เรื่องน่ารู้ของตลาดสมาร์ทโฟนในปี 2011 รู้ไว้จะได้ไม่เลือกผิดข้าง :)

เรื่องน่ารู้ของตลาดสมาร์ทโฟนในปี 2011 รู้ไว้จะได้ไม่เลือกผิดข้าง :)

การเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟนตอนนี้ ถ้าใครติดตามอย่างใกล้ชิด คงทราบกันดีว่าโกลาหลหรือเปลี่ยนเเปลงกันรวดเร็วมาก เรียกได้ว่า ปัจจัยการได้เปรียบของ Ecosystem นี้นั้น เปลี่ยนกันได้วันต่อวัน ไม่ว่าจะเป็นการประกาศ iPhone, iPad รุ่นใหม่, OS รุ่นถัดไปของ Android, การจับมือกันระหว่าง Nokia เเละ Microsoft เพื่อช่วยกันผลักดัน Windows Phone 7, ผู้ผลิตตัวประมวลผลเตรียมทยอยออกซีพียู Dual-Core ออกมา – เหตุการณ์เหล่านี้ถือเป็น Game Changer ที่เปลี่ยนตัวผู้นำเเละผู้ตามได้ตลอดเวลา ในวันนี้เราก็จะมาสรุปเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น เเละเเนวโน้มต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนซักค่ายครับ

 

Android : ความรุ่งโรจน์ของ Google มาจากเป็นเพียงตัวเลือกเดียวของผู้ผลิต?

Android ถือเป็น OS ทางเลือก จากคนที่ไม่ชอบระบบปิดเเละไม่สามารถปรับเเต่งอะไรหลายๆอย่างได้อย่างใน iOS ในช่วงต้นๆ เเละยังมีในเครื่องของความยากในการเข้าถึงจากราคาสมาร์ทโฟนที่สูงพอสมควร – เเละมีเพียงรุ่นเดียว ? ของ Apple ทำให้เกิดภาวะที่ว่า ถ้าไม่ใช้ iPhone ก็ไปใช้ Android ซะ ความอาร์ตในหลายๆเรื่องของ Apple เป็นปัจจัยเร่งหนึ่งที่ทำให้ Android เติบโตได้อย่างรวดเร็วอย่างในทุกวันนี้

เนื่องจากจุดยืนของ Android นั้นคือการ Opensource (ถึงเเม้จะปิดในหลายๆจุดเเละเเอบกั๊กบ้าง) เเละทำให้มีผู้ผลิตหลายรายในไปใช้ เนื่องจากผู้ผลิตเเต่ละเจ้าไม่มีตัว OS ที่มีความสามารถพอที่จะต่อกรกับ iOS ที่กินตลาดสมาร์ทโฟนไปสบายๆไม่มีคู่เเข่ง ในช่วงเริ่มต้นก็มี HTC เเละ Motorola เป็นพันธมิตร เเละออกสมาร์ทโฟน Android ที่พอจะสูสีกับ iPhone 3G ในตอนนั้นได้ ? คือ Motorola Droid เเละ HTC Hero จากนั้น Android ก็เริ่มเติบโตอย่างรวดเร็วจากการกำหนดมาตรฐานเครื่องระดับสูงของ Android โดย Nexus One

นอกจากนี้ การส่งเเอพลิเคชั่นต่างๆเข้าไปยัง Android Market ยังทำได้ง่าย ไม่ต้องผ่านการตรวจสอบของ Apple จึงทำให้เเอพลิเคชั่นมีเป็นจำนวนมาก (เเต่เเอพเเย่ๆก็เยอะตามไปด้วย) จะเรียกว่าเป็นพลังของ Crowdsourcing ก็ได้ที่ทำให้ Android เติบโตได้อย่างปัจจุบัน จากปัจจัยความเข้มงวดของ Apple เเละขาดตัว OS ที่ต่อสู้กับ Apple ได้ในช่วงเวลานั้น จากนั้นมา Android ก็กลายเป็นเพียงตัวเลือกเดียว – ในตอนนี้ – ถ้าต้องการเเพลตฟอร์มที่กล้าเเข็งพอในการต่อสู้ในตลาดสมาร์ทโฟน

อนาคต?

ในตลาดระดับกลางหรือล่างนั้น Android เป็นผู้นำได้อย่างไม่มีคู่เเข่ง เพราะมีผู้ผลิตหลายๆเจ้า ? HTC, Samsung, LG, WellcoM, Acer นำ Android ไปใว่ในสมาร์ทโฟนอย่างมากมาย ถึงเเม้จะมีปัญหาในเรื่องความน่าหงุดหงิดใน Android รุ่นล่างๆหลายตัวที่ใช้ส่วนประกอบเเละตัวประมวลผลที่มีประสิทธิภาพต่ำ เเต่พอมาในตลาดระดับสูง ที่ Apple ครองอยู่นั้น Android ทำได้ไม่ดีนักเมื่อเทียบกับ iPhone เนื่องจาก วัสดุ ประสบการณ์ใช้งาน เเละเเอพลิเคชั่นคุณภาพสูงจำนวนมาก Android ระดับ High-End จึงไม่โดดเด่นมากนักเพราะมี iPhone เป็นคู่เเข่งคนสำคัญ เเละตามหลังอยู่มากโดยเฉพาะในเรื่องของเเอพที่มีคุณภาพ

เรื่องความเร็วในการใช้งาน ที่เป็นปัญหาของ Android หลายๆเรื่อง ยังคงเป็นปัญหาต่อไปในปีนี้ เเต่ปัญหาน่าจะน้อยลงกว่าปีที่เเล้วเพราะ Qualcomm MSM8250 ที่เป็นตัวประมวลผลที่ใช้ในสมาร์ทโฟนตัวท็อปของเก่าอย่าง Nexus One, HTC Desire ก็จะมาอยู่ในเครื่องระดับกลาง อย่างเช่น Sony Ericsson Xperia Mini

ในปีนี้ สมาร์ทโฟนรุ่นกลางๆก็จะใช้ Qualcomm MSM 8255 ที่ให้ประสิทธิภาพในการใช้งานที่เร็วดีพอในการใช้งานเเละเล่นเกมส์สามมิติในตอนนี้ได้มีประสิทธิภาพ เช่น HTC Desire HD, Incredible S, Desire S, SE Xperia Arc, Xperia Neo หรือตัวประมวลผล Hummingbird หรือ Galaxy S หรือ TI OMAP 3630 ที่ใช้ใน Samsung Galaxy SL ครับ

ตัวระดับสูงนั้น เเน่นอนว่าต้องเป็น Dual-Core ที่ประเดิมออกมาตัวเเรกด้วย NVIDIA Tegra 2 ที่ใช้ใน Motorola Atrix, LG Optimus 2X เเละเเท็บเล็ต Honeycomb หลายๆตัว เเละตัวที่น่าจับตามองที่สุดคือ Exynos 4210 ของ Samsung Galaxy S II เพราะดูจากผลทดสอบเเล้วเร็วกว่าสมาร์ทโฟนที่ใช้ Tegra 2 ค่อนข้างเเน่นอน เเต่เเค่เพียง Tegra 2 ก็เป็นมาตรฐานสำหรับตัวประมวลผลของ Android Hi-end ในปีนี้ได้เเล้วครับ

ในอนาคต ส่วนเเบ่งการตลาดของสมาร์ทโฟนอันดับหนึ่งต้องเป็น Android อย่างเเน่นอน เพราะว่าสมาร์ทโฟนของ Android มีทั้งตลาดระดับบน กลาง เเละล่าง ต่างกับ iOS ที่มี iPhone เป็นผลิตภัณฑ์ระดับบนเพียงอย่างเดียว ส่วนในเรื่องคุณภาพของเเอพนั้น Android ยังตามหลังอยู่พอสมควร – เนื่องมาจากการคัดเลือกเเอพของ Android ที่ไม่เข้มงวดเท่า iOS นั่นเอง นอกจากนี้ชุดพัฒนาเเอพของ Android ยังใช้งานได้ยากกว่า iOS อีกด้วย จึงทำให้หน้าตาของเเอพส่วนใหญ่ออกมาไม่สวยเท่าไรนัก

tumblr_lj9l4qusd11qakv34

หน้าตาของ Meebo บน Android

tumblr_lj9l28DomW1qakv34

หน้าตาของ Meebo บน iOS

Apple : บริษัทที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก?ขณะนี้

Apple ถือเป็นบริษัทเเรกที่ได้ทำการปฏิวัติระบบปฏิบัติการณ์บนมือถือ เพราะมีรายงานว่ากว่า Apple จะออก iPhone รุ่นเเรกออกมานั้นใช้เวลาถึง 3 ปีในการพัฒนา เเต่ Apple เองก็วางรากฐานของ iPhone ให้เป็นสินค้าระดับสูง โดยใส่ใจในการออกเเบบ วัสดุ เเละประสบการณ์ใช้งาน – ที่ดีกว่าสมาร์ทโฟนทุกตัวในตลาดอย่างเทียบไม่ได้ ทั้งในเรื่องความเร็วเเละความสมูธในการใช้งาน – ในปัจจุบัน iOS ของ Apple ก็ยังคงเป็นผู้นำในเรื่องประสบการณ์การใช้งาน โดยเเอพส่วนใหญ่ของ iOS มีความสวยงามเเละออกเเบบให้ใช้งานได้ง่าย มีคุณภาพที่ดี เเละเกมส์ที่หลากหลายอีกด้วย

จากการที่สิ่งที่ Apple ขายนั้นไม่ใช่เเค่ตัวซอฟเเวร์หรือฮาร์ดเเวร์ เเต่เป็นทั้งสองอย่างที่เรียกรวมๆว่า ?ประสบการณ์ใช้งาน? ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนเจ้าไหนให้ได้เทียบเท่า ทุกอย่างเหมือนกับงานศิลปะชิ้นหนึ่ง จากความสำเร็จที่ไม่มีเจ้าไหนทำได้เเบบ Apple ส่งผลให้กำไรสุทธิของ Apple ในปีที่เเล้วสูงถึง 5.99 พันล้านดอลลาร์ เป็นบริษัทที่กำไรมากที่สุดในกลุ่มที่มีการจำหน่ายสมาร์ทโฟนด้วยกัน – ถึงกำไรนี้รวมสินค้าอื่นๆของ Apple ด้วยเเต่ก็ทำให้เห็นว่า Apple กำลังอยู่ในขาขึ้นอย่างมาก – โดยการวางตำเเหน่งสินค้าของตนไว้ระดับสูง เเละไม่มีการลดราคาง่ายๆ ต่างกับสมาร์ทโฟนเจ้าอืนๆที่เลหลังกันเป็นว่าเล่น ส่งผลให้กำไรต่อเครื่องของ iPhone, iPad นั้นสูงมาก

iOS-Logo

อนาคต?

เเน่นอนว่า iPhone หรือ iPad ยังคงเป็นตัวกำหนดมาตรฐานใหม่ๆ ให้คนอื่นได้ตามอย่างต่อไป จากความคิดสร้างสรรค์ของ Apple เอง ถึงเเม้ว่า iOS จะมีการใช้งานที่ดูไม่สมเหตุสมผลในบางครั้ง เช่นการไม่สนับสนุน Adobe Flash เเต่ก็เป็นเพราะว่า Apple เป็นห่วงเรื่องประสบการณ์ใช้งานของผู้ใช้มากกว่าเนื่องจาก Flash มีประสิทธิภาพที่ไม่ดีในมุมมองของ Apple ถ้าคุณอยากใช้ของที่ไม่ตกรุ่นง่ายๆ เเละคิดว่าตัวเองสามารถปรับตัวให้กับผลิตภัณฑ์ของ Apple โดยคิดว่ามันเป็นของชิ้นๆหนึ่ง – ต่างกับ Android ที่มักจะปรับเครื่องให้เข้ากับความต้องการของผู้ใช้มากกว่า – โดยไม่อึดอัดกับฟังชั่นบางอย่างที่ iOS ไม่ให้ใช้ iPhone หรือ iPad ก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม

iPhone, iPad จะยังคงเป็นสินค้าระดับสูงต่อไป โดยไม่จำเป็นต้องดูสเปค เพราะจะเป็นของระดับสูงทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นตัวประมวลผล วัสดุ หรืออื่นๆ เเละไม่มีทางที่ Apple จะลดราคามาเเข่งกับเจ้าอื่นๆ เพราะ Apple มั่นใจว่าสินค้าของตนว่าดีที่สุด – ในเเบบฉบับของ Apple – ถ้าคุณไม่มีปัญหากับโลกส่วนตัวของ Apple ที่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมไปเสียหมด เเละสิ่งที่คุณจะได้มาคือ ความง่าย สวย เเละของที่ดีที่สุดที่ไม่มีสมาร์ทโฟนเจ้าไหนให้คุณได้

 

Windows Phone 7 : เมื่อผู้นำกลายมาเป็นผู้ตาม

ก่อนหน้าที่ Apple จะออก iPhone มานั้น ผู้นำลองตลาดสมาร์ทโฟนยังเป็น Symbian เเละ Windows Mobile 6 ที่มีการทำงานเเบบจอสัมผัสโดยใช้สไตลัสเเละมีหน้าตาเหมือนออกาไนซ์เซอร์หน้าตาโบราณๆตัวหนึ่ง เเต่ก็อย่างที่่ทราบกันว่าพอ iPhone ได้กำเนิดออกมา สมาร์ทโฟนทุกตัวในตลาดได้กลายเป็นของล้าสมัยไป เเละกว่าที่ Microsoft จะตั้งตัวได้ ก็ปรากฏว่าเสียฐานที่มั่นของสมาร์ทโฟนให้กับ iOS เเละ Android ไปเเทบไม่เหลือเเล้ว

ถึงเเม้ Micorsoft จะพยายาม ?รีบูต? โดยรื้อฐานของ Windows Mobile ออกทั้งหมด เเละใช้การออกเเบบที่เรียกว่า ?Metro Design Language? ที่ได้เเรงบันดาลใจมากจากป้ายต่างๆที่อยู่ในสนามบิน เมื่อมองเเล้วสามารถเข้าใจได้เลย โดยไม่ต้องเขียนอธิบาย ซึ่งก็ถูกนำมาใช้ใน Microsoft Zune เเละ Windows Phone 7 เเต่การเหมือนจะเป็นการมาที่สายเกินไป เพราะไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควรเนื่องจาก Microsoft ได้ดำเนินรอยตาม Apple – เลือกที่จะปิดระบบของตนเองเพื่อให้ได้ประสบการณ์ใช้งานที่ดี ? การ Sync ต่างๆต้องทำผ่าน Microsoft Zune, การต้องพยายามเจลเบรคเพื่อลงเเอพพลิเคชั่นเอง เเอพที่มีจำนวนน้อย เเละที่สำคัญที่สุดในประเทศไทยคือ ยังไม่มีการสนับสนุนภาษาไทยอย่างเป็นทางการ การเเสดงผลภาษาไทยทำได้ เเต่ไม่สวยงามเท่าไรนัก

Microsoft-Windows-Phone-7-Series-MWC-2010-official-People-hub(1)

อนาคต?

จากการที่ Nokia เเละ Microsoft จับมือร่วมกันใช้งาน Windows Phone 7 นับว่าเป็นการเปลี่ยนเเปลงที่ชัดเจน ถึงเเม้จะไม่เห็นได้ชัดในตอนนี้ เเต่ในอนาคตนั้นรับรองว่าจำนวนเครื่องของ Nokia ที่ใช้ Windows Phone 7 ในตลาดนั้นจะมีเป็นจำนวนมาก ถึงเเม้ว่าในตลาดสมาร์ทโฟนในตอนนี้ Nokia จะเพลี่ยงพล้ำอยู่ เเต่ Nokia เองก็ยังสามารถขายฟีเจอร์โฟนได้เป็นจำนวนมาก บวกกับเเบรนด์ที่เเข็งเเกร่ง การเเปลเป็นภาษาถิ่นเเละบริการต่างๆที่ใช้ในประเทศนั้นๆได้อย่างยอดเยี่ยม (Ovi Maps นี่ละเอียดยิ่งกว่า Google Maps เสียอีก) ตรงนี้น่าจะทำให้นักพัฒนาสนใจใน Windows Phone 7 มากขึ้น เเล้วเเข่งขันกับ Android ได้สูสี

ในเรื่องของฮาร์ดเเวร์ สเปคของ Windows Phone 7 ถูกกำหนดจาก Microsoft อย่างตอนนี้ WIndows Phone 7 ทุกรุ่นใช้ตัวประมวลผลจาก Qualcomm MSM8250 ความเร็ว 1 GHz จากการใช้งานก็ไม่พบว่าช้า เเถมยังเร็วกว่า Android เสียอีก เเต่เนื่องจากระบบปิดมากเเละยังไม่มีเเอพที่น่าสนใจให้เล่นเท่าที่ควร จึงทำให้ไม่ได้รับความนิยมมากนัก ดังนั้นเรื่องสเปคจึงไม่เป็นประเด็นสำหรับ Windows Phone 7 นัก

กระทั่งตอนนี้ ยังไม่มีการสนับสนุนภาษาไทยใน Windows Phone 7 อย่างเป็นทางการ อาจจะต้องรอตัวอัพเดท ?Mango? จาก Microsoft ที่จะประกาศในเร็วๆนี้ เเละเครื่อง Nokia อีกจำนวนมากที่ใช้ Windows Phone 7 มีข่าวว่าจะออกในปี 2012 ซึ่งถือว่าช้าไปหรือเปล่าสำหรับตลาดสมาร์ทโฟนที่เปลี่ยนเเปลงกันรายวันตอนนี้ ตลาดของ Windows Phone ก็คงจะเงียบไป จนกว่าภาษาไทยจะสนับสนุนกับเครื่องเก่าๆอย่าง HTC HD7, HTC Mozart เเละการซื้อเเอพผ่าน Operator ได้ในประเทศไทย อาจจะทำให้เเพลตฟอร์มนี้น่าสนใจในประเทศไทยมากขึ้น ถ้าใครจะซื้อตอนนี้ ผมก็ไม่สามารถเเนะนำได้เต็มปากเต็มคำนัก เพราะอะไรยังดูไม่ชัดเจนเหลือเกิน รอท่าทีไปก่อนจะดีกว่า

RIM & BlackBerry : เลือดยังคงไม่หยุดไหล?

จะว่าไปเเล้ว RIM เป็นบริษัทที่คล้ายกับ Apple มากที่สุด ในเเง่ของการพัฒนา OS เเละผลิตสมาร์ทโฟนของตัวเองมา เเต่ผลประกอบการเเละส่วนเเบ่งของ BlackBerry ก็ไม่เติบโตอย่างเป็นที่น่าพอใจนัก ผลการสำรวจล่าสุดของเดือนมีนาคม ก็อย่างที่เราเห็นในกราฟว่าส่วนเเบ่งของ BlackBerry ยังลดลงต่อเนื่อง

หลักๆเเล้วที่ RIM พลาดเพราะมองว่า iPhone เป็นสมาร์ทโฟนที่ผู้บริโภคไม่น่าจะชอบ ต้องอย่าลืมว่าในยุคก่อนหน้า iPhone นั้นโทรศัพท์ส่วนใหญ่ป้อนคำสั่งด้วยปุ่มหรือสไตลัส เเละการออกเเบบที่คำนึงถึงระยะเวลาการใช้งานเป็นหลัก ทำให้ RIM มองว่าโทรศัพท์ที่มีการใช้งานสั้น ใช้ไม่ถึงวันก็เเบตเตอรี่หมดนั้นไม่น่าจะเอามาใช้งานเป็นหลักได้ การที่ RIM มองตลาดผิดพลาดตั้งเเต่ต้นนั้นทำให้เป็นปัญหาเรื้อรังของ RIM มานาน ในยุคนั้นก็คงไม่มีใครคาดถึงเหมือนกันว่าสมาร์ทโฟนที่เน้นจอใหญ่ กินพลังงานมาก เเต่ให้ความบันเทิงได้เต็มที่ จะเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมากขนาดนี้

BlackBerry Torch 9800, Bold 9780 ที่เป็นการพยายามผสมผสานระหว่างยุคใหม่กับยุคเก่า คือเน้นการใช้จอสัมผัสมากขึ้น ในขณะเดียวกันตัวประมวลผลก็ไม่เร็วมากจนทำให้มีปัญหาเรื่องเเบตเตอรี่ เเต่สุดท้ายเเล้ว Torch 9800 สามารถพูดได้ว่าเป็นสินค้าที่ล้มเหลวของ RIM เพราะนอกจากตัว BlackBerry OS ที่ยังทำมาไม่เหมาะกับการทัชสกรีนเเล้ว ตัวซีพียูที่มีพลังประมวลผลต่ำ ทำให้การใช้งานไม่น่าประทับใจนัก จุดนี้ก็ยังเป็นจุดที่ผิดพลาดต่อเนื่องของ RIM

จนกระทั่งปัจจุบัน ที่ RIM ยอมรับว่าตัวเองว่าตัวเองพลาดไปอย่างมาก จนกระทั่ง iOS เเละ Android ขึ้นมาเป็นใหญ่ในในตลาดสมาร์ทโฟน จากที่เคยครองตำเเหน่งส่วนเเบ่งสมาร์ทโฟนที่มากที่สุดในสหรัฐ มาถึงวันนี้ก็ได้เสียส่วนเเบ่งอย่างต่อเนื่องให้กับ Android จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่หายเลือดไหลดี

comscore-share-of-smartphone-market-by-platform-dec10-vmar11-may11

 

อนาคต?

การมาของ QNX? บน PlayBook นั้น ดูเหมือนจะเป็นการเริ่มต้นที่ดี ด้วยการใช้ตัวประมวลผล Dual-Core เเละเมื่อลองจับเล่นดูเเล้วก็พบว่า ความสมูธเเละความเร็วต่างๆของ PlayBook นั้นเรียกได้ว่าระดับเดียวกับ iPad 2 กันเลยทีเดียว ส่วน BlackBerry 7 บน Bold 9900 นั้นก็ใช้ซีพียูความเร็วถึง 1.2 GHz มากกว่าตัว Torch เกือบเท่าตัว เเต่ว่าจะยังชูเรื่องความยาวนานในการใช้งานได้เหมือนเดิมหรือเปล่า? เเบตเตอรี่จะรอดจนหมดวันไหม? ก็คงต้องดูกันต่อไป

RIM ยังมีจุดเเข็งที่ตลาดองค์กรที่เน้นความปลอดภัยเหมือนเดิม เเต่ในยุคที่สมาร์ทโฟนกลายเป็นของใช้ทั่วๆไปเเบบนี้เเล้ว ความท้าทายของ RIM คือจะทำอย่างไรให้ BlackBerry มีฟังชั่นใช้งานที่เหมาะสมกับคนใช้ทั่วไป ที่ไม่ต้องการความยุ่งยาก ความน่าหงุดหงิดในหลายๆเรื่อง เช่น PlayBook ไม่สามารถใช้งาน BB Services ได้ยกเว้นจะเชื่อมต่อกับ BlackBerry เองเสียก่อน (เหตุผลด้านความปลอดภัย) สิ่งเหล่านี้ดูไร้เหตุผลถ้าจะต้องซื้อ PlayBook เพียงเครื่องเดียวมาใช้งาน เเละทำให้ PlayBook ไม่มีความต้องการมากเท่าที่ควร เพราะคนที่จะซื้อ PlayBook ต้องเป็นคนที่ใช้ BlackBerry อยู่เเล้ว ต่างกับ iPad ที่รุกเข้าไปในตลาดเเท็บเล็ตอย่างรวดเร็วจากดีไซน์ วัสดุ เเละความง่ายในการใช้งาน เป็นความขัดเเย้งในตัวของ RIM เองที่มาจากตลาดองค์กร เเต่ก็อยากได้ตลาดคอนซูเมอร์ด้วย ซึ่งสองอย่างนี้ค่อนข้างต่างกันพอสมควร

เเต่ในตลาดเมืองไทย RIM เองก็ยังเป็นที่นิยมอย่างเงียบๆ ดูไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่เพราะคนส่วนใหญ่เอามาใช้งานเท่าที่จำเป็น ต่างกับคนที่เล่น iOS หรือ Android ที่จะหาเเอพใหม่ๆมาใช้งาน หรือดัดเเปลงเครื่องของตัวเองมากกว่า เเต่ถ้าเลือกมาทาง BlackBerry เเล้วต้องเข้าใจว่าเน้นซื้อมือถือมาใช้งานด้านติดต่อสื่อสาร เช่น ส่งข้อความ อีเมล์ โซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นหลัก โดยไม่ดัดเเปลงหรือเล่นอะไรเพิ่มเติม เพราะ BlackBerry ทำตรงนี้ได้ดีมากๆ QNX เเละ BlackBerry 7 จึงเหมือนเป็นการยกเครื่องไม่ให้ RIM ดูล้าสมัยจนเกินไปนัก เรื่องของเเอพนั้น ทำใจได้เลยว่า ยังคงต้องตาม iOS หรือ Android เเน่นอน

สำหรับใครที่ต้องการใช้ BlackBerry ตัวใหม่ คงต้องรอ Bold 9900 ที่จะใช้ BlackBerry 7 เป็นเครื่องเเรก นอกจากนี้เครื่องเก่าๆยังไม่สามารถอัพเกรดเป็น BlackBerry 7 ได้อีกด้วย เหมือนกับต้องกัดฟันทิ้งเพื่อสิ่งที่ดีกว่ากันเลยทีเดียว ถ้าจะซื้อตอนนี้ อย่างเร็วควรรอครึ่งปีหลังประมาณเดือนกันยายนเพื่อดูท่าทีไปก่อน

 

0 Comments

แสดงความคิดเห็น

*ข้อความหรือข้อความที่แสดงในโฟส เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นในระบบโดยอัตโนมัติจากสมาชิก ซึ่งทีมงานไม่ได้มีส่วนหรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ หากพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อดำเนินการต่อไป..