วิธีจองอบรมต่อใบขับขี่ออนไลน์ ใช้เอกสารอะไรบ้างในการต่อใบขับขี่ในปี 2564

สำหรับคนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ หรือขับขี่รถยนต์ การต่อใบขับขี่ หรือจองต่อใบขับขี่ออนไลน์นั้นเป็นเรื่องที่ต้องทำอยู่เป็นประจำ เมื่อใบขับขี่หมดอายุ ไม่ว่าจะเป็นการต่อจากใบขับขี่ชั่วคราว (2 ปี) หรือต่อจากแบบ 5 ปี ไปเป็น 5 ปี ปัญหาที่หลายๆ คนเจอเลยก็คือ หลายคนไม่รู้ว่าใช้เอกสารอะไรบ้าง และหลักๆ ก็คือการหาเวลาไปนั่งอบรมที่ขนส่ง หรือว่าต้องออกไปนั่งอบรมในที่ต่างๆ ที่ทางกรมขนส่งจัดแยกไว้ การแก้ปัญหาเหล่านี้ของกรมขนส่งก็คือ การนั่งฟังอบรมผ่านทางออนไลน์ และการทำเรื่องก่อนจะไปสอบภาคปฏิบัติอีกครั้ง เป็นวิธีที่ช่วยประหยัดเวลาไปได้อีกเยอะมากๆ ไม่ต้องไปเสี่ยงกับไวรัสโควิด 19 ด้วย

อบรมต่อใบขับขี่ออนไลน์ www.dlt-elearning.com

สำหรับการทำเรื่องขออบรมออนไลน์ และการทำเรื่องผ่านทางออนไลน์ในเว็บ www.dlt-elearning.com หรือว่าในแอปฯ DLT Smart Queue ในตอนนี้เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น และช่วยประหยัดเวลาสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องการทำงานประจำได้ดีมาก เนื่องจากสมัยก่อน กว่าจะได้จองไปอบรมก็ต้องเสียเวลาไปเต็มๆ 1 วันแล้ว ไหนจะต้องเสียเวลาอีก 1 วันเพื่อไปทำเรื่องขอทำใบขับขี่ใหม่อีก แล้วถ้ายิ่งเจอปัญหาตอนไปทำเรื่อง ที่กรมขนส่งก็ยิ่งต้องเสียเวลา และเสียวันทำงานไปอีกหลายวัน การอบรมออนไลน์ และการเตรียมเอกสาร พร้อมการจองออนไลน์เพื่อไปทำเรื่องทีเดียว ก็จะช่วยให้การต่อใบขับขี่เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นมากๆ แต่ต้องบอกก่อนว่า การทำเรื่องทำใบขับขี่ออนไลน์นี้สามารถทำได้แค่การ “ต่อใบขับขี่” เท่านั้น ถ้าทำใบขับขี่ใหม่ หรือทำครั้งแรกยังไม่สามารถทำได้ รวมไปถึงการทำเรื่องออนไลน์ และการอบรมออนไลน์เสร็จแล้ว ก็ยังต้องไปที่กรมขนส่ง เพื่อทำเรื่องต่อจากนี้อีกที แล้ววันนี้ทาง Specphone ก็จะมาบอกกันว่า วิธีจองอบรมต่อใบขับขี่ออนไลน์ทำอย่างไร และการจะไปต่อใบขับขี่ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง รวมไปถึงการจองคิวทำใบขับขี่ออนไลน์ด้วย มาดูกันเลย


วิธีจองอบรมต่อใบขับขี่ออนไลน์

สำหรับการจองอบรมทำใบขับขี่ออนไลน์ จะสามารถทำได้ทั้งในคอมฯ บนมือถือ หรือแท็ปเล็ต (ในแอปฯ DLT Smart Queue) แนะนำว่าให้โหลดแอปฯ มาไว้เลยก็ได้ก่อนทำการอบรม และทำการจองทำใบขับขี่ออนไลน์ก่อนทุกครั้ง เพื่อความสะดวกในการใช้งานที่มากขึ้น และผลของการอบรมออนไลน์ จะมีอายุเพียง 90 วันเท่านั้น นับจากวันที่ผ่านการอบรม ควรวางแผนให้ดีก่อนจะไปทำการอบรมออนไลน์ และหาวันจองการทำใบขับขี่ที่ขนส่งให้ดีก่อนทุกครั้ง ส่วนการอบรมออนไลน์นี้ จะสามารถทำได้ทั้งการต่อจากใบขับขี่ชั่วคราว และจาก 5 ปีเป็น 5 ปี มีวิธีการจอง และอบรมออนไลน์ดังนี้

1. เข้าไปยังเว็บของขนส่งที่ www.dlt-elearning.com และเลือกเมนู “ลงทะเบียน”

อบรมต่อใบขับขี่ออนไลน์ www.dlt-elearning.com ลงทะเบียน

2. หลังจากที่เข้ามาแล้วเจอกับหน้าของการใส่ข้อมูล ทั้งเลขบัตรประชาชน วัน/ เดือน/ ปีเกิด และเบอร์โทรศัพท์ ให้กรอกให้ครบถ้วนทั้งหมด และกดยืนยัน

อบรมต่อใบขับขี่ออนไลน์ www.dlt-elearning.com กรอกข้อมูล

3. หลังจากกรอกเรียบร้อยแล้ว จะเข้ามายังหน้าของการเลือกประเภทการต่อใบขับขี่ ให้เลือกตามที่ต้องการต่อใบขับขี่ และกดเลือกเมนูแรกก่อน คือ “แบบทดสอบก่อนอบรม”

อบรมต่อใบขับขี่ออนไลน์ www.dlt-elearning.com อบรม

4. ตอบคำถามให้ครบทุกข้อ (ส่วนใหญ่เป็นคำถามทั่วไป) เมื่อตอบครบแล้ว จะเข้าไปยังหน้าวิดีโอของการอบรม ให้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะมีการสุ่มแบบสอบถามด้วย 3 คำถาม (ถ้าตอบผิดหมดเลยอาจจะไม่ผ่าน) และไม่สามารถเปิดหน้าจออื่นได้ (เปิดแล้วคลิปหยุดทันที) รวมไปถึงการเลื่อนคลิปไปข้างหน้าก็ทำไม่ได้ด้วย หลังจากนั้นจะได้ผลการอบรมมาเป็นแบบออนไลน์ ให้แคปหน้าจอเก็บเอาไว้ใช้เป็นหลักฐาน และเข้าไปจองในระบบในขั้นตอนต่อไป

อบรมต่อใบขับขี่ออนไลน์ www.dlt-elearning.com ทดสอบ
อบรมต่อใบขับขี่ออนไลน์ www.dlt-elearning.com ดู

การจองคิวทำใบขับขี่ออนไลน์

มาต่อกันที่การจองคิวเพื่อทำใบขับขี่ออนไลน์ อย่าลืมว่าจองแล้วต้องไปที่ขนส่ง เพื่อทำแบบทดสอบด้วยทุกครั้ง ไม่ใช่ว่าจองแล้วได้บัตรเลยนะ ส่วนการจองคิว จะสามารถทำได้สองช่องทางคือผ่านเว็บ gecc.dlt.go.th หรือโหลดแอปฯ DLT Smart Queue มาใช้งานก็ได้ทั้งระบบ iOS และ Android มีวิธีการจองดังนี้

1. เข้าไปยังเว็บ gecc.dlt.go.th หรือแอปฯ DLT Smart Queue และใส่เลขบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อเข้าสู่ระบบ (ถ้าใครยังไม่ได้ลงทะเบียน ให้ลงทะเบียนสมัครก่อน แค่กรอกเลขประจำตัวประชาชน วันเกิด และรหัสผ่านไว้ใช้ครั้งต่อไป)

อบรมต่อใบขับขี่ออนไลน์ www.dlt-elearning.com จอง

2. เมื่อเข้าสู่ระบบมาแล้ว ก็จะเป็นการเลือกจังหวัด, สำนักงาน, ประเภท และเลือกประเภทงานของการต่อใบขับขี่ออนไลน์ ให้เลือกตามที่ตัวเองสะดวกได้เลย

อบรมต่อใบขับขี่ออนไลน์ www.dlt-elearning.com จองออนไลน์

3. เมื่อใส่ครบแล้ว ระบบจะดำเนินการให้โดยอัตโนมัติ และเปลี่ยนมายังหน้าการจองให้เลือกตามวัน และเวลาที่ว่างอยู่ได้ทันที (แนะนำว่าควรจองก่อนขั้นต่ำ 1 เดือน เนื่องจากถ้ากระชั้นชิดเกินไปจะไม่มีที่ว่าง และจะข้ามไปอย่างน้อย 2 เดือน)

อบรมต่อใบขับขี่ออนไลน์ www.dlt-elearning.com จองคิวออนไลน์

4. เมื่อยืนยันการจองเรียบร้อยแล้ว ระบบจะสรุปข้อมูลทั้งหมดมาให้อีกครั้ง ในหน้านี้หากใครที่พลาด หรือจองวันผิดไป เราสามารถเข้าระบบมาอีกครั้ง เพื่อทำการยกเลิกการจองได้เหมือนกัน โดยการกดปุ่ม “คลิกเพื่อยกเลิก” และกดยืนยันการยกเลิก ระบบก็จะทำการยกเลิกให้เลย ง่ายและสะดวกมากๆ

อบรมต่อใบขับขี่ออนไลน์ www.dlt-elearning.com ยกเลิกจองคิวออนไลน์

ต่อใบขับขี่ออนไลน์ ใช้เอกสารอะไรบ้าง และจ่ายกี่บาท

อบรมต่อใบขับขี่ออนไลน์ www.dlt-elearning.com ใบรับรองแพท

การทำใบขับขี่ออนไลน์ ความจริงจะทำได้แค่เพียงการจองวันว่าง และต้องเอาเอกสารในการต่อไปที่ขนส่ง ตามที่ได้จองออนไลน์เอาไว้ ซึ่งการเตรียมเอกสารสำหรับการต่อจากใบขับขี่ชั่วคราว (2 ปี) ไปเป็น 5 ปี และจาก 5 ปี เป็น 5 ปีจะไม่ค่อยต่างกันมากนัก แยกรายละเอียดได้ดังนี้

ต่อใบขับขี่แบบชั่วคราว 2 ปี ไปเป็น 5 ปี เอกสารที่ต้องนำไปด้วย

  1. บัตรประตัวประชาชนตัวจริง (ฉบับจริงเท่านั้น)
  2. ใบขับขี่ชั่วคราว ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 1 ปี
  3. ใบรับรองแพทย์ ใช้ได้หลังจากวันที่ไปตรวจไม่เกิน 1 เดือน

การต่อใบขับขี่ล่วงหน้าของ การต่อใบขับขี่แบบชั่วคราว 2 ปี เป็น 5 ปี จะสามารถต่อล่วงหน้าได้ไม่เกิน 60 วัน หรือประมาณ 2 เดือน ส่วนใครที่ใบขับขี่หมดอายุ จะสามารถแบ่งได้อีก 2 แบบได้แก่

  1. ใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปีต้องสอบข้อเขียนใหม่ทั้งหมด
  2. ใบขับขี่หมดอายุเกิน 3 ปี ต้องอบรมเพิ่มอีก สอบข้อเขียนใหม่ และสอบขับรถใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง (เหมือนทำใหม่ครั้งแรก)

ค่าใช้จ่ายในกาต่อใบขับขี่แบบชั่วคราว 2 ปี ไปเป็น 5 ปี ต้องจ่ายเงินค่าใบขับขี่ 500 บาท และค่าคำขอ 5 บาท รวมเป็น 505 บาท

ต่อใบขับขี่แบบ 5 ปี ไปเป็น 5 ปี เอกสารที่ต้องนำไปด้วย

  1. บัตรประตัวประชาชนตัวจริง (ฉบับจริงเท่านั้น)
  2. ใบขับขี่ชั่วคราว ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 1 ปี
  3. ใบรับรองแพทย์ ใช้ได้หลังจากวันที่ไปตรวจไม่เกิน 1 เดือน

การต่อใบขับขี่ล่วงหน้าของ การต่อใบขับขี่แบบ 5 ปี เป็น 5 ปี จะสามารถต่อล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วัน หรือประมาณ 3 เดือน ส่วนใครที่ใบขับขี่หมดอายุ จะสามารถแบ่งได้อีก 2 แบบเหมือนกันคือ

  1. ใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปีต้องสอบข้อเขียนใหม่ทั้งหมด
  2. ใบขับขี่หมดอายุเกิน 3 ปี ต้องอบรมเพิ่มอีก สอบข้อเขียนใหม่ และสอบขับรถใหม่ทั้งหมด (เหมือนทำใหม่ครั้งแรก)

ค่าใช้จ่ายในกาต่อใบขับขี่แบบ 5 ปี ไปเป็น 5 ปี ต้องจ่ายเงินค่าใบขับขี่ 500 บาท และค่าคำขอ 5 บาท รวมเป็น 505 บาท

**เนื่องจากสถานการณ์ Covid-19 จำเป็นต้องเปลี่ยนรูปแบบการต่อใบขับขี่ใหม่ โดยคนที่ใบขับขี่หมดอายุ เกิน 1 ปี ระหว่างวันที่ 4 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564 จะได้รับการยกเว้นการสอบข้อเขียน แต่ยังต้องทำการทดสอบภาคปฏิบัติ (สอบสมรรถภาพของร่างกาย) และเข้ารับการอบรมเหมือนเดิม ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่

***เนื่องจากสถานการณ์ Covid-19 จำเป็นต้องเปลี่ยนรูปแบบการต่อใบขับขี่ใหม่ โดยคนที่ใบขับขี่หมดอายุ เกิน 3 ปี ระหว่างวันที่ 4 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564 จะได้รับการยกเว้นการทดสอบขับรถใหม่ แต่ยังต้องทำการทดสอบภาคปฏิบัติ (สอบสมรรถภาพของร่างกาย) ทดสอบข้อเขียน และเข้ารับการอบรมเหมือนเดิม ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่


ขั้นตอนการทดสอบสมรรถภาพร่างกายมีอะไรบ้าง

มาถึงขั้นตอนสุดท้ายของการทำใบขับขี่ใหม่แล้ว ถ้าได้ทำการจองต่อใบขับขี่ออนไลน์ไว้แล้ว พร้อมกับการอบรม และเตรียมเอกสารทั้งหมดครบแล้ว ก็ให้ไปยังขนส่งตามเวลาที่ได้จองเอาไว้ทั้งหมด และทำตามขั้นตอนดังนี้

1. เข้าไปที่ขนส่ง ยื่นเอกสารทั้งหมดที่ได้เตรียมมา และออกคำขอเพื่อทำเรื่องต่อใบขับขี่ใหม่

2. ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย 4 รูปแบบ ได้แก่

  • ทดสอบทางด้านการมองสีไฟจราจร (แดง เหลือง เขียว)
  • ทดสอบการมองด้านทางลึก (กดหยุดก้านให้เท่ากันสองแท่ง)
  • ทดสอบการมองด้านความกว้าง (มองสีจากด้านข้าง)
  • ทดสอบความเร็วของเท้า (เหยียบเบรคทันทีเมื่อเห็นไฟแดง)

3. ถ่ายรูป หลังจากนั้นให้นั่งรอใบขับขี่ใบใหม่และจ่ายเงิน

**ต้องผ่านทุกการทดสอบ


จะเห็นได้ว่าในสมัยนี้ การต่อใบขับขี่นั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะมาก เพราะสามารถจองอบรมต่อใบขับขี่ออนไลน์ได้แล้ว ไม่ต้องเสียเวลาไปหาที่อบรมข้างนอก หรือว่าต้องเสียเวลาทำใบขับขี่ใหม่หลายวัน ที่สำคัญอย่าลืมว่า การจองนั้นควรจะจองล่วงหน้าก่อนวันที่จะไปจริงอย่างต่ำ 1 เดือน เพราะว่าจะไม่ค่อยเหลือที่ว่างในเวลาใกล้ๆ อย่างต่ำๆ ก็เกิน 1 เดือนแน่นอน อีกสิ่งที่สำคัญก็คือเอกสารที่ต้องนำไปให้ครบ รวมไปถึงหลักฐานการอบรมที่ได้อบรมออนไลน์ไปแล้ว จะได้ไม่เสียเวลาไปฟรี โดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ใครที่ใบขับขี่ใกล้หมดอายุแล้ว ก็ลองเข้าไปจองและอบรมตามที่เราได้แนะนำกันได้เลย แล้วถ้ามีเรื่องไหนน่าสนใจอีก เราก็จะเอามาฝากกันอีกเรื่อยๆ เลยนะครับ