จริงหรอว้าาาา? ฟีเจอร์พื้นฐานของ iPhone ใช้งานง่ายกว่ามือถือ Android เยอะ!!!

จริงหรอว้าาาา? ฟีเจอร์พื้นฐานของ iPhone ใช้งานง่ายกว่ามือถือ Android เยอะ!!!

ฟีเจอร์พื้นฐานของมือถือเป็นสิ่งที่ทำให้เรานั้นใช้งานมือถือได้สะดวกมากยิ่งขึ้น และจะเห็นได้ว่าไม่ว่ามือถือ Android หรือแม้กระทั่ง iPhone เองก็มาพร้อมกับฟีเจอร์พื้นฐานต่างๆ มากมายที่มีจุดเด่นหรือข้อสังเกตที่แตกต่างกัน และในบทความนี้ผมได้แปลเนื้อหาบทความจากเว็บไซต์ PhoneArena.com มาให้เพื่อนๆได้อ่านกันโดยในบทความนี้ทางผู้เขียนได้ตั้งประเด็นถึงเรื่องความรู้สึกในการใช้งานระหว่างมือถือระบบปฎิบัติการ Android เทียบกับมือถือที่มาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ iOS และได้ฟันธงออกมาว่าฟีเจอร์พื้นฐานของ iPhone นั้นได้ออกแบบมาให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้ง่ายกว่าฟีเจอร์พื้นฐานบนมือถือระบบปฎิบัติการ Android และมาดูกันว่าจะมีฟีเจอร์ไหนบ้างที่ทำให้ทางผู้เขียนรู้สึกว่า iPhone นั้นใช้งานได้ง่ายกว่ามือถือ Android ไปติดตามได้เลยครับ

 

1. ปุ่มลัดกลับไปใช้งานแอพก่อนหน้า

Shortcut-to-previous-app1

อย่างที่รู้กันว่าแอพสื่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook นั้นมีการแชร์เรื่องต่างๆ กันตลอดเวลา และในบางครั้งก็ได้มีการแปะลิงค์ต่างๆ อย่างเช่น YouTube ที่เมื่อกดแล้วก็จะเป็นการเปิดแอพพลิเคชั่นใหม่ขึ้นมาทันที และหากเราต้องการกลับไปใช้งานแอพที่ใช้งานล่าสุดใน iOS ก็เพียงแค่กดที่ปุ่มในวงกลมตามภาพก็จะกลับไปสู่แอพที่เราใช้งานก่อนหน้าในทันที แต่ถ้าจะว่าไปแล้วมือถือ Android ก็สามารถทำสิ่งที่ว่านี้ได้เช่นเดียวกันด้วยการกดปุ่ม Back แต่ทางผู้เขียนมองว่าการมีปุ่มกดเพื่อกลับไปใช้งานแอพก่อนหน้าอย่างชัดเจนนั้นเป็นอะไรที่ดีกว่า เนื่องจากการกดปุ่ม Back ใน Android ในบางครั้งนั้นเสี่ยงต่อการออกจากแอพไปเลยแทนที่จะสามารถกลับไปใช้งานแอพก่อนหน้าได้

 

2. กดย้อนกลับด้วยการปัดหน้าจอไปทางขวา

.21

ถ้าเป็นมือถือ Android การกดย้อนกลับไปยังหน้าต่างก่อนหน้าปัจจุบันก็แค่เพียงกดปุ่ม Back เพื่อสั่งการเท่านั้น  แต่ Apple กลับทำสิ่งที่ง่ายดายมากกว่านั่นคือการคือปัดนิ้วมือจากหน้าจอด้านซ้ายไปยังหน้าจอด้านขวาง่ายๆ แค่นี้เอง เนื่องจากนิ้วของเราก็ต้องแตะอยู่ที่หน้าจออยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเอื้อมมือไปกดปุ่ม Back เหมือนในแบบที่ใช้งานในมือถือ Android เรียกว่าการควบคุมแบบนี้นอกจากจะสะดวกในการใช้งานแล้ว ยังทำให้การควบคุมต่างๆ นั้นทำได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

3. คีย์บอร์ดที่พิมพ์ได้ไวมากกว่า

Screenshot_3

และมาถึงเรื่องที่ใกล้ตัวอย่างเช่นเรื่องของคีย์บอร์ดที่จนถึงตอนนี้ก็ยังคงเป็นที่ยอมรับว่าคีย์บอร์ดของ iPhone นั้นจัดว่าเป็นคีย์บอร์ดที่ดีที่สุด สังเกตได้ง่ายๆ จากมือถือ Android ที่จะเห็นได้ว่าคีย์บอร์ที่ติดเครื่องมานั้นใช้งานได้ไม่ดีเท่าที่ควร และผู้ใช้งานจำนวนไม่น้อยที่ต้องดาวน์โหลดคีย์บอร์ดใหม่ๆ มาใช้งาน และสิ่งที่คืออีกหนึ่งข้อได้เปรียบของ Apple ที่ถึงแม้พิมพ์บนหน้าจอขนาด 4.7 นิ้วและพิมพ์สองภาษาก็ยังสามารถพิมพ์ได้อย่างถนัดเหมือนเช่นเคย

 

4. การแก้ข้อความที่ทำได้อย่างรวดเร็ว 

Screenshot_4

นอกจากเรื่องของการพิมพ์ที่ทำได้อย่างรวดเร็วแล้ว การแก้ไขข้อความต่างๆ นั้นยังสามารถทำได้อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน ในบางครั้งการแก้คำผิดบนมือถือ Android นั้นก็มีความซับซ้อนมากกว่ายิ่งถ้าเป็นคนที่นิ้วมือใหญ่ด้วยแล้วการแก้คำผิดนั้นถือว่ายากเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ต่างจากบน iOS ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นรุ่นที่ไม่ได้มาพร้อมฟีเจอร์อย่าง 3D Touch ก็ยังสามารถแก้ข้อความได้ง่ายๆ เพียงแค่กดค้างที่ข้อความ ระบบก็จะสร้างแว่นขยายขึ้นมาเพื่อให้เราเลือกดูว่าจะแก้ไขข้อความตรงไหน ซึ่งในเรื่องของการใช้งานนั้นเห็นผลได้อย่างชัดเจนหากต้องการแก้ตัวอักษรเพียงตัวเดียว แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่ามือถือ Android จะใช้งานยากมาก เพราะเดี่ยวนี้ทางผู้ผลิตมือถือ Android ก็มีบางเจ้าที่ใส่แว่นขยายที่ว่านี้มาให้ด้วยเช่นกัน

 

5.การควบคุมต่างๆ ที่เข้าถึงง่ายกว่า

Command-Center-is-1class

เป็นคำถามที่มีคนเป็นจำนวนมากสงสัยว่าทำไม iPhone ต้องมาพร้อมกับปุ่ม Back ด้านบน,ทำไมการแจ้งเตือนต้องโชว์จากด้านบนหน้าจอก่อนเสมอ และคำตอบก็คือเนื่องจากการที่ปุ่มควบคุมต่างๆ อย่างเช่นปุ่ม Back นั้นอยู่ด้านบน ดังนั้นหากหน้าจอของ iPhone รุ่นใหม่ๆ  มีขนาดที่ใหญ่กว่าทุกวันนี้ผู้ใช้งานก็จะไม่รู้สึกว่าใช้งานลำบากมากกว่าเดิม การควบคุมจากบนหน้าจอนั้นย่อมทำได้สะดวกมากกว่าการต้องมากดที่ตัวเครื่องด้านล่างอย่างที่มือถือ Android หลายๆรุ่นชอบทำ และการวางตำแหน่ง Command Center ไว้ที่ด้านล่างนั้นก็ทำให้การควบคุมต่างๆ นั้นง่ายมากอีกด้วยอย่างเช่นการควบคุม YouTube ที่สามารถทำได้จากด้านล่างของหน้าจอได้โดยตรง

 

6.Low Power Mode

Screenshot_2

Low Power Mode หรือโหมดประหยัดพลังงานบน iPhone นั้นก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจนั่นคือเมื่อโหมดนี้จะสามารถตั้งค่าได้ว่าจะเปิดทำงานแบบอัตโนมัติเมื่อปริมาณแบตเตอรี่ลดถึงปริมาณที่กำหนด และ Low Power Mode จะปิดตัวเมื่อทำการชาร์จแบตเตอรี่ถึง 80% และตรงจุดนี้เองที่จะต่างกับมือถือ Android บางรุ่นที่เราจะต้องคอยมาเปิด/ปิด โหมดประหยัดพลังงานเองทั้งหมดซึ่งถือว่าโหมด Low Power Mode ของ iphone นั้นทำงานได้อย่างชาญฉลาดในแบบที่เราไม่ต้องไปยุ่งอะไรเลย และโหมดประหยัดพลังงานของมือถือ Android ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การตัดการเชื่อมต่อต่างๆ ทั้งหมด ทำให้ไม่สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตบนมือถือในขณะที่ตัวเครื่องนั้นเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน

และนี่คือฟีเจอร์พื้นฐานที่ทำให้ iPhone เป็นมือถือที่ใช้งานได้อย่างง่ายดาย แต่ส่วนตัวผมคิดว่ามือถือ Android ก็ไม่ได้ถึงกับใช้งานยากอะไร ซึ่งต้องบอกว่าของแบบนี้มันแล้วแต่คนถนัดมากกว่า และนี่คือบทความที่ผมได้แปลมาให้เพื่อนๆได้อ่านกัน และหากใครมีความคิดเห็นก็อย่าลืมแสดงความคิดเห็นลงในช่องแสดงความคิดเห็นด้านล่างของบทความนี้ด้วยนะครับ ส่วนบทความหน้าผมจะมีอะไรที่น่าสนใจมาฝากก็รอติดตามกันได้เลย

 

ที่มา: phonearena

1 Comments

  1.   Aug 30 - 22:22 ตอบกลับ

    ไม่จิง มนุษย์ แถวบ้านผมใช้ แอนดรอย ทั้งนั้น

    Guest

แสดงความคิดเห็น

*ข้อความหรือข้อความที่แสดงในโฟส เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นในระบบโดยอัตโนมัติจากสมาชิก ซึ่งทีมงานไม่ได้มีส่วนหรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ หากพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อดำเนินการต่อไป..