ในปีที่แล้ว ถือเป็นปีที่น่าสนใจในวงการสมาร์ตโฟน เพราะมีโทรศัพท์รุ่นใหม่ ๆ ที่มีประสิทธิภาพในการถ่ายภาพอันน่าทึ่ง มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่นานขึ้นจนน่าตกใจ รวมถึงระบบการทำงานที่ไวกว่าความเร็วของแสง

อย่างไรก็ตาม มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนไป นั่นคือ Notch หรือชิ้นส่วนด้านบนของโทรศัพท์ที่บรรจุตัวเซ็นเซอร์ หูฟัง กล้องหน้า และดูเหมือนว่าจะเป็นส่วนที่ไม่สามารถตัดออกได้ หลายแบรนด์ได้พยายามทำให้กรอบด้านข้าง และน็อทช์เล็กลงจนเหลือแค่จุดขนาดจิ๋ว (Waterdrop, Dewdrop)

แต่สุดท้ายแล้วก็ยังคงมี Notch อยู่บนหน้าจอ ทำให้หน้าจอไม่สามารถเรียกได้เต็มปากว่า FullView จนกระทั่งวันหนึ่ง Vivo ได้ฉีกกฎ และสามารถทำให้โทรศัพท์ไร้ Notch ได้ จนเรียกได้ว่าเป็นสมาร์ตโฟนจอเต็มของจริง โดยใช้เทคโนโลยีกล้องหน้าแบบเลื่อนอัตโนมัติ (Elevating Front Camera) เป็นกล้องขนาดจิ๋ว ที่เลื่อนขึ้นมาเวลาถ่ายเซลฟี่ และซ่อนทันทีเมื่อออกจากโหมดเซลฟี่

จุดเริ่มต้นจากความฝัน คอนเส็ปสมาร์ตโฟนไร้กรอบ APEX™

จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นจาก เมื่อ 3 ปีที่แล้ว  Vivo ได้มีแนวคิดที่จะสร้างอะไรใหม่ ๆ สำหรับผู้บริโภค และจากการค้นคว้า พัฒนาเป็นเวลาหลายปี Vivo ก็สามารถรังสรรค์  APEX™ ได้สำเร็จ แต่กว่าที่จะออกมาเป็นคอนเซ็ปท์นี้ได้นั้นต้องผ่านการทดสอบอยู่หลายครั้ง

(PRNewsfoto/Vivo)

Vivo เปิดตัวคอนเซ็ปท์โทรศัพท์ไร้ Notch และไร้กรอบรุ่นแรกของโลกที่งาน MWC 2018 ในชื่อรุ่น APEX™ ซึ่งได้รับ ความสนใจจากสื่อมวลชนอย่างท่วมท้น เพราะเป็นความกล้าที่จะคิดนอกกรอบ สมาร์ตโฟน APEX™ FullView™ เป็นมิติใหม่แห่งการออกแบบสมาร์ตโฟน

ด้วยหน้าจอที่เต็มจออย่างแท้จริงโดยไม่มีอะไรบดบัง นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างเช่น Half-Screen In-Display Fingerprint Scanning เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่กดตรงไหนก็ได้บริเวณครึ่งล่างของหน้าจอ และกล้องหน้าแบบเลื่อนอัตโนมัติ รวมถึงการซ่อนเซ็นเซอร์ระยะ เซ็นเซอร์วัดแสง

ถึงแม้ตำแหน่งของกล้องหน้าจะถูกซ่อนไว้ แต่ในการใช้งานจริง APEX™ ยังคงมอบประสบการณ์การถ่ายภาพเซลฟี่ที่ไม่ต่างจากเดิม

เมื่อเปิดตัวคอนเซ็ปท์ APEX™  ผู้บริโภคและสื่อมวลชนต่างให้ความสนใจไปพร้อมๆ กับ สงสัยว่า นี่จะเป็นเพียงแค่แนวคิดหรือไม่ อย่างไรก็ตาม Vivo เชื่อว่า สิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริง นั่นจึงนำไปสู่คำถามที่ว่า เมื่อฝันแล้วจะทำให้  APEX™ เป็นจริงได้หรือไม่?

ก้าวข้ามคำว่าเป็นไปไม่ได้ จาก APEX™ สู่ Vivo NEX

หลังจากเปิดตัวที่ MWC ได้ 4 เดือน Vivo ก็สามารถทำตามคำมั่นสัญญาในการผลิตสมาร์ตโฟนไร้กรอบได้ ด้วยรุ่น NEX เป็นสมาร์ตโฟนในท้องตลาดรุ่นแรกที่มีกล้องหน้าแบบเลื่อนอัตโนมัติ ตัวเครื่องออกแบบมาเพื่อรับกับกล้องชนิดนี้ และปรับให้เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวัน นับว่าเป็นนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีที่มอบความสะดวกสบายให้ ผู้ใช้อย่างแท้จริง

กล้องหน้าแบบเลื่อนอัตโนมัติเคยเป็นสิ่งที่คิดกันว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะชิ้นส่วนที่เลื่อนได้ดูเหมือนจะยุ่งยากเกินไป สำหรับโทรศัพท์ที่จะวางขายในท้องตลาด ต้องใช้กลไกขนาดจิ๋วเพื่อใส่ฮาร์ดแวร์ของกล้องลงไปในโทรศัพท์และยังต้องทำให้ กล้องใช้งานง่าย และทนทานอีกด้วย

การติดตั้งกล้อง (โดยยังคงความบางเฉียบ และประสิทธิภาพไว้เหมือนเดิม) ให้สำเร็จนั้นท้าทายไม่แพ้การดีไซน์ โทรศัพท์ใหม่ แต่ Vivo รับทุกความท้าทาย และต้องการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ อยู่เสมอ จึงได้ทำการทดสอบอย่างหนักหน่วง เพื่อพัฒนากล้องหน้าแบบเลื่อนอัตโนมัติสู่มือผู้บริโภคให้ได้

ในส่วนของเสารับสัญญาณ Vivo ได้ออกแบบ Printed Circuit Board (PCB) ใหม่ โดยทำให้เป็นแผ่นบาง ๆ ติดอยู่ที่ขอบด้านใน นอกจากนี้ยังได้เสริมแผ่นเพิ่มเพื่อเติมความแข็งแรงให้กับ PCB ความซับซ้อนของการจัดเรียงชิ้นส่วนแต่ละชั้นนั้น นับว่าเป็นความท้าทายด้านเทคโนโลยี แต่ก็ทำให้ดีไซน์ของโทรศัพท์ออกมาดูสวยเฉียบในที่สุด

ด้านความทนทาน Vivo NEX ผ่านการทดสอบด้านน้ำหนัก โดยโทรศัพท์ NEX จำนวน 8 เครื่อง ถูกนำไปทดลองรองรับแผ่นกระจกซึ่งมีนักบัลเล่ต์เต้นอยู่ กล้องหน้าตัวจิ๋วสามารถรับน้ำหนัก ได้เฉลี่ยตัวละ 11 กิโลกรัม พิสูจน์ได้ถึงความทนทาน และแข็งแกร่งของดีไซน์

สุดท้ายนี้ APEXTM และ NEX ฉีกกฎแห่งการออกแบบสมาร์ตโฟนด้วยการกำจัดน็อทช์ออกไป และมอบประสบการณ์ใหม่ในการใช้งานอย่างชาญฉลาด ด้วยสุดยอดเทคโนโลยีที่เป็นจริงแล้ววันนี้ และปี 2562 นี้ อาจเป็นปีแห่งกล้องหน้าแบบเลื่อนอัตโนมัติก็เป็นได้