่นที่ใกล้เคียงกัน และถึงแม้ว่าประสิทธิภาพอาจจะไม่รุ่นแรงเท่าชิป M4 แต่ก็ถือว่าแรงเกินพอสำหรับการใช้งานทั่วไปของนักเรียน นักศึกษา และพนักงานออฟฟิศที่เน้นงานเอกสาร การท่องเว็บ และการใช้งานผ่านระบบคลาวด์ได้แล้ว
ดีไซน์พรีเมียมในราคาเข้าถึงง่าย
แม้จะเป็นรุ่นประหยัด แต่ Apple ก็ยังคงทำดีไซน์และงานประกอบไว้อย่างดี ด้วยตัวเครื่องที่ทำจากอลูมิเนียมทั้งหมด ไม่ได้เป็นพลาสติกเหมือนแล็ปท็อปราคาถูกทั่วไป ทั้งนี้ Apple ได้พัฒนากระบวนการผลิตแบบใหม่ที่เรียกว่า “forging technique” ที่จะช่วยให้ขึ้นรูปตัวเครื่องได้รวดเร็ว และมีต้นทุนต่ำกว่ารูปแบบ Unibody ที่ใช้ในรุ่น Air หรือ Pro ในปัจจุบัน นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีขนาดกะทัดรัดด้วยหน้าจอที่เล็กกว่า 13 นิ้วเล็กน้อย (คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 12.9 นิ้ว) ทำให้พกพาสะดวกยิ่งขึ้น

สีสันให้เลือกเยอะ และสเปคที่ตอบโจทย์การใช้งานทั่วไป
เพื่อเป็นการเจาะกลุ่มวัยรุ่น และนักศึกษา Apple ได้ทดลองนำใช้เฉดสีที่หลากหลายมาใช้กับ MacBook รุ่นประหยัดรุ่นนี้ คล้ายกับแนวทางของ iMac รุ่น 24 นิ้ว เพราะมีรายงานว่ามีการทดสอบสีต่างๆ เช่น สีเหลืองอ่อน, สีเขียวอ่อน, สีฟ้า, สีชมพู, สีเงิน และสีเทาเข้ม ส่วนสเปคภายในคาดว่าจะมาพร้อมกับ RAM 8GB (เพียงพอสำหรับฟีเจอร์ Apple Intelligence พื้นฐาน) และพอร์ตเชื่อมต่อ USB-C ที่อาจมีจำนวนลดลงเพื่อทำราคาให้ไม่แรงจนเกินไป

ราคาและการเปิดตัว
จากการวิเคราะห์เบื้องต้น ราคาของ MacBook รุ่นใหม่นี้น่าจะถูกวางไว้ที่ประมาณ $699 ถึง $750 (ประมาณ 21,xxx – 23,xxx บาท) ถือว่าเป็นราคาที่ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของ MacBook ยุคใหม่เลยก็ว่าได้ โดยเป้าหมายหลักคือการดึงดูดกลุ่มผู้ใช้ที่มองหาความทนทานและ Ecosystem ของ Apple ในราคาที่จับต้องได้ ด้วยราคาประหยัดและสเปคที่เป็นรองรุ่นทั่วไปของ MacBook ตัวอื่นๆ
นอกจากนี้ Apple ยังวางแผนรุ่นอื่นๆ ในปี 2026 ด้วย ควบคู่ไปกับการเปิดตัว iPhone 17e และการอัปเดต iPad Air 8 รวมถึง iPad mini 8 พร้อมจอ OLED ในช่วงปลายปีนี้ ส่วน iPad Pro รุ่นใหม่ยังไม่มาเร็วๆ นี้ และถ้าหาก MacBook รุ่นประหยัดนี้เปิดตัววางขายได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ เราอาจได้เห็นรูปแบบใหม่ของโน้ตบุ๊กสำหรับวัยเรียนที่ทั้งสวย ทนทาน และใช้งานได้ยาวนานในราคาที่เป็นมิตรมากขึ้น

