รวม 18 ฟีเจอร์สุดเจ๋งที่มาพร้อมกับ Android N

รวม 18 ฟีเจอร์สุดเจ๋งที่มาพร้อมกับ Android N

ไม่น่าเชื่อว่าเป็นระยะเวลากว่า 1 ปีแล้วที่ Android 6.0 Marshmallow เปิดตัวอย่างเป็นทางการออกมาให้เราได้ใช้งานกัน เพราะทุกวันนี้เรายังได้ยินข่าวการปล่อยอัพเดท Android 6.0 Marshmallow กันอย่างต่อเนื่อง และสาเหตุก็เป็นเพราะว่าทางค่ายมือถือไม่ยอมปล่อยอัพเดทตามที่ควรจะเป็น ซึ่ง Google เองก็ได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จนมีข่าวออกมาว่าในอนาคตมีความเป็นไปได้ว่าทาง Google อาจจะควบคุมการอัพเดทซอฟท์แวร์ในมือถือ Android เองทั้งหมด และเมื่อไม่นานมานี้ได้มีข่าวของ Android N หรือ Android 7.0 ออกมาให้เราได้ยินกัน ซึ่งจากข่าวที่ออกมาจะเห็นได้ว่า Android เวอร์ชั่นใหม่นี้ได้มีการพัฒนาจาก Android 6.0 Marshmallow มากพอสมควร และในบทความนี้ผมจะมาพูดถึงฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจใน Android N จะมีอะไรใหม่ๆ ให้เราได้ใช้งานกันบ้างติดตามจากบทความนี้ได้เลย

 

1.Emoji แบบใหม่

Screenshot_1

และสิ่งแรกที่เพิ่มเข้ามาใน Android N นั่นคืออีโมจิบนแป้นพิมพ์แบบใหม่ถึง 70 แบบตามภาพตัวอย่างด้านบน โดยจะเห็นได้ว่าอีโมจิส่วนใหญ่นั้นจะเป็นรูปคนมีหลากหลายสีผิวให้เลือกใช้งาน ซึ่งอีโมจิแบบใหม่ที่ว่านี้ได้เปิดตัวครั้งแรกในงาน Google I/O 2016 ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่โต แต่ก็ถือว่าเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ทาง Google ได้พัฒนาขึ้นจาก Android รุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัด

 

  2.Google Assistant

และฟีเจอร์ต่อไปที่เพิ่มเข้ามาใน Android N นั่นคือ Google Assistant ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ได้รับการพัฒนาจนมีความชาญฉลาดมากกว่า Google Now โดยเราสามารถถามคำถามที่ซับซ้อนกับ Google Assistant ได้ และที่น่าสนใจนั่นคือคำตอบที่ทาง Google Assistant ตอบมานั้นจะเหมือนกับมนุษย์มากกว่าแบบที่เราได้ยินกันใน Google Now แน่นอนว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้มือถือเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกกับผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น และนี่ก็คือประโยชน์ของปัญญาประดิษฐ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น

 

3.เพิ่มปุ่ม “Clear All”
Screenshot_3

และฟีเจอร์ถัดมานั่นก็คือการเพิ่มปุ่ม “Clear All” เพียงปุ่มเดียวเพื่อปิดการใช้งานแอปพลิเคชั่นทั้งหมด จากเดิมที่เราจะต้องมาไล่ปิดทีละแอปพลิเคชั่น แต่จะเห็นได้ว่าฟีเจอร์นี้จะมีในมือถือหลายรุ่นที่ไม่ใช่มือถือ Nexus หรือมือถือที่ใช้ UI แบบ Pure Google ดังนั้นเรื่องนี้อาจจะไม่ใช่อะไรที่ใหม่สำหรับบางคน แต่คนที่ใช้มือถือที่มี UI แบบ Pure Google อาจจะหลงรักการเปลี่ยนแปลงใน Android N เลยก็ว่าได้

 

4.Instant Apps

Instant-Apps

และฟีเจอร์ต่อมานั้นก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีมากๆ อีกหนึ่งอย่างนั่นคือการเพื่มฟีเจอร์ Instant Apps เข้ามา โดยหลักการทำงานของฟีเจอร์ที่ว่านี้ก็คือ เมื่อเราเข้าเว็บไซต์อย่างเช่น Google และค้นหาสินค้าอย่างเช่นในภาพตัวอย่างด้านบน เมื่อเรากดที่ลิงค์ Google จะเปิดแอพที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราค้นหาบน Google Play และเปิดใช้งานในทันทีซึ่งข้อดีนั่นก็คือเราจะไม่ต้องมาเสียเวลาดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นเหมือนเมื่อก่อน และข้อดีอย่างเห็นได้ชัดนั่นคือการทดลองใช้งานแอปพลิเคชั่นก่อนใช้งานจริง ถือได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้

 

5.อัพเดทซอฟท์แวร์อย่างแนบเนียน

Seamless-updates

ฟีเจอร์ถัดมาก็ถือว่าน่าสนใจไม่แพ้กันโดยปกติแล้วการอัพเดทซอฟท์แวร์ตัวเครื่อง ก่อนจะอัพเดทก็จะมีการแจ้งเตือนเข้ามาก่อนว่าจะมีการอัพเดทซอฟท์แวร์ แต่ทาง Google ได้ปรับเปลียนรูปแบบการอัพเดทซอฟท์แวร์ใน Android N จากเดิมที่ต้องมีการแจ้งเตือนและต้องทำการยืนยันก่อนจะอัพเดทซอฟท์แวร์ตัวเครื่อง เปลี่ยนเป็นระบบจะดาวน์โหลดซอฟท์แวร์เอาไว้ในเครื่องและจะติดตั้งหลังจากเรารีสตาร์ทตัวเครื่องเครื่อง ถ้าจะว่าไปแล้วก็คล้ายๆ กับการอัพเดท Windows ในคอมพิวเตอร์นั่นเอง ที่จะแอบดาวน์โหลดแบบเนียนๆ ไม่รบกวนการใช้งานของเรา ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจเลยทีเดียว

 

6. VR Interface   

VR-interface-for-Android-N

จะเห็นได้ว่าในช่วงระยะหลังมานี้ทาง Google ดูจะให้ความสำคัญกับ Virtual Reality หรือ VR มากยิ่งขึ้นสังเกตได้จากการปรากฎตัวของ Google Cardboard และแว่น VR จากทางค่ายมือถือ โดยจะเห็นได้ว่าทุกวันนี้ใน YouTube เองก็มีวีดีโอแบบ VR เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน และใน Android N ก็ได้พัฒนาในเรื่อง Interface ของ VR ให้มีความล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น โดยเราสามารถเปิดแอปพลิเคชั่นได้ง่ายยิ่งขึ้นในขณะที่สวมแว่น VR ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจดีทีเดียว

 

7.Multiwindow Multitasking

True-multiwindow-multitasking

การใช้งานมากกว่า 1 แอปภายในหน้าจอเดียวถือว่าเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานมือถือ Android นั้นต่างก็รอคอย เพราะในทุกวันนี้ยังไม่มี Android เวอร์ชั่นไหนที่สามารถทำได้ โดยสิ่งที่สามารถทำได้ตอนนี้นั่นคือการสลับใช้งานทีละแอปพลิเคชั่น แต่ใน Android N จะมีการพัฒนาในส่วนของการใช้งาน Multiwindow ให้สามารถเปิดใช้งาน 2 แอปพลิเคชั่นในหนึ่งหน้าจอได้ อย่างเช่นภาพตัวอย่างด้านบนที่จะเห็นได้ว่าการคัดลอกข้อความนั้นทำได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น และสิ่งที่น่าสนใจนั่นคือเราสามารถเพิ่มหรือลดขนาดหน้าต่างแอปพลิเคชั่นได้อีกด้วย

 

8. Bundled Notifications

Bundled-notifications

เรื่องต่อมานั่นคือเรื่องของการแจ้งเตือนที่จะได้รับการพัฒนามากขึ้นใน Android N ซึ่งตามปกติแล้วการแจ้งเตือนจำทำหน้าที่เพียงแค่บอกว่ามีข้อความใหม่เข้ามา แต่ใน Android N เรื่องของการแจ้งเตือนก็จะถูกพัฒนาชึ้นด้วยเช่นกัน อย่างเช่น แอปข้อความที่หากมีข้อความเข้ามาหลายข้อความพร้อมกันเราสามารถเปิดดูได้ด้วยการใช้นิ้วมือสองนิ้วปัดบนหน้าจอ และทาง Google ยังได้เพิ่มปุ่มขยายเข้ามาสำหรับเปิดอ่านข้อความด้วยเช่นกัน และทั้งหมดนี้จะเกิดขึนบนหน้าจอแจ้งเตือนทั้งหมด แทนการใช้งานแบบเก่าที่เราต้องเปิดแอปพลิเคชั่นขึ้นมาก่อนจึงจะสามารถตอบได้

 

9.Direct reply notifications

 

Direct-reply-notifications

นอกจากจะสามารถเปิดอ่านข้อความได้อย่างทันทีแล้ว Android N ยังได้เพิ่มความสามารถในการตอบข้อความจากแถบสถานะได้ทันที จากเดิมที่เราต้องเข้าไปในแอปพลิเคชั่นเสียก่อนจึงจะตอบได้ เรียกว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีพอสมควร นอกจากจะทำได้การใช้งานมือถือนั้นทำได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้นแล้วยังทำให้เราไม่พลาดบทสนทนาที่สำคัญๆ อีกด้วย เรียกว่าอย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลว่าจะลืมตอบอีเมลหรือข้อความที่มีแจ้งเตือนเข้ามาอีกต่อไป

 

10.สลับการใช้งานแอปด้วยปุ่ม Overview

App-switch-with-the-overview-button

กลับมาที่เรื่องของการใช้งานแอปพลิเชั่นอีกครั้งใน Android N นอกจากจะสามารถใช้งานแอปพลิเคชั่นได้มากกว่า 1 แอปในหน้าจอเดียวแล้ว การสลับแอพพลิเคชั่นยังทำได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้นอีกด้วยและที่น่าสนใจนั่นคือเราไม่ต้องสัมผัสกับหน้าจอโดยตรงอีกด้วย ซึ่งการสลับแอพพลิเคชั่นก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายเพียงแค่กดปุ่ม Overview สองครั้งในขณะที่เราใช้งานแอปล่าสุดตัวเครื่องก็จะสลับไปใช้งานแอปก่อนหน้าในทันที จากเดิมที่เราต้องกดปุ่ม Overview แล้วเลือกแอปที่ต้องการเปิดด้วยตัวเอง แต่ใน Android N จะทำให้การสลับแอปพลิเคชั่นนั้นทำได้อย่างรวดเร็วและสะดวกมากยิ่งขึ้น

 

11.ตัวเลือกการตั้งค่าที่มากขึ้น

More-Quick-Settings-options

อีกสิ่งหนึ่งที่ทาง Google ได้พัฒนาบน Android N นั่นคือส่วนของ Quick Setting บนแถบการแจ้งเตือน โดยใน Android N ได้มีการเพิ่มตัวเลือกอย่างเช่น  หมุนหน้าจออัตโนมัติ , นาฬิกา , แบตเตอรี่ นอกจากนี้ยังสามารถจัดเรียงไอคอนตั้งค่าเหล่านี้ในแบบที่เราต้องการได้ ซึ่งถ้าเทียบกับมือถือที่ไม่ได้ใช้ UI แบบ Pure Google แล้วอาจจะเรียกว่าสิ่งนี้อาจจะไม่ได้ใหม่ไปเสียทีเดียว

 

12.โหมดกลางคืน

The-Nightman-cometh

และมาถึงฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาใน Android N อย่างชัดเจนซึ่งก็คือฟีเจอร์ Night Mode ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นความสามารถที่ไม่เชิงว่าเป็นของใหม่ไปเสียทีเดียวเนื่องจากจะเห็นได้ว่าฟีเจอร์นี้ได้ปรากฎตัวบน Android 6.0 Marshmallow โดยหลักการทำงานของฟีเจอร์นี้นั่นก็คือการควบคุมแสงหน้าจอโดยอัตโนมัติ ทำให้เราสามารถใช้งานมือถือในช่วงเวลากลางคืนได้โดยไม่รู้สึกปวดตานั่นเอง

 

13. Data Saver

Data-saver

และสำหรับคนที่มีปัญหาในเรื่องของ 3G | 4G หมดก่อนเวลาอันควร ทาง Google ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่เข้ามาช่วยลดการสิ้นเปลืองปริมาณ 3G|4G  โดยเราสามารถควบคุมการใช้งาน 3G|4G ของแอปพลิเคชั่นได้ในช่วงที่ใกล้ครบกำหนดชำระ หรือช่วงใกล้หมดโปรสำหรับผู้ใช้งานแบบเติมเงิน  โดยหลักการทำงานนั่นคือระบบจะบล็อคการเชื่อมต่อไม่ให้แอปสามารถใช้งาน 3G | 4G ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อย่างเช่น การลดความละเอียดของภาพ หรือความละเอียดของวีดีโอ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าได้ด้วยว่าจะให้แอพไหนสามารถใช้งาน 3G | 4G ได้อย่างเต็มรูปแบบ

 

14.เพิ่มความสามารถในการจัดการไฟล์

Improved-file-browser

เป็นที่รู้กันดีว่า Android 6.0 Marshmallow มาพร้อมกับความสามารถในการจัดการไฟล์ต่างๆ และใน Android N ทาง Google ได้พัฒนาตัวเลือกในการจัดการไฟล์ให้เพิ่มมากขึ้น โดยใน Android N ทาง Google ได้เพิ่มตัวเลือกอย่าง การคัดลอก หรือ ย้ายไฟล์ต่างๆ  ได้ตามที่ผู้ใช้งานต้องการโดยที่ไม่ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นมาใช้งานแต่อย่างใด

 

15.Display calibration

Display-calibration

และฟีเจอร์ต่อไปนี้ถือได้ว่าเป็นฟีเจอร์ที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะใน Android N ทาง Google ได้เพิ่มฟีเจอร์ Display calibration หรือการปรับโทนสีของหน้าจอแสดงผล โดยเราสามารถเลือกได้ว่าจะต้องการให้หน้าจอมือถือของเรานั้นเป็นสีโทนร้อนหรือสีโทนเย็น พร้อมทั้งยังมีโหมด “Movie” และ Photo ให้เลือกใช้งานอีกด้วย ในส่วนของการปรับแต่งทาง Google จะใส่แถบ RGB เข้ามาเพื่อให้การปรับโทนสีนั้นทำได้อย่างอิสระ โดยหัวข้อนี้จะอยู่ในเมนู “System UI Tuner”

 

16.การจัดการพลังงานที่ดีกว่า

Extra-power-efficiency

ใน Android 6.0 Marshmellow ทาง Google ได้เพิ่มโหมดประหยัดพลังงานหรือ Doze Mode ที่จะช่วยประหยัดพลังงานโดยการปิดแอปพลิเคชั่นที่ทำงานเป็นเบื้องหลัง และใน Android N ทาง Google ได้พุ่งเป้าหมายไปที่การทำให้ระบบใช้ความจำน้อยลง และพัฒนาให้แอปที่ทำงานเป็นเบื้องหลังนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือที่ใช้ปรับแต่งการทำงานของตัวเครื่องในโหมด Deverloper อีกด้วย

 

17. เพิ่งประสิทธิภาพด้วย Java 8 

Improved-Java-8-language-support

สิ่งเล็กๆ ที่ได้รับการพัฒนาใน Android N อีกหนึ่งอย่างนั่นก็คือทาง Google ได้นำ Java 8 มาใช้งานใน Android N ทำให้นัักพัฒนาซอฟท์แวร์สามารถพัฒนาในส่วนของซอฟท์แวร์ได้ง่ายยิ่งขึ้น และสิ่งที่น่าสนใจนั่นคือฟีเจอร์ใหม่ๆ ของ Java 8 จะมีอยู่ตั้งแต่ Android N ขึ้นไป และที่แน่ๆ คือในอนาคตการพัฒนาซอฟท์แวร์จะทำได้อย่างรวดเร็วและง่ายกว่าเดิมอย่างแน่นอน

 

18. Screen Zoom 

Screen-Zoom

และฟีเจอร์สุดท้ายที่ได้เพิ่มเข้ามาใน Android N นั่นก็คือฟีเจอร์ Screen Zoom ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่คล้ายกับการกำหนดไชต์ของหน้าจอ หลังการทำงานก็คือการซูมหน้าจอเพื่อช่วยให่ผู้ที่มีปัญหาด้านการมองเห็นได้ใช้งานมือถือได้อย่างสะดวกมายิ่งขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นก็สามารถซูมได้ขั้นต่ำที่ 320 dp เท่านั้น หรือความกว้างประมาณหน้าจอของมือถือ Google Nexus 4 นั่นเอง และนี่คือฟีเจอร์ที่น่าสนใจทั้งหมดของ Android N หรือ Android 7.0 เรียกว่าล้วนเป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์ในการใช้งานทั้งสิ้น เมื่อดูจากการพัฒนาทั้งหมดที่ทาง Google ได้เพิ่มเข้ามาแล้วบอกได้คำเดียวเลยว่านวัตรกรรมใหม่ในอนาคตจะต้องน่าตื่นตาตื่นใจอย่างแน่นอน

0 Comments

แสดงความคิดเห็น

*ข้อความหรือข้อความที่แสดงในโฟส เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นในระบบโดยอัตโนมัติจากสมาชิก ซึ่งทีมงานไม่ได้มีส่วนหรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ หากพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อดำเนินการต่อไป..