คืนนี้แล้วครับกับการเปิดตัว iPhone 11 และสามารถรับชมได้ง่าย ๆ ผ่านสตรีมสดบน Youtube (ก่อนหน้านี้จะต้องดูผ่านอุปกรณ์ของ Apple หรือ Microsoft Edge) ซึ่งจากข่าวลือที่หลุดออกมาก็น่าคาดหวังกับสเปคได้ในระดับหนึ่ง และนี่คือสิ่งที่เรารู้ทั้งหมดเกี่ยวกับ iPhone 11 ทั้งหมด

iPhone 11 Pro และ 11 Pro Max จะเป็นรุ่นพรีเมี่ยมของ Apple โดยจะได้หน้าจอเป็น OLED ขนาด 5.8 และ 6.5 นิ้วตามลำดับเหมือน iPhone XS และ XS Max นอกจากนี้จะมีกล้องหลัง 3 ตัว

iPhone 11 จะเป็นรุ่นต่อของ Xr ซึ่งจะมีหน้าจอเป็น LCD ขนาด 6.1 นิ้ว และจะมีกล้องหลัง 2 ตัว(คาดว่าน่าจะเป็นกล้องตัวเดียวกับ XS คือกล้องหลักและกล้อง Tele)

สำหรับกล้องตัวที่ 3 ใน 11 Pro และ 11 Pro Max จะเป็นกล้อง Ultra-Wide(120 ํ) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ Apple นำเข้ามาใส่ ทว่าสำหรับ Android แล้วเป็นที่นิยมมาก ซึ่งได้รับความนิยมมากกว่ากล้อง Tele อีก

สำหรับ Android นั้นมีการเพิ่มเซ็นเซอร์ 3D ToF เข้ามา แต่ดูเหมือน Apple จะไม่ใช้เทคโนโลยีนี้ในปีนี้(อาจจะไปมาในปี 2020) แต่ถึงอย่างนั้นเซ็นเซอร์ light 3D ใน FaceID ก็ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

ใน iPhone 11 ทั้งสามรุ่นจะรองรับ wireless charge แบบย้อนกลับ(Wireless PowerShare) ซึ่งจะช่วยให้ชาร์จ AirPods รุ่นใหม่และ Apple Watch ได้ ในส่วนการชาร์จแบบไร้สายนั้นจากในรายงานนั้นบอกว่าจะเป็น USB-C อยู่ปลายสาย หรือก็คือจะเป็นสาย USB-C to Lightning ซึ่งในที่สุดก็ให้สายที่ถูกต้องสำหรับการเชื่อมต่อกับ MacBook ได้

ในส่วนของแบตเตอรี่ Apple จะให้มาในขนาดที่ใหญ่ขึ้นทำให้ใช้งานได้นานขึ้นด้วย แต่ยังไม่ชัดเจนว่าอแดปเตอร์ที่แถมมาให้ในกล่องจะยังเป็น 5W อยู่เหมือนเดิมหรือจะได้ที่ดีกว่านี้ ถึงอย่างนั้นก็หวังว่าแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้นจะทำให้สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน

Apple จะทำการเปิดตัวชิปรุ่นใหม่ Apple A13 ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้อาจจะมี RAM 6GB ในรุ่น Pro และ 4Gb ใน iPhone 11 ในรุ่นพื้นฐาน ส่วนหน่วยความจำเริ่มต้นในรุ่น Pro จะเพิ่มเป็น 128GB นอกจากนี้ชิป A13 จะมีฟีเจอร์ ISP แบบใหม่และคุณสมบัติ Smart HDR มาในชิปเดียวกัน(ตามในข่าวลือ)

ในรุ่น Pro จะรองรับ Apple Pencil แบบเดียวกับใน Ipad แต่จะไม่มีการนำไปแข่งกับ Samsung Galaxy Note ซีรี่ส์ เนื่องจากตัวปากกาจะไม่สามารถเก็นเข้าไปในเครื่องได้ นอกจากนี้ 3D Touch จะถูกนำออกไปด้วย

ท้ายที่สุดคือ ราคา ที่พวกเราคาดหวังกัน ใน iPhone 11 ทั้ง 3 รุ่นจะเหมือนกับรุ่นปัจจุบันคือ iPhone 11 จะเริ่มที่ 750 usd(ประมาณ 23,000 บาท) ส่วน iPhone 11 Pro จะมีราคาเริ่มต้นที่ 1,000 usd(ประมาณ 31,000 บาท) และรุ่น Pro Max จะเริ่มต้นที่ราคา 1,100 usd(ประมาณ 34,000 บาท) โดย Iphone 11 ทั้ง 3 รุ่นจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 20 กันยายน

ในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ของ Apple นี้นอกจากการเปิดตัว iPhone แล้ว อาจจะมีการเปิดตัว Apple Watch 5 ด้วยเหมือนกัน แต่ถึงอย่างไรคนที่รู้เรื่องนี้ก็มีไม่มากนักคงต้องรอประกาสในงานเปิดตัวอีกที

ที่มา : gsmarena