วิธีจองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ 5 ขั้นตอนง่ายๆ ผ่านแอพ DLT Smart Queue จองแล้วไปตามนัดได้เลย!

จองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ DLT Smart Queue

วิธีจองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ 5 ขั้นตอนง่ายๆ ผ่านแอพ DLT Smart Queue ถึงวันจองแล้วไปได้ทันที

หลังจากที่กรมขนส่งฯ ได้ปิดการจอง และการทำใบชับขี่ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทำให้หลายๆ คนที่อายุใบขับขี่หมดไปแล้ว ก็เกิดการกังวลว่าจะเป็นอะไรหรือไม่หากโดนเรียกตรวจ ซึ่งความจริงแล้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้ออกมาบอกแล้วว่าผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถตามกฎหมาย ว่าด้วยการขนส่งทางบก ที่หมดอายุไปแล้ว ยังสามารถใช้ขับรถต่อไปได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 รวมไปถึงคนที่ใช้ใบขับขับขี่ชั่วคราวที่หมดอายุไปแล้วด้วยเช่นกัน จึงสบายใจได้ระดับหนึ่งเลยว่าภายในปีนี้ยังไม่โดนปรับหรือจับอะไรแน่นอน และในวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมาทางกรมขนส่งฯ ก็ได้ประกาศใหม่อีกครั้งแล้วว่าในตอนนี้ เราสามารถเข้าไปจองคิวเพื่อต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้แล้วผ่านแอพ DLT Smart Queue หรือในเว็บ gecc.dlt.go.th และจะต้องจองคิวล่วงหน้าเพื่อไปต่อใบขับขี่ หากใครที่ลงวันจองได้เรียบร้อยแล้ว เมื่อถึงวันที่จองไว้ก็สามารถไปทำได้ทันที โดยไม่ต้องรอคิวอีก เป็นการช่วยลดความเสี่ยง และช่วยให้สะดวกมากขึ้นด้วย เดี๋ยววันนี้ทาง Specphone จะมาบอกว่าวิธีจองคิวเพื่อต่อใบขับขี่ออนไลน์ผ่านแอพ DLT Smart Queue ทำอย่างไรบ้างง่ายๆ พร้อมทั้งข้อมูลเอกสารที่ต้องเตรียมไปด้วย


ก่อนต่อใบขับขี่ออนไลน์ต้องทำอะไร และใช้เอกสารอะไรบ้าง

จองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ อบรม

ก่อนที่จะทำการจองใบขับขี่ออนไลน์ หรือว่าใครที่จองไปแล้วเรียบร้อย สิ่งที่จะต้องทำเป็นอันดับแรกๆ เลยก็คือ จะต้องเข้ารับการอบรม e-Learning ก่อนเสมอ โดยการเข้าไปที่เว็บ dlt-elearning.com จากนั้นให้ลงทะเบียนเพื่อเข้าสู่ระบบ และต้องฟังตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะกดข้ามหรือว่าเปิดหน้าจออื่นไม่ได้ คลิปจะหยุดทันที หลังจากนั้นจะมีการสุ่มแบบสอบถาม 3 คำถาม (ถ้าตอบผิดหมดเลยอาจจะไม่ผ่าน) และจะได้ผลการอบรมเป็นแบบออนไลน์มาให้ ให้ทำการแคปหน้าจอเก็บเอาไว้ใช้เป็นหลักฐาน และเข้าไปจองในระบบในขั้นตอนต่อไป ส่วนเอกสารที่ต้องนำไปด้วยในวันที่ต้องทำใบขับขี่ใหม่ก็คือ

จองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ เอกสาร
  1. บัตรประตัวประชาชนตัวจริง (ฉบับจริงเท่านั้น)
  2. ใบขับขี่ชั่วคราว หรือใบขับขี่ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 1 ปี
  3. ใบรับรองแพทย์ ใช้ได้หลังจากวันที่ไปตรวจไม่เกิน 1 เดือน ที่แสดงให้เห็นว่าไม่มีโรคประจำตัวที่ทำให้เกิดอันตรายขณะขับรถ และไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน

ส่วนเรื่องของการเข้าไปทำใบขับขี่ใหม่ จะต้องทำอะไรบ้างนั้นทางกรมขนส่งฯ ทุกแห่งก็ได้มีมาตรการเยียวยาที่ต้องดำเนินการตามมาตรการด้านสาธารณสุข (D-M-H-T-T-A) สำหรับผู้ที่ใบอนุญาตขับรถและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถหมดอายุเกิน 1 ปี หรือ 3 ปี ระหว่างวันที่ 10 เมษายน 2564 – 31 ธันวาคม 2564 มีมาตราการเยียวยาดังนี้ (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่)

  1. ใบอนุญาตขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ หมดอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ได้รับการยกเว้นการทดสอบข้อเขียน
  2. ใบอนุญาตขับรถ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ หมดอายุเกิน 3 ปี ได้รับการยกเว้นการทดสอบขับรถ กรณีเป็นใบอนุญาตขับรถชนิดส่วนบุคคลชั่วคราว สิ้นอายุเกินกว่า 3 ปี ให้ผ่านการอบรมตามหลักสูตรในวิชาที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ จากเดิมอบรมไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง ได้รับสิทธิเยียวยาเป็น อบรมในหลักสูตรใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง โดยอบรมผ่านระบบ e-Learning ได้
  3. ใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก หมดอายุเกิน 3 ปี ได้รับการยกเว้นการทดสอบขับรถเท่านั้น
จองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ เยียวยา

วิธีจองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ 5 ขั้นตอนง่ายๆ ผ่านแอพ DLT Smart Queue

จองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ DLT Smart Queue แอพ

สำหรับการจองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ จะต้องจองผ่านแอพ DLT Smart Queue หรือจองผ่านเว็บ gecc.dlt.go.th ก็ได้ แต่แนะนำว่าให้จองผ่านแอพ DLT Smart Queue จะสะดวกและรวดเร็วมากกว่า เมื่อจองได้เรียบร้อยแล้วก็ไปตามวันและเวลาที่จองคิวได้เลย ส่วนใครที่ได้จองไปแล้วเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2564 ช่วงที่สำนักปิดไปก่อนหน้านี้ เมื่อเข้าสู่ระบบไปอีกครั้งจะมีข้อความขึ้นมาว่า “ได้สิทธิจองใหม่” เราก็จะได้รับสิทธิตามลำดับต่อไป ส่วนใครที่ยังไม่ได้จองไว้ก็ทำตามขั้นตอนนี้เลย

1. หลังจากที่โหลดแอพ DLT Smart Queue มาแล้ว ให้เปิดแอพเข้าไปเพื่อทำการลงทะเบียนก่อน ซึ่งในขั้นตอนแรกระบบจะขึ้นมาให้เลือกใส่เลขบัตรประชาชน, รหัสผ่าน, ชื่อ, เบอร์โทร, Email และ LINE ID (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้) จากนั้นรอให้ระบบแจ้งเตือนว่าลงสำเร็จ ก็ให้เข้าสู่ระบบด้วยเลขบัตรประชาชน และรหัสที่สมัครไว้ได้เลย ส่วนใครที่เคยสมัครแล้วก็เข้าสู่ระบบได้เลยไม่ต้องสมัครใหม่

จองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ DLT Smart Queue วิธีจอง 1

2. เมื่อเข้าสู่ระบบได้เรียบร้อยแล้ว ให้เราเลือกสำนักงานที่ต้องการเข้ารับบริการ หรือสำนักงานขนส่งใกล้บ้านของตัวเอง

จองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ DLT Smart Queue วิธีจอง 2

3. เมื่อเลือกสำนักงานเรียบร้อยแล้ว หน้าถัดมาจะเป็นการเลือกประเภทงานรับบริการ ให้กดเลือก “งานใบอนุญาต” และเข้าไปเลือกหัวข้อการทำใบขับขี่ใหม่ ตามแต่ละแบบของตัวเองได้เลย (เลือกให้ตรงกับของตัวเองนะ อย่าเลือกมั่ว)

จองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ DLT Smart Queue วิธีจอง 3

4. หลังจากนั้นจะเป็นการเลือกวันจองให้เราเลือกวันตามวันที่ว่างอยู่ ถ้าเต็มแล้วจะมีข้อความขึ้นว่าเต็ม ถ้ายังว่างอยู่จะเป็นจุดสีดำ ส่วนจุดสีแดงคือวันหยุดราชการ ก็ให้เราเลือกจองตามวันที่ตัวเองสะดวก

จองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ DLT Smart Queue วิธีจอง 4

5. เมื่อเลือกวันได้แล้ว หน้าต่อมาจะเป็นหน้าของเวลาที่จะเข้าทำใบขับขี่ใหม่ ให้เลือกตามเวลาที่ยังว่างอยู่ของวันที่ได้จองไป (ถ้าเวลานั้นเต็มจะขึ้นว่าว่าง 0) เมื่อเลือกได้แล้วให้กดปุ่ม “ยืนยันการจอง” ระบบก็จะขึ้นรายละเอียดการจองพร้อมกับ QR Code ที่เอาไว้แสดงในวันที่เข้ารับบริการ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะอยู่ในแอพเลย เมื่อเข้ามาใหม่ก็เปิดดูได้ (แต่ถ้ากลัวหายจะแคปไว้ก็ได้นะ)

จองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ DLT Smart Queue วิธีจอง 5

หลังจากที่จองคิวเพื่อต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้เรียบร้อยแล้ว ในวันที่ไปถึงหรือวันที่จะเข้าไปทำบัตรใหม่แนะนำว่า ควรจะไปก่อนเวลานัดหมายอย่างน้อย 30 นาที – 1 ชั่วโมง และเตรียมเอกสารตามที่เราได้บอกไปด้านบนให้เรียบร้อย จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาจองใหม่อีก และถ้าไม่ได้ไปตามวันที่นัดไว้ ก็จะต้องทำการจองใหม่เช่นกัน ที่สำคัญคือควรแต่งกายให้เรียบร้อย และพร้อมที่จะเข้ารับการทดสอบในการทำใบขับขี่ใหม่ด้วยเช่นกัน

จองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ จอง

แล้วทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลของการเตรียมเอกสารเพื่อต่อใบขับขี่ใหม่ ที่ทางขนส่งได้เปิดให้จองจองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้แล้วในวันนี้ รวมไปถึงขั้นตอนการจองคิวต่อใบขับขี่ออนไลน์ผ่านแอพ DLT Smart Queue ที่เราได้นำมาฝากกันแบบง่ายๆ แค่ 5 ขั้นตอนก็จองได้เรียบร้อยแล้ว ใครที่อยากทำก็อาจจะต้องรีบหน่อย เพราะส่วนใหญ่แล้วคิวจะเต็มเร็วมากๆ ถ้าไม่รีบทำอาจได้ยาวไปถึงปีหน้าเลย ส่วนเอกสารสำคัญอย่างใบรับรองแพทย์ และเอกสารการอบรมนั้น แนะนำว่าให้ทำให้เรียบร้อยภายในช่วงเวลาที่กำหนด ควรจองวันที่จะเข้าไปทำใหม่ให้ได้ก่อน จะได้รู้ว่าควรเตรียมอะไรในวันไหนบ้าง หวังว่าจะพอช่วยทุกคนได้นะ แล้วถ้ามีเรื่องไหนน่าสนใจอีก เราก็จะนำมาฝากกันเรื่อยๆ เลยนะครับ


บทความที่เกี่ยวข้อง