รีวิว Nokia Lumia 1520 แฟ็บเล็ตรุ่นท็อปสุดไหลลื่น กับกล้อง PureView สุดคมชัด

รีวิว Nokia Lumia 1520 แฟ็บเล็ตรุ่นท็อปสุดไหลลื่น กับกล้อง PureView สุดคมชัด

หลังจากชมรีวิว Nokia Lumia 1320 แฟ็บเล็ตรุ่นราคาหมื่นต้นๆ ไปแล้ว คราวนี้มาชมรีวิว Nokia Lumia 1520 แฟ็บเล็ตรุ่นท็อปกันบ้าง ด้วยความที่ตัวเครื่องถูกวางมาให้อยู่ในไลน์มือถือระดับท็อป ทำให้น่าสนใจมากว่ามันจะมีจุดเด่นอะไรที่เหนือกว่าหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6 นิ้วบ้าง เอาเป็นว่าเรามาชมรีวิว Nokia Lumia 1520 กันดีกว่าครับ ว่าจะเจ๋งขนาดไหน

รีวิวสเปค Nokia Lumia 1520

  • ชิปประมวลผล Snapdragon 800 (MSM8974) Quad-core ความเร็ว 2.2 GHz ชิปกราฟิก Adreno 330
  • แรม 2 GB
  • รอม 32 GB รองรับ MicroSD
  • หน้าจอ IPS ขนาด 6 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD 1920 x 1080 รองรับเทคโนโลยี ClearBlack
  • สามารถใช้งานเครื่องในระหว่างใส่ถุงมือได้
  • กล้องหลังความละเอียด 20 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี PureView เลนส์ ZEISS f/2.4 แฟลชคู่ เซ็นเซอร์ BSI มีระบบกันสั่น OIS สามารถตั้งค่าให้เก็บภาพแบบไฟล์ RAW ได้ (.DNG)
  • กล้องหน้าความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล
  • รองรับ 4G LTE ใช้งาน 3G ได้ทุกเครือข่าย
  • แบตเตอรี่ความจุ 3400 mAh
  • น้ำหนัก 209 กรัม
  • รองรับวิทยุ FM
  • มี NFC
  • ราคา 22,900 บาท
  • สเปค Nokia Lumia 1520 เต็มๆ

สำหรับในแง่ของสเปคเครื่อง Nokia Lumia 1520 ก็อยู่ในระดับเดียวกับรุ่นท็อปของ Android เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชิปประมวลผล Snapdragon 800, แรม 2 GB, หน้าจอ Full HD ซึ่งไล่ๆ ดูแล้วก็สามารถนำมาแข่งขันกันเรื่องสเปคได้สบายๆ ส่วนการใช้งานจริง หลายท่านที่อาจจะเคยลองเล่น Windows Phone กันมาบ้างแล้วก็น่าจะพอทราบดีในประเด็นเรื่องของความแรงสเปคว่าแทบจะไม่มีผลต่อความไหลลื่น ความเร็วในการใช้งานเครื่องมากนัก ไม่ว่าจะในเครื่องระดับราคาเริ่มต้นหรือระดับท็อป ทำให้มั่นใจได้ว่า Nokia Lumia 1520 สามารถใช้งานได้ลื่นแน่นอน อาจจะมีเรื่องการโหลดแอพ รันแอพที่เร็วกว่านิดหน่อย เนื่องด้วยชิปประมวลผลที่แรงกว่า ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว

ส่วนใครอยากใช้งาน 4G LTE ก็สามารถใช้งานได้แน่นอนบน Lumia 1520 ครับ จัดว่าเป็นมือถือรุ่นท็อปอีกรุ่นหนึ่งที่ครบเครื่องเรื่องการเชื่อมต่อมากๆ ทีเดียว

แกะกล่อง Nokia Lumia 1520

สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่องที่ให้มาก็จะมีแค่หูฟังแบบ In-Ear พร้อมจุกยางสำหรับเปลี่ยน, สาย Micro USB และอะแดปเตอร์ชาร์จไฟ จ่ายไฟสูงสุด 2A

รีวิวหน้าตา Nokia Lumia 1520

รูปทรงของ Lumia 1520 จะคล้ายๆ กับ Lumia 720 เลย ด้านหน้าเป็นกระจก Gorilla Glass 2 ทั้งหมด ขอบกระจกโค้งเล็กน้อย

ด้านบนก็เป็นตำแหน่งของลำโพงสนทนา, กล้องหน้า, เซ็นเซอร์วัดระยะห่างและเซ็นเซอร์วัดแสงตามปกติ ขอบจอส่วนตัวผมว่าค่อนข้างแคบดี ช่วยให้หน้าจอมีขนาดใหญ่เกือบจะเป็นทั้งหมดของตัวเครื่องเลย

สำหรับด้านล่างก็จะมีแถบปุ่มสั่งงานแบบ capacitive ที่ใต้ปุ่มมีไฟ LED ส่องสว่างอยู่ มีมาให้ใช้ด้วยกันสามปุ่มคือปุ่มย้อนกลับ, ปุ่มโฮมและปุ่มค้นหาตามมาตรฐานของ Windows Phone

หน้าจอ Nokia Lumia 1520 ให้สีสันสวยงาม สดใสแต่ไม่จัดเกินความเป็นจริง ส่วนที่เป็นสีดำก็ให้ความรู้สึกว่าดำสนิทดีด้วยเทคโนโลยี ClearBlack ที่ใส่มาในจอ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีที่ช่วยทำให้สามารถใช้งานจอในที่มีแสงมากเช่นกลางแจ้งได้ดีอีกด้วย ซึ่งจากที่ใช้งานระหว่างรีวิว ก็พบว่าสามารถใช้งานกลางแจ้งได้สบายๆ ทีเดียวสำหรับ Nokia Lumia 1520 เครื่องนี้

ส่วนถ้าใครสงสัยเรื่องความแตกต่างระหว่างจอของ Nokia Lumia 1520 เครื่องนี้กับ Lumia 1320 ที่ใช้หน้าจอขนาด 6 นิ้วเหมือนกัน จุดที่เห็นความแตกต่างได้ชัดก็คือเรื่องความละเอียดจอ (Lumia 1520 เป็นจอ Full HD 1080p ส่วน Lumia 1320 เป็นจอ HD 1280×720) ทำให้ความคมชัดของภาพแตกต่างกันในระดับที่สังเกตได้แบบไม่ยากนัก

มุมของหน้าจอก็กว้างตามมาตรฐานของ IPS ทำให้สามารถถือเครื่องกันดูภาพบนหน้าจอหลายๆ คนได้อย่างไร้ปัญหา เนื่องด้วยมุมมองจอที่กว้าง แถมจอยังใหญ่ถึง 6 นิ้วอีก

สำหรับด้านหลังของ Nokia Lumia 1520 ก็ยังคงใช้เป็นโพลีคาร์บอเนตเนื้อเนียนลื่นมืออยู่เช่นเดิม จุดเด่นที่ชัดสุดก็คือบริเวณกล้องหลังที่มีสีดำตัดมาจากพื้นเหลืองอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งโมดูลกล้องก็จะนูนขึ้นมาจากฝาหลังอีกเล็กน้อยด้วย น่าเสียดายที่ฝาหลังไม่สามารถแกะได้นะครับ

ส่วนบนจะเป็นด้านของกล้องถ่ายรูป, แฟลช LED แบบคู่และช่องรับเสียงของไมค์ช่วยตัดเสียงรบกวน สำหรับเบ้าของกล้องหลังจะมีขอบโพลีคาร์บอเนตของฝาหลังนูนขึ้นมาเหนือกระจกปิดหน้าเลนส์อยู่เล็กน้อย

ด้านล่างเป็นช่องลำโพง ให้เสียงที่ดังพอสมควรในระดับของสมาร์ทโฟน

ด้านบนของเครื่องมีแต่เพียงช่องเสียบแจ็คหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตรช่องเดียวตรงกลาง

ตำแหน่งของแต่ละส่วนนั้นอยู่ตรงกลางทั้งหมดจริงๆ

แม้กระทั่งช่อง Micro USB ที่อยู่ด้านล่างก็เช่นกัน

ฝั่งซ้ายของ Lumia 1520 มีช่องใส่นาโนซิมกับ MicroSD อยู่ การดึงถาดออกมาก็ต้องใช้เข็มจิ้มในช่องของแต่ละถาด เพื่อให้ถาดใส่การ์ดเด้งออกมา

ส่วนฝั่งขวาก็มีปุ่มกดด้วยกันสามจุด ไล่จากซ้ายในภาพคือปุ่มชัตเตอร์สำหรับถ่ายรูปและเปิดแอพกล้องขึ้นมา

ตัวอย่างภาพถ่าย Nokia Lumia 1520

กล้องของ Lumia 1520 นั้นเรียกได้ว่าจัดเต็มในด้านเทคโนโลยีแทบไม่แพ้ Lumia 1020 ที่เป็นมือถือเน้นกล้องเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการประมวลผลในระบบ PureView ที่ให้ภาพสวยสมจริง ด้วยขนาดไฟล์ที่ไม่ใหญ่จนเกินไป ชุดเลนส์จาก ZEISS พร้อมทั้งระบบกันสั่น OIS ทำให้โดยรวมแล้ว Lumia 1520 เป็นมือถืออีกรุ่นที่กล้องทำออกมาได้ดี

นอกเหนือจากด้านฮาร์ดแวร์ที่ดีแล้ว ส่วนของแอพกล้องก็เป็นอีกปัจจัยที่มีผลต่อภาพถ่ายด้วยเช่นกัน และแอพกล้องที่เหมาะกับการใช้งานที่สุดบน Lumia 1520 ก็คือแอพ Nokia Camera ที่มีจุดเด่นในเรื่องของการปรับตั้งค่าที่ทำได้ทั้งส่วนของ ISO, Exposure, ความเร็วชัตเตอร์, White balance รวมไปถึงเลือกระยะโฟกัสได้อย่างค่อนข้างอิสระดีมาก เหมาะสำหรับผู้ต้องการสร้างสรรค์ภาพถ่ายแบบตามที่ตนเองต้องการ หรือถ้าอยากใช้งานแบบง่ายๆ แอพ Nokia Camera ก็มีโหมดการใช้งานแบบปกติให้ใช้ได้ด้วย

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจของแอพ Nokia Camera ก็คือความสามารถในการถ่ายภาพแล้วเก็บเป็นไฟล์ RAW (ไฟล์ดิบ) ด้วยนามสกุลไฟล์ DNG ซึ่งจะเก็บภาพที่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซลไว้เต็มๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนำไฟล์ภาพไปปรับแต่งต่อ เนื่องจากไฟล์ยังไม่ถูกบีบอัดเหมือนแบบ JPEG ทำให้สามารถปรับแต่งได้ง่ายกว่า อิสระกว่าโดยที่ไฟล์ภาพไม่สูญเสียรายละเอียดไป แต่ก็แน่นอนว่าต้องแลกมาด้วยขนาดไฟล์ที่ใหญ่ขึ้นกว่าปกติมากทีเดียว โดยไฟล์ภาพแต่ละความละเอียดจะกินเนื้อที่ประมาณนี้

  • ไฟล์ DNG มีขนาดไฟล์ละ 21.1 MB
  • ไฟล์ JPEG 16 MP มีขนาดไฟล์ละประมาณ 4-6 MB ต่อไฟล์
  • ไฟล์ JPEG 5 MP มีขนาดไฟล์ละประมาณ 1-2 MB ต่อไฟล์

ในตัวแอพก็จะมีให้ผู้ใช้สามารถตั้งค่าได้ครับ ว่าจะเลือกเก็บไฟล์ภาพแบบใดบ้าง ถ้าอยากถ่ายภาพได้เยอะๆ ก็เลือก JPEG 5 MP อย่างเดียวพอ ถ้าต้องการเก็บไฟล์ภาพแบบ JPEG ใหญ่ๆ เอาไว้ด้วยก็เลือกตัวเลือกที่สอง แต่ถ้าอยากเก็บไฟล์ดิบของภาพเอาไว้ ก็เลือก JPEG + DNG ไปเลย ในระหว่างการถ่ายภาพ ระบบจะจัดเก็บไฟล์ทั้งสองเอาไว้ให้พร้อมๆ กัน ถ้าต้องการจะนำไฟล์ DNG ออกมาแต่งภาพก็เพียงแค่เชื่อมต่อ Nokia Lumia 1520 (หรือเครื่องรุ่นอื่นเข้ากับคอมพิวเตอร์)? จากนั้นก็เข้าไปดึงไฟล์ในมือถือจากคอมพิวเตอร์ได้เลย ถ้าคอมพิวเตอร์ใช้ Windows ก็สามารถดึงไฟล์จาก Windows Explorer ได้เลย แต่ถ้าหากใช้ Mac ก็ต้องติดตั้งโปรแกรมที่มีชื่อว่า Nokia Photo Transfer for Mac มาติดตั้ง จึงจะสามารถใช้งานได้

ต่อไปเรามาชมตัวอย่างภาพถ่ายจาก Nokia Lumia 1520 กันครับ พอดีว่ามีเพื่อนไปเที่ยวต่างประเทศพอดี ผมเลยวานให้ช่วยถ่ายภาพมาลงในรีวิวให้หน่อย ดังนั้นตัวอย่างภาพถ่ายในรีวิวนี้อาจจะเยอะนิดนึงนะครับ เห็นแล้วน่าลงหลายรูปเลย

แอพ Nokia ReFocus

อีกแอพกล้องที่น่าสนใจก็คือ Nokia ReFocus ที่ผู้ใช้สามารถเลือกจุดโฟกัสหลังถ่ายภาพได้ตามที่ต้องการ โดยภาพทั้งสองภาพด้านบนนี้เป็นภาพเดียวกันนะครับ แต่เลือกระยะโฟกัสต่างกัน ภาพบนเลือกโฟกัสที่กระป๋องกาแฟ ส่วนภาพล่างผมเลือกโฟกัสไปที่ด้านหลังกระป๋องกาแฟ สังเกตได้จากความคมชัดของกระป๋องและตัวอักษร AOC จากทั้งสองภาพที่แตกต่างกัน เมื่อเลือกตำแหน่งโฟกัสแล้ว ก็สามารถ export ภาพออกมาใช้งานได้เลย

ตัวอย่างอินเตอร์เฟสหน้าจอ Nokia Lumia 1520

Nokia Lumia 1520 มาพร้อมกับ Windows Phone 8 ที่ติดตั้งซอฟต์แวร์อัพเดต Nokia Lumia Black มาเรียบร้อยแล้ว ทำให้สามารถใช้งานฟีเจอร์เพิ่มเติมขึ้นมาได้หลายอย่างทีเดียว เช่น Nokia Glance Screen, Nokia Beamer ซึ่งถ้าต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปอ่านต่อได้จากในรีวิว Nokia Lumia 1320 นะครับ

เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมา พบว่าจาก 32 GB จะเหลือพื้นที่ให้ใช้งานประมาณ? 29 GB ระบบใช้ไปประมาณ? 3 GB เหลือให้เราใช้จริงราวๆ 26 GB ด้วยกัน ซึ่งก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปอยู่แล้ว แต่กรณีที่ใครถ่ายรูปแบบเก็บทั้งไฟล์ JPEG และไฟล์ DNG ก็คงต้องมั่นตรวจสอบและลบรูปที่ไม่ต้องการบ้างเหมือนกันนะครับ สำหรับขนาดไฟล์ภาพแต่ละความละเอียดโดยประมาณ สามารถย้อนขึ้นไปอ่านได้จากรีวิว Lumia 1520 ในส่วนของกล้องถ่ายรูปได้เลย

ระบบ equalizer และระบบเสียง Dolby ก็สามารถปรับได้ค่อนข้างอิสระ แต่จะใช้งานได้เมื่อเสียบหูฟังหรือลำโพงผ่านช่องเสียบ 3.5 มิลลิเมตรด้านบนของเครื่องเท่านั้น

การปรับแต่งเรื่องของหน้าจอ Lumia 1520 สามารถทำได้ค่อนข้างหลากหลายกว่า 1320 เช่นสามารถปรับโปรไฟล์สีของจอได้ด้วย ว่าจะให้สีออกมาเป็นโทนอุ่นหรือเย็น รวมถึงสามารถปรับความสดของสีสันได้ ขึ้นอยู่กับว่าต้องการให้ภาพบนจอมีสีสดขนาดไหน โดยค่าเริ่มต้น ระบบจะปรับมาให้แบบกลางๆ เท่านั้น

แอพ Data Sense เป็นแอพสำหรับช่วยเก็บข้อมูลว่าเราใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่าน 3G/4G และ WiFi ไปเท่าไรแล้วบ้าง โดยสามารถเก็บข้อมูลแยกเป็นแต่ละแอพได้เลยว่าใช้งานปริมาณข้อมูลไปแล้วเท่าไร เพื่อจะได้ช่วยตรวจสอบและวางแผนการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ค่าใช้จ่ายไม่บานปลาย

แอพหนึ่งที่ Nokia ชูเป็นจุดเด่นเลยก็คือ Nokia MixRadio ซึ่งส่วนตัวผมระหว่างที่รีวิว Nokia Lumia 1520 เครื่องนี้ก็ได้ลองใช้งานดูแล้วรู้สึกชอบมากครับ เลยขอหยิบมาอยู่ในรีวิวนี้เลยแล้วกัน

สำหรับแอพ MixRadio นี้ก็คือแอพฟังเพลงของทาง Nokia ที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบในตัวไม่น้อยเลย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหาเพลงใหม่ๆ มาฟังเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากระบบจะใช้การสตรีมมิ่งเพลงจากอินเตอร์เน็ตเป็นหลัก ผู้ใช้งานสามารถเลือกฟังเพลงจาก playlist ที่มีจัดไว้อยู่แล้ว เช่น playlist รวมเพลงอินดี้สุตฮิตจากท่ัวโลก, playlist รวมเพลงติดบิลบอร์ดชาร์ท ตัวอย่างก็ในภาพชุดข้างล่างนี้เลย

playlist เพลงที่มีให้ฟังจะเน้นไปที่เพลงสากลจำนวนมากทีเดียว ส่วนเพลงไทยก็มีนะครับ อันนี้เป็น playlist ที่ระบบมีให้เลือกฟัง ซึ่งในแต่ละ playlist ก็มีเพลงให้ฟังเป็นสิบๆ เพลงอยู่ ส่วนใครคิดว่าการฟังเพลงจากแอพ MixRadio ที่เป็นแบบสตรีมมิ่งจะทำให้เปลือง 3G/4G ระหว่างใช้งานล่ะก็ จุดนี้ไม่ต้องห่วงเลย เนื่องจากมันมีระบบให้เราสามารถดาวน์โหลดเพลงจาก playlist ที่เราต้องการมาฟังแบบออฟไลน์ได้ด้วย อย่างผมต้องการโหลดเพลงจาก playlist รวมเพลงของ Rihanna ผมก็เลือกดาวน์โหลดมาฟังแบบออฟไลน์ซะเท่านั้นเอง ระบบก็จะนำเพลงมาเก็บไว้ในเครื่องเรา พร้อมให้ฟังได้แม้ไม่ได้ต่อเน็ต

สำหรับการดาวน์โหลดเพลงมาฟังแบบออฟไลน์ (offline mixes) แต่ละ playlist ก็ใช้เวลาพอสมควรทีเดียวครับ แนะนำว่าให้ใช้ WiFi ที่ค่อนข้างเร็วซักหน่อยในการดาวน์โหลด ทั้งนี้เพลงที่ดาวน์โหลดมาฟังแบบออฟไลน์ด้วย offline mixes จะถูกซ่อนไฟล์เอาไว้ มีเพียงแอพ MixRadio เท่านั้นที่สามารถเล่นได้นะครับ

ส่วนใครที่ชอบเพลงไหน อยากซื้อหามาฟัง ก็สามารถกดซื้อได้จากเพลงระหว่างที่ฟังได้เลยด้วย ราคาเพลงก็ไม่จัดว่าสูงมาก เช่นในตัวอย่างภาพขวาตกราคาเพลงละ 16 บาท ($0.49) เท่านั้นเอง ถ้ารักเพลงไหน ชอบศิลปินคนใดก็อุดหนุนกันก็ดีครับ เขาได้เงิน เราได้ความสบายใจ ^^

ใครที่ต้องการสร้าง playlist ของตนเอง ก็สามารถสร้างได้จากเมนู create a mix ได้เลย โดยเราสามารถเลือกศิลปินที่เราต้องการฟังเพลงมารวมกันได้ จากนั้นระบบก็จะเลือกเพลงมาใส่ให้ใน playlist ที่เราสร้างขึ้น และสามารถสตรีมมิ่งเพลงมาฟังได้ทันที รวมถึงถ้าอยากฟังแบบออฟไลน์ก็คือจิ้มที่ tile ของ playlist นั้นค้างไว้ แล้วเลือก make available offline เพื่อเซฟเพลงมาเก็บในเครื่องได้เลย

สำหรับบริการ Nokia MixRadio หลักๆ จะให้บริการฟรีครับ แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่บ้างเหมือนกัน ที่เห็นได้ชัดสุดก็คือถ้าเราใช้บริการฟรี จะสามารถกดข้ามเพลงได้แค่ 6 ครั้งต่อชั่วโมงเท่านั้น

แต่ถ้าหากใครอยากใช้แบบสบายๆ ไม่มีข้อจำกัด แนะนำให้สมัครบริการ MixRadio+ ไปซะเลย ตกเดือนละ 30 บาทเท่านั้นเอง ข้อดีของ MixRadio+ (แบบเสียเงิน) ก็คือสามารถกดข้ามเพลงกี่ครั้งก็ได้ สามารถดาวน์โหลดเพลงมาฟังแบบออฟไลน์ได้จำนวนมากขึ้น รวมถึงคุณภาพไฟล์เพลงก็ดีกว่า MixRadio แบบฟรีตามปกติด้วย ถ้าคิดว่าจะใช้งานแอพ Nokia MixRadio บ่อยๆ แนะนำว่าสมัครใช้บริการแบบ MixRadio+ ไปเลย คุ้มแน่นอน ส่วนถ้าใครต้องการซื้อเพลง อันนี้ต้องจ่ายแยกนะครับ ไม่เกี่ยวกับ MixRadio+

ผลทดสอบประสิทธิภาพ Nokia Lumia 1520

สำหรับผลการทดสอบประสิทธิภาพนั้น Nokia Lumia 1520 ทำออกมาได้ดีตามระดับของชิป Snapdragon 800 เลย ยิ่งผลการทดสอบออกมาแรงแบบนี้ การใช้งานก็ไม่ต้องห่วงเลย รับรองไหลลื่น เล่นเกมได้อย่างไม่มีปัญหา

ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ก็เป็นเรื่องที่สบายใจได้สำหรับ Nokia Lumia 1520 เนื่องด้วยแบตเตอรี่ที่ให้มาความจุสูงถึง 3400 mAh ที่จุใจสำหรับมือถือจอใหญ่ถึง 6 นิ้ว เท่าที่ผมใช้งานจริงก็พบว่าใช้แบบสบายๆ ได้วันกว่าๆ มีเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์ค ถ่ายรูป คุยโทรศัพท์ ใช้งานทั้ง 3G และ WiFi สลับๆ กันไป รับรองว่าหากใครมองหามือถือจอใหญ่ แบตอึดๆ Nokia Lumia 1520 จะเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจทีเดียว

สรุปรีวิว Nokia Lumia 1520

Nokia Lumia 1520 ถือเป็นแฟ็บเล็ตจอใหญ่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดรุ่นหนึ่งในตอนนี้เลยก็ว่าได้ ด้วยทั้งสเปคที่แรง หน้าจอใหญ่ คมชัด กล้องระดับ PureView ความละเอียดสูง รวมๆ แล้วครบเครื่องจริงๆ เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้งานมือถือจอใหญ่พิเศษแบบเครื่องเดียวจบ ประกอบกับฟีเจอร์เสริมอื่นๆ ก็ช่วยเสริมการทำงานได้ดี ไม่ว่าจะเป็นแอพ Nokia Camera, Nokia MixRadio, Nokia Beamer เป็นต้น จะมีก็แต่เรื่องของซอฟต์แวร์ แอพพลิเคชันบน Windows Store เท่านั้นที่อาจจะยังไม่เพียบพร้อมเท่ากับ Android และ iOS ที่อยู่มานานกว่า แต่ถ้าพูดถึงเรื่องพัฒนาการของ Windows Phone และแอพเสริมต่างๆ ก็เรียกว่าเติบโตได้รวดเร็วมาก และน่าจะตามทันในอีกไม่นาน

ข้อดี

  • จอใหญ่ คมชัด มองเห็นภาพและตัวอักษรได้ง่าย ชัดเจน
  • สเปคเครื่องแรง รองรับการใช้งานทั่วไปได้ทุกรูปแบบ
  • กล้องถ่ายรูปคุณภาพสูง ทั้งยังสามารถเก็บเป็นไฟล์ดิบมาใช้งานต่อได้ด้วย
  • แบตเตอรี่ใช้ได้นาน เพียงพอกับสเปคเครื่อง

ข้อสังเกต

  • แอพและระบบการทำงานบางอย่างของ Windows Phone ยังไม่สมบูรณ์นัก เช่นการแจ้งเตือนบางครั้งก็ยังดีเลย์อยู่บ้าง
  • ถ้าเลือกถ่ายภาพแบบเก็บไฟล์ DNG ไว้ด้วย ต้องระวังเรื่องพื้นที่เก็บข้อมูลไม่พอ เพราะไฟล์ภาพมีขนาดใหญ่

0 Comments

แสดงความคิดเห็น

*ข้อความหรือข้อความที่แสดงในโฟส เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นในระบบโดยอัตโนมัติจากสมาชิก ซึ่งทีมงานไม่ได้มีส่วนหรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ หากพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อดำเนินการต่อไป..