สำหรับ Redmi Note 17 Series ที่เตรียมจะเปิดตัวในจีนภายในเดือนนี้ หลังจากที่มีทั้งภาพตัวเครื่อง และสเปคบางส่วนหลุดออกมาแล้วทุกรุ่น ส่วนในเวอร์ชั่น Global ที่มาแน่ๆ ก็คือ Note 17R จะใช้ชื่อเป็น Redmi 17 5G ในตลาดโลก แต่รุ่นอื่นๆ ที่จะวางขายในตลาดโลกที่ว่านี้ก็อาจจะต้องรอกันอีกหลายเดือน ถ้าดูจากไทม์ไลน์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ก็น่าจะมีรุ่นแฝดในแบรนด์ POCO ตามมาเหมือนเดิม รวมไปถึงสเปค และรายละเอียดบางอย่างก็มักจะมีความแตกต่างไปจากเวอร์ชั่นที่ขายในจีนด้วย
สำหรับรุ่นที่ขายบ้านเราตอนนี้คือ REDMI Note 15 Pro+ 5G ราคา 13,400 บาท (Shopee) และ REDMI Note 15 Pro 5G ราคา 11,790 บาท (Shopee/ Lazada) | POCO M7 ราคา 5,999 บาท (Shopee/ Lazada) และ POCO M7 Pro ราคา 8,999 บาท (Shopee/ Lazada)
Redmi Note 17 จะเปิดตัวรุ่นแฝดในชื่อ POCO M8 Plus เวอร์ชั่น Global จากฐานข้อมูล BIS

จากข้อมูลล่าสุดมีการพบข้อมูลการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงาน BIS และได้เผยให้เห็นชื่อมือถือปริศนา 2 รุ่นที่มีความคล้ายกัน รุ่นแรกก็คือ Redmi ที่มีรหัสโมเดล 2607DRA18I คาดว่านี่คือ Redmi Note 17 เวอร์ชั่นที่กำลังจะวางจำหน่ายในตลาด Global และอินเดีย ส่วนอีกรุ่นคือ POCO มีรหัสโมเดล 2607DPC18I คาดว่าจะใช้ชื่อว่า POCO M8 Plus

และด้วยรหัสที่คล้ายกันนี้ก็หมายความว่า มือถือทั้งสองรุ่นอาจเป็นมือถือที่มีสเปคแบบเดียวกัน หรือพูดง่ายๆ ก็คือเป็นรุ่นแฝดตามแบบของ Redmi และ POCO มักจะทำเป็นประจำอยู่แล้ว โดยจะถูกนำมาเปลี่ยนชื่อแบรนด์ และดีไซน์ฝาหลังใหม่เพื่อแยกกันทำตลาดนั่นเอง

สำหรับตัวของ POCO M8 Plus จะเข้ามาสืบทอดรุ่นต่อจาก POCO M7 Plus ที่เคยเปิดตัวไปเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว แต่ว่าของไทยเราจะมีสองรุ่นที่ขายคือ M7 และ M7 Pro แทน ส่วน Redmi Note 17 จะเป็นรุ่นสืบทอดมาจาก Redmi Note 15 เวอร์ชัน Global โดยข้ามจาก Note 15 มาเป็น Note 17 เลย เพราะต้องทำตามรอยของ Xiaomi ที่เลือกจะข้ามเลข 16 ไปเลย เพื่อให้เลขรุ่นต่างๆ ไปในแนวทางเดียวกัน
สเปคคาดเดาจากเวอร์ชั่นจีน
แน่นอนว่าข้อมูลการรับรองที่ออกมานี้ มีเผยให้เห็นแค่ชื่อรุ่นเท่านั้น ยังไม่มีการยืนยันสเปคของเวอร์ชั่น Global ก็เลยยังไม่รู้ว่าจะเหมือนกับตัวที่ขายในจีน 100% หรือไม่ รวมถึงสเปคของ POCO M8 Plus ด้วย แต่ถ้าดูจากข้อมูลสเปคฝั่งจีนที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้ ก็จะมีทั้งหน้าจอแบบแบนขนาด 6.83 นิ้ว ความละเอียด 1.5K ใช้ชิป Snapdragon 6s Gen 4 พร้อมกับแบตถึง 9,000 mAh รองรับชาร์จไวได้ 67W และกล้องหลังอีก 50MP ในตัวหลัก
ก็คงต้องรอติดตามกันต่อไปว่า หลังจากที่มือถือทั้งสองรุ่นนี้เปิดตัวในตลาดสากล จะมีการปรับลดหรือปรับเปลี่ยนสเปคตรงส่วไหนบ้าง เพื่อให้เข้ากับเรทราคาและกลุ่มเป้าหมายในแต่ละประเทศ แต่ส่วนใหญ่ที่ผ่านๆ มาจะถูกลดสเปคแบตลงนิดหน่อยนะ
ที่มา: xpertpick
